LOGIN“ผมมีนัดคุยงาน ไม่เชื่อถามเค้กดูสิ” ธามไทหันไปมองเขมมิกาด้วยสายตานิ่ง ปกติ เขาไม่ชอบโกหก แต่ครั้งนี้กลับไร้เรี่ยวแรงและสมองตื้อเสียจนไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกับศศิ
“คะ? เอ่อ ใช่ค่ะ คุณหมอมีคุยงานกับบริษัทที่จะเสนอขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ค่ะ” เขมมิกาไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอพูดแบบนั้นออกไป และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่า ปกติแล้ว ผู้บริหารอย่างธามไทจำเป็นต้องลงมาจัดการเรื่องนี้เองหรือไม่
“อะไรคะ ปกติ ธามไม่เห็นต้องดูแลเรื่องนี้ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวศิไปเป็นเพื่อนค่ะ” ศศิเอ่ยถามด้วยความสงสัย ในขณะที่อดคิดไม่ได้ว่าชายหนุ่มหาเรื่องปฏิเสธเธอ
“ก็ครั้งนี้ ผมอยากลงมาดูเอง คุณไม่ต้องไปหรอกศิ ผมให้เค้กไปแล้ว และที่คุณถามว่า ทำไมผมไม่ออกไปกินข้าวก็เพราะว่าผมตั้งใจว่าจะไปคุยงานตอนนี้เลย พอดีมีหลายบริษัท อยากรีบคุย รีบเลือกให้เสร็จ” ธามไทพูดพร้อมกับเก็บของโดยที่ไม่สนใจศศิที่มองเขาด้วยสายตาอึ้งๆ
“นี่คุณจะไปเลยเหรอคะ” ศศิมองชายหนุ่มที่ทำราวกับตนเองเป็นเพียงอากาศ และรู้ดีว่าเขาจงใจหนีหน้าเธอชัดๆ
“ครับ ไปเค้ก”
ธามไทพูดและเดินลากแขนเขมมิกาออกจากห้องทันที จนสาวน้อยตั้งตัวไม่ถูก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มแตะต้องตัวเธอ
ศศิมองธามไทด้วยสายตาน้อยใจ รู้ว่าธามไทไม่ได้คิดกับตนเองแบบนั้น แต่ก็ไม่เคยเข้าใจสักครั้งว่าเพราะอะไรเขาถึงทำเหมือนเธอเป็นตัวน่ารังเกียจเช่นนี้ ทั้งที่หญิงสาวเองก็มีหนุ่มไฮโซมากมายเข้ามาจีบ แต่กลับเลือกที่จะปักใจที่หมอธามไท
และยิ่งคุณหมอหนุ่มพยายามปฏิเสธเท่าไร ศศิก็ยิ่งอยากชนะใจเขามากเท่านั้น สักวันเธอจะทำให้ธามไทตกหลุมรักเธอให้ได้!
