LOGIN"เธอ"คือ ความงดงามที่ถูกพระผู้เป็นเจ้าหันหลังให้ "เขา" คือ ความสมบูรณ์แบบที่หาใดเปรียบได้ แม้ว่าเขาและเธอต่างกันราวฟ้ากับเหว อีกทั้งเธอยังมีปมใหญ่ในใจที่ไม่สามารถลบเลือนได้ แต่ชะตาฟ้าก็เหวี่ยงเขาและเธอให้มาพบกัน อัญชัน รู้สึกร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาไปทั้งสรรพางค์กาย นวลแก้มใสแดงระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุก หล่อนซุกหน้าเข้ากับแผงอกล่ำๆที่แสนอบอุ่นนั้น อย่างเนียมอาย กลิ่นหอมหวนจากกายสาวที่ซุกอยู่แนบอก ทำให้กายหนุ่มชูชันไปทั้งตัว เขาขยับกายอย่างยากลำบากราวกับ ข้างในจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ร่างบางน้อยๆมีความหมายกับเขามากนัก หากพ้นคืนนี้ไปแล้ว เขาและเธอ คงได้มีเรื่องราวบทใหม่ที่มีเขาและเธอเคียงข้างกันไปตลอดกาลแน่นอน
View Moreเสียงแก้วตกกระทบพื้นแตกกระจาย เสียงโหวกเวกโวยวายของคนขี้เมา เสียงก่นด่าทอที่หยาบที่สุดเท่าที่จะถูกขุดมาด่าได้
และเสียงร้องสะอื้นที่ทำให้หัวใจแตกสลาย เสียงเหล่านี้เป็นเสียง ปกติ ของบ้านไม้หลังหนึ่งในชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ในต่างจังหวัด ร่างบางของ อัญชัน เดินหลบเศษแก้วบนพื้นอย่างระมัดระวังเลี่ยงเข้าไปยังห้องนอนของตนเองที่เป็นพื้นที่เซฟโซนที่สุดสำหรับเธอแล้ว "มึงจะไปไหน!!!นังลูกไม่รักดี!!!กูบอกว่าให้มึงเอาเงินมา!!!" เสียงโวกเวกของชายชราวัยกลางคนตะโกนไล่หลังเธอที่หายลับเข้าไปในห้อง "นังสารเลว!!!มึงกล้าเมินกูอย่างนั้นเหรอ!!!" เขาสบถพลางจับขวดแก้วเขวี้ยงใส่ประตูไม้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทำลาย หากประตูบานนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาจากไม้สักที่แข็งแรงปานนี้ชีวิตน้อยๆ ของหญืงสาวคงจะไม่ได้อยู่หายใจเั่งเช่นทุกวันนี้หรอก " ก็ไห้ไปแล้วไง!!จะกินอะไรนักหนากันวะ!!!งานการก็ไม่ทำ!!" เสียงของหญิงสาวตะโกนสวนออกมาอย่างเหลืออด เหมือนจะได้ผลเสียงโวกเวกของผู้เป็นพ่อของอัญชันเงียบลงไปเสียที หญิงสาววัย24ปี จึงมีเวลาได้ทำความสะอาดห้องของตนเสียทีหลังจากเหนื่อยจากงานมาทั้งวัน แต่ความสงบสุขของเธอนั้นไม่ได้ยืนยาวเสียเท่าไหร่ เสียงที่เธอจงเกลียดจงชังนั้นก็ดังขึ้นมาอีก " ยัยอัญ!!!ออกมานี่หน่อยสิลูก" เสียงที่เคยตวาดเธอกลับอ่อนหวานลงฟังดูพิกลนักแต่ หญิงสาวก็แง้มประตูออกไปตามคำเรียกร้องนั้น " เนี้ยะ!!!พี่เขาให้เงินพ่อมา...