INICIAR SESIÓN“คุณพ่อของหนูนายังไม่แก่เสียหน่อย จะเป็นเฒ่าหัวงูได้ยังไง” คุณครูสาวหยุดหัวเราะแล้วพูดเสียงใส
“จริงด้วยค่า คุณครูคิดเหมือนหนูนาเลย คุณพ่อยังหนุ่มฟ่อหล่อเฟี้ยวอยู่เลยค่ะ เหมาะกับคุณครูนีที่สุด” ได้ทีก็สวมรอยยิ้มแก้มปริอย่างเนียนๆ
“แน่ะ! แก่แดดน่ะเรา อย่าพูดอย่างนี้ให้ใครได้ยินนะคะ มันจะไม่ดี” คุณครูปรามลูกศิษย์ตัวน้อย เพราะเธอเองมีอาชีพที่มีผู้คนนับหน้าถือตา เรื่องชู้สาวจึงเป็นเรื่องไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง แถมยังเป็นผู้ปกครองของนักเรียนยิ่งไม่เหมาะสม เธอเองก็เป็นแม่หม้ายแม่ร้าง ดูไม่งามและจะมีคนนินทาเอาได้
“ไม่ดียังไงคะ” เด็กน้อยถามอย่างสงสัย
“มันเสียหายค่ะ ครูกับคุณพ่อของหนูนายังไม่ได้เป็นอะไรกัน เราไม่ควรพูดให้คนอื่นเข้าใจผิด” คุณครูผู้ใจดีค่อยๆ สอนลูกศิษย์ถึงความไม่เหมาะไม่ควรเรื่องการพูดการจา
“แล้วถ้าคุณครูนีกับคุณพ่อเป็นแฟนกันแล้วล่ะคะ” เด็กน้อยทำท่าคิดก่อนจะโพล่งถามออกไปถึงอนาคตอันใกล้
“ก็ต้องดูอีกทีค่ะ” คุณครูสาวแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะถ้าปฏิเสธไป อาจจะต้องคุยกันยาว
“งั้นเย็นนี้หนูจะรีบบอกคุณพ่อให้รุดหน้าจีบคุณครู ดีไหมคะ” เมื่อเห็นว่าที่คุณแม่ในอนาคตพูดเช่นนั้น เด็กน้อยก็เข้าใจว่าคุณครูเปิดทางให้บิดา
“ไม่เอาค่ะ อายตายเลย เราเป็นผู้หญิงไปเร่งเร้าผู้ชายแบบนั้นได้ยังไงกัน ต้องให้ผู้ชายจีบเองค่ะ ถ้าจะมีแฟนต้องกล้าๆ หน่อย” ภคินีพูดแล้วอมยิ้ม เธอเองก็ไม่ได้รังเกียจนนท์ แต่ถ้าเขาจีบเธอเพราะบุตรสาวบังคับ เธอขอคงสถานะเป็นเพื่อนที่ดีกับเขาจะดีกว่า
“งั้นหนูนาขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปเล่นกับเพื่อนๆ ตรงโน้น” เด็กน้อยเข้าใจว่าคุณครูเปิดทางให้ คุณพ่อสามารถจีบได้เต็มที่จึงรีบตัดบทเพราะกลัวจะโดนปฏิเสธเอาได้
“อ้าว... จะไปแล้วเหรอคะ ได้จ้า ระวังด้วยนะคะ อย่าซนเกินเดี๋ยวหกล้มเป็นแผลที่เข่าอีก” ภคินีคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะพูดอะไรอีก เห็นทำท่าเหมือนคิด เด็กน้อยตัดบทเสีย แล้ววิ่งจากไป เธอกอดอกมองตามอย่างเอ็นดู ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพราะคิดว่าเป็นความคิดของเด็กๆ ถึงแม้จะขี้อายยังไง เธอคิดว่า... ถ้าผู้ชายชอบผู้หญิงจริงๆ ต้องกล้าแสดงออก หรือกล้าจีบล่ะ ถึงไม่แสดงออกมากมายอะไร แต่อย่างน้อยต้องทำให้ฝ่ายหญิงรู้ตัวบ้าง
“คุณพ่อได้ยินแล้วใช่ไหมคะ” เด็กน้อยเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วพูดเสียงใส
“ได้ยินแล้วครับ หนูนาไปพูดกับคุณครูแบบนั้น คุณครูไม่โกรธเอาเหรอลูก” คุณพ่อสุดหล่อตอบกลับไปทางโทรศัพท์ยิ้มๆ
“ไม่เลยค่าคุณพ่อ คุณครูนียิ้มอย่างเดียวเลยค่ะ คุณพ่อก็กล้าๆ หน่อยสิคะ หนูนาจะได้มีแม่กับเขาสักที” เด็กน้อยทำเสียงออดอ้อนคุณพ่อไปทางโทรศัพท์