ธามไทจับแขนเขมมิกาเดินมาได้สักพัก ก่อนที่จะเริ่มรู้ตัวว่าตอนนี้ตนเองแตะต้องนักศึกษาสาวนานเกินควร จึงรีบปล่อยแขนเธอราวกับว่าเป็นเหล็กร้อนต้องห้าม หญิงสาวมองการกระทำนั้นด้วยความงุนงงก่อนที่จะอมยิ้มออกมา
“หมอธามจะพาเค้กไปไหนเหรอคะ” เขมมิกาเอ่ยถามอย่างมาอารมณ์ดีเมื่อชายหนุ่มเดินนำทางเธอมาถึงลานจอดรถของรถยนต์คันหรูที่ถูกกันพื้นที่ไว้พิเศษในฐานะผู้บริหารของโรงพยาบาล
“เลิกพูดมาก แล้วก็ขึ้นรถได้แล้ว”
ธามไทถอดเสื้อกาวน์ของจากตัวก่อนจะเข้าไปนั่งที่คนขับทันที ใจจริงไม่ได้อยากให้เขมมิกานั่งรถออกไปด้วย แต่เกรงว่าหากทิ้งให้สาวน้อยกลับเองหรือทิ้งให้อยู่โรงพยาบาลแล้วบังเอิญเจอศศิเข้า เขาจะกลายเป็นคนขี้โกหก แม้ความจริงจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม
“โห รถหมอธามหอมมากเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่า รถผู้ชายจะดูมีระเบียบแล้วก็สะอาดแบบนี้” เธอเอ่ยชมจากใจจริง ก่อนจะมองไปรอบรถของธามไทอย่างถือวิสาสะ
“ไม่เคยมีคนสอนเรื่องมารยาทหรือไง” หมอหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนสตาร์ตรถออกไปโดยที่ไม่ได้หันไปมองคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้นั่งหน้าเจื่อนหลังจากถูกเขาต่อว่าออกไปตรงๆ
“แหม ดุจังเลยนะคะ นี่เค้กชมหมอแท้ๆ” ถึงอย่างนั้น เขมมิกาก็ได้แต่บ่นอุบอิบเพียงลำพังเพราะรู้ดีว่าหมอหนุ่มอาจจะรำคาญตนเอง แต่ทำไงได้ ในเมื่อเขาเป็นคนลากเธอมาอยู่บนรถด้วยเอง เธอไม่ได้อยากมานี่นา
“ฉันไม่ได้ขอ” ธามไทตอบอย่างไม่ใส่ใจ ในขณะที่สายตาก็จับจ้องอยู่ที่ถนน พลางคิดเรื่องศศิ เพราะเขาเองก็ไม่อยากจะต้องหนีอะไรแบบนี้ไปตลอดชีวิต เห็นทีคงต้องพูดเรื่องนี้ให้จบไวๆ เสียแล้ว
“ว่าแต่ทำไมหมอต้องหนีคุณศศิด้วยหรอคะ” คนตกกะไดพลอยโจนไม่อาจทนอยู่กับความสงสัยของตัวเองได้ เธอไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเพราะอะไรธามไทถึงมีท่าทีไม่สนใจสาวสวยอย่างศศิ แม้ลึกๆ จะดีใจที่เห็นธามไทไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลยก็ตาม
“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่างเธอไม่จำเป็นต้องรู้” ตอบก่อนจะหันไปมองหน้าแม่สาวน้อยด้วยสายดุ
“เค้กโตแล้วนะคะ” หญิงสาวเถียงกลับแทบจะทันที
“ถ้าโตแล้วก็ควรจะรู้ว่าเรื่องไหนควรถามหรือไม่ควรถาม และที่สำคัญ เธอควรจะหัดมีมารยาทบ้าง เพราะฉันเกลียดเด็กไม่รู้จักกาลเทศะ” ธามไทยังคงต่อว่านักศึกษาฝึกงานในการดูแลของตนอย่างไม่ลดละ ปกติเขาไม่ใช่คนชอบพูดอะไรซ้ำๆ แต่กับเขมมิกา ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้ยั่วประสาทจนอดต่อล้อล้อเถียงด้วยไม่ได้
“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ ว่าแต่…”
“เค้ก!”
