Masuk“คืนเดียว” ที่แสนเร่าร้อนกับคนแปลกหน้า นำมาสู่ “สองขีด” ที่ไม่ได้ตั้งใจ ‘นลิน’ ตัดสินใจจะเป็นซิงเกิลมัมสุดสตรอง แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อสูตินรีแพทย์ที่เธอต้องฝากครรภ์ด้วย... คือ ‘นายแพทย์ภาคิน’ ผู้ชายคนนั้น และเป็น “พ่อของลูก” ในท้องเธอ! "ฉันเกลียดหมอ และไม่อยากเป็นเมียหมอ!" "เสียใจครับ...แต่ผมเป็นทั้งหมอและพ่อของลูก คุณหนีผมไม่พ้นหรอก"
Lihat lebih banyakณ เคาน์เตอร์บาร์ โรงแรมคราวน์ เอ็มไพร์
แสงไฟสีแชมเปญสาดส่องกระทบแก้วเจียระไนเป็นประกายระยับ เสียงเปียโนบรรเลงสดเคล้าคลอไปกับเสียงพูดคุยแผ่วเบาของผู้คนในชุดหรูหรา ทุกอณูในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฉากหน้าที่งดงาม เช่นเดียวกับเรื่องของเธอ
นลิน จ้องมองของเหลวสีอำพันในแก้วบรั่นดีด้วยสายตาว่างเปล่า นิ้วเรียวสวยที่เคยมีแหวนหมั้นประดับอยู่บัดนี้กลับว่างโหวง เช่นเดียวกับหัวใจของเธอ เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมานั่งดื่มเหล้าย้อมใจอยู่คนเดียวในสภาพนี้ ไม่เคยคิดว่าผู้ชายที่คบกันมาเจ็ดปี คนที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้า จะกล้าสวมเขาให้เธอมานานนับปี
“ผมทำผู้หญิงท้อง”
คำสารภาพสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากของคู่หมั้นเมื่อเช้านี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัว มันทำให้โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงในพริบตา
เขาเป็นจักษุแพทย์ หมอเฉพาะทางสายตาที่ทุกคนนับถือ ตารางงานของเขายุ่งเหยิงเสมอ เขามักจะอ้างว่าต้องอยู่เคลียร์เคสคนไข้ด่วน กลับบ้านดึกดื่นเป็นประจำ เธอไม่เคยรู้เลยว่าเขาเอาเวลาไหนไปสานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นจนถึงขั้นมีพยานรักด้วยกัน
อ๋อ เธอคงลืมไป
ผู้หญิงคนนั้นเป็นพยาบาลในแผนกของเขาเอง คงมีเวลาอยู่ด้วยกันมากมายมหาศาล มากกว่าเวลาที่เธอเคยได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา
นลินยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียว ความขมปร่าของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ก็ยังไม่ขมขื่นเท่าความจริงที่เธอต้องเผชิญ
ความงามที่ฉาบไว้ด้วยความเศร้าของเธอนั้นโดดเด่นจนไปสะดุดสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกล ภาคิน มองเธอมาสักพักแล้ว ผู้หญิงที่นั่งอยู่คนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์ แต่กลับมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้
ขายาวก้าวออกจากกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจที่กำลังคุยกันอย่างออกรส ตรงมาหยุดอยู่ข้างๆ เก้าอี้บาร์สตูลที่ว่างเปล่าถัดจากเธอ
“ผมขอนั่งด้วยได้ไหมครับ ผมมาคนเดียวเหมือนกัน”
เสียงทุ้มและนุ่มลึกทำให้สติที่ล่องลอยของนลินกลับคืนมา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของเสียง แล้วก็ต้องยอมรับในใจว่า ผู้ชายตรงหน้าหล่อมาก โครงหน้าคมคายรับกับสันกรามชัดเจน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูปรับกับดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเธออยู่ รอยยิ้มมุมปากของเขาดูเจ้าเล่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน
มาคนเดียวเหรอ โกหกทั้งเพ นลินเหลือบไปเห็นกลุ่มชายหนุ่มในชุดสูทที่โต๊ะมุมนั้นแวบหนึ่งก่อนที่เขาจะเดินมา
คงมาล่าเหยื่อสินะ...
ดีเลย เพราะคืนนี้เธอก็กำลังมองหาเหยื่ออยู่เหมือนกัน
“เชิญค่ะ” เธอยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่สวยแต่ไร้ความรู้สึก
บทสนทนาของคนแปลกหน้าสองคนเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่ติดขัด มันเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด อาจเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้มองหาความจริงใจ พวกเขาเพียงแค่ต้องการใครสักคนมาเติมเต็มความว่างเปล่าในค่ำคืนนี้เท่านั้น
และมันก็พาทั้งสองคนมาจบลงที่ห้องสวีทชั้นบนสุดของโรงแรม...
