ログインเหตุการณ์ไม่คาดคิดในคืนฝนตกหนักทำให้นรินได้เจอเขา ผู้ชายร้ายๆที่ก้าวเข้ามาในชีวิตพร้อมกับรักร้อนๆของเขา #นิยายรักผู้ใหญ่ #เน้นอีโรติก
もっと見るเสียงฝีเท้าด้านนอกเงียบหายไปพักใหญ่
หญิงสาวเงยหน้ามองหน้าต่างด้านข้าง สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดเธอนั่งตัวสั่นอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่
เมื่อเห็นว่าด้านนอกเงียบสนิท จึงค่อย ๆ คลานเข่าออกมา สายตากวาดมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง แน่ใจแล้วว่าปลอดภัย เธอจึงลุกขึ้น ก่อนจะก้าวออกจากที่ซ่อนเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ทำให้ร่างบางแข็งทื่อ หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ“ให้ตายสิ… ทำไมต้องมีข้อความเข้าตอนนี้ด้วยนะ”
เธอรีบเดินออกจากห้องเก็บของ มุ่งหน้าไปยังประตูหลังร้าน
“ไง!”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง
นรินสะดุ้งโหยง ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วพลันซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม
เธอรีบหันกลับไปมองชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ใช่คนเดียวกับที่เธอเห็นในร้าน
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉย หางคิ้วและมุมปากมีรอยแตก เลือดซึมออกมาเล็กน้อย แววตาดุดันเย็นชาคู่นั้น ทำให้เธอหนาวสะท้านไปทั้งร่างสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดสั่งให้ร่างกายขยับก่อนความคิด เธอพุ่งไปที่ประตูหลังก่อนจะผลักมันออกแล้ววิ่งฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำ
แต่เขาเร็วกว่า ร่างสูงวิ่งตามมาในพริบตา ช่วงขายาวทำให้ระยะห่างถูกลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก เขาก็ตามทัน
ฝ่ามือใหญ่คว้าข้อมือเธออย่างแรง ร่างเล็กชะงักก่อนจะเซถลาถอยกลับไปตามแรงกระชากทันที
“ โอ๊ย! ปล่อยฉันนะ ” นรินพยายามดิ้นสุดแรงเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนทั้งสองข้างของเขา
“ บ้าฉิบ! หยุดดิ้นซักที บอกให้หยุดไงวะ!! ”
เสียงแข็งกร้าวที่ตวาดดังลั่นทำให้ร่างเล็กชะงักนิ่งด้วยความตื่นกลัว มือแข็งออกแรงฉุดกระชากลากถูร่างเล็กที่ดิ้นอย่างสุดแรงเข้ามายังลานจอดรถ หลังจากผลักหญิงสาวชิดติดผนังกำแพงด้านหลัง มืออีกข้างก็จัดการบีบข้อมือเล็กอย่างแรง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ
“ โอ๊ยยย เจ็บนะ ปะปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า!! ”
ความกลัวและความเจ็บที่ข้อมือทำให้นัยน์ตาทั้งคู่คลอเอ่อไปด้วยน้ำตา มืออีกข้างที่เหลือก็พยายามแกะมือแข็งราวกับคีมหนีบเหล็กที่บิดข้อมือเธอออก
“เอามือถือมา!! ”
ริมฝีปากหนาตวาดออกมาเสียงดัง ดวงตาคมเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นเธอยังนิ่งเงียบถึงออกแรงบีบข้อมือเล็กมากขึ้นกว่าเดิม
“ จะเจ็บ ”
“หูหนวกเหรอ! กูบอกให้เอาโทรศัพท์มาไง!!”
นรินสะดุ้งตกใจจนตัวสั่น เงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่ยืนประชิดเธอ ลมหายใจร้อนที่ปะทะมาพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์แรงจัด
เขาเมา..
นรินนิ่งอึ้งไปอึดใจหนึ่งเมื่อสังเกตเห็นหน้าตาเขาชัดเจน
ชายหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ หน้าตาหล่อเหลาราวกับภาพวาด ดวงตาคมเข้มจมูกโด่งเป็นสันแต่ผิวกลับขาวจัดจนดูซีดราวกับกระดาษ หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่รอบกรอบหน้าทำให้อีกฝ่ายดูดีอย่างน่าประหลาด
“ ฉันจะพูดอีกครั้งเดียว ส่ง มือถือ มา ” เขาพูดย้ำทีละคำช้าๆ ชัดๆ ด้วยน้ำเสียงกดดัน
เพราะกลัวจะถูกทำร้าย นรินรีบเปิดกระเป๋าสะพายของเธอออก ล้วงหยิบมือถือออกมายื่นส่งให้คนตรงหน้าทันที
มือหนากระชากมือถือไปจากเธอก่อนเหวี่ยงมันใส่กำแพงอย่างแรง ชิ้นส่วนแตกกระจายหล่นเกลื่อนพื้น
ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ
“ นายทำบ้าอะไร! เขวี้ยงโทรศัพท์ของฉันทำไม!!”
“ แค่เขวี้ยงทิ้งก็ถือว่าใจดีมากแล้ว ฉันเห็นนะ..ตอนอยู่ในร้านเธอกำลังทำอะไร ” เขาเหยียดยิ้มหยัน สายตายังจ้องเธอไม่วาง
“ ทำอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย นายกับพวกนายต่างหากที่ทำน่ะ ” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“ แน่ใจว่าไม่ได้ทำอะไร? ”รอยยิ้มหยันผุดขึ้นมุมปาก ขณะสายตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายนิ่ง
“…” ได้ยินแบบนั้นนรินก็ทำได้แค่ยืนนิ่งเงียบไป
ทั้งที่ข้างในร้านกำลังชุลมุนแท้ ๆ เขายังอุตส่าห์เห็นว่าเธอทำอะไร
สายตาคมกริบดุดันคู่นั้นทำให้เธอยิ่งรู้สึกกลัวมากกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวผู้ชายคนนี้สร้างแรงกดดันให้เธอรู้สึกถึงอันตรายได้อย่างน่าประหลาด
“จะกลับดี ๆ หรืออยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับแฟนนายอีก?”สายตาคมกริบจ้องริชาร์ดเขม็งแต่ไมค์ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา“ถ้าอาทิตย์หน้านายไม่กลับไปกับฉัน คุณแองจี้จะให้แจ็คมารับนายแทน หมอนั่นมันพวกไม่เลือกวิธีการ ขอแค่ได้ผลตามคำสั่งก็พอ นายก็น่าจะรู้นิสัยมันดี” ริมฝีปากของเขายกยิ้มบาง ๆ ขณะจ้องใบหน้าเคร่งขรึมของอีกฝ่ายเขารู้จักลูกน้องแต่ละคนของแองจี้ดี เธอมักเลือกคนให้เหมาะกับงานเสมอ และถ้าเป็นงานสกปรกก็จะส่งคนประเภทนั้นไปจัดการ“เดี๋ยวฉันจะโทรคุยกับแองจี้เอง” ไมค์พูดเสียงนิ่ง“ไม่ได้เจอนายนานแล้วนะ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ป่านนี้เราคงได้นั่งคุยกันดี ๆ แล้วก็ดื่มด้วยกันไปแล้ว”ริชาร์ดมองเขานิ่ง ไม่รับมุกนั้น “แต่นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ”“คงไม่ใช่เร็วๆนี้ ถึงฉันไม่กลับไปในตอนนี้แองจี้ก็สามารถบริหารธุรกิจของครอบครัวได้ดีอยู่แล้ว ”“นายบ่ายเบี่ยงมาหลายครั้งแล้ว คราวนี้คุณแองจี้คงไม่ยอมหรอก แล้วยังมีผู้หญิงคนนี้มาเป็นตัวแปรสำคัญอีก นายก็รู้ว่าครอบครัวนายวางตัวคู่หมั้นไว้ให้แล้ว คิดว่าพี่สาวนายจะยอมถอยหรือไง” ริชาร์ดเหลือบมองไปทางนรินแวบหนึ่ง“นี่มันยุคไหนกันแล้วริชาร์ด ฉันไม่ปล่อยใ
รถหลายคันแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักลับอย่างพร้อมเพรียง ไมค์กับลูกน้องก้าวลงจากรถ ก่อนจะเดินตรงไปยังชายสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าทันทีที่เห็นหน้าเขาชัด ๆ ลูกน้องของริชาร์ดที่กำลังชักปืนออกมาชะงักไป ก่อนจะเก็บอาวุธลงตามเดิม ไม่มีท่าทีขัดขืนและไม่มีแม้แต่ความคิดจะหนีถึงจะมั่นใจว่าไม่มีใครกล้าลงมือกับเขา แต่ลูกน้องของเขาก็ยังยกปืนเล็งใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ลดการ์ดชายทั้งสองสบตากันเพียงครู่ ก่อนจะวางปืนลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียงแล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ยอมให้ถูกจับมัดโดยไม่ขัดขืนความเงียบแปลกประหลาดปกคลุมบรรยากาศโดยรอบ“เธออยู่ไหน” น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยถาม“อยู่ข้างบนครับ”ชายคนหนึ่งตอบเสียงแผ่ว พลางหลุบตาต่ำไม่กล้าสบสายตา แม้ไม่ใช่เจ้านายโดยตรง แต่ก็รู้ดีว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควร ไมค์ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงพุ่งเข้าไปด้านในทันทีภายในเซฟเฮ้าส์ดูดีกว่าที่เขาคาดไว้ทั้งยังสะอาดสะอ้าน แถมยังถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบหรูดูดี ถึงรู้สึกแปลกใจแต่ไมค์ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมัน ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่คนบนชั้นสอง สองเท้าก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนอย่างรวดเร็วบนชั้นสองมีห้องอยู
อีกด้านหนึ่งสายตาคู่หนึ่งจับจ้องภาพของไมค์ผ่านหน้าจอโน้ตบุ๊กความคมชัดสูง ริชาร์ดนั่งฟังเสียงอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์ ก่อนจะเห็นเขาเดินไปมาในห้องนั่งเล่น แล้วหายเข้าไปในห้องทำงาน ความสงบนิ่งของไมค์ทำให้ริชาร์ดรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ในสถานการณ์ที่แฟนสาวหายตัวไปนานขนาดนี้ เขายังควบคุมอารมณ์ได้ดีเกินคาดภายในห้องทำงาน สายตาแข็งกร้าวของไมค์กวาดมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวังราวกับกำลังรออะไรบางอย่างอยู่Rrrrr… Rrrrr…เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ไมค์หยิบขึ้นมามองเบอร์แปลกแวบหนึ่งก่อนกดรับสาย“ไมเคิล นี่ฉันเอง”“ริชาร์ด! เป็นแกนี่เอง? แกเอารินไปไว้ไหน!” เขาตวาดลั่น น้ำเสียงเดือดดาลจนแทบควบคุมไม่อยู่“ใจเย็น ๆ ฉันไม่ทำอะไรแฟนนายหรอกน่า” ริชาร์ดตอบเรียบ พลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก เมื่อได้ยินความโกรธเกรี้ยวจากปลายสายไมค์สูดลมหายใจลึก พยายามกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แม้จะยากเย็นเพียงใด เขาก็ต้องตั้งสติให้ได้—เขาต้องรู้ให้ได้ว่าพวกมันพาเธอไปไว้ที่ไหน“แองจี้ส่งนายมาใช่ไหม?”“เรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่า พี่สาวนายอยากให้นายกลับอเมริกา… นายก็รู้จักนิสัยเธอดี” ริชาร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับทุกอย่างเป็นเพียงการเจรจ
หลายวันผ่านไปช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวันเพราะยังอยู่ในฤดูฝน และเช้าวันนี้เธอก็ดันตื่นสายกว่าปกติ ยังดีที่คอนโดของไมค์ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับมหาวิทยาลัยของเธอ ทำให้ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก แต่เพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน การจราจรจึงติดขัดหนักกว่าปกติอยู่ดีตอนที่เธอออกจากห้อง ไมค์ยังไม่ตื่นนอนด้วยซ้ำ เมื่อคืนเขาหมกตัวอยู่ในห้องทำงานทั้งคืน ก่อนจะเข้าไปนอนในช่วงเช้ามืดนรินนั่งมองโทรศัพท์ในมือนิ่ง ๆ ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาบอกไว้ พอเปลี่ยนเครื่องและเบอร์ใหม่ ก็ไม่มีสายแปลก ๆ โทรมาก่อกวนอีกเลย สุขภาพจิตของเธอจึงค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่ต้องคอยหวาดระแวงหรือจิตตกเหมือนช่วงก่อนหน้าไม่นานนัก แท็กซี่ก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจอดหน้ามหาวิทยาลัย นรินก้าวลงจากรถก่อนจะกางร่มออก ทว่ายังไม่ทันได้ข้ามถนน รถตู้สีดำคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดประชิดตรงหน้า ประตูรถเปิดออกอย่างรวดเร็วชายชุดดำสองคนกรูกันลงมา ตรงเข้ากระชากแขนทั้งสองข้างก่อนจะอุ้มร่างของเธอขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดายการกระทำเกิดขึ้นรวดเร็วและอุกอาจจนนรินไม่ทันตั้งตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก“กรี๊ดดดด! ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกบ้า!”เธอเ





