LOGINเมื่อเจ๊สายฟาดที่เข็ดขยาดความรัก ต้องมาปะทะกับไอ้ตี๋สี่ตา จากอุบัติเหตุในวันนั้นสู่พันธสัญญาแต่งงานกำมะลอในวันนี้ คนหนึ่งก็ดื้อขัดใจอากงไม่ได้ อีกคนก็จ้องจะเผด็จศึกบัญชีหัวใจพี่สาวคนสวยงานนี้ใครจะแพ้ทางใคร…
View More“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะคะ”
นิสัยนางเอก (หลิน) นักบัญชีสาว ที่เข็ดขยาดกับความรักจนขอถวายตัวให้กับตัวเลขในบัญชีแทน! เธอเคยเป็นสาวเจ้าเนื้อที่ถูกหักหลังเพียงเพราะรูปร่าง จนลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองกลายเป็นสาวฮอตคัพซีที่สวยสับและปากแซ่บยืนหนึ่ง นิสัยดื้อรั้น ไม่ยอมคน และมีจุดอ่อนสุดพีกคือแพ้แอลกอฮอล์ชนิดที่ว่าจิบปุ๊บ... เปลี่ยนเป็นคนละคนปั๊บ! นิสัยพระเอก (เฉิน) CEO หนุ่มรุ่นน้องวัย 28 เจ้าของอาณาจักรบัญชีตระกูลหลี่ หล่อ รวย นิ่ง ขรึม และดุจนลูกน้องเกรงขาม แต่ถ้าได้ปะทะคารมกับเจ๊หลินเมื่อไหร่ สกิลความกวนประสาทและปากแซ่บจะพุ่งทะลุปรอททันที เขาเป็นสายรุกเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะใช้สัญญาจ้างแต่งงานมาผูกมัดหัวใจพี่สาวคนสวยให้ดิ้นไม่หลุด สถานที่ในเรื่อง ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร และย่านชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีอยู่จริงครับ แต่ผมนำมาใช้เป็นเพียงฉากหลังเพื่อประกอบเนื้อเรื่องและสร้างบรรยากาศให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นเท่านั้น ข้อมูลบางส่วนอาจจะตรงกับสถานที่จริงบ้าง แต่ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวที่กลั่นกรองมาจากจินตนาการเพื่อความบันเทิงเท่านั้นครับ หมายเหตุจากนักเขียน นิยายเรื่องนี้มาในแนว โรแมนติกคอมเมดี้ แซ่บนัว และฟีลกู๊ด ครับ เริ่มต้นจากอุบัติเหตุรถชนที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคู่กัดสู่คู่สัญญาแต่งงานความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ ปากบอกไม่รักแต่พอนางเอกเมาทีไร พระเอกเราก็ใจสั่นรัว ๆ ทุกที! สำหรับพระเอกเรื่องนี้... บอกเลยว่าเตรียมไม้เรียวไว้รอได้เลยครับ! เพราะความเจ้าเล่ห์และชอบแกล้งนางเอกเนี่ยมันน่าหยิกจริง ๆ ส่วนนางเอกของเราก็ใช่ย่อย เป็นตัวแทนสาวโสดสายสตรองที่พร้อมฟาดกลับทุกดอก ใครชอบแนวกินเด็ก ต้องห้ามพลาดเรื่องนี้เลยนะ ฝากกดหัวใจ หรือแวะมาคอมเมนต์คุยกันได้เสมอนะคะ โดยเฉพาะฉาก NC ที่ไรท์ตั้งใจเขียนมาก! หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ ปล. ช่วงนี้งานเยอะแค่ไหนก็อย่าลืมพักผ่อนและดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะคุณรี้ดที่รัก .... เมื่อ "เหม่ยหลิน" นักบัญชีสาวโสดวัย 32 ที่เข็ดขยาดกับความรักจนขอหันมาภักดีกับตัวเลขในบัญชีแทนหัวใจ ต้องโคจรมาพบกับ "เฉิน" CEO หนุ่มรุ่นน้องวัย 28 จอมยวนประสาท คู่กรณีที่เปิดตัวด้วยการขับรถชนท้ายจนประกันต้องปวดหัว! "นี่เจ๊... ผมว่าเจ๊มากกว่านะที่ขับรถประสาอะไร