แผ่นหลังบางของนลินกระแทกเข้ากับบานประตูที่เพิ่งปิดสนิท ไม่ทันที่เธอจะได้สูดหายใจ ภาคินก็พุ่งเข้าประชิด ร่างกายสูงใหญ่เบียดแนบจนไร้ช่องว่างให้อากาศผ่าน ริมฝีปากร้อนระอุฉกวูบลงมาครอบครองกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ จูบของเขาดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความกระหาย ราวกับพายุที่พร้อมจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
นลินไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อสัมผัสนั้น มือเรียวสอดเข้าขยุ้มกลุ่มผมหนาบริเวณท้ายทอยของชายหนุ่ม ออกแรงรั้งให้ใบหน้าคมคายแนบชิดลงมาอีก ลมหายใจร้อนผ่าวสอดประสาน ปลายลิ้นเกี่ยวพันหยอกล้อกันอย่างเร่าร้อน ถ่ายทอดความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้จนแทบจะระเบิดออกมา
อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตึกระฟ้าที่สาดส่องเข้ามา เสื้อผ้าที่เคยเกะกะถูกร่นและปลดเปลื้องออกด้วยความใจร้อน สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่ลากไล้และบีบเค้นไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทำให้นลินสะท้านไปทั้งร่าง ผิวเนื้อที่เสียดสีกันจุดประกายไฟแห่งความหลงใหลให้ลุกโหมกระหน่ำ
“คุณ…” นลินครางเสียงพร่าสั่น เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาผละจากกลีบปาก เลื่อนลงมาขบเม้มและฝังรอยจูบหนักๆ ที่ซอกคอหอมกรุ่นจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้น “ไม่คิดจะถามชื่อฉัน… ก่อนเลยเหรอ”
ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้น ช้อนสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ลมหายใจหอบพร่ารดรินอยู่ที่ปลายคาง ก่อนที่เขาจะกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มด้วยเสียงแหบทุ้มต่ำที่ทำให้ใจสั่น
“คืนนี้… ชื่อของเราไม่สำคัญหรอก” มือหนารั้งเอวบางให้ขยับเข้ามาเบียดแนบกับความแข็งแกร่งของเขาจนนลินสะดุ้ง “สิ่งเดียวที่สำคัญคือ… ตอนนี้คุณต้องการผมหรือเปล่า”
คำพูดและสายตาของเขาราวกับน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟ นลินไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับดึงคอเสื้อเขาลงมาเพื่อมอบจูบที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมแทนคำตอบ ภาคินครางรับในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย แล้วพาก้าวไปยังเตียงกว้างที่รอคอยอยู่
ค่ำคืนนี้… ไม่มีอดีตให้ต้องจดจำ ไม่มีใครคือคนรักเก่า ไม่มีบาดแผลให้ต้องแคร์ มีเพียงความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสิ่ง และความปรารถนาที่ไม่อาจมีใครหยุดยั้งได้อีกต่อไป
ร่างบางของนลินถูกวางลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนเนื้อเย็น ทว่าสัมผัสที่ตามมากลับร้อนระอุและจาบจ้วง ภาคินไม่ได้ปล่อยให้เธอมีเวลาพักหายใจ เขาทาบทับร่างสูงใหญ่ตามลงมาทันที ค้ำแขนแกร่งขนาบข้างตัวเธอไว้ กักขังเธอไว้ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์ สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างของเธอผ่านแสงไฟสลัวจากหน้าต่าง ราวกับนักล่าที่กำลังชื่นชมความงดงามของเหยื่อที่ดิ้นไม่หลุด
“สวย...” เขาครางต่ำในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นสะท้านไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกปั่นจนถึงขีดสุด
ฝ่ามือร้อนผ่าวของชายหนุ่มเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้จังหวะ มันลากไล้จากหัวไหล่มน บีบเคล้นเบาๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าของเอวบาง ทุกที่ที่ปลายนิ้วของเขาลากผ่านทิ้งรอยความร้อนฉ่าไว้บนผิวเนื้อ นลินเผลอแอ่นกายขึ้นรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว ลมหายใจสะดุดห้วงเมื่อเขาก้มหน้าลงต่ำ ซุกไซ้ปลายจมูกและริมฝีปากลงกับเนินอกอวบอิ่ม เขาขบเม้มและดูดดึงผิวอ่อนนุ่มบริเวณนั้นจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ ทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้น ร้องครางเสียงแผ่วด้วยความซ่านสยิว
