Share

บทที่ 6

Penulis: หงส์น้อยผู้สงบสุข
“ทำไมไม่ไปนอนพักทางโน้นหน่อยล่ะ?”

“ที่นั่นอย่างไรเสียก็ไม่ใช่บ้านของฉัน”

ลู่เฟ่ยถอดเสื้อคลุมออก แล้วยื่นให้ฉู่เยียนอย่างเป็นธรรมชาติ “อีกอย่าง ฉันก็บอกแล้วนี่ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ ฉันควรจะกลับมาอยู่กับเธอในวันนี้”

ฉู่เยียนรับเสื้อคลุมมา กลิ่นน้ำหอมแรงจนแสบจมูก

เธอวางเสื้อคลุมลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ แล้วค่อย ๆ ถอยห่างจากลู่เฟ่ยโดยไม่ให้เขารู้ตัว

“ว่าแต่ เธอบอกว่านัดตรวจครรภ์วันไหนนะ?”

ลู่เฟ่ยเดินเข้ามา มือใหญ่ของเขาวางลงบนหน้าท้องของฉู่เยียน

“ลูกจ๋า คิดถึงพ่อไหมเอ่ย คราวหน้าพ่อจะไปตรวจครรภ์กับแม่ด้วยนะ จะได้เห็นหน้าหนูแล้ว ตื่นเต้นไหมลูก?”

มองดูสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของลู่เฟ่ย ในใจของฉู่เยียนกลับเย็นเยียบไปหมด

ลูกงั้นเหรอ? ลูกของพวกเขาน่ะ ถูกเขาฆ่าด้วยมือตัวเองแล้ว จะเหลือความคาดหวังอะไรที่จะได้เจอกับลู่เฟ่ยอีกล่ะ?

“วันจันทร์หน้า คุณว่างไหม?”

“ว่าง ครั้งนี้จะไปแน่นอน”

ลู่เฟ่ยลุกขึ้น แล้วโอบฉู่เยียนจากด้านหลัง

“ขอโทษนะ เสี่ยวเยียน ฉันยอมรับว่าช่วงนี้ละเลยเธอไปจริง ๆ แต่ก็เพราะเธอขี้หึงเกินไปหน่อย ฉันกับเสี่ยวหรานไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอก เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นเอง อีกอย่าง เมื่อวานเธอโมโหฉันต่อหน้าเพื่อน ๆ ของฉัน ก็ทำให้ฉันเสียหน้านะ จริงไหม?”

แผ่นหลังของฉู่เยียนแข็งทื่อ ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย

เขาแต่งงานมาสามปีแล้ว แต่กลับคุกเข่าขอหนิงหร่านแต่งงานต่อหน้าผู้คนมากมาย แบบนั้นเรียกว่าให้เกียรติเธอเหรอ?

เมื่อเห็นท่าทีแบบนั้น ลู่เฟ่ยก็พยายามปลอบเธอต่อ

“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน วันนี้เป็นวันเกิดเธอ อยากไปที่ไหน ฉันจะไปกับเธอที่นั่น ดีไหม?”

ฉู่เยียนไม่ได้มีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษ เพราะบ้านของเธออยู่ทางภาคเหนือ เธอไม่เคยเห็นทะเลมาก่อนเลย

ลู่เฟ่ยเคยสัญญากับเธอไว้ว่าจะพาเธอไปดูทะเลที่มัลดีฟส์

หลายปีผ่านไปแล้ว ความปรารถนานั้นก็ยังไม่เคยเป็นจริง

“ฉันอยากไปมัลดีฟส์นะ คุณเคยสัญญาไว้แล้วว่าจะพาฉันไปดูทะเล”

ลู่เฟ่ยขมวดคิ้ว “ไกลเกินไปนะ ไปกลับต้องใช้เวลานาน งั้นไปเที่ยวเมืองใกล้ ๆ แทนเถอะ ฉันจะจองที่พักให้ จะกลับมาทันในวันจันทร์หน้า”

“ฉันล้อเล่นน่ะ”

