登入"เธอ"คือ ความงดงามที่ถูกพระผู้เป็นเจ้าหันหลังให้ "เขา" คือ ความสมบูรณ์แบบที่หาใดเปรียบได้ แม้ว่าเขาและเธอต่างกันราวฟ้ากับเหว อีกทั้งเธอยังมีปมใหญ่ในใจที่ไม่สามารถลบเลือนได้ แต่ชะตาฟ้าก็เหวี่ยงเขาและเธอให้มาพบกัน อัญชัน รู้สึกร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาไปทั้งสรรพางค์กาย นวลแก้มใสแดงระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุก หล่อนซุกหน้าเข้ากับแผงอกล่ำๆที่แสนอบอุ่นนั้น อย่างเนียมอาย กลิ่นหอมหวนจากกายสาวที่ซุกอยู่แนบอก ทำให้กายหนุ่มชูชันไปทั้งตัว เขาขยับกายอย่างยากลำบากราวกับ ข้างในจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ร่างบางน้อยๆมีความหมายกับเขามากนัก หากพ้นคืนนี้ไปแล้ว เขาและเธอ คงได้มีเรื่องราวบทใหม่ที่มีเขาและเธอเคียงข้างกันไปตลอดกาลแน่นอน
查看更多เสียงแก้วตกกระทบพื้นแตกกระจาย เสียงโหวกเวกโวยวายของคนขี้เมา เสียงก่นด่าทอที่หยาบที่สุดเท่าที่จะถูกขุดมาด่าได้
และเสียงร้องสะอื้นที่ทำให้หัวใจแตกสลาย เสียงเหล่านี้เป็นเสียง ปกติ ของบ้านไม้หลังหนึ่งในชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ในต่างจังหวัด ร่างบางของ อัญชัน เดินหลบเศษแก้วบนพื้นอย่างระมัดระวังเลี่ยงเข้าไปยังห้องนอนของตนเองที่เป็นพื้นที่เซฟโซนที่สุดสำหรับเธอแล้ว "มึงจะไปไหน!!!นังลูกไม่รักดี!!!กูบอกว่าให้มึงเอาเงินมา!!!" เสียงโวกเวกของชายชราวัยกลางคนตะโกนไล่หลังเธอที่หายลับเข้าไปในห้อง "นังสารเลว!!!มึงกล้าเมินกูอย่างนั้นเหรอ!!!" เขาสบถพลางจับขวดแก้วเขวี้ยงใส่ประตูไม้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทำลาย หากประตูบานนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาจากไม้สักที่แข็งแรงปานนี้ชีวิตน้อยๆ ของหญืงสาวคงจะไม่ได้อยู่หายใจเั่งเช่นทุกวันนี้หรอก " ก็ไห้ไปแล้วไง!!จะกินอะไรนักหนากันวะ!!!งานการก็ไม่ทำ!!" เสียงของหญิงสาวตะโกนสวนออกมาอย่างเหลืออด เหมือนจะได้ผลเสียงโวกเวกของผู้เป็นพ่อของอัญชันเงียบลงไปเสียที หญิงสาววัย24ปี จึงมีเวลาได้ทำความสะอาดห้องของตนเสียทีหลังจากเหนื่อยจากงานมาทั้งวัน แต่ความสงบสุขของเธอนั้นไม่ได้ยืนยาวเสียเท่าไหร่ เสียงที่เธอจงเกลียดจงชังนั้นก็ดังขึ้นมาอีก " ยัยอัญ!!!ออกมานี่หน่อยสิลูก" เสียงที่เคยตวาดเธอกลับอ่อนหวานลงฟังดูพิกลนักแต่ หญิงสาวก็แง้มประตูออกไปตามคำเรียกร้องนั้น " เนี้ยะ!!!พี่เขาให้เงินพ่อมา...