“ถ้ายังไม่มีแฟนจริงๆ พ่อจะลองจีบดูนะ แต่ถ้าไม่สำเร็จหนูนาอย่าว่าพ่อล่ะ” เขาแบ่งรับแบ่งสู้ไม่อยากให้ความหวังบุตรสาวมาก กลัวจะผิดหวังเสียใจ เขาเองไม่รู้อนาคตแน่นอนว่าจะจีบติดหรือไม่ติด
“เดี๋ยวหนูนาช่วยเอง ระดับหนูนาซะอย่าง รับรองไม่ผิดหวัง เย็นนี้คุณพ่อไม่ต้องรีบมานะคะ ฮิฮิ” เด็กน้อยทำท่าครุ่นคิดอย่างแสนเจ้าเล่ห์
“ทำไมครับ” นนท์ถามอย่างสงสัย แต่ฟังน้ำเสียงเจ้าเล่ห์นั้นก็คิดว่ายายตัวแสบต้องมีแผนการอะไรอย่างแน่นอน
“คุณพ่อจะจีบคุณครูนีไม่ใช่เหรอ” เด็กน้อยถามกลับไปแล้วหัวเราะคิกๆ มาตามสาย
“เรามีแผนอะไรยายหนู” คนเป็นพ่อเริ่มรู้ทันถามดักคอเสียก่อน
“เอาเถอะค่ะคุณพ่อ ทำตามหนูนาบอกแล้วจะดีเอง ต้องให้หนูนาออกโรงเรื่อยเลย คุณพ่อมารับหนูนาช้าๆ ก็แล้วกันที่เหลือหนูนาจัดการเอง แค่นี้ก่อนนะคะ คุณพ่อตั้งใจทำงานนะคะ หนูนาจะไปเล่นกับเพื่อนๆ คิกๆ จุ๊บๆ” วางสายแล้วหัวเราะคิกๆ ตามมาด้วยเสียงจุ๊บๆ ที่ทำเอาคุณพ่อหัวใจเอิบอิ่ม เอาสักตั้งเพื่อลูกที่รัก นรีรัตน์จะได้มีแม่กับเค้าสักที
“ครับหนูนา” นนท์รับคำเหมือนอยู่ในโอวาทบุตรสาว วันทั้งวันวันนั้นเขานิ่งยิ้มคนเดียว อย่างน้อยคุณครูคนสวยที่หมายตาเอาไว้ก็ยังไม่มีใคร เขาก็ยังมีสิทธิ์ล่ะ ได้แรงสนับสนุนของบุตรสาวอีกแรง คิดว่าเขาคงจีบแม่ของลูกได้สำเร็จก็งานนี้ล่ะ
“หนูนาคะ คุณพ่อยังไม่มาอีกเหรอคะ” ภคินีเอ่ยถามลูกศิษย์ตัวน้อยที่นั่งหงอยรอบิดาอยู่คนเดียวที่ม้านั่งใกล้สนามเด็กเล่น
“ยังเลยค่ะ คุณพ่อติดงานยุ่งมากๆ เลยค่ะ” เด็กน้อยตอบเสียงเหงา ถอนใจเฮือกๆ อย่างสมบทบาท ก่อนจะเท้าคางจ้องหน้าประตูโรงเรียนอย่างใจจดจ่อ
“คุณพ่องานยุ่งแบบนี้บ่อยๆ เหรอคะ” คุณครูสาวนั่งลงบนม้านั่งใกล้ๆ กับเด็กน้อย วันนี้เป็นเวรประจำวันของเธอ เธอจึงต้องคอยดูแลเด็กนักเรียนจนทุกคนกลับบ้านกันไปจนหมด
“บ่อยค่ะ คุณพ่องานยุ่งค่ะ หนูนาสงสารคุณพ่อจังเลยค่ะ เอาแต่ทำงานหนัก ดูแลหนูนา นี่ถ้าคุณพ่อมีภรรยามาช่วยดูแลก็ดีสิคะ” เด็กน้อยเข้าเรื่องสำคัญอย่างแนบเนียน
“งั้นคุณครูนั่งรอเป็นเพื่อนนะคะ” ภคินีลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดู
“คุณครูไม่รีบกลับเหรอคะ” ถามอย่างเกรงใจ แอบซุกซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประสาเด็กเอาไว้อย่างแนบเนียน เธอสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้ว... ว่าต้องทำให้คุณครูมาเป็นคุณแม่ให้จงได้
“ไม่จ้ะ คุณครูจะกลับได้ก็ต่อเมื่อนักเรียนกลับกันหมดแล้วค่ะ” คุณครูสาวตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน เพราะเป็นหน้าที่ของครูเวรทุกคน