ฉู่เยียนเพียงยิ้มบาง ๆ เธอแค่ลองหยั่งเชิงเขาเท่านั้น และก็เป็นอย่างที่คิดไว้ เขายังคงตัดใจจากหนิงหร่านไม่ได้อยู่ดี

เพื่อฉลองวันเกิดให้ฉู่เยียน ลู่เฟ่ยได้จองร้านอาหารไว้แห่งหนึ่ง

เดิมฉู่เยียนไม่อยากไป แต่เมื่อคิดว่าหลังจากมื้ออาหารนี้ พวกเขาคงจะไม่ได้เจอกันอีก จึงตอบตกลง

เมื่อมาถึงร้านอาหาร ลู่เฟ่ยก็ยื่นเมนูให้ฉู่เยียนอย่างเอาใจ เพื่อให้เธอเป็นคนสั่งอาหารก่อน

“อยากกินอะไร สั่งได้ตามใจเลย”

เขาทำท่าทีเหมือนเอาใจมาก แต่ยังไม่ทันที่ฉู่เยียนจะคิดได้ว่าจะกินอะไร ลู่เฟ่ยก็เอ่ยชื่อเมนูอาหารออกมาติดต่อกันแล้ว

“เอาเนื้อแกะย่างซอสวานิลลา หอยทากฝรั่งเศส แล้วก็ตับห่าน อ้อ ใช่ ขอไวน์แดงอีกขวดด้วย”

ฉู่เยียนขมวดคิ้วเบา ๆ เพราะทั้งสามเมนูนั้น ไม่มีจานไหนเลยที่เธอชอบกิน

เท่าที่ฉู่เยียนจำได้ ลู่เฟ่ยเองก็ไม่เคยกินเนื้อแกะเลยเช่นกัน

ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากถาม เงาร่างของหนิงหร่านก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

เธอดึงเก้าอี้ข้าง ๆ ออก แล้วรีบนั่งลง จากนั้นก็ถอดหน้ากากอนามัยออก

“อั๊ยย๊ะ พี่ฉู่เยียน สุขสันต์วันเกิดนะคะ! ฉันถ่ายละครอยู่แถวนี้ ตอนเที่ยงยังไม่ได้กินข้าว พี่ลู่เฟ่ยกลัวว่าฉันจะหิว ก็เลยชวนมาด้วยกัน พี่ไม่ถือสานะคะ?”

ฉู่เยียนอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร ยังไม่ทันได้พูดอะไร พนักงานเสิร์ฟก็ยกอาหารมาวางบนโต๊ะแล้ว

“ว้าว! ทั้งหมดนี่เป็นอาหารที่ฉันชอบทั้งนั้นเลย หิวจัง ขอกินก่อนนะ!”

หนิงหร่านไม่รอให้ใครพูดอะไรต่อ หยิบมีดและส้อมขึ้นมา แล้วเริ่มกินด้วยสีหน้ามีความสุข

ลู่เฟ่ยมองเธอด้วยแววตาเอ็นดู “แน่นอนสิ ทั้งหมดนี่ก็เป็นอาหารที่เธอชอบทั้งนั้นแหละ ฉันตั้งใจสั่งให้โดยเฉพาะ กินช้า ๆ นะ”

“ขอบคุณนะพี่ลู่เฟ่ย พี่ช่างดีกับฉันจริง ๆ รักพี่นะ!”

เธอยิ้มกว้างให้ลู่เฟ่ย แต่พอรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็รีบหันมาอธิบายกับฉู่เยียนว่า “ขอโทษนะคะพี่ฉู่เยียน ฉันพูดติดปากน่ะค่ะ เวลาคุยกับแฟนคลับก็มักจะพูดคำว่า ‘รักนะ’ ออกมาโดยไม่รู้ตัว พี่คงไม่ถือสานะคะ?”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภายหลังหมอกฝนก็พลันจางหาย   บทที่ 27