แกหน่ะดูแลเขาหน่อยสิ" อัญชัญรีบปิดประตูลงกลอน พลางถอยกรูดออกมาอย่างหวาดกลัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกขายให้กับคนแปลกหน้า มันจึงไม่แปลกที่เธอจะรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ โต๊ะตู้หรืออะไรก็ตามที่สามารถขวางประตูไว้ได้ถูกขนมาปิดไว้ทั้งหมด มือเรียวบางหยิบข้าวของที่จำเป็นยัดใส่กระเป๋าเท่าที่จะยัดได้ และไม่ลืมที่จะแชทหาผู้ช่วยคนสำคัญของเธอ ไม่นานนักเสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก หญิงสาวเดินเข้าไปทางหน้าต่างตรงหัวนอนพลางเปิดหน่าต่างออกเบาๆ เงาร่างของหญิงสาวอีกนางหนึ่งปรากฏขึ้นตรงระเบียงห้อง "พี่.....ฮึก...." "อย่าเพิ่งส่งเสียงดังไปรีบๆ ออกมาได้แล้วพี่ฟ้ามันคงดึงความสนใจได้ไม่นานหรอก" เสียงนั้นกระซิบตอบ อัญชันยิ้มกว้างที่ได้ยินเสียงๆ นั้น มันคือเสียงของพี่ดาวที่อยู่บ้านไกล้ๆ กัน อัญชันได้ยินเสียงบีบแตรรถตรงหน้าบ้านของเธอและเสียงเรียกที่เป็นเหมือนแสงสว่างของเธอ หญิงสาวรับรู้ได้ว่าครั้งนี้เธอรอดแล้วแน่เพราะเสียงคนที่เรียกอยู่หน้าบ้านคือเสียงของ นภัทธา ที่เป็นทั้งพี่และเพื่อนของเธอ อัญชันไม่รีรอที่จะรีบใช้จังหวะนี้เปิดหน้าต่างออกและรีบแทรกตัวออกจากห้องที่เคยเป็นเซฟโซนของเธอนั้นออกไปหา หญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนรอเธอ " อ้าวลุง!!!ไอ้อัญมันอยู่ไหม??" เสียงตะโกนถามของผู้มาเยือนหน้าบ้านร้องเรียกเมื่อเห็นร่างผอมแห้งของชายชราเดินโซเซออกมาจากเงามืด " อยู่ๆ ...อยู่ในห้องมาเรียกมันทีมันไม่ยอมออกมา" ชายชรากวักมือเรียกหญิงสาวที่คร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าบ้าน ในใจนึกไปว่าให้เพื่อนมันมาเรียกพอเพื่อนมันออกไปค่อยจับตัวมันไว้ส่งให้กับชายฉกรรจ์ที่แอบอยู่หลังเสา...มันเป็นแผนที่เขานึกในหัวแทบจะทันที " ฝากบอกมันทีนะวันพรุ่งนี้มีงาน...ไปล่ะ" ไม่ทันที่แผนของเขาจะสำเร็จ ร่างอวบๆ ของ นภัทธาก็หายไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ เขาได้แต่หัวเสียและยอมคืนเงินให้กับชายฉกรรจ์แปลกหน้านั้นพร้อมกับชิมหมัดล่ำๆ ที่เบ้าตาข้อหาหลอกลวง เสียงโวกเวกดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงข้าวของที่แตกกระจายลงบนพื้น เสียงนั้นไม่ได้เบาลงเลยเพราะตอนนี้ อัญชันได้หลบมาอยู่บ้านของเพียงจันทร์ที่ห่างกับบ้านตนเพียงแค่กำแพงกั้น "อีหรอบนี้คงกลับบ้านไม่ได้อีกแหงๆ ....พี่ว่าเราไปบ้านพี่ฟ้ากันเถอะ" เพียงจันทร์ออกความเห็นพลางคว้ากุญแจรถและเสื้อคลุม " น้องก็ว่าแบบนั้นแหล่ะพี่..ดีนะที่เอารถฝากไว้ที่บ้านพี่ไม่งั้นพ่อคงเอารถน้องไปขายแน่ๆ" อัญชันมองรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ถูกจอดแอบไว้ใต้ต้นขนุน "ไปกันเถอะ...