“ขอบคุณมากๆ นะคะคุณครูที่อยู่คอยคุณพ่อเป็นเพื่อนหนูนา” นรีรัตน์ออดอ้อนน่ารักตามประสา ยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อยจนภคินีต้องลูบศีรษะไปมาอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไรจ้ะเด็กน้อย เดี๋ยวคุณพ่อก็มา” เธอปลอบใจลูกศิษย์ตัวเล็กอย่างเมตตาปรานี เข้าใจดีว่าเด็กทุกคนอยากมีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตา
รอจนเย็นเสียงรถก็แล่นมาจอดที่หน้าโรงเรียน ร่างของนนท์รีบลงมาจากรถโดยเร็วด้วยท่าทีรีบร้อน นี่เขาทำงานเลยเวลาจนค่ำเชียวหรือ เพราะบุตรสาวบอกว่าไม่ต้องรีบมารับ เขาเลยหันไปสนใจทำงานต่อเมื่อถึงเวลาต้องมารับจริงๆ พอดูเวลาอีกทีก็ต้องตกใจ จึงรีบเก็บเอกสารออกจากออฟฟิศแทบไม่ทัน
“ขอโทษทีที่พ่อมาช้า” นนท์พูดอย่างร้อนใจ
“คุณพ่อมาแล้ว” นรีรัตน์ผวาเข้าหาบิดา ก่อนกระซิบที่ริมหูอย่างเจ้าเล่ห์ให้ได้ยินกันสองคน
“คุณพ่อทำดีมากค่ะ คิกๆ สมแล้วที่เป็นคุณพ่อของหนูนา” เด็กแสนซนและแสนเจ้าเล่ห์อมยิ้มอย่างน่ามันเขี้ยว
“พ่อขอโทษครับยายหนู พ่อลืมเวลาจริงๆ ทำงานจนเพลิน” นนท์ไม่ได้ตั้งใจมารับช้าจนมืดค่ำแบบนี้ เลยได้แต่ลูบท้ายทอยไปมาอย่างเก้อๆ เหลือบไปเห็นคุณครูประจำชั้นของบุตรสาวแล้วได้แต่ส่งสายตาขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่ทำให้อีกฝ่ายต้องอยู่รอเป็นเพื่อนลูกน้อยจนไม่ได้กลับบ้าน
“ไม่เป็นไรค่ะ ศาลยกโทษให้จำเลย”
พอได้ยินแบบนั้นพ่อหม้ายหนุ่มถึงกับยิ้มออก ลูกสาวของเขาเป็นเด็กฉลาด ช่างคิดช่างจำ ช่างวางแผน ไม่รู้ไปเอานิสัยนี้มาจากไหน สงสัยจะเป็นปู่กับย่าที่ล่วงลับไปแล้วเป็นแน่แท้ แล้วไอ้นิสัยแม่สื่อแม่ชักนี้ก็ด้วย เขาคิดแล้วอมยิ้มเพราะภรรยาของเขาก็แสบน่าดู นรีรัตน์เหมือนแม่มาก เลยทำให้เขาอดจะคิดถึงภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้วเสียไม่ได้
“ทำตัวเป็นกามเทพน้อยเชียวนะเดี๋ยวนี้” เขาขยี้ศีรษะบุตรสาวด้วยความเอ็นดู กระซิบกระซาบพอได้ยินกันสองคน
“ผมต้องขอโทษคุณครูด้วยนะครับที่มารับยายหนูช้าทำให้คุณครูต้องลำบากแบบนี้” ส่งสายตาไปขอโทษแล้วล่วงหน้า ก่อนจะเอ่ยปากอย่างเกรงใจจริงๆ
ภาคิมโอบร่างภรรยายอดสวาทนอนหงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มก่อนจะตามติดควบกระแทกเธอมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะติดตามเธอไปสู่สวรรค์อย่างรุนแรง...บทส่งท้ายนรีรัตน์ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลทำท่าจุ๊ปากให้กับพยาบาลสาวคนสวย เธอต้องการมาตรวจที่แผนกสูตินารีเวชเพราะว่าประจำเดือนขาดหายไป และสังหรณ์ใจว่าจะท้อง แต่เพราะไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่เคยได้ยินมา เลยจะมาตรวจให้แน่ใจ และเลือกเป็นวันที่ไม่มีสามีตรวจคนไข้ เพราะได้ข่าวจากพยาบาลที่นี่ว่าเขามีประชุม“ถึงคิวของคุณหนูนาพอดีเลยค่ะ” เพราะโทร.