Masuk“คุณหมอ!” เขมมิกาอ้าปากค้าง ถูกเขาไล่ออกมาแบบนี้เธอเลยอดไม่ได้จะยั่วอารมณ์หมอใจร้าย
“แต่ว่าตอนนี้ เค้กหิวข้าวนี่คะ ยังไม่ได้ทานข้าวเลยหมอเองก็ยังไม่ได้ทานนี่คะ” สาวน้อยพูดพร้อมกับทำเสียงเศร้า แววตาละห้อยน่าสงสาร
“แล้วยังไง เธอก็กลับไปหาอะไรกินที่บ้านสิ แล้วก็ไม่ต้องห่วงฉัน เพราะฉันจะกินตอนไหนก็ได้”
ธามไทเริ่มรำคาญคนข้างกาย ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับเขา ชีวิตที่ผ่านผู้หญิงมามาก และทุกคนที่ทำงานใกล้ตนเองมักจะมีพฤติกรรมคล้ายกับเขมมิกา แต่ต่างกันที่หญิงสาวคนอื่นๆ มักจะพยายามเสนอตัวให้เขาได้เชยชมในขณะที่สาวน้อยคนนี้ยังคงไว้ตัว หรือนี่อาจจะยังเป็นแค่ช่วงเวลาแรกๆ ก็เป็นได้
“แต่หมอเป็นคนลากเค้กออกมา หมอไม่คิดว่าจะรับผิดชอบที่ทำให้เค้กต้องอดกินข้าวหน่อยเหรอคะ”
“นี่เธอ! จะมาเรียกร้องอะไร”
“อ้อ เค้กลืมไปค่ะ ว่าเค้กเป็นแค่เด็กฝึกงาน ส่วนหมอเป็นถึงคุณหมอธามไท แล้วก็ผู้บริหารโรงพยาบาลอีก คงไม่ได้ใส่ใจเด็กฝึกงานอย่างเค้ก” เขมมิกาพูดเสียงเศร้า จงใจพูดสะกิดต่อมร้อนตัวของชายหนุ่ม และมั่นใจว่าเขาจะต้องดิ้นพล่านกับคำประชดของเธออย่างแน่นอน
“ข้อแรกนะ ใช่ ฉันเป็นหมอ และก็เป็นผู้บริหารโรงพยาบาล ข้อสอง ใช่ ฉันไม่ใส่ใจเด็กฝึกงานอย่างเธอ แต่ได้! ถ้าอยากจะกินข้าวมากนัก ฉันจะพาไป แล้วเธอก็ช่วยหุบปากตลอดทางด้วย ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว แล้วไล่เธอลงจากรถ”
หมอหนุ่มพูดเสียงลอดไรฟัน ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยเจอเด็กที่ไหนกวนประสาท น่ารำคาญ ได้เท่านี้มาก่อน ชายหนุ่มเร่งเครื่องรถแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการพาเด็กสาวไปกินข้าวเสียให้จบเรื่องจบราว เขาจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อ
เขมมิกาลอบยิ้มอยู่ตามลำพัง ถึงจะโดนชายหนุ่มด่าอย่างเจ็บแสบ แต่อย่างน้อย เขาก็ยอมพาเธอไปทานข้าว ต่อให้คนตัวสูงทำท่าทีรังเกียจเธอแค่ไหน แต่ก็เชื่อว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนกับเธอเข้าสักวัน แม้จะหวังลมๆ แร้งๆ ก็เถอะนะ และเมื่อวันนั้นมาถึง หญิงสาวจะยอมบอกความจริงเรื่องความทรงจำทั้งหมดที่เธอมีต่อเขา
ธามไทพาเขมมิกามาทานอาหารที่ร้านประจำของเขา ซึ่งร้านนี้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลศัลยกรรมของเวทัส เขาตั้งใจว่า หากไปส่งเขมมิกาแล้วคงจะกลับมาหาเพื่อนเพื่อพูดคุยระบายเรื่องศศิต่อ
“โห ร้านสวยมากเลยค่ะ”
เขมมิกามองบรรยากาศภายในร้านอย่างตกตะลึง จริงๆ ก็เคยเห็นร้านอาหารที่ตบแต่งได้สวยงามแบบนี้ผ่านละครทีวีอยู่หลายครั้ง แต่ลำพังเด็กอย่างเธอคงไม่มีปัญญาเข้ามาทานแน่นอน เพราะเงินที่มีทุกวันนี้ก็ใกล้ที่จะหมดเต็มที โชคดีที่โรงพยาบาลจ่ายค่าจ้างให้ แม้จะอยู่ในฐานะเด็กฝึกงานก็ตาม