อีกเดี๋ยวมันคงรู้ว่าเอ็งอยู่บ้านพี่...ถึงมันจะไม่กล้าเข้ามาแต่ใช่ว่ามันจะเลิกระรานเอ็ง" เพียงจันทร์ สตาร์ทรถและพาอัญชันออกจากบ้านของตนไปอีกทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านของนภัทธา ชุมชนสันแก้ว เป็นชุมชนเล็กๆ ในชนบทที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตเท่าในเมืองที่ห่างกันไปเกือบ40โล แต่ก็เป็นชุมชนที่บ้านช่องไม่ได้ห่างกันมากนัก จากถนนเมนหลักของชุมชนบ้านของอัญชัญจะอยู่ข้างๆ ถนน ข้างบ้านของอัญชันจะเป็นซอยเล็กๆ ที่สุดซอยจะเป็นบ้านของ เพียงจันทร์ และหากวิ่งไปตามถนนเส้นหลักอ้อมไปยังทิศตะวันตกไกลจากบ้านของสองสาวไปอีกเพียงไม่กี่นาทีจะเป็นบ้านของพี่ใหญ่ในกลุ่มนั่นคือบ้านของ นภัทธา มอเตอร์ไซค์เวบร้อยคู่กายของเพียงจันทร์ปราดเข้าจอดรถข้างๆ ทาง สองสาวรีบลงจากรถและหายเข้าไปในใต้ถุนของบ้านหลังเล็กๆ ซึ่งเป็นที่ที่พวกเธอมากันบ่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นรังลับของพวกเธอก็ว่าได้ " จะทำไหมล่ะงานหน่ะ!!!เรื่องมากก็อดตายไป!!!" เสียงตวาดแหวดังขึ้นจากภายในห้องๆ หนึ่งเป็นเรื่องปกติเวลาที่พวกเธอมาที่บ้านหลังนี้ สำหรับคนอื่นคงคิดว่าไม่ได้ต่างกับบ้านของอัญชันนัก แต่สำหรับอัญชันแล้ว ที่นี่อบอุ่นมากกว่า นภัทธาเป็นได้ทุกอย่างที่เธอควรเป็น ทั้งพี่ ทั้งแม่ และภรรยาที่เข้มงวดกับสามีขี้เมาไม่ต่างจากพ่อของเธอเท่าไหร่ ต่างกันตรงที่ เธอนั้นทรงพลังมากกว่าหญิงสาวแบบเธอกว่ามาก ไม่แปลกที่พี่ใหญ่คนนี้จะเป็นที่พึ่งพาแก่ใครๆ " ก็ทำ...ก็เขาชวนไปดื่มนิดๆ หน่อยๆ เอง" "จะทำงานหรือโดนหยุมหัว!!!เลือกเอา!!" "ทำงานคร้าบบบบ!!!" เสียงดังที่เหมือนทะเลาะกันนั้นเบาลงแต่มีเสียงประตูเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กๆ ของชายหนุ่มที่เป็นสามีของพี่ฟ้าปรากฏตัวขึ้น "อ้าว!!!มาหาฟ้าเหรอ...มันตกมันอยู่ในห้องแหน่ะ..." เขาพูดพลางชี้ให้พวกเธอเข้าไปด้านในห้องที่เป็นเหมือนออฟฟิศเล็กๆ ของนภัทธาพลางมีตุ๊กตาหมีตัวน้อยๆ ตัวหนึ่งลอยแหวกอากาศมากระทบกับหัวยุ่งๆ ของเขา " ไป...ทำ...งาน" เสียงขู่ฟ่อๆ ของหญิงสาวกัดฟันพูดเขาได้แต่เดินขึ้นไปบนเรือนและทำงานตามที่ภรรยาอันเป็นที่รักได้สั่งเอาไว้ "มาแล้วเหรอ...