ถึงได้เอาหน้ารถตัวเองมาจิ้มท้ายรถคนอื่นเขาแบบนี้" "เรียกใครเจ๊! ฉันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะ!" "งั้นเรียก... ยายไหมล่ะ ยายขับรถประสาอะไรครับ?" "ไอ้ตี๋สี่ตา!" แต่ความซวยยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อแผน แกล้งป่วยของอากงทำให้ทั้งคู่ต้องมานั่งร่วมโต๊ะอาหารในฐานะว่าที่คู่หมั้นจากศัตรูบนท้องถนน สู่คู่สัญญาแต่งงานกำมะลอเพื่อตบตาผู้ใหญ่... งานนี้ใครจะเพลี่ยงพล้ำเสียอาการก่อนกัน ระหว่างเจ๊สายฟาดกับไอ้ตี๋สายกวน! "หลอกขอเบอร์ป่ะเนี่ย? มุกนี้เก่าไปนะน้อง" "อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยครับเจ๊... ผู้หญิงแก่ขนาดนี้ผมไม่มีอารมณ์พิศวาสหรอก" "อากงก็หลับตาแล้วตายได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอหลินแต่งหรอก" "แต่งแค่ในนามพอ... เจ๊ก็ได้อิสระคืน ส่วนผมก็หมดภาระไปเหมือนกัน"บทที่ 13 ปัญหาของตอนเช้าทันทีที่รถยุโรปคันหรูจอดสนิทภายในลานจอดรถของคอนโดมิเนียม หลินก็ไม่รอให้เครื่องยนต์ดับสนิทดีด้วยซ้ำ เธอกระชากประตูรถออกแล้วก้าวฉับ ๆ มุ่งหน้าไปยังลิฟต์โดยไม่หันกลับมามองร่างสูงที่เดินตามหลังมาแม้แต่นิดเดียว ความโกรธระคนอายจากเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารถูกสะสมพอสมควรเมื่อถึงห้องพัก หลินรีบก้าวเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวแล้วจัดการบิดกลอนล็อกประตูเสียงดัง 'แก๊ก' อย่างแน่นหนา เฉินที่เดินตามมาติด ๆ หยุดยืนอยู่หน้าบานประตูไม้สีขาวสะอาดตา เขาไม่ได้มีท่าทีขุ่นเคือง แต่กลับจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากพลางส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความดื้อรั้นของภรรยาคนสวย“เจ๊... เปิดประตูให้ผมหน่อยสิครับ” เฉินลองเชิงด้วยน้ำเสียงออดอ้อนที่ฟังดูนุ่มนวลกว่าปกติ “ข้างนอกมันหนาวนะ ให้ผมเข้าไปนอนกอดหน่อยไม่ได้เหรอ?”“ไม่! คืนนี้นายนอนข้างนอกไปเลยหรือจะไปนอนที่ไหนก็เรื่องของนายตามใจนายเลย!” เสียงของหลินตะโกนลอดผ่านประตูออกมาด้วยความเด็ดขาดชายหนุ่มหลุดหัวเราะในลำคอแผ่วเบาด้วยความเอ็นดูในความดื้อรั้นของคนหลังประตู เขาไม่ได้ดึงดันที่จะเคาะเรียกห
บทที่ 12 ลูกช่วงเวลาเย็นย่ำ แสงอาทิตย์อัสดงฉาบทาขอบฟ้าเป็นสีส้มอมม่วง เฉินสตาร์เครื่องยนต์นั่งรออยู่ภายในรถยุโรปคันหรูที่จอดเด่นตระหง่านอยู่หน้าตึกบริษัท เขากดโทรศัพท์หาหลินเพียงสั้น ๆ เพื่อแจ้งพิกัด ไม่นานนักร่างระหงของหลินในชุดสูททำงานที่ยังดูเนี๊ยบกริบก็ก้าวพ้นประตูอาคารออกมา เธอเดินแกมวิ่งมุ่งตรงมายังรถด้วยท่าทางเร่งรีบปัง!เสียงปิดประตูรถดังสนิท พร้อมกับร่างบางที่ทรุดตัวลงนั่งบนเบาะหนังข้างคนขับพลางหอบหายใจถี่“ช้า...” เฉินเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พลางปรายตาไปมองนาฬิกาข้อมือเรือนแพง“ฉันก็รีบที่สุดแล้วนี่ไง! งานตรวจสอบบัญชีของนายนั่นแหละที่รั้งตัวฉันไว้จนนาทีสุดท้าย” หลินตวัดเสียงตอบพลางหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับเหงื่อที่ไรผม“เหรอครับ... เดินช้าแบบนี้สงสัยข้อเข่าเริ่มจะไม่ดีตามวัยหรือเปล่า วันหลังว่าง ๆ ลองไปเช็กสุขภาพกับหมอดูบ้างนะเจ๊ ผมเป็นห่วง”เพี๊ยะ!ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสะท้อนในรถที่เงียบสงัด“โอ๊ย! ตีทำไมเนี่ยเจ๊ เจ็บนะ!” เฉินร้องลั่นพลางยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองปรายตามอง
บทที่ 11 ประชุมสามวันเต็มที่หลินจมปรักอยู่กับตัวเลขมหาศาลในแผนกบัญชีของตระกูลหลี่ ยิ่งขุดลึกลงไปเธอก็ยิ่งพบความผิดปกติที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความซับซ้อนของเอกสาร แม้ในเวลางานภาพลักษณ์ระหว่างเธอกับเฉินจะดูเหมือนเจ้านายจอมบงการกับนักตรวจสอบบัญชีสาวผู้เคร่งครัด ทว่าเมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่เป็นเขตหวงห้ามส่วนตัว สงครามเรื่องที่นอนก็ปะทุขึ้นทุกคืนจากที่เคยร่างกฎเหล็กไว้เสียดิบดี ท้ายที่สุดหลินก็พ่ายแพ้ต่อความหน้าทนของคนตัวโต เธอขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคนที่ทำหูทวนลมเก่งเป็นเลิศ จึงจำยอมปล่อยให้เฉินสอดตัวเข้ามาในผ้าห่มและคอยวาดแขนกอดรัดเธอไว้ในอ้อมอกทุกคืนจนกลายเป็นความชินชาที่น่าหวั่นใจเช้าวันสำคัญที่มีกำหนดการประชุมบอร์ดบริหาร หลินปรือตาขึ้นมาพบว่าตัวเองยังคงถูกพันธนาการไว้ด้วยอ้อมแขนกำยำ เธอยกมือขึ้นตบต้นแขนแกร่งเบา ๆ เพื่อปลุกคนที่ยังจมอยู่ในนิทรา“ไอ้ตี๋... ตื่นได้แล้ว”“อือ... เจ๊ ผมขออีกห้านาที” เสียงทุ้มงึมงำตอบกลับมาอย่างคนขี้เกียจ แถมยังซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของเธอราวกับจะอ้อน“ตื่น! วันนี้มีประชุมใหญ่ที่บริษัทไม่ใช่หรือไง
ตอนที่ 10 เซอร์ไพรส์! หลังจากอารมณ์ในยามเช้าสงบลงด้วยชัยชนะอันยียวนของคนตัวโต ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง หลินพยายามสะบัดความหงุดหงิดทิ้งไปก่อนจะก้าวเข้าสู่บริษัทรับตรวจสอบบัญชีของเธอด้วยท่วงท่าที่พยายามรักษาความมั่นใจให้ได้มากที่สุด“Say Hi Hi Hi!” หลินเอ่ยทักทายกลุ่มเพื่อนสนิททั้งสี่คนที่นั่งประจำการอยู่ก่อนแล้วด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูร่าเริงเกินจริง“อุ๊ยตายวายกรี๊ด! คุณนายมาทำงานทำไมคะเนี่ย ไม่นอนกกสามีเด็กให้หนำใจก่อนเหรอเจ้าคะ” น้ำปิงจีบปากจีบคอทักทายกลับทันทีตามนิสัยขี้เล่น“เงียบปากไปเลยนังปิง! ฉันยิ่งอารมณ์ไม่ดีเพราะหมอนั่นอยู่” หลินแยกเขี้ยวใส่เพื่อนพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างแรง“เป็นอะไรคะเจ๊ ทำไมหน้าบึ้งขนาดนั้นล่ะ” อรถามด้วยความสงสัยขณะเงยหน้าจากกองเอกสาร“ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องไร้สาระน่ะ” หลินปัดรำคาญ พยายามไม่นึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่เอวเมื่อเช้านี้“แกมาก็ดีแล้วหลิน มีงานสำคัญมาก... มากชนิดที่ว่าเกี่ยวกับแกโดยตรงเลยล่ะ” น้ำหวานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงไปด้วยเลศนัยบางอย่าง