“อ๊ะ... คุณ...” เธอหลุดเสียงครางเรียกอย่างเผลอไสล มือเรียวที่เคยวางสะเปะสะปะเลื่อนขึ้นมาสอดขยุ้มกลุ่มผมหนาของเขาจนยุ่งเหยิง เล็บคมจิกลงบนลาดไหล่กว้างตึงแน่นเพื่อระบายความปั่นป่วนที่มวนอยู่ในช่องท้อง
“ผมชอบเสียงหวานๆ ของคุณเวลาที่คราง” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตา ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ก่อนจะเคลื่อนขึ้นมาประกบจูบเธออีกครั้ง คราวนี้มันลึกซึ้งและดุดันยิ่งกว่าเดิม ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่ร่างกายท่อนล่างของเขาเบียดแนบชิด บดเบียดความแข็งแกร่งเข้ากับหน้าขาของเธอจนนลินรับรู้ได้ถึงอันตรายและแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน
เขาพลิกให้เธอนอนตะแคง หันหลังซ้อนทับกับอกกว้างของเขา ริมฝีปากร้อนพรมจูบไปตามแนวสันหลังไล่ลงมาจนถึงบั้นเอวเพื่อปลุกเร้า มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะรั้งสะโพกมนให้ขยับถอยร่นเข้ามารับความแข็งแกร่งของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่
“อ๊ะ...” นลินสะดุ้งและครางเสียงสั่น เมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่แนบชิดจนไร้ช่องว่าง
ไม่มีคำพูดใดหลุดจากริมฝีปากของชายหนุ่ม มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักที่รดรินอยู่ตรงซอกคอ ขณะที่เขาค่อยๆ ขยับแทรกกายเข้าหาความอ่อนนุ่ม หลอมรวมร่างกายของเขาและเธอให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างช้าๆ
นลินหอบหายใจแรง กอดรัดแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้จากด้านหลังแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว เมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับขับเคลื่อนจังหวะรักที่เร่าร้อนและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ปล่อยให้พายุแห่งความหลงใหลพัดพาพวกเขาทั้งคู่ดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความปรารถนาที่บ้าคลั่งจนไม่อาจถอนตัว
ตอนที่ 2: ลาก่อนนะ... คุณคนแปลกหน้าดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เขาก้มลงมองใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตาของหญิงสาวใต้ร่าง เธอกำลังนอนเกร็งแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น สองมือเล็กๆ กำเสื้อเชิ้ตของเขาที่หลุดลุ่ยเอาไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“เธอ... ไม่เคย?” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาตั้งกฎกับตัวเองไว้เสมอว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงบริสุทธิ์ เพราะมันคือความผูกพันที่น่ารำคาญพายุถอนหายใจยาว ความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมา เขาเตรียมจะถอยห่างเพื่อหยุดทุกอย่าง “ถ้าไม่เคยก็ไม่บอก ฉันไม่ชอบฝืนใจใคร... พอแค่นี้เถอะ”เขาทำท่าจะผละออก แต่ทว่า... สองมือเล็กที่เคยกอดรัดเขากลับเปลี่ยนมาดึงรั้งคอเสื้อเขาเอาไว้แน่น!“มะ... ไม่นะ!” พรีมละล่ำละลัก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต มองสบตาคมกริบของเขาผ่านม่านน้ำตา “อย่าหยุดนะ... ฮึก... ฉัน... ฉันอยากให้คุณทำต่อ”พายุนิ่งอึ้งไป “เธอรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา เธอเจ็บจนร้องไห้ขนาดนี้”“ฉันรู้... ฉันรู้ตัวดี” พรีมสูดลมหายใจลึก กัดริมฝีปากตัวเอง “ฉันไม่อยากเป็นคนเดิมอีกแล้ว... ฉันอยากทิ้งความอ่อนแอไว้ที่นี่... ขอร้องล่ะ... ช่วยสอนฉันที ให้มันเป็นคุณได้ไหม...”
สวัสดีค่านักอ่านที่รักแวะมาฝากนิยายเรื่อง "สยบรักพายุร้าย" ภาคต่อรุ่นลูก (พายุ x พรีม) จากเรื่อง อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นเมียหมอ ฝากติดตามกันด้วยนะคะแคลร์ออสติน+++++++++++++++++++++++++++++++++++++ตอนที่ 1: คืนความลับที่ไม่ได้ตั้งใจเสียงคีย์การ์ดแตะเข้ากับเครื่องอ่านหน้าประตูดังขึ้นสั้นๆ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อแข็งของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานครจะถูกผลักเปิดออกอย่างเร่งร้อน ร่างของคนสองคนที่พัวพันกันมาตั้งแต่ก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวนายแพทย์พายุ จิรโชติ ศัลยแพทย์ระบบประสาทหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาคมกริบที่มักจะเย็นชาอยู่เสมอ บัดนี้กลับถูกเจือด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นจากแอลกอฮอล์และสัญชาตญาณดิบ เขาดันร่างบางของผู้หญิงแปลกหน้าที่เขาเพิ่ง หิ้ว มาจากวีไอพีโซนของผับหรูให้แนบชิดกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างเอาแต่ใจและเรียกร้องพรีม หรือ พริมา หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีดำที่สั้นจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด เบิกตากว้างเล็กน้อยในความมืด มือเล็กๆ ของเธอสั่นเทาขณะที่ยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมของเขาแน่น หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวเร็วเสียจนแท
ตอนพิเศษ: รอยต่อแห่งกาลเวลายี่สิบห้าปีผ่านไป...กาลเวลาเปลี่ยนหมุน แต่ความยิ่งใหญ่ของตระกูลจิรโชติไม่เคยลดทอนลง มีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นโรงพยาบาล BGH Medical Centerณ ชั้นบนสุดของอาคารบริหารที่ถูกออกแบบใหม่ให้ล้ำสมัย แพทย์หญิงไอรดา จิรโชติ หรือ คุณไอริน ในวัยยี่สิบเก้าปี กำลังนั่งกอดอกมองดูรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดบนหน้าจอแท็บเล็ตด้วยรอยยิ้มบางๆเธอเติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวที่สวยสง่า เด็ดขาด และทรงอำนาจ ในฐานะผู้อำนวยการบริหารระดับสูง (CEO) ของเครือโรงพยาบาล เธอรับไม้ต่อจากนายแพทย์ภาคิน ผู้เป็นพ่อที่ขอเกษียณตัวเองไปตระเวนเที่ยวรอบโลกกับคุณแม่นลินสุดที่รัก ปล่อยให้อาณาจักรแห่งนี้อยู่ในมือของลูกสาวคนโตที่เก่งกาจทั้งเรื่องการแพทย์และธุรกิจไอรินเป็นที่รักของบุคลากรทุกคน เธอมีความนิ่งและเฉียบขาดแบบพ่อ แต่มีความอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจแบบแม่ทว่า...ความปวดหัวเพียงอย่างเดียวในฐานะผู้บริหารของเธอ ไม่ใช่บอร์ดบริหารจอมเคี้ยว หรือคู่แข่งทางธุรกิจ...แต่คือ ‘น้องชาย’ สายเลือดเดียวกันของเธอเองก๊อกๆ“คุณไอรินคะ...มีเรื่องร้องเรียนจากแผนกศัลยกรรมประสาทอีกแล้วค่ะ” เลขาสาวเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้า
ตอนพิเศษ: พายุแห่งความรักสี่ปีผ่านไป...บ้านจิรโชติไม่เคยเงียบเหงาอีกเลยนับตั้งแต่มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ชื่อว่า เด็กหญิงไอรดา หรือ น้องไอริน เข้ามาวิ่งเล่นในบ้าน เสียงเจื้อยแจ้วและเสียงหัวเราะของเด็กหญิงวัยสี่ขวบกลายเป็นนาฬิกาปลุกชั้นดีของทุกคนในครอบครัวแต่ในเวลานี้...บ้านกำลังจะวุ่นวายยิ่งกว่าเดิมนลิน กำลังนั่งพิงหมอนใบใหญ่บนโซฟาตัวโปรด มือเรียวลูบไปบนหน้าท้องที่นูนป่องอย่างเห็นได้ชัด...ใช่แล้ว ตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้แปดเดือนครึ่งแล้ว“ไอรินลูก...อย่าวิ่งสิครับ เดี๋ยวชนคุณแม่นะ”เสียงดุที่ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยสักนิดดังมาจาก หมอภาค หรือนายแพทย์ภาคิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนุ่มไฟแรง ที่ตอนนี้อยู่ในชุดอยู่บ้านสบายๆ เขารีบก้าวเข้ามารวบตัวลูกสาวตัวแสบที่กำลังวิ่งเล่นรอบโซฟาขึ้นมาอุ้มไว้“หนูไม่ได้จะชนคุณแม่ซะหน่อย คุมพ่อคิดมาก!” เด็กหญิงไอรินแก้มป่อง เถียงคุณพ่อเสียงใส สองแขนเล็กๆ กอดคอภาคินไว้แน่น“ก็พ่อห่วงนี่คะ ดูสิ ท้องคุณแม่ใหญ่เบ้อเริ่มเลย ถ้าน้องเจ็บจะทำยังไง” ภาคินหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะอุ้มไอรินมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ นลินนลินหัวเราะร่วนกับภาพสองพ่อลูกที่เถียงกัน