แกหน่ะดูแลเขาหน่อยสิ" อัญชัญรีบปิดประตูลงกลอน พลางถอยกรูดออกมาอย่างหวาดกลัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกขายให้กับคนแปลกหน้า มันจึงไม่แปลกที่เธอจะรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ โต๊ะตู้หรืออะไรก็ตามที่สามารถขวางประตูไว้ได้ถูกขนมาปิดไว้ทั้งหมด มือเรียวบางหยิบข้าวของที่จำเป็นยัดใส่กระเป๋าเท่าที่จะยัดได้ และไม่ลืมที่จะแชทหาผู้ช่วยคนสำคัญของเธอ ไม่นานนักเสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก หญิงสาวเดินเข้าไปทางหน้าต่างตรงหัวนอนพลางเปิดหน่าต่างออกเบาๆ เงาร่างของหญิงสาวอีกนางหนึ่งปรากฏขึ้นตรงระเบียงห้อง "พี่.....ฮึก...." "อย่าเพิ่งส่งเสียงดังไปรีบๆ ออกมาได้แล้วพี่ฟ้ามันคงดึงความสนใจได้ไม่นานหรอก" เสียงนั้นกระซิบตอบ อัญชันยิ้มกว้างที่ได้ยินเสียงๆ นั้น มันคือเสียงของพี่ดาวที่อยู่บ้านไกล้ๆ กัน อัญชันได้ยินเสียงบีบแตรรถตรงหน้าบ้านของเธอและเสียงเรียกที่เป็นเหมือนแสงสว่างของเธอ หญิงสาวรับรู้ได้ว่าครั้งนี้เธอรอดแล้วแน่เพราะเสียงคนที่เรียกอยู่หน้าบ้านคือเสียงของ นภัทธา ที่เป็นทั้งพี่และเพื่อนของเธอ อัญชันไม่รีรอที่จะรีบใช้จังหวะนี้เปิดหน้าต่างออกและรีบแทรกตัวออกจากห้องที่เคยเป็นเซฟโซนของเธอนั้นออกไปหา หญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนรอเธอ " อ้าวลุง!!!ไอ้อัญมันอยู่ไหม??" เสียงตะโกนถามของผู้มาเยือนหน้าบ้านร้องเรียกเมื่อเห็นร่างผอมแห้งของชายชราเดินโซเซออกมาจากเงามืด " อยู่ๆ ...อยู่ในห้องมาเรียกมันทีมันไม่ยอมออกมา" ชายชรากวักมือเรียกหญิงสาวที่คร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าบ้าน ในใจนึกไปว่าให้เพื่อนมันมาเรียกพอเพื่อนมันออกไปค่อยจับตัวมันไว้ส่งให้กับชายฉกรรจ์ที่แอบอยู่หลังเสา...มันเป็นแผนที่เขานึกในหัวแทบจะทันที " ฝากบอกมันทีนะวันพรุ่งนี้มีงาน...ไปล่ะ" ไม่ทันที่แผนของเขาจะสำเร็จ ร่างอวบๆ ของ นภัทธาก็หายไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ เขาได้แต่หัวเสียและยอมคืนเงินให้กับชายฉกรรจ์แปลกหน้านั้นพร้อมกับชิมหมัดล่ำๆ ที่เบ้าตาข้อหาหลอกลวง เสียงโวกเวกดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงข้าวของที่แตกกระจายลงบนพื้น เสียงนั้นไม่ได้เบาลงเลยเพราะตอนนี้ อัญชันได้หลบมาอยู่บ้านของเพียงจันทร์ที่ห่างกับบ้านตนเพียงแค่กำแพงกั้น "อีหรอบนี้คงกลับบ้านไม่ได้อีกแหงๆ ....พี่ว่าเราไปบ้านพี่ฟ้ากันเถอะ" เพียงจันทร์ออกความเห็นพลางคว้ากุญแจรถและเสื้อคลุม " น้องก็ว่าแบบนั้นแหล่ะพี่..ดีนะที่เอารถฝากไว้ที่บ้านพี่ไม่งั้นพ่อคงเอารถน้องไปขายแน่ๆ" อัญชันมองรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ถูกจอดแอบไว้ใต้ต้นขนุน "ไปกันเถอะ...