ธามไทดุเสียงดังลั่นรถ เมื่อเห็นว่าเขมมิกายังคงจะอ้าปากเอ่ยถามต่อ เขาคิดไม่ออกเลยว่าระยะเวลาอีกสองเดือนที่สาวน้อยช่างจ้อคนนี้เป็นเด็กฝึกงานที่โรงพยาบาล ตนเองจะต้องปวดหัวขนาดไหน
“อย่าเพิ่งดุสิคะ เค้กแค่จะถามว่านี่เรากำลังจะไปไหนกัน เค้กว่าเรื่องนี้เค้กมีสิทธิ์ที่จะรู้นะคะ”
เขมมิกาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส แม้จะเสียใจกับคำพูดของชายหนุ่มแต่ก็ไม่อยากเก็บมาใส่ใจอะไร ธามไทเป็นเหมือนเทพบุตร และเป็นชายหนุ่มที่เธอชื่นชมในทุกด้านเสมอ
คนถูกถามนิ่งไปครู่หนึ่งอย่างใช้ความคิด ความจริงแล้วตอนที่ออกมา เขาโกหกศศิว่ามีงานแต่พอออกมาจริงๆ ตอนนี้จึงได้แต่ขับรถอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง และยังมีเด็กสาวพ่วงติดมาด้วยอีก
“บ้านเธออยู่ไหน” เอ่ยถามพร้อมกับหันไปมองคนร่วมทาง
“จะไปส่งเค้กเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามพร้อมกับทำตาโต เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะใจดีถึงขั้นไปส่งเธอที่บ้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อยากกลับเพราะเธออยากใช้เวลาอยู่กับหมอหนุ่มให้มากกว่านี้
“ใช่” ชายหนุ่มตอบเพียงประโยคสั้นๆ แต่ชัดเจน
“แต่นี่ยังไม่หมดเวลางานเลยนะคะ หมอธามจะไปไหนพาเค้กไปด้วยก็ได้ค่ะ” เขมมิกาพูดอย่างเนียนๆ จริงๆ เธอไม่ได้ห่วงเรื่องงานอะไรทั้งนั้น แค่อยากไปไหนกับเขามากกว่า
“วันนี้ ฉันอนุญาตให้เธอเลิกงานก่อนเวลา บอกมา ฉันจะได้ไปส่ง” พูดก่อนจะชะลอรถเบาๆ เพื่อให้หญิงสาวได้บอกพิกัดเขา “จะได้รีบลงๆ รถฉันไป รำคาญ”
“ฮ่าๆ รู้แบบนั้นก็ดีแล้ว อยากได้อะไรก็เอาบัตรที่ฉันให้ไปรูดซื้อได้เลย” เพราะเมื่อวันก่อน เขาเพิ่งให้บัตรเครดิตหญิงสาวไป ชายหนุ่มทำตามข้อตกลงทุกอย่างว่าจะดูแลเธออย่างดี“ได้ค่ะ เค้กจะรูดให้หมอล้มละลายเลย” ปลายสายยังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เพราะรู้ดีว่า ทำอย่างไร ชายหนุ่มก็ไม่มีทางล้มละลายได้ง่ายๆ“เอาเต็มที่เลย แต่ถึงเวลาฉันเอาคืนเมื่อไหร่ก็อย่าอิดออดละกัน”คราวนี้ ธามไทพูดอย่างมีนัยแอบแฝง และเขามั่นใจว่าเขมมิกาเองก็รู้ดีว่าหมายถึงเรื่องอะไร“เอ่อ หมอคะ เค้กต้องวางสายก่อนแล้วค่ะ พอดีทำอาหารค้างไว้”น้ำเสียงของหญิงสาวเหมือนคนกำลังเอาตัวรอดชัดๆ แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่คิดรั้งเธอไว้“อื้ม มีอะไรก็โทร.มาละกัน”ธามไทกดวางสายพร้อมกับยิ้มเพียงลำพัง จริงอยู่ว่าเขาอึดอัดที่ต้องพยายามไม่ล่วงเกินหญิงสาว แต่เมื่อใดที่เธอฝึกงานเสร็จ และเป็นพนักงานของโรงพยาบาลอย่างเต็มตัว เมื่อนั้น หญิงสาวก็ต้องชดใช้ความต้องการตลอดหนึ่งเดือนของเขาอย่างสาสมแน่นอนเว
