INICIAR SESIÓNไอ้เขามันไม่กล้า จะให้ทำยังไงดี คุณครูสาวดูน่ารัก อ่อนโยน ตรงตามสเป๊กเขาเสียด้วย แบบนี้ยิ่งดูหนักใจเข้าไปใหญ่ เพราะตอนนั้นบิดามารดาจัดการหาคู่ให้ แต่คราวนี้เขาต้องจีบจริงสินะ แล้วตัวเองก็เป็นพ่อหม้ายลูกติด ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าจะอยากมาเลี้ยงดูลูกเขาหรือไม่ รึแค่เอ็นดูตามประสาครูบาอาจารย์ที่รักเด็กเท่านั้น
“คุณพ่อขา... ขนมอยู่ไหนคะ เอามาให้คุณครูสิคะ”
“อ้อ... พ่อลืมครับหนูนา คุณครูรอแป๊บนึงนะครับ พอดีผมซื้อขนมมาฝากน่ะครับ” ภคินียังไม่ทันจะได้พูดอะไร อีกฝ่ายเดินไปยังรถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่หน้าโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังมาจนเต็มมือทั้งสองข้าง
“ขนมและของฝากครับคุณครูนี พอดีผมไปต่างจังหวัดมา เลยซื้อมาฝาก”
“คุณนนท์ไม่น่าลำบากเลยนะคะ เกรงใจแย่เลย” ภคินีเกรงใจ เพราะของที่เขาซื้อมาเกินจำเป็นจริงๆ และมันมากมายจนชวนอึดอัดที่จะรับ อีกทั้งเขากับเธอก็เพิ่งจะคุยกันอย่างจริงจังเมื่อครู่นี้เอง ไม่ได้รู้จักกันหรือรู้จักมักจี๋กันก่อนหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่เขาทำเหมือนรู้จักคุ้นเคยกับเธอมานาน ถึงได้ซื้อข้าวของมาให้เยอะแยะแบบนี้
“ไม่ลำบากหรอกครับ ถ้าผมไม่เอามาฝากน่ะสิ ยายหนูเอาตายแน่เลยครับ” นนท์พูดยิ้มๆ
“หนูนาคะ วันหลังไม่รบกวนคุณพ่อนะคะ” ภคินีพูดกับลูกศิษย์ตัวน้อยที่จับมือเธอเอาไว้แน่นมองอย่างรักใคร่ ของฝากส่วนใหญ่เป็นขนมและของจากทะเลที่แปรรูปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเดาไม่ผิดเขาคงไปปักษ์ใต้มาหรือไม่ก็คงภาคตะวันออก
“ไม่รบกวนเลยค่ะ คุณพ่อมีเงินเยอะค่ะ และหนูก็อยากให้คุณครูได้กินขนมอร่อยๆ ของหนูด้วย” เด็กน้อยพูดอย่างไร้เดียงสา ทำมือกางออกข้างตัวบ่งบอกให้รู้ว่าบิดามีเงินเยอะ
“งั้นถ้าเยอะแบบนี้ นีขอเอาไปแจกให้ครูท่านอื่นๆ กับเด็กนักเรียนได้ไหมคะ เยอะมากเลยค่ะ นีกินคนเดียวเดือนนึงก็ไม่หมด” เพราะใช้ชีวิตอยู่คนเดียว เธอจึงกินง่ายอยู่ง่าย จึงไม่ต้องตุนของกินอะไรเอาไว้มากมาย
“ได้เลยครับครูนี นอกจากสวยแล้วก็ยังมีน้ำใจอีกนะครับนี่”
“ค่ะ” ภคินีเขินอายเป็นครั้งแรกเมื่อได้รับคำชมและสายตามีไมตรีของอีกฝ่าย
นรีรัตน์ยกนิ้วโป้งให้บิดา ก่อนจะหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ มันต้องอย่างนี้สิคุณพ่อของหนูนา อย่ามัวทำเป็นอาย เดี๋ยวจีบไม่ติดเพราะคุณครูนีมีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบเยอะแยะมากมาย จนหนูนาต้องคอยสกัดเอาไว้ไม่หวาดไม่ไหว คุณพ่อก็อย่าช้านะคะ เด็กน้อยแอบกระซิบกระซาบให้คุณพ่อหูผึ่ง จะได้เป็นการเร่งปฏิกิริยาเคมีให้ฟรุ้งฟริ้งกันเร็วๆ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คือต้องไปทำงานแล้วน่ะครับ เดี๋ยวตอนเย็นพ่อมารับนะครับหนูนา” นนท์บอกบุตรสาวก่อนจะก้มลงหอมแก้มซ้ายขวา เขารีบเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนเพื่อเอ่ยลา เนื่องจากมองหน้าคุณครูสาวแล้วใจสั่นแปลกๆ ถ้ารู้ว่าน่ารักขนาดนี้ เขามาตั้งแต่ที่บุตรสาวยุแล้ว เขาคงต้องถือคติตามที่ยายตัวเล็กบอกแล้วสินะ ‘ว่าด้านได้อายอด’
“บ๊ายบายค่ะคุณพ่อ ขับรถดีๆ นะคะ” นรีรัตน์โบกมือให้บิดา อีกมือก็จับมือของคุณครูประจำชั้นเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ทำเนียนเหมือนอีกฝ่ายเป็นคุณแม่ยังสาวมาคอยยืนส่งคุณพ่อของลูกขับรถไปทำงาน
“หนูนาคะ ทีหลังไม่รบกวนคุณพ่อนะคะ คุณครูเกรงใจ” เมื่อเห็นบิดาของหนูน้อยขับรถไปไกลแล้ว คุณครูสาวจึงนั่งลงให้ใบหน้าเสมอกับเด็กน้อย ก่อนจะบอกอย่างเกรงใจจริงๆ
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ หนูนารักคุณครูนะคะ เลยอยากให้คุณครูกินขนมของหนูนา” นรีรัตน์ออดอ้อนกอดคอว่าที่คุณแม่ในอนาคตที่ไม่มีวันรอดมือเธอไปได้เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ก่อนจะซบหน้าอ้อนๆ จนคุณครูสาวใจลูบศีรษะอย่างเอ็นดู
“ได้จ้ะ ครูจะกินขนมของหนูนา เดี๋ยววันนี้เอาไปแจกคนอื่นๆ ด้วยนะคะ”
“ดีค่ะ คุณพ่อบอกว่าการแบ่งปันเป็นสิ่งที่ดีค่ะ” เด็กน้อยแสนฉลาดตอบจนคุณครูสาวถึงกับยิ้มกว้าง
“ใช่แล้วค่ะ” คุณครูสาวสวยลูบศีรษะเล็กๆ ของลูกศิษย์ตัวน้อยด้วยความรักและเอ็นดู
“คุณครูขา...” เด็กน้อยยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นไม่ยอมไปไหน ส่วนเพื่อนรักอย่างรวิอรกำลังหันไปสนใจกับการเล่นชิงช้าตัวโปรด
“ว่ายังไงคะหนูนา” ภคินีก้มมองลูกศิษย์ตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามองเธอเหมือนมีเรื่องอะไรอยากจะถาม
“คุณครูมีแฟนหรือยังคะ” กามเทพตัวน้อยถามออกไปแล้วรอลุ้นฟังคำตอบ ถ้าคำตอบเป็นที่น่าพอใจ เย็นนี้บิดามารับเธอจะได้รีบรายงาน แต่จะแอบสืบๆ มาบ้างตามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็น แต่บิดาเคยบอกว่าจะเชื่อหรือจะฟังอะไรใคร ต้องถามเจ้าตัวเองดีกว่า จะได้ข้อมูลแม่นยำกว่า
“ทำไมถามอย่างนี้คะ” ภคินีเลิกคิ้วขึ้นมอง แววตายังเอื้อเอ็นดูไม่คลาย
“หนูนาถามเป็นข้อมูลค่ะ” เธอตอบอย่างที่บิดาสอนมาเป็นอย่างดี
“ใครให้ถามคะ” ภคินีนั่งยองๆ ลงอีกครั้ง มองหน้าจิ้มลิ้มอย่างเอ็นดูปนมันเขี้ยว
“หนูนาอยากรู้น่ะค่ะ” ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างแนบเนียนตามประสาเด็กฉลาดและเจ้าเล่ห์ ภคินีแอบค้อนลูกศิษย์ตัวน้อยไม่ได้ ดูคุณพ่อก็ไม่เห็นเจ้าเล่ห์ แล้วไปได้ความเจ้าเล่ห์มาจากไหน อย่าบอกว่ามาจากคุณแม่ล่ะ เธอคิดเองขำเองคนเดียว
“แล้วอยากรู้ไปทำไมคะ” ยังไม่ยอมตอบ อยากแกล้งเด็กอยากรู้อยากเห็นนักว่าจะถามต่อว่าไง