“มีอะไรที่เธอจะไม่ทำท่าตะลึงแบบนั้นบ้าง ตื่นเต้นทุกอย่างในชีวิตมั้ง” ธามไทนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามเด็กสาว ตอนนี้ เขาแอบอดคิดไม่ได้ว่าตนเองเหมือนโคแก่ที่พาหญ้าอ่อนมาหลอก ‘กิน’
“ก็มันสวยจริงๆ นี่คะ เค้กไม่ได้รวยเหมือนหมอนี่ที่จะได้เข้าร้านอาหารหรูๆแบบนี้จนชิน” หญิงสาววัยใสพูดยิ้มๆ ออกไปอย่างที่ตัวเองรู้สึก
“นี่คงเป็นเหตุผลที่เธอตื๊อฉันให้พามากินข้าวสินะ” ธามไทเอ่ยถามพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน สำหรับหมอหนุ่ม ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด เข้ามาเพราะอยากสบาย อยากมีของหรูๆ ใช้ และอยากได้เงินจากเขาทั้งนั้น
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เค้กแค่อยากอยู่กับหมอธาม หมอจะพาเค้กไปกินข้าวข้างทาง เค้กก็ไปค่ะ” คนตัวเล็กรีบพูดปฏิเสธอย่างรวดเร็ว จริงอยู่ว่าเธอตื่นตาตื่นใจที่ได้เข้าร้านหรูแบบนี้ แต่ใช่ว่าจะเห็นมันสำคัญไปกว่าการได้อยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม อีกอย่าง เธอไม่ใช่พวกชอบคนที่ภายนอกอยู่แล้ว เหตุที่หลงรักหมอธามไท มันมาจากความเป็นคนจิตใจดีของเขาล้วนๆ
“อยากอยู่กับฉัน?” หมอหนุ่มเลิกคิ้วถาม ในที่สุดเขมมิกาก็เผลอหลุดปากยอมรับออกมาตรงๆ ว่าเธอแค่อยากอยู่กับเขา แม้มันจะไม่ได้เกินความคาดหมายของธามไทนัก แต่ก็อดสะใจไม่ได้ที่สุดท้าย เด็กสาวก็หลุดปากพูดความจริงออกมาเอง
“เอ่อ ค่ะ ก็หมอธามกำลังจะเป็นหัวหน้าเค้กอีกตั้งสองเดือน เค้กก็อยากรู้จักหมอให้มากขึ้น เผื่อว่าฝึกงานเสร็จ หมอจะใจดีจ้างเค้กทำงานต่อเลย” เขมมิกาแก้ตัวอย่างคนหัวไว
“หึ”
ธามไทไม่สนใจกับคำแก้ตัวของเด็กสาว หันไปสั่งอาหารด้วยความเคยชินเพราะมาที่ร้านนี้บ่อย จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้ว่าอาหารอะไรอร่อย
“หมอธามคงมาที่นี่บ่อยสินะคะ ดูคล่องเชียว” เขมมิกาเอ่ยถามต่อหลังจากที่เห็นว่าชายหนุ่มสั่งอาหารให้เสร็จเรียบร้อย ทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาเธอตลอด
“อืม”
ชายหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กงานและไม่สนใจเด็กสาวที่นั่งตรงข้ามอีกเลย
“เอ่อ หมอคะ” เขมมิกาไม่ปล่อยในบรรยากาศเงียบอยู่นาน จึงกลั้นใจและเรียกหมอธามไทจนเขาตวัดสายตาดุมองเธออีกครั้ง
“นี่เธอจะอยู่เงียบๆ สักห้านาทีไม่ได้เลยใช่ไหม” ธามไทมองหน้าแม่สาวน้อยตัววุ่นด้วยสายตาตำหนิ แม้เขาจะหยิบมือถือขึ้นมาไถเล่นอย่างไม่มีอะไรทำก็ตาม แต่ใช่ว่าจะอยากคุยกับเขมมิกา