อีกเดี๋ยวมันคงรู้ว่าเอ็งอยู่บ้านพี่...ถึงมันจะไม่กล้าเข้ามาแต่ใช่ว่ามันจะเลิกระรานเอ็ง" เพียงจันทร์ สตาร์ทรถและพาอัญชันออกจากบ้านของตนไปอีกทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านของนภัทธา ชุมชนสันแก้ว เป็นชุมชนเล็กๆ ในชนบทที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตเท่าในเมืองที่ห่างกันไปเกือบ40โล แต่ก็เป็นชุมชนที่บ้านช่องไม่ได้ห่างกันมากนัก จากถนนเมนหลักของชุมชนบ้านของอัญชัญจะอยู่ข้างๆ ถนน ข้างบ้านของอัญชันจะเป็นซอยเล็กๆ ที่สุดซอยจะเป็นบ้านของ เพียงจันทร์ และหากวิ่งไปตามถนนเส้นหลักอ้อมไปยังทิศตะวันตกไกลจากบ้านของสองสาวไปอีกเพียงไม่กี่นาทีจะเป็นบ้านของพี่ใหญ่ในกลุ่มนั่นคือบ้านของ นภัทธา มอเตอร์ไซค์เวบร้อยคู่กายของเพียงจันทร์ปราดเข้าจอดรถข้างๆ ทาง สองสาวรีบลงจากรถและหายเข้าไปในใต้ถุนของบ้านหลังเล็กๆ ซึ่งเป็นที่ที่พวกเธอมากันบ่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นรังลับของพวกเธอก็ว่าได้ " จะทำไหมล่ะงานหน่ะ!!!เรื่องมากก็อดตายไป!!!" เสียงตวาดแหวดังขึ้นจากภายในห้องๆ หนึ่งเป็นเรื่องปกติเวลาที่พวกเธอมาที่บ้านหลังนี้ สำหรับคนอื่นคงคิดว่าไม่ได้ต่างกับบ้านของอัญชันนัก แต่สำหรับอัญชันแล้ว ที่นี่อบอุ่นมากกว่า นภัทธาเป็นได้ทุกอย่างที่เธอควรเป็น ทั้งพี่ ทั้งแม่ และภรรยาที่เข้มงวดกับสามีขี้เมาไม่ต่างจากพ่อของเธอเท่าไหร่ ต่างกันตรงที่ เธอนั้นทรงพลังมากกว่าหญิงสาวแบบเธอกว่ามาก ไม่แปลกที่พี่ใหญ่คนนี้จะเป็นที่พึ่งพาแก่ใครๆ " ก็ทำ...ก็เขาชวนไปดื่มนิดๆ หน่อยๆ เอง" "จะทำงานหรือโดนหยุมหัว!!!เลือกเอา!!" "ทำงานคร้าบบบบ!!!" เสียงดังที่เหมือนทะเลาะกันนั้นเบาลงแต่มีเสียงประตูเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กๆ ของชายหนุ่มที่เป็นสามีของพี่ฟ้าปรากฏตัวขึ้น "อ้าว!!!มาหาฟ้าเหรอ...มันตกมันอยู่ในห้องแหน่ะ..." เขาพูดพลางชี้ให้พวกเธอเข้าไปด้านในห้องที่เป็นเหมือนออฟฟิศเล็กๆ ของนภัทธาพลางมีตุ๊กตาหมีตัวน้อยๆ ตัวหนึ่งลอยแหวกอากาศมากระทบกับหัวยุ่งๆ ของเขา " ไป...ทำ...งาน" เสียงขู่ฟ่อๆ ของหญิงสาวกัดฟันพูดเขาได้แต่เดินขึ้นไปบนเรือนและทำงานตามที่ภรรยาอันเป็นที่รักได้สั่งเอาไว้ "มาแล้วเหรอ...