เข้ามากันก่อนสิ" ร่างอวบๆ ของนภัทธา ปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู เธอร้องเรียกน้องๆ ที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทเข้าไปยังออฟฟิศเล็กๆ ของตน ภายในนั้นเป็นห้องเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่มากมีเตียงขนาด5ฟุตที่เป็นเตียงไม้อยู่สุดห้อง และโต๊ะทำงานของนภัทธาที่ดูรกเล็กน้อยเพราะเธอกำลังทำงานอยู่ "พี่ปีงอแงอะไรของมันอีกนั่นหน่ะ" เพียงจันทร์ถามพลางนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไกล้ๆ ประตู " จะไม่ทำงานหน่ะสิ...พี่ก็ดีลงานกับลูกค้าไว้แล้วด้วย...กลับมาพี่เขยพวกแกก็นั่งก๊กเหล้าเรียบร้อยแล้ว...น่าหยุมหัวมันจริงๆ" หญิงสาววัย30เศษๆ ถอดถอนหายใจพลางนั่งลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน "ชีวิตของพวกเราไม่ได้สวยหรูเหมือนที่คิดเลยเนอะพี่" อัญชันถอนใจบ้างพลางทิ้งกายนั่งข้างๆ เพียงจันทร์ " ใช่...อีพวกที่มันมีชีวิตดีๆ เนี้ยะมันทำบุญด้วยอะไรกันนะ" เพียงจันทร์เห็นด้วยยพลางทดท้อกับชีวิตของตนเองเเละเพื่อนๆ " ถ้าน้องไม่มีพี่ฟ้ากับพี่ดาว ปานนี้น้องคงไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย" อัญชันหลับตา เหนื่อยหน่าย ฉับพลันเสียงเงียบก็เข้ามาเกาะกินทั้งสามคนที่มีชะตาชีวิตไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก อัญชัน นั้นถูกแม่ทิ้งไว้อยู่กับพ่อกับปู่ตั้งแต่เกิดมา พ่อของเธอติดเหล้าขนาดหนักมากไม่มีวันไหนที่ไม่เข้าหาแอลกอล์ฮอล์จนสติหลุด เมื่อเธอสิ้นร่มโพธิ์สุดท้ายอย่างปู่ไป เธอก็ต้องใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรกับโสเภณีที่ต้องทนทุกข์ทรมาณเพื่อหาเงินเลี้ยงพ่อที่ไม่มีอะไรเลยมีเพียงความกตัญญูเท่านั้นเองที่ค้ำคอเธออยู่ นภัทธาเองก็ไม่ได้มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีเช่นกัน เพียงแต่พ่อแม่เธอยังอยู่ไม่ได้แยกทางกันไปไหนแต่ก็บ้านแตกเพราะพิษสุราของบิดาจึงทำให้เธอต้องจำยอมแต่งงานตั้งแต่เธออายุได้เพียง18ปี ส่วนเพียงจันทร์ จะดูดีที่สุดแล้วในกลุ่ม เพราะถึงแม้พ่อแม่จะแยกทางกันและแม่แท้ๆ ก็ไม่ได้รักเธอเลยแต่เธอก็ยังได้รับความใส่ใจจากปู่กับย่าที่เลี้ยงดูเธอมาและน้องชายต่างมารดาที่รักเธอมาก อีกทั้งแม่เลี้ยงของเธอเองก็ไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจเธอเลยสักนิดเดียว มีแต่ตัวเธอที่น้อยใจไปในบางครั้งเท่านั้นเอง ชะตาชีวิตของสามสาวไม่ได้ดีเริสหรือสวยหรูนัก ต่างคนต่างกัดฟันดิ้นรนกันพึ่งพาและพึ่งพิงกันเป็นกลัยานมิตรที่ดีต่อกันมายาวนานนับสิบปี แม้สถานะทางสังคมของเธอจะเป็นญาติห่างๆ กันแต่สถานะทางใจของเธอคือเพื่อนที่ดีต่อกัน และเป็นทุกอย่างให้แก่กันและกันเสมอๆสนามบินนานาชาติสุลต่านฮาซานุดดินตั้งอยู่ในระยะ 12 กม. จากตัวเมือง มากัสซาร์ ดั้งนั้น