มาจองคิวล่วงหน้าเอาไว้ พอมาถึงเธอเลยได้ตรวจเลยนรีรัตน์เดินเข้าห้องตรวจด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เจอกับคุณหมอตรงๆ แต่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ สุดท้ายก็กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอ“ผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ” เสียงของคุณหมอที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หลังม่านเอ่ยขึ้น แม้น้ำเสียงจะคุ้นๆ แต่ก็เข้มและขรึมมากกว่า ทำให้เธอนั่งเรียบร้อย ตั้งใจฟังอย่างใจจดจ่อ“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างลุ้นระทึก“คุณมีอะไรผิดปกติอีกบ้างครับ นอกจากประจำเดือนขาดหาย” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม เสียงเข้มงวดจนหญิงสาวต้องระมัดระวังคำพูด“ไม่มีนี่คะ ดิฉันเป็นอะไร
“ฉันก๊อกหักเหมือนแกนั่นแหละ คนอะไรแสนดีโคตรๆ ดีไปหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใจบุญด้วย รักษาคนป่วยอนาถาไม่เคยคิดเงิน รักษาใคร คนนั้นหายเพราะตามติดอาการอย่างกระชั้นชิดไม่ปล่อยปละละเลย แสนดีแบบนี้ คงหาไม่ได้แล้วในโลกล้า หล่อก็หล่อ รวยก็รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ดี อิจฉาคุณหนูนาจนตาร้อนผ่าวๆ แล้วพวกแก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆนรีรัตน์รู้แล้วล่ะว่าภาคิมรู้ได้ยังไงว่าเธอเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ก็เขามีสปายสายลับอยู่ทั่วนี่นา อืมนะ... เข้าใจแล้วว่าที่นี่คือถิ่นของเขา และสปายสายลับพวกนั้นก็สาวๆ ที่คลั่งเขานั่นเอง“คนที่นี่รักพี่หมอจังเลยนะคะ”“ทำไมล่ะ” หลังจากประคองภรรยาให้นั่งลงในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“แหม... พอหนูนาก้าวขามาเหยียบพื้นโรงพยาบาล พี่หมอก็รู้ทันที”“พี่ไม่ได้สั่งอะไรใครเอาไว้นะครับ” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“เนื้อหอมจริงๆ เลย ชักจะกังวลแล้วสิว่าสาวๆ ที่นี่จะอยากดูแลพี่หมอแทนหนูนาขนาดไหน”“ไม่มีใครดูแลพี่ได้ดีกว่าเมียคนนี้อีกแล้วครับ” เขานั่งลงตรงหน้าที่เธอ กุมมือนิ่มเอาไว้อย่างแสนรัก“ปากหวานจริงเชียว ทำไมสาวๆ ถึงหลงพี่หมอนัก เนื้อหอมแบบนี้หนูนาชักกลัวแล้วสิ”“ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ”“ไว้ใ