เข้ามากันก่อนสิ" ร่างอวบๆ ของนภัทธา ปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู เธอร้องเรียกน้องๆ ที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทเข้าไปยังออฟฟิศเล็กๆ ของตน ภายในนั้นเป็นห้องเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่มากมีเตียงขนาด5ฟุตที่เป็นเตียงไม้อยู่สุดห้อง และโต๊ะทำงานของนภัทธาที่ดูรกเล็กน้อยเพราะเธอกำลังทำงานอยู่ "พี่ปีงอแงอะไรของมันอีกนั่นหน่ะ" เพียงจันทร์ถามพลางนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไกล้ๆ ประตู " จะไม่ทำงานหน่ะสิ...พี่ก็ดีลงานกับลูกค้าไว้แล้วด้วย...กลับมาพี่เขยพวกแกก็นั่งก๊กเหล้าเรียบร้อยแล้ว...น่าหยุมหัวมันจริงๆ" หญิงสาววัย30เศษๆ ถอดถอนหายใจพลางนั่งลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน "ชีวิตของพวกเราไม่ได้สวยหรูเหมือนที่คิดเลยเนอะพี่" อัญชันถอนใจบ้างพลางทิ้งกายนั่งข้างๆ เพียงจันทร์ " ใช่...อีพวกที่มันมีชีวิตดีๆ เนี้ยะมันทำบุญด้วยอะไรกันนะ" เพียงจันทร์เห็นด้วยยพลางทดท้อกับชีวิตของตนเองเเละเพื่อนๆ " ถ้าน้องไม่มีพี่ฟ้ากับพี่ดาว ปานนี้น้องคงไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย" อัญชันหลับตา เหนื่อยหน่าย ฉับพลันเสียงเงียบก็เข้ามาเกาะกินทั้งสามคนที่มีชะตาชีวิตไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก อัญชัน นั้นถูกแม่ทิ้งไว้อยู่กับพ่อกับปู่ตั้งแต่เกิดมา พ่อของเธอติดเหล้าขนาดหนักมากไม่มีวันไหนที่ไม่เข้าหาแอลกอล์ฮอล์จนสติหลุด เมื่อเธอสิ้นร่มโพธิ์สุดท้ายอย่างปู่ไป เธอก็ต้องใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรกับโสเภณีที่ต้องทนทุกข์ทรมาณเพื่อหาเงินเลี้ยงพ่อที่ไม่มีอะไรเลยมีเพียงความกตัญญูเท่านั้นเองที่ค้ำคอเธออยู่ นภัทธาเองก็ไม่ได้มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีเช่นกัน เพียงแต่พ่อแม่เธอยังอยู่ไม่ได้แยกทางกันไปไหนแต่ก็บ้านแตกเพราะพิษสุราของบิดาจึงทำให้เธอต้องจำยอมแต่งงานตั้งแต่เธออายุได้เพียง18ปี ส่วนเพียงจันทร์ จะดูดีที่สุดแล้วในกลุ่ม เพราะถึงแม้พ่อแม่จะแยกทางกันและแม่แท้ๆ ก็ไม่ได้รักเธอเลยแต่เธอก็ยังได้รับความใส่ใจจากปู่กับย่าที่เลี้ยงดูเธอมาและน้องชายต่างมารดาที่รักเธอมาก อีกทั้งแม่เลี้ยงของเธอเองก็ไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจเธอเลยสักนิดเดียว มีแต่ตัวเธอที่น้อยใจไปในบางครั้งเท่านั้นเอง ชะตาชีวิตของสามสาวไม่ได้ดีเริสหรือสวยหรูนัก ต่างคนต่างกัดฟันดิ้นรนกันพึ่งพาและพึ่งพิงกันเป็นกลัยานมิตรที่ดีต่อกันมายาวนานนับสิบปี แม้สถานะทางสังคมของเธอจะเป็นญาติห่างๆ กันแต่สถานะทางใจของเธอคือเพื่อนที่ดีต่อกัน และเป็นทุกอย่างให้แก่กันและกันเสมอๆแดดรอนๆยามทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ท้องฟ้าเปล่งประกายสีแสดจ้าสวยสดงดงามดั่งภาพวาดที่ถูกจินตนาการขึ้น สานลมหนาวเริ่มพัดเอื่อยๆบ่งบอกว่าใกล้ถึงฤดูหนาวอย่างเต็มตัว บ้านไม้หลังเล็กบนยอดเขาในภาคเหนือของประเทศกลับอบอุ่นไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังเล่าเรื่องราวต่างๆรอบๆกองไฟกองเล็กๆที่ก่อขึ้น " เรื่องนี้น่ากลัวเกินไปแล้วนะคะคุณอัญ...