การเดินทางจากท่าเรือผ่านตัวเมืองและไปสู่สนามบินนั้นใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นัก อัญชันรู้สึกเวลามันผ่านไปเนิบช้าเพราะตอนนี้เธอกลับรู้สึกอึดอัดที่จะสนทนากับชายหนุ่มเพราะการสบตากับเขาเมื่อครู่ ใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นโครมคราวเสียงดังทำเอาหน้าขายหน้าไปเสียหมด"คุณอึดอัดเหรอ??" ชายหนุ่มถามทำลายความเงียบ เขาไม่ชอบที่เธอเงียบแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่กระดองใจทะแม่งมะแม่ง" เปล่าค่ะ...ฉันลืมตัวไปว่าฉันเป็นลูกจ้างคุณ...เลยล่วงเกินไปมาก..ต้องขอโทษด้วยนะคะ" อัญชันหันไปย้ำสถานะที่จุกอยู่ตรงอกเพื่อให้ตนเองรู้สึกตัวว่าตนเป็นเพียงลูกจ้างเท่านั้น"ผมไม่ถือหรอกคุณอัญ...ผมว่าเราควรมาตกลงกันใหม่จะดีกว่านะ" เขาขมวดคิ้วคมเข้มแทบจะผูกโบว์อยู่กลางหน้าผาก"คะ???" อัญชันทำหน้างงทว่าสายตาดุจแม่กวางน้อยของเธอกลับเลือบไปเห็นโดมสนามบินอันมหึมาตรงหน้านั้นทำให้เธอตื่นเต้นมากกว่าคำพูดจริงจังของชายหนุ่มเสียอีก"เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้ครับ..." เขาถอนหายใจพลางยิ้มกับดวงตาที่ประกายวาวของหญิงสาว...เธอเปลี่ยนอารมณ์ได้ตามใจตนเองทั้งๆ ที่เ
เมืองมากัซซ่ามหานครที่งดงามอีกเมืองหนึ่งของอินโดนีเซีย แม้จะเป็นค่ำคืนที่แสนยาวนานแต่มากัซซาร์กลับไม่เคยหลับไหล อัญชันนึกถึงเมืองพัทยาที่เมืองนี้ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันนั้น หญิงสาวตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศยามค่ำของที่นี่จวบจนรถลีมูซีนที่เธอโดยสารมากับชายหนุ่มมาถึงโรงแรมหรูที่ิยู่ในตัวเมือง" คืนนี้เราจะพักกันที่นี่ก่อน...ริสาจะพาคุณไปที่ห้องนะ" ชายหนุ่มบอกเรียกสติที่ล่องลอยไปกับความงามนั้นของอัญชันให้กลับมา"คะ....อ้อ...ค่ะ" อัญชันตอบสติของเธอที่ล่องไปกับแสงสีเสียงในมากัซซาร์กลับเข้ามาอยู่กับตัวทันทีเธอเขินอายที่ทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุง แต่นั่นมันก็ไม่ได้หน้าแปลกเพราะเธอเองก็พึ่งเคยมาต่างบ้านต่างเมืองขนาดนี้"คุณไม่เรียกผมว่าพี่อีกเหรอ..." เสียงทุ้มนั้นดูเศร้าสร้อยเล็กน้อยดวงตาสีอำพันจ้องมองหญิงสาวด้วยความคาดหวังราวกับเจ้าหมาตัวน้อยๆ ที่รอรางวัลจากเจ้านาย"...คะ...พี่!!...อ้อ...ค่ะ..พี่...ราตรีสวัสดิ์นะคะพี่" อัญชันส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่ดูนุบนิ้บผิดกับครั้งที่เจอกันคราวก่อนเธอรู้สึกเหมือนชายหนุ่มร่างสูงกำยำตรงหน้าเป็นเจ้าหมีตัวน้อยน่าเอ็นดูเสียมากกว่า"ครับ...ราตรีสวัสดิ์ค