“หนูนาจะได้เอาไว้พิจารณาค่ะ” คราวนี้ตอบตามใจคิด
“เอ... ชักจะยังไงๆ แล้วนะคะนี่ พิจารณาอะไรเอ่ย ไหนบอกคุณครูมาสิ” คาดคั้นเอาความจริง เพราะสีหน้าเจ้าเล่ห์แบบเด็กๆ ทำให้เธออยากรู้มากขึ้นไปอีก
“ถ้าบอกแล้วคุณครูสัญญานะคะว่าจะไม่โกรธ” เด็กน้อยรีบขอคำมั่นสัญญาเพราะกลัวอีกฝ่ายหนึ่งจะโกรธ
“ไม่โกรธค่ะ ไหนบอกมาสิคะ” คุณครูสาวแสนใจดีบอกด้วยน้ำเสียงปรานี เธอมีอาชีพและจิตวิญญาณเป็นครู ไม่เคยแสดงความโกรธต่อหน้านักเรียนเลยสักครั้ง และรู้จักสงบจิตสงบใจ เนื่องจากนั่งสมาธิบ่อยๆ
“คือคุณพ่อของหนูนาน่ะค่ะเป็นคนขี้อาย จีบผู้หญิงไม่เป็น จีบไม่เก่งเลยค่ะคุณครู” เด็กน้อยเริ่มเข้าเรื่อง จะรอให้บิดาจัดการเองคงไม่คืบหน้า
“แล้วยังไงคะ” ใจของคุณครูสาวเต้นถี่แปลกๆ
“หนูนาก็เลยมาถามให้แน่ใจ จะได้บอกให้คุณพ่อทำใจ ถ้าคุณครูมีแฟนแล้ว” บอกไปตามตรง ไม่เห็นต้องอ้อมค้อม เด็กน้อยมองคุณครูสาวตาปริบๆ
“คุณครูยังไม่มีแฟนค่ะ” ตอบไปแล้วหน้าแดง นึกถึงหน้าบิดาของนรีรัตน์แล้วเผลอยิ้ม ผู้ชายคนนั้นดูอบอุ่นอ่อนโยนและที่สำคัญรักครอบครัว
“เย้ๆๆ” เด็กน้อยไชโยเสียเสียงดังเชียว
“ดีใจจนออกนอกหน้าเลยนะคะ แล้วไม่มีแฟนก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยากมีนี่คะ” ภคนีดักคอลูกศิษย์ตัวน้อยแล้วอมยิ้ม
“ถ้ายังไม่มีแฟนก็แสดงว่าคุณพ่อหนูนายังมีสิทธิ์สิคะ” เด็กน้อยตบมือชอบใจ อมยิ้มแก้มตุ่ย
“รู้ได้ยังไงว่าคุณพ่อของหนูนาชอบครู หนูนาคิดไปเองหรือเปล่า” คุณครูสาวเอียงคอมองเด็กน้อยอย่างสงสัย
“คุณพ่อบอกหนูนาเอง แต่ไม่กล้าจีบคุณครู กลัวคุณครูจะว่าให้ ว่าเป็นเฒ่าหัวงู” จริงๆ มีความจริงแค่บางส่วน บิดาบอกว่าไปจีบคุณครูกลัวจะโดนว่าเป็นเฒ่าหัวงูน่ะจริง แต่ไม่กล้าจีบคุณครูบิดายังไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แค่แบ่งรับแบ่งสู้
“ราวนี้คนที่หัวเราะคือภคินี เธอหัวเราะจนท้องแข็ง เพิ่งหลุดมาดคุณครูแสนเรียบร้อยก็คราวนี้เอง
“คุณครูหัวเราะอะไรเหรอคะ” เด็กกะพริบตาปริบๆ ถามอย่างงุนงง
ภาคิมโอบร่างภรรยายอดสวาทนอนหงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มก่อนจะตามติดควบกระแทกเธอมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะติดตามเธอไปสู่สวรรค์อย่างรุนแรง...บทส่งท้ายนรีรัตน์ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลทำท่าจุ๊ปากให้กับพยาบาลสาวคนสวย เธอต้องการมาตรวจที่แผนกสูตินารีเวชเพราะว่าประจำเดือนขาดหายไป และสังหรณ์ใจว่าจะท้อง แต่เพราะไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่เคยได้ยินมา เลยจะมาตรวจให้แน่ใจ และเลือกเป็นวันที่ไม่มีสามีตรวจคนไข้ เพราะได้ข่าวจากพยาบาลที่นี่ว่าเขามีประชุม“ถึงคิวของคุณหนูนาพอดีเลยค่ะ” เพราะโทร.