ตัวแบบนั้นจะมีจริงๆหรือคะ" ริสากอดเด็กชายตัวอวบอ้วนเอาไว้ในอ้อมแขนรู้สึกสยดสยองไปกับเรื่องเล่าของอัญชัน " มีจริงสิริสา...ตอนเด็กๆฉันก็เคยเห็นมากับตานะ...มีแต่หัวกับเครื่องในลอยไปๆมาๆหน้าซีดๆขาวๆสยดสยองพิกล" อัญชันเล่าย้ำถึงอมนุษย์ชื่อดังที่คนทะ่วประเทศไทยได้รู้จัก เธอรู้สึกเหมือนโดนเบียดโดยคนร่างยักษ์กับร่างบางๆที่กอดลูกชายของเธอเอาไว้แน่นอก " ผีหรือวิญญาณมันต้องโปร่งแสงเป็นเงาขาวๆไม่ใช่หรือครับ" เรนดอลฉงนสงสัย " นั่นน่ะวิญญาณค่ะแต่อมนุษย์ที่ฉันเล่านั้นเป็นกึ่งผีหรือวิญญาณค่ะดวงไฟของมันจะส่องแสงแวววาวสุกๆเหมือนลูกไฟและชอบกินของสกปรกค่ะ" อัญชันเล่าขยี้ความน่ากลัวทว่า ใบหน้าของเรนดอลกลับเบิกโพลงดวงตาค้างเติ่งอยู่กับลูกไฟที่วับๆแวมๆตรงข้างนอกรั้ว "บะ...แบบนั้นเห
คำพูดของริสาทำให้อัญชันนั้นตกอยู่ในความคิดนานเเสนนานจนกระทั่งเสียงเล็กๆของลูกชายเรียกสติเธอให้กลับมา "แม่เป็นไอใยเหรอ...ภูผาเรียกตั้งนานแม่ก็เหม่ออยู่นั้นแหล่ะ" เขาถาม " แม่ไม่ได้เป็นอะไรครับ...แค่คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกินกันดี" เธอตอบลูกชายแม้ว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่สักนิดเดียว " ภูผาอยากกินหมูกะทะ...อยากกินกับพวกคุณลุงคุนน้า...ได้ไหมครับแม่...นะนะนะ" เด็กชายออดอ้อนเขาคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่เขาได้รับยามที่อยู่กับคุณลุงคุณน้าและอยากแบ่งปันช่วงเวลานั้นให้แม่ของเขาอีกอย่างช่วงเวลาหมูกระทะคือช่วงเวลาที่เขาเองก็โปรดปรานที่สุดเช่นกัน " ก็ได้ๆ...งั้นเราไปซื้อของกันเถอะ" อัญชันตอบตกลงพลางจูงมือลูกชายของตนขึ้นรถเพื่อไปจ่ายตลาด ริสาที่ตื่นเต้นกับหมูกระทะที่เด็กน้อยพูดถึงนั้นก็พลอยตื่นตาตื่นใจรอชิมเมนูที่เรียกได้ว่านิยมที่สุดในประเทศก็ได้ บ้านพักหลังเล็กๆถูกยกมาทั้งหลังแล้ววางบนรากฐานที่ปรับแต่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยอำนาจของเงินตราจึงทำให้บ้านพักหลังเล็กๆใหญ่ๆผุดขึ้นบนที่ดินตรงข้ามบ้านของอัญชันไลอาร์ควบคุมดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนโดยเฉพาะสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่