“ขอโทษค่ะ แต่เค้กมีเรื่องสงสัยอยากจะถามหมอนิดหน่อยค่ะ” เธอพูดด้วยความรู้สึกสำนึกผิด แต่ก็คิดว่าเรื่องนี้ควรจะถามเอาไว้และเป็นสิ่งที่ตนเองควรรู้อย่างยิ่ง
“รีบถามมา”
ธามไทวางโทรศัพท์มือถือลงพร้อมกับจับจ้องดวงหน้าหวานไร้เครื่องสำอางของเขมมิกา จะว่าไป เธอก็เป็นเด็กหน้าตาดีคนหนึ่งจึงไม่แปลกที่หนุ่มน้อยใหญ่ที่โรงพยาบาลจะหมายปอง แต่แน่นอนว่าไม่ใช่คนอย่างเขา เพราะเขาไม่นิยม ‘กินเด็ก’
“จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ ฉันแค่ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา เพราะฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวด้วย” ธามไทพูดอย่างใจคิด ใช่ว่าเขาไม่เคยคบหาใคร แต่มักไม่ชอบให้คนในที่ทำงานหรือคนใกล้ตัวรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร เนื่องด้วยว่าตนเองไม่ได้คิดจริงจังกับใครทั้งนั้น“แล้วแบบนี้ มันต่างจากการเป็นของเล่นของหมอตรงไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างใจคิด เพราะเธอไม่ได้อยากเป็นของใคร แม้จะรักคนคนนั้นมากก็ตาม“ต่างตรงที่ว่า เธอเองก็เต็มใจและเข้าใจฉันไงล่ะเค้ก เธอก็รู้ว่าฉันยังไม่สามารถจริงจังกับใครได้ แต่ที่ฉันมีให้เธอแน่ๆ คือความจริงใจ และฉันก็มั่นใจว่าสามารถให้ความสุขเธอได้ ขอเพียงแค่เธอทำตามข้อตกลงของเรา”ธามไทพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาให้เขมมิกาใจอ่อน ยอมรับว่าตนเองก็เห็นแก่ตัวไม่น้อย เขาไม่สามารถให้ความจริงจังกับหญิงสาวได้ในตอนนี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้เธอยอมรับข้อตกลงนี้“ไม่ค่ะ เค้กไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์เพียงชั่วคราวกับใคร” เขมมิกาตอบปฏิเสธทันที แม้ว่าลึกๆ จะเจ็บที่ธามไทมองเธอเป็นผู้หญิงอย่างนั้น แต่ก็ไม่สามา
หลังจากที่ธามไทขอเวลาตั้งสติเพียงครู่หนึ่ง เขมมิกาก็แต่งเนื้อแต่งตัวจนกลับมาอยู่ในสภาพมีเสื้อผ้าครบเหมือนเดิม หญิงสาวมองไปยังร่างสูงอย่างพิจารณา แม้เธอจะเด็กกว่าเขาอยู่มาก แต่ก็ไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ว่าเรื่องที่ ‘เกือบ’ จะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คืออะไร แต่ที่ยังสงสัยอยู่คือเพราะอะไรหมอธามไทถึงทำเช่นนั้นกับเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ผลักไสให้ไปกับผู้ชายคนอื่น“ฉันขอโทษเรื่องเมื่อกี้” ธามไทหันมาประจันหน้ากับหญิงสาว พร้อมนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะอาหารตรงข้ามกับเธอ“ค่ะ เค้กรู้ว่าหมอไม่ได้ตั้งใจ” เขมมิกาตอบพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวชายหนุ่ม