มาจองคิวล่วงหน้าเอาไว้ พอมาถึงเธอเลยได้ตรวจเลยนรีรัตน์เดินเข้าห้องตรวจด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เจอกับคุณหมอตรงๆ แต่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ สุดท้ายก็กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอ“ผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ” เสียงของคุณหมอที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หลังม่านเอ่ยขึ้น แม้น้ำเสียงจะคุ้นๆ แต่ก็เข้มและขรึมมากกว่า ทำให้เธอนั่งเรียบร้อย ตั้งใจฟังอย่างใจจดจ่อ“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างลุ้นระทึก“คุณมีอะไรผิดปกติอีกบ้างครับ นอกจากประจำเดือนขาดหาย” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม เสียงเข้มงวดจนหญิงสาวต้องระมัดระวังคำพูด“ไม่มีนี่คะ ดิฉันเป็นอะไร
“ฉันก๊อกหักเหมือนแกนั่นแหละ คนอะไรแสนดีโคตรๆ ดีไปหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใจบุญด้วย รักษาคนป่วยอนาถาไม่เคยคิดเงิน รักษาใคร คนนั้นหายเพราะตามติดอาการอย่างกระชั้นชิดไม่ปล่อยปละละเลย แสนดีแบบนี้ คงหาไม่ได้แล้วในโลกล้า หล่อก็หล่อ รวยก็รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ดี อิจฉาคุณหนูนาจนตาร้อนผ่าวๆ แล้วพวกแก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆนรีรัตน์รู้แล้วล่ะว่าภาคิมรู้ได้ยังไงว่าเธอเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ก็เขามีสปายสายลับอยู่ทั่วนี่นา อืมนะ... เข้าใจแล้วว่าที่นี่คือถิ่นของเขา และสปายสายลับพวกนั้นก็สาวๆ ที่คลั่งเขานั่นเอง“คนที่นี่รักพี่หมอจังเลยนะคะ”“ทำไมล่ะ” หลังจากประคองภรรยาให้นั่งลงในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“แหม... พอหนูนาก้าวขามาเหยียบพื้นโรงพยาบาล พี่หมอก็รู้ทันที”“พี่ไม่ได้สั่งอะไรใครเอาไว้นะครับ” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“เนื้อหอมจริงๆ เลย ชักจะกังวลแล้วสิว่าสาวๆ ที่นี่จะอยากดูแลพี่หมอแทนหนูนาขนาดไหน”“ไม่มีใครดูแลพี่ได้ดีกว่าเมียคนนี้อีกแล้วครับ” เขานั่งลงตรงหน้าที่เธอ กุมมือนิ่มเอาไว้อย่างแสนรัก“ปากหวานจริงเชียว ทำไมสาวๆ ถึงหลงพี่หมอนัก เนื้อหอมแบบนี้หนูนาชักกลัวแล้วสิ”“ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ”“ไว้ใ