" แม่ครับๆคุณลุงคนนั้นมาแก้งแม่ใจ้ไหม" เสียงเล็กๆถามผู้เป็นแม่ขณะกำลังวาดรูปเล่นด้วยกันอยู่ เด็กชายตัวน้อยๆมองเห็นรถคันหรูจอดอยู่นอกรั้วบ้านมาหลายวันแล้วไกล้ๆกันเป็นเต้นท์หลังใหญ่ที่มีพี่ชายพี่สาวและคุณลุงอาศัยอยู่ ทุกๆวันเขาจะเห็นคุณลุงเดินตามแม่ของเขาประจำ ส่วนพี่สาวและพี่ชายก็มักจะเล่นกับเขาอยู่บ่อยๆทำไห้เขาไม่รู้สึกเหงาเหมือนแต่ก่อน ยางครั้งเขาก็จะได้กินขนมและได้ของเล่นเยอะแยะจากคนแปลกหน้านั้นถึงแม้แม่ของเขาจะเมินเฉยต่อกลุ่มคนเหล่านั้นแต่ก็ไม่ได้ห้ามให้เขาไปคลุกคลีกับคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย " เขาไม่ได้แกล้งแม่หรอกลูก...แต่แม่แค่ไม่อยากคุยกับเขา " อัญชันตอบลูกชายเด็กน้อยนั้นไร้เดียงสาจนทำเอาอัญชันรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกลูกชายว่าคุณลุงที่เขาพูดถึงนั้นก็คือพ่อแท้ๆของเขา " แต่ภูผาชอบพวกเขานะ...แต่ถ้าเขาแก้งแม่ภูผาก็ไม่ชอบ" เด็กชายหันไประบายสีหุ่นยนต์ตัวโตต่อ คำพูดของเด็กชายภูผาวัยสี่ขวบทำเอาอัญชันถึงกับน้ำตารื้น เธอจูบหน้าผากลูกชายสุดที่รักแล้วกระเซ้าแหย่กันสนุกสนาน " ภูผาคิดถึงพ่อไหม" อัยชันถาม " ไม่รู้จิ..." เด็กน้อยตอบตามความรู้สึก เพราะตั้งแต่รู้ความได้เขาก็อยู่ด้
"แม่ครับๆดูสิๆภูผาสูงๆด้วยหล่ะครับ!!" เด็กชายตัวน้อยกระโดดโลดเต้นบนเครื่องเล่นปีนป่ายในสวนสาธารณะไกล้ๆโรงเรียน " ระวังตกนะลูก!!" " ค้าบบบบ" อัญชันร้องเตือนบุตรชายตัวน้อยของเธอและเขาก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเล็กๆน่าเอ็นดู อัญชันมองดูลูกชายของตนเล่นกับเพื่อนๆสนุกสนานเธอก็ปริ่มไปด้วยความสุขเช่นเดียวกับลูกชาย ไลอาร์เห็นร่างบางที่คุ้นเคยบนม้าหินอ่อน เธอคือคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจมาตลอดห้าปีที่ผ่านมามือหนากำสร้อยรูปผีเสื้อที่เคยเป็นของเธอเอาไว้แน่น เขาอยากเข้าไปกอดเธอและทวงถามถึงเหตุผลที่เธอหนีเขาไปทว่าบางสิ่งบางอย่างที่จุกอยูในอกนั้นต่างหากที่ยังคงรั้งเขาเอาไว้อยู่ที่เดิม เด็กชายตัวอ้วนอวบที่เรียกเธอว่าแม่ คือลูกชายของอัญชันไม่ผิดแน่ๆ แต่เขากลับไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เธอจากเขามา ใจของเธอนั้นอยู่ที่ใครอีกหรือเปล่า กาลเวลามันเปลี่ยนผันใจคนก็อาจจะเปลี่ยนเช่นกัน ไลอาร์จำไม่ได้แล้วว่าเขามองหญิงสาวกับลูกชายของเธออยู่แบบนี้กี่วันแล้ว รู้เพียงแต่เขาดีใจทุกครั้งที่ได้เห็นเธอ " นายท่านไม่เข้าไปหานายหญิงเหรอครับ" เรนดอลถามใขข้อสงสัยเขารู้ดีว่าเจ้านายของเขานั้นคิดถึงนายหญิงของเขามากแค่ไหนแต่ที่เ