    ฉู่เยียนได้เห็นทะเลแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอควรกลับบ้านแล้วดังนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น เธอเก็บข้าวของเรียบร้อย แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อเช็กเอาต์“คุณผู้หญิง ขอถามหน่อยนะคะว่าคุณจะเช็กเอาต์แล้วใช่ไหม?”“ใช่ค่ะ”ลู่เฟ่ยอยู่ที่นี่ เธอไม่อยากอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว“ได้เลยค่ะ ดำเนินการเช็กเอาต์ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ”หลังจากดำเนินการเช็กเอาต์เสร็จ พนักงานต้อนรับก็ยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้เธอ“นี่เป็นเอกสารที่คุณลู่ฝากไว้ตอนเขาออกไปเมื่อเช้านี้ค่ะ เขาบอกให้เรามอบให้คุณตอนที่คุณมาเช็กเอาต์”ฉู่เยียนมองเอกสารในมือของตัวเอง มือของเธอสั่นเล็กน้อย“แล้วเขาล่ะ?”“คุณลู่บอกว่า เขารู้ว่าคุณไม่อยากเห็นหน้าเขา เลยขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกกลับประเทศไปแล้วค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”ฉู่เยียนเดินไปอีกมุมหนึ่ง แล้วเปิดเอกสารในมือออกดูเมื่อเห็นว่าเป็นใบหย่าร้าง เธอก็ชะงักไปทันทีเมื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้ายของเอกสาร แล้วเห็นลายเซ็นของลู่เฟ่ย น้ำตาก็ไหลรินจากดวงตาของเธอไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เป็นเพราะดีใจในที่สุด เธอดีใจที่ลู่เฟ่ยยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ดีใจที่เธอสามารถกล่าวคำอำลากับทุกสิ่งในอดีตได้เสียที“อ้

  • ภายหลังหมอกฝนก็พลันจางหาย   บทที่ 26

    เมื่อเห็นเขา ลู่เฟ่ยก็ของขึ้นทันที“ฉันกำลังคุยกับภรรยาฉัน อยากรู้จังว่าแกเป็นใครถึงกล้ามายุ่ง?”“ภรรยาเหรอ? ฉู่เยียนบอกเองนะ ว่าเธอกำลังดำเนินเรื่องหย่ากับคุณอยู่! ถ้าพูดให้ถูก พวกคุณก็ไม่ใช่สามีภรรยากันแล้ว ในเมื่อไม่ใช่คู่สามีภรรยา ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะพูดแทนเธอ”“เสี่ยวเยียน เธอบอกเรื่องที่เราจะหย่ากันให้เขารู้ด้วยเหรอ? เขาเป็นใครกันแน่?”ลู่เฟ่ยโกรธจัด มองฉู่เยียนด้วยดวงตาแดงก่ำ “เธอบอกว่าผิดหวังในตัวฉัน อยากมาดูทะเลคนเดียว หรือที่จริงแล้วเธอมีผู้ชายคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว? ผู้ชายคนนี้ใช่ไหมที่เป็นชู้ของเธอ?”สิ้นเสียงพูดของลู่เฟ่ย ฉู่เยียนก็ยกมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรง“ลู่เฟ่ย! ฉันไม่เหมือนคุณ ฉันไม่ไร้ยางอายแบบนั้น!”ฝ่ามือข้างนั้นทำให้ลู่เฟ่ยได้สติกลับมาอย่างจังเมื่อครู่เขาโมโหจนขาดสติ ถึงได้พูดคำแบบนั้นออกไปเขารู้ดีว่าฉู่เยียนไม่มีทางทำแบบนั้น แต่เขาก็ยังอดโมโหไม่ได้“ฉันผิดหวังในตัวคุณสุด ๆ ถ้าคุณตามฉันมาถึงที่นี่ก็เพื่อจะมาหาว่าฉันทำเรื่องน่ารังเกียจล่ะก็ ฉันคงต้องขอชื่นชมจริง ๆ ล่ะ ลู่เฟ่ย! หลายปีที่ผ่านมา ฉันคงตาบอดไป ถึงได้หลงรักคนเลวไร้ยางอายอย่างคุณ!”คำพูดของเธอราว