แต่ที่แน่ๆ หากธามไทปกติดี แม้แต่แตะต้องเนื้อตัวเธอแค่ปลายเล็บ เขาคงเลือกที่จะไม่ทำ“ฉันตั้งใจ และก็คิดดีแล้วที่จะทำแบบนั้นกับเธอ แต่ที่ฉันขอโทษก็เพราะว่า…ฉันรุนแรงกับเธอมากไปหน่อย” ธามไทพูดอย่างใจคิด และไม่เสียใจเลยที่กระทำแบบนั้นกับแม่กวางน้อย เพราะมันเป็นสิ่งที่ใจเขาต้องการ แต่นึกโกรธตัวเองที่รุนแรงกับเธอมากไปจนอาจทำให้เขมมิกากลัว
“ถ้าหึง ทีหลังก็อย่านัดผู้หญิงให้ฉันอีก เพราะฉันไม่ชอบ และไม่อยากอยู่กับใคร…นอกจากเธอ” หมอหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กจนเธอต้องถอยหลังจนชิดกำแพง“หมอธามหมายความว่าไงคะ”เขมมิกาเอ่ยถามด้วยแววตาสั่นระริก ยิ่งเขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอยิ่งหวาดหวั่นจนทำอะไรไม่ถูก“ก็หมายความอย่างที่พูด ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ หรือเธออยากได้การกระทำมากกว่า”ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขมมิกาเองได้เห็นแววตาที่เหมือนเสื้อร้ายจ้องตะครุบเหยื่อของเขา“อื้อ…”ไม่ปล่อยให้สาวเจ้าได้คิดนาน หมอหนุ่มประกบริมฝีปากเธอตามที่ใจโหยหาทันที เขาไม่อาจห้ามความห้องการในส่วนลึกของร่างกายได้อีกต่อไป…จูบแสนหวานที่เคยได้ลิ้มลองในครั้งนั้น ธามไทยอมรับว่ารู้สึกติดใจและอยากจะตักตวงความหวานจากแม่กวางสาวมากขึ้นเรื่อยๆ!ธามไทใช้ประสบการณ์ที่มีล่อลวงคนตัวเล็กให้เผลอจูบตอบ ไม่นานก็สามารถสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากแสนหวานของเธอได้ แล้วไล่ต้อนเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กเพื่อหยอกเอินกับเธ
“งั้นศิไม่อ้อมค้อมละกันนะคะ เมื่อไหร่คุณจะคิดเรื่องแต่งงานของเราคะ พ่อมาถามศิทุกวันเลย” เป็นอีกครั้งที่ศศิเลือกจะอ้างสุนทร ความจริงท่านไม่ได้มาถามกดดันเธอเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่อยากให้พ่อไปกดดันธามไทให้มาขอเธอแต่งงานเสียที“นี่คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมยังไม่เคยพูดสักคำเลยว่าจะแต่งงานกับคุณ” ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เดาไว้ไม่มีผิดว่าเรื่องที่ศศิอยากคุยกับเขาคงหนีไม่พ้นเรื่องจับแต่งงาน“จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ คุณก็รู้ว่าเราทั้งคู่ถูกวางให้แต่งงานกันมานานแล้ว ศิเองก็ไม่เคยคบผู้ชายคนไหนเพราะให้เกียรติคุณ แม้ว่าคุณจะทำกับศิแบบตรงกันข้ามก็ตาม”ที่ผ่านมา ศศิรู้มาตลอดว่าธามไทมักจะมีผู้หญิงเข้ามาวอแวมากมาย มิหนำซ้ำ ชายหนุ่มยังนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แม้จะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาจะไม่จริงจังกับใคร แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ใจกว้างพอจะรับได้ที่เห็นผู้ชายที่ตนเองชอบไปกับผู้หญิงคนอื่น“ใช่ ทุกคนบอกว่าเราควรแต่งงานกัน แต่สำหรับผมไม่คิดอย่างนั้น และผมก็อยากจะคุยกับคุณเรื่องนี้เหมือนกัน” พูดพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวเค้กขออนุญาตดูตารางงานคุณหมอสักครู่นะคะ”เขมมิกาตัดสินใจหาตารางว่างในวันพรุ่งนี้ให้ศศิ เพราะบางที ผู้ใหญ่อาจมีเรื่องสำคัญต้องคุยกันก็เป็นได้“พรุ่งนี้ หมอธามมีผ่าตัดคนไข้แต่เช้าเลยค่ะ น่าจะเสร็จประมาณห้าโมงเย็น เค้กว่าคุณศศินัดคุณหมอวันอื่นดีไหมคะ” คนเป็นเลขาฯ ถามกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ เนื่องจากพรุ่งนี้ ธามไทน่าจะยุ่งมากเสียจนไม่มีเวลากินข้าวหรือเจอใคร ดังนั้น ศศิควรมาพบวันอื่นแทน“ไม่เป็นไร ฉันจะมาเจอธามหลังห้าโมงละกัน ขอบใจจ้ะ”ว่าแล้ว ศศิก็วางสายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนเขมมิกางุนงงและสับสนว่าที่ทำไปนั้นถูกต้องหรือไม่“เอาวะ ไว้พรุ่งนี้มีโอกาสก็ค่อยบอกหมอธามละกัน”หญิงสาวปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีเรื่องราวใหญ่โตอะไรเกิดขึ้น เมื่อคิดได้อย่างนั้น เธอจึงล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าเขมมิกาได้แต่มองนาฬิกา วันนี้ตลอดทั้งวัน หมอธามไทอยู่ที่ห้องผ่าตัด ตอนมาถึง เธอยังไม่ทันได้เจอหน้าเขาด้วยซ้ำ และนี่ก็ใกล้เวลาที่ศศิจะมาเต็มทีแล้ว ทว่ายังไม่ไ
“แต่เค้กต้องฝึกงานที่นี่อีกเดือนกว่า พี่ปริญรอได้เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างลองใจ เพราะหากธามไทไม่รับเธอเข้าทำงานจริงๆ ก็ต้องดิ้นรนหางานอยู่ดี“สำหรับเค้ก ให้รอนานแค่ไหนพี่ก็รอครับ”ปริญยิ้มรับ รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้สำหรับพิเศษยิ่งกว่ามื้อไหนๆ แค่เพียงเขมมิกายอมให้เขาได้ทำความรู้จัก แม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ชายหนุ่มเองก็มีความสุขกับมัน และมีความหวังกับความรักครั้งนี้อีกครั้งธามไทกลับคอนโดฯ ด้วยความรู้สึกสับสนในตนเอง อารมณ์เขาพลุ่งพล่านเสียจนยากจะควบคุม ไม่รู้ทำไมถึงนึกถึงแต่เขมมิกาทั้งที่ไล่เธอให้ไปกับผู้ชายคนอื่น แต่กลับเป็นตัวเขาเสียเองที่กำลังกระวนกระวายใจอย่างไม่มีสาเหตุ หมอหนุ่มเริ่มตกผลึกความคิดได้ว่า ตอนนี้ เขากำลังคิดกับเขมมิกามากกว่าเด็กฝึกงานทั่วไปได้คำตอบเช่นนั้นก็กดโทรศัพท์โทร.หาเพื่อนรักทันที แม้จะรู้ดีว่าต้องถูกมันเยาะเย้ยแค่ไหน แต่เขาก็ทนความอึดอัดไม่ได้อีกต่อไป“ไอ้ว่าน กูมีเรื่องจะคุยด้วย”“เรื่องน้องเค้กสินะ ฮ่าๆ กูบอกมึงแล้ว”