“โห... พี่หมอ” นรีรัตน์ตาโต “หนูนาคิดว่าพี่หมอจะมาแค่ไม่กี่วันเสียอีก”“เรื่องนั้นพับเก็บไปได้เลย”“พี่หมอไม่เบื่อหนูนาเหรอคะ เราจะฮันนีมูนกันนานขนาดนั้น”“ไม่มีวันเบื่อ กลับไปก็ไม่เบื่อ” เขากระซิบที่ริมหู เรียกเลือดฝาดจากพวงแก้มสาวได้อย่างรวดเร็ว“หนูนาเชื่อแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้างโอบกอดรอบคอหนาของเขาเอาไว้“ถ้าเชื่อแล้ว งั้นก็ยกสะโพกขึ้นมาครับเด็กหื่น”“อ๊าย... ว่าเค้าอีกแล้ว คุณหมอหื่น” เธอหัวเราะคิกยกสะโพกให้เขาสอดรักลงมาเป็นจังหวะหนักหน่วง ริมฝีปากอิ่มเผยอครางทุกครั้งที่หลอมรวมเรือนกายเข้าหากัน ลมทะเลพัดเย็นสบาย พร้อมๆ กับลำนำรักที่ดำเนินไปด้วยกลิ่นไอรักไอสวาทของสองสามีภรรยาร่างกายที่แนบชิดสนิทเสน่หา อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อโซมกาย คุณหมอหนุ่มจูบซับไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยา เขาจับเธอให้ลุกขึ้นนั่งประจันหน้าบนตักแล้วขยับอย่างต่อเนื่อง“ดีที่เป็นหาดส่วนตัวนะคะ” เธอซุกหน้าที่อกของเขา ขยับกายสอดประสานกับเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงล้ำลึก พร้อมๆ กับการครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ไม่มีใครเห็นครับ พี่ไม่พาเราไปทำอะไรในที่สาธารณหรอก ยกเว้น...” เขาละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้ม และกุมมือเธอมาวางที
ใช่... วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่หมอสุดหล่อของเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย โรแมนติกที่สุด เธออยากมีโมเม้นต์แบบนี้มานานแล้ว“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับหนูนา” เขาจูงเธอไปที่จานใบโตระยิบระยับเหมือนเพชร บรรจุช็อกโกแลตเอาไว้มากมายเป็นรูปพีระมิด“ลองชิมสิ พี่สั่งให้เขาทำพิเศษเลยนะ” เขาชี้ชวนให้เธอหยิบช็อกโกแลตด้านบนสุดที่ห่ออย่างดีสีทองเป็นรูปทรงหัวใจขนาดเล็ก“ขอบคุณนะคะพี่หมอ หนูนารักพี่หมอที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอโอบกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีทองแกะออกเพื่อจะชิม แต่...“พี่หมอ... นี่มัน” ภายในบรรจุกล่องแหวนแทนที่จะเป็นกล่องช็อกโกแลต“แกะดูสิ” เขากระซิบบอก โอบกอดเธอเอาไว้“พี่หมอ...” เด็กสาวหัวใจพองโตคับอกเมื่อเห็นแหวนเพชรที่บรรจุอยู่ภายใน“แต่งงานกับพี่นะครับหนูนา พี่สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด ตราบเท่าลมหายใจของพี่” เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ขอเธอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่หมอ... หนูนาจะแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอรับคำเสียงหวาน ให้เขาสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย“เย้!” เสียงไชโยและพลุสายรุ้งรอบกายทำให้เด็กสาวเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนสวร
“น้องหนูนาว่าอะไรคะ” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอรับรู้ว่าคนตรงหน้าดูไม่พอใจ“เปล่าค่ะ หนูนาขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะคะ ของพวกนี้ฝากเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ” อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เพราะจะได้ขบคิดอะไรหลายอย่าง“ได้สิคะ ไปเดินสูดอากาศก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าฝันร้าย เผื่อจะสบายใจขึ้น” ฟ้าใสบอกยิ้มๆ“ค่ะ” นรีรัตน์เดินออกมาจากห้องของฟ้าใส ก่อนจะปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อนักศึกษาแพทย์ที่เดินมาขวางเธอเอาไว้“น้องหนูนาครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะครับ” เขาคุกเข่าลงแล้วยื่นดอกกุหลาบให้เธอ ในจังหวะที่ภาคิมเดินมาเห็นพอดี คุณหมอหนุ่มถึงกับกำดอกกุหลาบในมือแน่น รู้สึกหึงหวงเหลือกำลัง อุตส่าห์เดินตามหา ที่แท้ก็มาพลอดรักกับลูกศิษย์ของเขาอยู่นี่เอง“ตายแล้วหมอคิม ให้นิ่มเหรอคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวลดังขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะดึงดอกกุหลาบสีแดงในมือของคุณหมอหนุ่มไปถือเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นรีรัตน์หันมาพอดี เธอเห็นภาคิมให้กุหลาบกับพยาบาลสาว เธอเลยประชดหันไปรับกุหลาบจากนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายด้วยเช่นกัน“ขอบคุณค่ะ สวยมากค่ะ” เธอรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุ๊บเบาๆ อย่างน่ารัก เหมือนว่าชอบเสียนักหนา“คุณนิ่มชอบก็เอ
นรีรัตน์หนีไม่ทันเมื่อเจอกับพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวล “น้องหนูนาคนสวย อยู่ที่นี่นั่นเอง เอ๊ะ! นี่อะไรของใครคะ” มองในมือของเด็กสาวอย่างจับผิด“ของสาวๆ ในโรงพยาบาลที่ฝากให้พี่หมอน่ะค่ะ” บอกอย่างไม่คิดปิดบัง ปล่อยให้พวกนางทั้งหลายสกัดดาวรุ่งกันเอาเอง แล้วเธอก็คอยหัวเราะ“ว้าย! ตายแล้ว หนักแย่เลยนะคะ” แล้วนิ่มนวลก็จัดการเอาดอกกุหลาบพวกนั้นยัดใส่ถังขยะหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียดยิ้มสะใจ“พี่นิ่ม” นรีรัตน์แสร้งทำท่าทีตกอกตกใจ ก่อนจะแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ่มนวลเป็นคนทำนะ เธอไม่ใช่คนทำเสียหน่อย“คราวนี้ไม่หนักแล้วนะคะ” นิ่มนวลยัดขนมไทย ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และจ่ามงกุฎ รวมถึงขนมที่ขึ้นชื่อว่าทองอีกหลายชนิดใส่ในมือเธอหน้าตาเฉย ก่อนป้าพญายม เอ๊ย! พยาบาลของเธอจะฉีกยิ้มกว้างที่คิดว่าสวยที่สุดในจักรวาลเป็นการตบท้าย“อะไรคะพี่นิ่ม” มองอย่างงุนงง แม้จะชอบทานขนม แต่เธอก็ไม่ค่อยนิยมขนมไทยที่เคลือบไปด้วยไข่และน้ำตาลสูงเช่นนี้หรอกนะ ยกเว้นช็อกโกแลตเอาไว้แค่อย่างเดียว เพราะนั่นคือของโปรด“ขนมวาเลนไทน์ค่ะ” นิ่มนวลตอบอย่าง“ขะ... ขนมวาเลนไทน์ เอ่อ... เหรอคะ” เธออ้าปากค้างกับขนมตรงหน้า หวานขนาดนี้เนี้