  • ภายหลังหมอกฝนก็พลันจางหาย   บทที่ 25

    เมื่อเห็นฉู่เยียนถือดอกไม้ไฟด้วยท่าทีมีความสุข หลิงจื่อเฉินก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนใจนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งมีความสุขได้มากขนาดนี้ เพียงแค่เพราะดอกไม้ไฟเล็ก ๆ ไม่กี่ดอกเท่านั้นกำลังจะเล่นสนุกไปกับเธออยู่พอดี โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น“ฮัลโหล? แม่เหรอครับ?”“หลิงจื่อเฉิน แกหายหัวไปไหนมา! แม่หาผู้หญิงมาให้แกไปดูตัว แกจะไม่ไปก็ยังพอว่า แต่ควรจะบอกแม่สักคำไหม? เด็กผู้หญิงเขารอแกอยู่ที่ร้านอาหารตั้งหลายชั่วโมง ยังไม่เห็นเงาแกสักนิด!”ทันทีที่เขารับสาย แม่ก็ส่งเสียงตะคอกด้วยความโกรธหลิงจื่อเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย “แม่ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบผู้หญิงพวกนั้น พวกเธอแค่มาดูตัวกับผมเพราะตระกูลหลิงมีเงินเท่านั้น ผมไม่ไป!”“แล้วแกจะเอายังไงกันแน่? อายุปาเข้าไปสามสิบกว่าปีแล้ว ยังไม่คิดจะแต่งงานอีก ตามความเร็วแบบนี้ แม่จะได้อุ้มหลานเมื่อไหร่กัน!”“งั้นผมหาผู้หญิงที่หย่ามีลูกติดสองคนมาแต่งด้วยเลยดีไหม?”หลิงจื่อเฉินกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย ก็แค่อายุสามสิบกว่ายังไม่ได้แต่งงานเอง ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลย“ก็ดีนะ แค่แกพาผู้หญิงสักคนกลับมาบ้านก็พอ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ผู้ชายก็ยัง

  • ภายหลังหมอกฝนก็พลันจางหาย   บทที่ 24

    ละอองน้ำละเอียดเกาะกระจายอยู่ทั่วเรือนร่างของชายหนุ่มอย่างสม่ำเสมอ แสงแดดสะท้อนบนผิวกายจนเกิดประกายระยิบระยับฉู่เยียนกระพริบตา พอมองหน้าเขาอีกครั้งก็พบว่าเป็นชายคนเดียวกันกับที่เคยให้ซิมการ์ดเธอในวันนั้นฉู่เยียนยังไม่ทันได้เอ่ยทัก ทว่าหญิงสาวผมบลอนด์ตาสีฟ้าหลายคนก็พากันเดินเข้าไปหาหลิงจื่อเฉินเสียก่อน“ไฮ สุดหล่อ มาคนเดียวเหรอ?? ดื่มด้วยกันสักแก้วไหม?”“จริงด้วย พวกเราก็อยากว่ายน้ำเหมือนกัน ว่ายด้วยกันดีไหม?”หลิงจื่อเฉินเดินขึ้นจากสระน้ำ แล้วคว้าชุดคลุมอาบน้ำมาสวมอย่างลวก ๆ ทันใดนั้นเสน่ห์เย้ายวนที่เผยออกมาก็หายไปสิ้น“ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้มาคนเดียว”พูดจบแล้ว หลิงจื่อเฉินก็เดินตรงไปยังทิศทางที่ฉู่เยียนนั่งอยู่“แฟนผมอยู่นี่ครับ”“อ๋อ ที่แท้ก็มีแฟนอยู่แล้วสินะ”ผู้หญิงสองสามคนนั้นรู้สึกหมดสนุก จึงพากันเดินจากไปทีละคนฉู่เยียยนชะงักไปเล็กน้อย ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “คุณหมายถึงฉันเหรอ?”“คุณคงไม่ถือหรอกใช่ไหม? ผมแค่ขอใช้คุณเป็นโล่กันเฉย ๆ น่ะ”“ไม่หรอก”ฉู่เยียนยิ้มแหย ๆ อย่างเก้อเขิน แล้วไม่พูดอะไรต่อชายหนุ่มเดินมานั่งข้างเธอ เห็นว่าเธอนั่งอยู่ริมสระมานานแต่ยังไม่ลงไปว่าย