เขมมิกาเอ่ยถามพร้อมแววตาตื่นตระหนก จริงอยู่ว่าเธอเคยถูกหมอหนุ่มแตะเนื้อต้องตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยชินกับแววตาเจ้าเล่ห์ของเขาเลยสักนิด“ก็ไม่ได้ทำอะไร นี่คิดไปถึงไหน ฉันแค่จะ…”ธามไทไม่รอช้า จูบลงที่หน้าผากหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไล้วนลงมาที่แก้มนุ่มของเธอ พร้อมกับกดจมูกลงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด“ทำแค่นี้คงไม่เป็นไรนะ” พูดจบก็ยกมือขึ้นยีหัวหญิงสาวด้วยความมันเขี้ยว เขาเองก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อห้ามใจตนไม่ให้ทำอะไรเธอมากไปกว่านี้“เอ่อ ค่ะ ว่าแต่หมอมาหาเค้กแบบนี้ แล้วคุณศศิล่ะคะ”ถึงอย่างนั้น เขมมิกาก็ยังคงสงสัยเรื่องศศิอยู่ เพราะไม่อยากเชื่อว่าศศิจะยอมปล่อยให้ชายหนุ่มกลับมาได้“ฉันไม่ได้ชอบศศิ และฉันยังไม่ได้ลงโทษเธอเลยเรื่องที่นัดศศิโดยไม่บอกฉัน ทีหลังอย่าทำแบบนั้นอีกนะเค้ก” แล้วจ้องหญิงสาวด้วยแววตาดุอีกครั้ง“เค้กขอโทษค่ะ เค้กไม่ได้ตั้งใจ อื้อ…”ไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ ริมฝีปากบางก็ถูกฉกฉวยไปด้วยริมฝีปากร้อนของคนเอาแต่ใจ เขาจูบเธออย่างไร้ความปรานี
“จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ ฉันแค่ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา เพราะฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวด้วย” ธามไทพูดอย่างใจคิด ใช่ว่าเขาไม่เคยคบหาใคร แต่มักไม่ชอบให้คนในที่ทำงานหรือคนใกล้ตัวรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร เนื่องด้วยว่าตนเองไม่ได้คิดจริงจังกับใครทั้งนั้น“แล้วแบบนี้ มันต่างจากการเป็นของเล่นของหมอตรงไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างใจคิด เพราะเธอไม่ได้อยากเป็นของใคร แม้จะรักคนคนนั้นมากก็ตาม“ต่างตรงที่ว่า เธอเองก็เต็มใจและเข้าใจฉันไงล่ะเค้ก เธอก็รู้ว่าฉันยังไม่สามารถจริงจังกับใครได้ แต่ที่ฉันมีให้เธอแน่ๆ คือความจริงใจ และฉันก็มั่นใจว่าสามารถให้ความสุขเธอได้ ขอเพียงแค่เธอทำตามข้อตกลงของเรา”ธามไทพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาให้เขมมิกาใจอ่อน ยอมรับว่าตนเองก็เห็นแก่ตัวไม่น้อย เขาไม่สามารถให้ความจริงจังกับหญิงสาวได้ในตอนนี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้เธอยอมรับข้อตกลงนี้“ไม่ค่ะ เค้กไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์เพียงชั่วคราวกับใคร” เขมมิกาตอบปฏิเสธทันที แม้ว่าลึกๆ จะเจ็บที่ธามไทมองเธอเป็นผู้หญิงอย่างนั้น แต่ก็ไม่สามา
หลังจากที่ธามไทขอเวลาตั้งสติเพียงครู่หนึ่ง เขมมิกาก็แต่งเนื้อแต่งตัวจนกลับมาอยู่ในสภาพมีเสื้อผ้าครบเหมือนเดิม หญิงสาวมองไปยังร่างสูงอย่างพิจารณา แม้เธอจะเด็กกว่าเขาอยู่มาก แต่ก็ไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ว่าเรื่องที่ ‘เกือบ’ จะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คืออะไร แต่ที่ยังสงสัยอยู่คือเพราะอะไรหมอธามไทถึงทำเช่นนั้นกับเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ผลักไสให้ไปกับผู้ชายคนอื่น“ฉันขอโทษเรื่องเมื่อกี้” ธามไทหันมาประจันหน้ากับหญิงสาว พร้อมนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะอาหารตรงข้ามกับเธอ“ค่ะ เค้กรู้ว่าหมอไม่ได้ตั้งใจ” เขมมิกาตอบพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวชายหนุ่ม แต่ที่แน่ๆ หากธามไทปกติดี แม้แต่แตะต้องเนื้อตัวเธอแค่ปลายเล็บ เขาคงเลือกที่จะไม่ทำ“ฉันตั้งใจ และก็คิดดีแล้วที่จะทำแบบนั้นกับเธอ แต่ที่ฉันขอโทษก็เพราะว่า…ฉันรุนแรงกับเธอมากไปหน่อย” ธามไทพูดอย่างใจคิด และไม่เสียใจเลยที่กระทำแบบนั้นกับแม่กวางน้อย เพราะมันเป็นสิ่งที่ใจเขาต้องการ แต่นึกโกรธตัวเองที่รุนแรงกับเธอมากไปจนอาจทำให้เขมมิกากลัว