“โห... พี่หมอ” นรีรัตน์ตาโต “หนูนาคิดว่าพี่หมอจะมาแค่ไม่กี่วันเสียอีก”“เรื่องนั้นพับเก็บไปได้เลย”“พี่หมอไม่เบื่อหนูนาเหรอคะ เราจะฮันนีมูนกันนานขนาดนั้น”“ไม่มีวันเบื่อ กลับไปก็ไม่เบื่อ” เขากระซิบที่ริมหู เรียกเลือดฝาดจากพวงแก้มสาวได้อย่างรวดเร็ว“หนูนาเชื่อแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้างโอบกอดรอบคอหนาของเขาเอาไว้“ถ้าเชื่อแล้ว งั้นก็ยกสะโพกขึ้นมาครับเด็กหื่น”“อ๊าย... ว่าเค้าอีกแล้ว คุณหมอหื่น” เธอหัวเราะคิกยกสะโพกให้เขาสอดรักลงมาเป็นจังหวะหนักหน่วง ริมฝีปากอิ่มเผยอครางทุกครั้งที่หลอมรวมเรือนกายเข้าหากัน ลมทะเลพัดเย็นสบาย พร้อมๆ กับลำนำรักที่ดำเนินไปด้วยกลิ่นไอรักไอสวาทของสองสามีภรรยาร่างกายที่แนบชิดสนิทเสน่หา อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อโซมกาย คุณหมอหนุ่มจูบซับไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยา เขาจับเธอให้ลุกขึ้นนั่งประจันหน้าบนตักแล้วขยับอย่างต่อเนื่อง“ดีที่เป็นหาดส่วนตัวนะคะ” เธอซุกหน้าที่อกของเขา ขยับกายสอดประสานกับเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงล้ำลึก พร้อมๆ กับการครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ไม่มีใครเห็นครับ พี่ไม่พาเราไปทำอะไรในที่สาธารณหรอก ยกเว้น...” เขาละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้ม และกุมมือเธอมาวางที
ใช่... วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่หมอสุดหล่อของเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย โรแมนติกที่สุด เธออยากมีโมเม้นต์แบบนี้มานานแล้ว“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับหนูนา” เขาจูงเธอไปที่จานใบโตระยิบระยับเหมือนเพชร บรรจุช็อกโกแลตเอาไว้มากมายเป็นรูปพีระมิด“ลองชิมสิ พี่สั่งให้เขาทำพิเศษเลยนะ” เขาชี้ชวนให้เธอหยิบช็อกโกแลตด้านบนสุดที่ห่ออย่างดีสีทองเป็นรูปทรงหัวใจขนาดเล็ก“ขอบคุณนะคะพี่หมอ หนูนารักพี่หมอที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอโอบกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีทองแกะออกเพื่อจะชิม แต่...“พี่หมอ... นี่มัน” ภายในบรรจุกล่องแหวนแทนที่จะเป็นกล่องช็อกโกแลต“แกะดูสิ” เขากระซิบบอก โอบกอดเธอเอาไว้“พี่หมอ...” เด็กสาวหัวใจพองโตคับอกเมื่อเห็นแหวนเพชรที่บรรจุอยู่ภายใน“แต่งงานกับพี่นะครับหนูนา พี่สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด ตราบเท่าลมหายใจของพี่” เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ขอเธอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่หมอ... หนูนาจะแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอรับคำเสียงหวาน ให้เขาสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย“เย้!” เสียงไชโยและพลุสายรุ้งรอบกายทำให้เด็กสาวเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนสวร
“น้องหนูนาว่าอะไรคะ” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอรับรู้ว่าคนตรงหน้าดูไม่พอใจ“เปล่าค่ะ หนูนาขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะคะ ของพวกนี้ฝากเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ” อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เพราะจะได้ขบคิดอะไรหลายอย่าง“ได้สิคะ ไปเดินสูดอากาศก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าฝันร้าย เผื่อจะสบายใจขึ้น” ฟ้าใสบอกยิ้มๆ“ค่ะ” นรีรัตน์เดินออกมาจากห้องของฟ้าใส ก่อนจะปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อนักศึกษาแพทย์ที่เดินมาขวางเธอเอาไว้“น้องหนูนาครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะครับ” เขาคุกเข่าลงแล้วยื่นดอกกุหลาบให้เธอ ในจังหวะที่ภาคิมเดินมาเห็นพอดี คุณหมอหนุ่มถึงกับกำดอกกุหลาบในมือแน่น รู้สึกหึงหวงเหลือกำลัง อุตส่าห์เดินตามหา ที่แท้ก็มาพลอดรักกับลูกศิษย์ของเขาอยู่นี่เอง“ตายแล้วหมอคิม ให้นิ่มเหรอคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวลดังขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะดึงดอกกุหลาบสีแดงในมือของคุณหมอหนุ่มไปถือเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นรีรัตน์หันมาพอดี เธอเห็นภาคิมให้กุหลาบกับพยาบาลสาว เธอเลยประชดหันไปรับกุหลาบจากนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายด้วยเช่นกัน“ขอบคุณค่ะ สวยมากค่ะ” เธอรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุ๊บเบาๆ อย่างน่ารัก เหมือนว่าชอบเสียนักหนา“คุณนิ่มชอบก็เอ
นรีรัตน์หนีไม่ทันเมื่อเจอกับพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวล “น้องหนูนาคนสวย อยู่ที่นี่นั่นเอง เอ๊ะ! นี่อะไรของใครคะ” มองในมือของเด็กสาวอย่างจับผิด“ของสาวๆ ในโรงพยาบาลที่ฝากให้พี่หมอน่ะค่ะ” บอกอย่างไม่คิดปิดบัง ปล่อยให้พวกนางทั้งหลายสกัดดาวรุ่งกันเอาเอง แล้วเธอก็คอยหัวเราะ“ว้าย! ตายแล้ว หนักแย่เลยนะคะ” แล้วนิ่มนวลก็จัดการเอาดอกกุหลาบพวกนั้นยัดใส่ถังขยะหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียดยิ้มสะใจ“พี่นิ่ม” นรีรัตน์แสร้งทำท่าทีตกอกตกใจ ก่อนจะแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ่มนวลเป็นคนทำนะ เธอไม่ใช่คนทำเสียหน่อย“คราวนี้ไม่หนักแล้วนะคะ” นิ่มนวลยัดขนมไทย ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และจ่ามงกุฎ รวมถึงขนมที่ขึ้นชื่อว่าทองอีกหลายชนิดใส่ในมือเธอหน้าตาเฉย ก่อนป้าพญายม เอ๊ย! พยาบาลของเธอจะฉีกยิ้มกว้างที่คิดว่าสวยที่สุดในจักรวาลเป็นการตบท้าย“อะไรคะพี่นิ่ม” มองอย่างงุนงง แม้จะชอบทานขนม แต่เธอก็ไม่ค่อยนิยมขนมไทยที่เคลือบไปด้วยไข่และน้ำตาลสูงเช่นนี้หรอกนะ ยกเว้นช็อกโกแลตเอาไว้แค่อย่างเดียว เพราะนั่นคือของโปรด“ขนมวาเลนไทน์ค่ะ” นิ่มนวลตอบอย่าง“ขะ... ขนมวาเลนไทน์ เอ่อ... เหรอคะ” เธออ้าปากค้างกับขนมตรงหน้า หวานขนาดนี้เนี้