อัญชันหอบหิ้วข้าวของเสียเต็มไม้เต็มมือ เพราะซูซี่คงลืมไปแน่ๆว่าเธอเอ่ยปากเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมหญิงสาว อัญชันจึงไม่พลาดที่จะหอบหิ้วกลับห้องพักทันที ร่างบางเลือกซื้อแต่อาหารสำเร็จรูปที่สามารถทานใด้ในทุกที่ทุกเวลายามฉุกเฉินนับแล้วก็สามารถอยู่ได้หลายต่อหลายวันอยู่ วันพรุ่งนี้เวลาห้าทุ่ม เธอจะได้ขึ้นฝั่งที่มากัซซ่า เพื่อชี้ชะตาของเธอว่าจะต้องถูกกระทำแบบไหนบ้างเพื่อเป็นการล้างหนี้ อาหารสำเร็จรูปพวกนี้จึงจำเป็นมากกว่าของประดับแพงๆเสียอีก "ก๊อกๆๆ" เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาอัญชันหัวเสีย "(ไหนบอกจะได้พักผ่อนวะ...นี่ยังไม่ได้พักเลยให้ตายเถอะ)" เธอบ่นหยุมหยิมในใจ แต่ก็เปิดประตูต้อนรับอาคันตุกะอย่างโดยดี " สวัสดีค่ะคุณอัญ " ริสาค้อมกายทักทายอย่างนอบน้อม ชุดสูทสีดำสนิทของเธอตอนนี้กลายเป็นชุดเมดสีดำสนิดที่ตัดด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดแทน " สะ...สวัสดีค่ะ...คุณริสา.." อัญชันกล่าวตอบ พลางยืนมองหญิงสาวหน้าคมตรงหน้าอย่างไม่วางตา เธอดูสวยเมื่อแต่งแต้มใบหน้าด้วยสีที่อ่อนกว่าสีเข้มเมื่อวาน " คุณไลอาห์เรียนเชิญคุณอัญไปทานข้าวเที่ยงด้วยค่ะ" ริสาเชื้อเชิญ " ออค่ะ..." อ
หลังจากที่สองสาวเก็บข้าวของแล้วเสร็จ ทั้งคู่ก็ถูกหญิงสาวในชุดสูทสีดำดูน่ากลัวสองคนจับแยกจากกันเพียงจันทร์ถูกส่งตัวยังห้องพักที่ถูกจัดไว้ข้างๆห้องพักของเอฮาซานส่วนอัญชันก็ถูกส่งไปยังห้องพักที่อยู่ติดกับห้องพักของไลอาห์ "นี่เกิดอะไรขึ้น!!!ทำไมนังคนนี้ถึงได้มาอยู่ห้องนี้!!" เสียงแหวๆแสบแก้วหูดังขึ้นขณะที่อัญชันกำลังจะเดินเข้าประตู พร้อมกันนั้นมือบางปริศนาก็จับไหลมนของอัญชันผลักออก ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งตัว ร่างบางของอัญชันก็เซถลาจนล้มลงไปกับพื้น " มิสซูซี่!!! " หญิงสาวในชุดสูทรีบเข้าไปขวางการกระทำที่รุนแรงของนางแบบสาว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร กำปั้นบางๆทว่าหนักหน่วงก็แหวกอากาศมากระทบเข้าเบ้าตาของเธออย่างแรง "กะ...กรี้ดดดด!!!!แก....กล้าดียังไง!!" เสียงหวีดร้องของนางแบบสาวกรีดร้องไปทั่วทั้งทางเดิน " คุณน่ะสิ!!กล้าดียังไงมาผลักฉันจนล้ม!!...แล้วมากรี้ดๆใส่หน้าคนอื่นเนี้ยะ...เป็นเปรตเรอะ!!!" อัญชันสวนกลับพลางลูบข้อศอกที่ถลอกเพราะล้มเมื่อคู่พลางสะบัดกายหายเข้าไปในห้องพร้อมกับหญิงสาวในชุดสุทสีดำ ปล่อยให้นางแบบสาวสุดสวยยืนค้างตรงนั้นพร้อมเบ้าตาที่เริ่มมีสีคล้ำเพราะแรงต่อยจากอัญชัน