“ถ้าหึง ทีหลังก็อย่านัดผู้หญิงให้ฉันอีก เพราะฉันไม่ชอบ และไม่อยากอยู่กับใคร…นอกจากเธอ” หมอหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กจนเธอต้องถอยหลังจนชิดกำแพง“หมอธามหมายความว่าไงคะ”เขมมิกาเอ่ยถามด้วยแววตาสั่นระริก ยิ่งเขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอยิ่งหวาดหวั่นจนทำอะไรไม่ถูก“ก็หมายความอย่างที่พูด ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ หรือเธออยากได้การกระทำมากกว่า”ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขมมิกาเองได้เห็นแววตาที่เหมือนเสื้อร้ายจ้องตะครุบเหยื่อของเขา“อื้อ…”ไม่ปล่อยให้สาวเจ้าได้คิดนาน หมอหนุ่มประกบริมฝีปากเธอตามที่ใจโหยหาทันที เขาไม่อาจห้ามความห้องการในส่วนลึกของร่างกายได้อีกต่อไป…จูบแสนหวานที่เคยได้ลิ้มลองในครั้งนั้น ธามไทยอมรับว่ารู้สึกติดใจและอยากจะตักตวงความหวานจากแม่กวางสาวมากขึ้นเรื่อยๆ!ธามไทใช้ประสบการณ์ที่มีล่อลวงคนตัวเล็กให้เผลอจูบตอบ ไม่นานก็สามารถสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากแสนหวานของเธอได้ แล้วไล่ต้อนเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กเพื่อหยอกเอินกับเธ
“งั้นศิไม่อ้อมค้อมละกันนะคะ เมื่อไหร่คุณจะคิดเรื่องแต่งงานของเราคะ พ่อมาถามศิทุกวันเลย” เป็นอีกครั้งที่ศศิเลือกจะอ้างสุนทร ความจริงท่านไม่ได้มาถามกดดันเธอเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่อยากให้พ่อไปกดดันธามไทให้มาขอเธอแต่งงานเสียที“นี่คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมยังไม่เคยพูดสักคำเลยว่าจะแต่งงานกับคุณ” ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เดาไว้ไม่มีผิดว่าเรื่องที่ศศิอยากคุยกับเขาคงหนีไม่พ้นเรื่องจับแต่งงาน“จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ คุณก็รู้ว่าเราทั้งคู่ถูกวางให้แต่งงานกันมานานแล้ว ศิเองก็ไม่เคยคบผู้ชายคนไหนเพราะให้เกียรติคุณ แม้ว่าคุณจะทำกับศิแบบตรงกันข้ามก็ตาม”ที่ผ่านมา ศศิรู้มาตลอดว่าธามไทมักจะมีผู้หญิงเข้ามาวอแวมากมาย มิหนำซ้ำ ชายหนุ่มยังนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แม้จะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาจะไม่จริงจังกับใคร แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ใจกว้างพอจะรับได้ที่เห็นผู้ชายที่ตนเองชอบไปกับผู้หญิงคนอื่น“ใช่ ทุกคนบอกว่าเราควรแต่งงานกัน แต่สำหรับผมไม่คิดอย่างนั้น และผมก็อยากจะคุยกับคุณเรื่องนี้เหมือนกัน” พูดพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง







