เข้าสู่ระบบ“คืนเดียว” ที่แสนเร่าร้อนกับคนแปลกหน้า นำมาสู่ “สองขีด” ที่ไม่ได้ตั้งใจ ‘นลิน’ ตัดสินใจจะเป็นซิงเกิลมัมสุดสตรอง แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อสูตินรีแพทย์ที่เธอต้องฝากครรภ์ด้วย... คือ ‘นายแพทย์ภาคิน’ ผู้ชายคนนั้น และเป็น “พ่อของลูก” ในท้องเธอ! "ฉันเกลียดหมอ และไม่อยากเป็นเมียหมอ!" "เสียใจครับ...แต่ผมเป็นทั้งหมอและพ่อของลูก คุณหนีผมไม่พ้นหรอก"
ดูเพิ่มเติมณ เคาน์เตอร์บาร์ โรงแรมคราวน์ เอ็มไพร์
แสงไฟสีแชมเปญสาดส่องกระทบแก้วเจียระไนเป็นประกายระยับ เสียงเปียโนบรรเลงสดเคล้าคลอไปกับเสียงพูดคุยแผ่วเบาของผู้คนในชุดหรูหรา ทุกอณูในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฉากหน้าที่งดงาม เช่นเดียวกับเรื่องของเธอ
นลิน จ้องมองของเหลวสีอำพันในแก้วบรั่นดีด้วยสายตาว่างเปล่า นิ้วเรียวสวยที่เคยมีแหวนหมั้นประดับอยู่บัดนี้กลับว่างโหวง เช่นเดียวกับหัวใจของเธอ เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมานั่งดื่มเหล้าย้อมใจอยู่คนเดียวในสภาพนี้ ไม่เคยคิดว่าผู้ชายที่คบกันมาเจ็ดปี คนที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้า จะกล้าสวมเขาให้เธอมานานนับปี
“ผมทำผู้หญิงท้อง”
คำสารภาพสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากของคู่หมั้นเมื่อเช้านี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัว มันทำให้โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงในพริบตา
เขาเป็นจักษุแพทย์ หมอเฉพาะทางสายตาที่ทุกคนนับถือ ตารางงานของเขายุ่งเหยิงเสมอ เขามักจะอ้างว่าต้องอยู่เคลียร์เคสคนไข้ด่วน กลับบ้านดึกดื่นเป็นประจำ เธอไม่เคยรู้เลยว่าเขาเอาเวลาไหนไปสานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นจนถึงขั้นมีพยานรักด้วยกัน
อ๋อ เธอคงลืมไป
ผู้หญิงคนนั้นเป็นพยาบาลในแผนกของเขาเอง คงมีเวลาอยู่ด้วยกันมากมายมหาศาล มากกว่าเวลาที่เธอเคยได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา
นลินยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียว ความขมปร่าของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ก็ยังไม่ขมขื่นเท่าความจริงที่เธอต้องเผชิญ
ความงามที่ฉาบไว้ด้วยความเศร้าของเธอนั้นโดดเด่นจนไปสะดุดสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกล ภาคิน มองเธอมาสักพักแล้ว ผู้หญิงที่นั่งอยู่คนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์ แต่กลับมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้
ขายาวก้าวออกจากกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจที่กำลังคุยกันอย่างออกรส ตรงมาหยุดอยู่ข้างๆ เก้าอี้บาร์สตูลที่ว่างเปล่าถัดจากเธอ
“ผมขอนั่งด้วยได้ไหมครับ ผมมาคนเดียวเหมือนกัน”
เสียงทุ้มและนุ่มลึกทำให้สติที่ล่องลอยของนลินกลับคืนมา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของเสียง แล้วก็ต้องยอมรับในใจว่า ผู้ชายตรงหน้าหล่อมาก โครงหน้าคมคายรับกับสันกรามชัดเจน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูปรับกับดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเธออยู่ รอยยิ้มมุมปากของเขาดูเจ้าเล่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน
มาคนเดียวเหรอ โกหกทั้งเพ นลินเหลือบไปเห็นกลุ่มชายหนุ่มในชุดสูทที่โต๊ะมุมนั้นแวบหนึ่งก่อนที่เขาจะเดินมา
คงมาล่าเหยื่อสินะ...
ดีเลย เพราะคืนนี้เธอก็กำลังมองหาเหยื่ออยู่เหมือนกัน
“เชิญค่ะ” เธอยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่สวยแต่ไร้ความรู้สึก
บทสนทนาของคนแปลกหน้าสองคนเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่ติดขัด มันเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด อาจเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้มองหาความจริงใจ พวกเขาเพียงแค่ต้องการใครสักคนมาเติมเต็มความว่างเปล่าในค่ำคืนนี้เท่านั้น
และมันก็พาทั้งสองคนมาจบลงที่ห้องสวีทชั้นบนสุดของโรงแรม...
แผ่นหลังบางของนลินกระแทกเข้ากับบานประตูที่เพิ่งปิดสนิท ไม่ทันที่เธอจะได้สูดหายใจ ภาคินก็พุ่งเข้าประชิด ร่างกายสูงใหญ่เบียดแนบจนไร้ช่องว่างให้อากาศผ่าน ริมฝีปากร้อนระอุฉกวูบลงมาครอบครองกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ จูบของเขาดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความกระหาย ราวกับพายุที่พร้อมจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
นลินไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อสัมผัสนั้น มือเรียวสอดเข้าขยุ้มกลุ่มผมหนาบริเวณท้ายทอยของชายหนุ่ม ออกแรงรั้งให้ใบหน้าคมคายแนบชิดลงมาอีก ลมหายใจร้อนผ่าวสอดประสาน ปลายลิ้นเกี่ยวพันหยอกล้อกันอย่างเร่าร้อน ถ่ายทอดความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้จนแทบจะระเบิดออกมา
อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตึกระฟ้าที่สาดส่องเข้ามา เสื้อผ้าที่เคยเกะกะถูกร่นและปลดเปลื้องออกด้วยความใจร้อน สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่ลากไล้และบีบเค้นไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทำให้นลินสะท้านไปทั้งร่าง ผิวเนื้อที่เสียดสีกันจุดประกายไฟแห่งความหลงใหลให้ลุกโหมกระหน่ำ
“คุณ…” นลินครางเสียงพร่าสั่น เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาผละจากกลีบปาก เลื่อนลงมาขบเม้มและฝังรอยจูบหนักๆ ที่ซอกคอหอมกรุ่นจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้น “ไม่คิดจะถามชื่อฉัน… ก่อนเลยเหรอ”
ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้น ช้อนสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ลมหายใจหอบพร่ารดรินอยู่ที่ปลายคาง ก่อนที่เขาจะกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มด้วยเสียงแหบทุ้มต่ำที่ทำให้ใจสั่น
“คืนนี้… ชื่อของเราไม่สำคัญหรอก” มือหนารั้งเอวบางให้ขยับเข้ามาเบียดแนบกับความแข็งแกร่งของเขาจนนลินสะดุ้ง “สิ่งเดียวที่สำคัญคือ… ตอนนี้คุณต้องการผมหรือเปล่า”
คำพูดและสายตาของเขาราวกับน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟ นลินไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับดึงคอเสื้อเขาลงมาเพื่อมอบจูบที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมแทนคำตอบ ภาคินครางรับในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย แล้วพาก้าวไปยังเตียงกว้างที่รอคอยอยู่
ค่ำคืนนี้… ไม่มีอดีตให้ต้องจดจำ ไม่มีใครคือคนรักเก่า ไม่มีบาดแผลให้ต้องแคร์ มีเพียงความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสิ่ง และความปรารถนาที่ไม่อาจมีใครหยุดยั้งได้อีกต่อไป
ร่างบางของนลินถูกวางลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนเนื้อเย็น ทว่าสัมผัสที่ตามมากลับร้อนระอุและจาบจ้วง ภาคินไม่ได้ปล่อยให้เธอมีเวลาพักหายใจ เขาทาบทับร่างสูงใหญ่ตามลงมาทันที ค้ำแขนแกร่งขนาบข้างตัวเธอไว้ กักขังเธอไว้ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์ สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างของเธอผ่านแสงไฟสลัวจากหน้าต่าง ราวกับนักล่าที่กำลังชื่นชมความงดงามของเหยื่อที่ดิ้นไม่หลุด
“สวย...” เขาครางต่ำในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นสะท้านไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกปั่นจนถึงขีดสุด
ฝ่ามือร้อนผ่าวของชายหนุ่มเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้จังหวะ มันลากไล้จากหัวไหล่มน บีบเคล้นเบาๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าของเอวบาง ทุกที่ที่ปลายนิ้วของเขาลากผ่านทิ้งรอยความร้อนฉ่าไว้บนผิวเนื้อ นลินเผลอแอ่นกายขึ้นรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว ลมหายใจสะดุดห้วงเมื่อเขาก้มหน้าลงต่ำ ซุกไซ้ปลายจมูกและริมฝีปากลงกับเนินอกอวบอิ่ม เขาขบเม้มและดูดดึงผิวอ่อนนุ่มบริเวณนั้นจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ ทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้น ร้องครางเสียงแผ่วด้วยความซ่านสยิว
“อ๊ะ... คุณ...” เธอหลุดเสียงครางเรียกอย่างเผลอไสล มือเรียวที่เคยวางสะเปะสะปะเลื่อนขึ้นมาสอดขยุ้มกลุ่มผมหนาของเขาจนยุ่งเหยิง เล็บคมจิกลงบนลาดไหล่กว้างตึงแน่นเพื่อระบายความปั่นป่วนที่มวนอยู่ในช่องท้อง
“ผมชอบเสียงหวานๆ ของคุณเวลาที่คราง” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตา ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ก่อนจะเคลื่อนขึ้นมาประกบจูบเธออีกครั้ง คราวนี้มันลึกซึ้งและดุดันยิ่งกว่าเดิม ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่ร่างกายท่อนล่างของเขาเบียดแนบชิด บดเบียดความแข็งแกร่งเข้ากับหน้าขาของเธอจนนลินรับรู้ได้ถึงอันตรายและแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน
เขาพลิกให้เธอนอนตะแคง หันหลังซ้อนทับกับอกกว้างของเขา ริมฝีปากร้อนพรมจูบไปตามแนวสันหลังไล่ลงมาจนถึงบั้นเอวเพื่อปลุกเร้า มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะรั้งสะโพกมนให้ขยับถอยร่นเข้ามารับความแข็งแกร่งของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่
“อ๊ะ...” นลินสะดุ้งและครางเสียงสั่น เมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่แนบชิดจนไร้ช่องว่าง
ไม่มีคำพูดใดหลุดจากริมฝีปากของชายหนุ่ม มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักที่รดรินอยู่ตรงซอกคอ ขณะที่เขาค่อยๆ ขยับแทรกกายเข้าหาความอ่อนนุ่ม หลอมรวมร่างกายของเขาและเธอให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างช้าๆ
นลินหอบหายใจแรง กอดรัดแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้จากด้านหลังแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว เมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับขับเคลื่อนจังหวะรักที่เร่าร้อนและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ปล่อยให้พายุแห่งความหลงใหลพัดพาพวกเขาทั้งคู่ดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความปรารถนาที่บ้าคลั่งจนไม่อาจถอนตัว
ตอนที่ 9: เด็กกว่าแล้วไงหลังจากต้องเผชิญกับสัปดาห์นรกที่ถูกนายแพทย์พายุเรียกใช้งานอย่างหนักหน่วงจนแทบไม่ได้พักหายใจ พอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์แทนที่พรีมจะนอนสลบอยู่ที่คอนโด เธอกลับเลือกที่จะหลบหลีกความวุ่นวายมาช่วยงานที่ มูลนิธิจิรโชติเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ซึ่งตั้งอยู่อีกตึกหนึ่งของโรงพยาบาลที่นี่สงบ ไม่มีหมอพายุคนนั้นคอยกวนประสาท!“เป็นไงบ้างพรีม งานที่วอร์ดศัลย์ฯ ประสาทสัปดาห์แรก หนักจนอยากจะหนีกลับไปอยู่ใต้เลยหรือเปล่า”เสียงหวานละมุนดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดสูทผู้บริหารที่เดินเข้ามาหา แพทย์หญิงไอรดา จิรโชติ หรือ คุณไอริน ผู้บริหารคนสวยของโรงพยาบาล BGH และพ่วงตำแหน่งประธานมูลนิธิแห่งนี้ เอ่ยทักทายเพื่อนด้วยรอยยิ้ม“ยังไหวอยู่ค่ะคุณผู้บริหาร” พรีมยิ้มกว้าง ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี “แต่แอบโหดกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย”“ไอรินเป็นห่วงพรีมจริงๆ อุตส่าห์ชักชวนให้หนีความอึดอัดจากที่บ้านมาทำงานที่นี่แท้ๆ หวังจะให้ได้ใช้ชีวิตอิสระสบายๆ ดันถูกส่งไปลงสมรภูมิซะงั้น” ไอรินหัวเราะเบาๆทั้งคู่รู้จักและสนิทสนมกันพอสมควรตั้งแต่สมัยไปออกค่ายแพทย์อาสาบนดอย ด้วยความที่อายุสามสิบสามปีเท่ากัน และมีอุดมการณ์อยา
ตอนที่ 8: เกมเริ่มแล้ว...รถไฟฟ้าแล่นมาถึงสถานีปลายทางย่านบางแค ร่างบางของพรีมก้าวออกมาจากขบวนรถด้วยความเหนื่อยล้าขั้นสุด ทั้งเหนื่อยจากการทำงานวันแรก และเหนื่อยกับสงครามประสาทที่ต้องรับมือกับผู้ชายเอาแต่ใจอย่างนายแพทย์พายุหญิงสาวลากขาตัวเองกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ ทันทีที่ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ความอัดอั้นตันใจก็ตีตื้นขึ้นมา‘อยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมา ทั้งเงิน คอนโด หรือของแบรนด์เนม...’ประโยคดูถูกเหยียดหยามนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว เขาคิดว่าเงินของเขาซื้อได้ทุกอย่างงั้นสิ! เธออาจจะเคยพลาดท่าให้เขาเพราะความเมาและความโง่เขลา แต่ไม่ได้แปลว่าเธอจะยอมลดคุณค่าของตัวเองไปเป็นของเล่นชั่วคราวให้ผู้ชายพรรค์นั้น!“ฉันอุตส่าห์ดิ้นรนหนีจากกรอบของที่บ้านที่เลี้ยงมาแบบหัวโบราณ... เลิกกับแฟนเก่าเฮงซวยที่นอกใจเพียงเพราะฉันไม่ยอมนอนด้วยก่อนแต่ง... ฉันผ่านเรื่องพวกนั้นมาได้ จะไม่ยอมมาตกม้าตายเพราะหมอบ้าอำนาจนั่นเด็ดขาด!”พรีมกำหมัดทุบเตียงระบายอารมณ์ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติและอารมณ์ให้กลับมามั่นคง “คอยดูเถอะพรุ่งนี้ ฉันจะทำงานให้เป๊ะจนเขาหาเรื่องจับผิดไม่ได้เลย!”เช้าวันรุ่งข
ตอนที่ 7: ข้อเสนอของพายุเวลาแปดชั่วโมงของการเข้าเวรวันแรกผ่านไปอย่างเชื่องช้า สำหรับพยาบาลคนอื่น การหมดเวลาเวรอาจหมายถึงการได้กลับไปพักผ่อน แต่สำหรับ พรีม มันคือการนับถอยหลังสู่ลานประหารชัดๆ“กลับก่อนนะพรีม พรุ่งนี้เจอกันจ้า” เสียงเพื่อนร่วมงานเอ่ยลาขณะเดินออกจากห้องเปลี่ยนชุด“จ้ะ เดินทางปลอดภัยนะ” พรีมฝืนยิ้มตอบ พลางเก็บของใส่กระเป๋าร่างบางในชุดไปรเวทเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดายืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าวอร์ด ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งหนีกลับคอนโดให้รู้แล้วรู้รอด แต่คำขู่ที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดของนายแพทย์หนุ่มยังคงดังก้องอยู่ในหัว‘ถ้าฉันจัดการเคสเสร็จแล้วลงมาไม่เจอเธอ คงรู้ใช่ไหมว่าฉันมีสิทธิ์ทำอะไรกับตำแหน่งพยาบาลของเธอได้บ้าง’เธอเพิ่งได้งานนี้ เธอไม่อยากตกงานตั้งแต่ยังไม่พ้นโปร!“นึกว่าจะแอบหนีกลับไปแล้วซะอีก”เสียงทุ้มเรียบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาพรีมสะดุ้ง หญิงสาวหันขวับไปมองก็พบกับร่างสูงของพายุ เขาสะพายกระเป๋าเป้ใบเดียว เสื้อกาวน์ถูกถอดออกไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีเข้มปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกรำไร ท่าทางดูสบายๆ แต่กลับแผ่รังสีคุกคามจนพรีมต้องก้าวถอยหลังไปค
ตอนที่ 6: พายุใต้น้ำช่วงเช้าของการทำงานวันแรกในวอร์ดศัลยกรรมประสาทผ่านไปอย่างราบรื่นกว่าที่คิด พรีม เรียนรู้งานได้รวดเร็วและเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดี ประสบการณ์จากโรงพยาบาลเดิมทำให้เธอไม่ต้องปรับตัวมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้เธออารมณ์ดีที่สุด คือการที่ นายแพทย์พายุ จำเธอไม่ได้หญิงสาวจัดเรียงยาในห้องเตรียมยา รอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนใบหน้าหวาน“น้องพรีมจ๊ะ” เสียงหัวหน้าจอยดังขึ้นขัดจังหวะความอารมณ์ดี “ช่วยเอาแฟ้มผลตรวจเลือดกับฟิล์ม MRI ของคนไข้วีไอพีห้อง 1205 ไปให้คุณหมอพายุที่ห้องทำงานส่วนตัวทีนะจ๊ะ พอดีคุณหมอเรียกหาน่ะ พี่ติดเคสคนไข้เตียงสามอยู่”“ดะ... ได้ค่ะพี่จอย” พรีมรับแฟ้มมาถือไว้ แม้จะแอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ แต่เธอก็สูดลมหายใจเรียกความกล้าพรีมเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวที่ริมสุดทางเดิน เธอเคาะประตูสามครั้งตามมารยาท“เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอดออกมาพรีมเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำดูเรียบหรูและเย็นชาไม่ต่างจากเจ้าของห้อง พายุกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน สายตาคมกริบจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตในมือโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง“แฟ้
ตอนที่ 5: โลกกลม... หรือพรมหมลิขิตกลั่นแกล้ง?เช้าวันจันทร์ ณ โรงพยาบาล BGH Medical Center โรงพยาบาลเอกชนระดับซูเปอร์วีไอพีที่หรูหราและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศพรีม ในชุดยูนิฟอร์มพยาบาลสีขาวสะอาดตาที่ถูกรีดจนเรียบกริบ ยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ อยู่หน้าแผนกศัลยกรรมประสาทและสมอง รอย
บทที่ 4: รอยแดงที่ปิดไม่มิดรถแท็กซี่สีชมพูอมเขียวแล่นมาจอดเทียบหน้าคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางย่านสุขุมวิท พรีม ก้าวลงจากรถด้วยสภาพที่ดูไม่จืดนัก เดรสรัดรูปสีดำที่เคยดูเปรี้ยวเข็ดฟันเมื่อคืน บัดนี้ยับยู่ยี่และดูขัดตากับแสงแดดสว่างจ้าในยามเช้า หญิงสาวเดินกอดอก ห่อไหล่ พยายามใช้ผมยาวสลวยข
ตอนที่ 3: รุ่งสางเธอพึมพำในใจบอกลาคนที่กำลังหลับใหล นี่คือการตัดสินใจของเธอเอง เธอแค่อยากประชดรักร้าว อยากก้าวข้ามความอ่อนแอ และตอนนี้เธอทำสำเร็จแล้ว จะไม่มีการสานต่อ ไม่มีการตื่นขึ้นมามองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน หรือการถามชื่อแลกเบอร์โทรศัพท์ใดๆ ทั้งสิ้นพรีมขบกรามแน่น ข่มความเจ็บปวดที่ช่วงล่
ตอนที่ 34เขากุมมือนลินไว้แน่น หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ไม่ต่างจากภรรยาที่กำลังเบ่งคลอดเลยสักนิด“ฮึบ! ที่รัก! ฮึบ! เก่งมาก!” เขาออกแรงเบ่งไปพร้อมกับเธอ หน้าดำหน้าแดง “ดีมากหวาน ปากมดลูกเปิดหมดแล้ว...ดีมาก...หายใจ...หายใจ...” เขาพยายามกลับเข้าโหมดหมอ“คุณเลิกสั่งฉันสักทีได้ไหม!!!” นลินกรี๊ดใส่
ความคิดเห็น