  • ภายหลังหมอกฝนก็พลันจางหาย   บทที่ 23

    “ประธานลู่ ตอนนี้เรื่องของบริษัทเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คุณควรตั้งสติแล้วคิดก่อนว่าจะจัดการยังไงดีครับ”“ฉันจะกลับบ้านสักหน่อย”ลู่เฟ่ยพยุงตัวลุกขึ้นโดยใช้โต๊ะเป็นที่พยุง แล้วให้ผู้ช่วยพาเขากลับไปยังบ้านเก่าพ่อของเขาเสียไปตั้งแต่เนิ่น ๆ เรื่องต่าง ๆ ในบ้านจึงแทบทั้งหมดอยู่ในการตัดสินใจของแม่เมื่อเห็นเขากลับมาบ้านในสภาพเมามาย แม่ลู่ก็ไม่พอใจอย่างมาก“เกิดอะไรขึ้น? ดื่มเหล้าซะขนาดนี้แล้วยังจะมาที่นี่อีก ทำไมภรรยาแกไม่มาด้วยกันล่ะ?”แม่ลู่กำลังจัดของอยู่ เธอซื้อของบำรุงให้ฉู่เยียนไว้มากมาย เตรียมจะเอาไปให้ในวันพรุ่งนี้แม้ว่าเธอจะไม่เคยชอบฉู่เยียนเท่าไรนัก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งครรภ์แล้ว เธอก็ยังให้ความสำคัญอยู่มาก“แม่ ผมมีเรื่องอยากจะบอกครับ”“เรื่องอะไร?”แม่ลู่ขมวดคิ้ว “อย่าบอกนะว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับลูกของฉู่เยียน? นั่นแต่เด็กล้ำค่าของตระกูลลู่เราเลยนะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่! ตอนนั้นแกก็ต้องหย่ากับเธอด้วย! ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าเธอสุขภาพไม่ดี มีลูกยาก ฉันไม่มีวันยอมให้แกแต่งกับเธอเด็ดขาด!”แม่ลู่พูดไม่หยุดปาก โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าหน้าของลู่เฟ่ยซีดเผือดไปเพียง

  • ภายหลังหมอกฝนก็พลันจางหาย   บทที่ 22

    “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”น้ำเสียงของฉู่เยียนอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเย็นชาอยู่“ตอนนี้ประธานลู่อาการไม่ค่อยดีครับ ผมขอร้องคุณได้ไหมครับ กลับมาสักครั้งเถอะ?”“เขาเป็นยังไง มันเกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันกับเขากำลังดำเนินเรื่องหย่ากันอยู่ ต่อไปอย่ามาบอกเรื่องของเขาให้ฉันรู้อีก”“ถือว่าผมขอร้องคุณเถอะครับ ประธานลู่เขารู้ตัวแล้วจริง ๆ ว่าทำผิด” ผู้ช่วยพูดอ้อนวอน “ตอนนี้บริษัทมีปัญหาใหญ่ กำลังจะล้มละลาย ประธานลู่ไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่กลับถูกบังคับให้ดื่มวิสกี้ไปสองขวด แถมยังถูกตีเข้าที่หัว ตอนนี้เลือดก็ยังไหลอยู่ เขาไม่ยอมไปโรงพยาบาล เอาแต่เรียกชื่อคุณไม่หยุด คุณนายครับ เห็นแก่ที่เคยเป็นสามีภรรยากัน ผมขอร้องเถอะ กลับมาได้ไหมครับ?”เมื่อได้ยินสิ่งเหล่านั้น ฉู่เยียนก็ยังคงไม่แสดงท่าทีใด ๆ ทั้งสิ้นความเจ็บปวดที่ลู่เฟ่ยได้รับทั้งหมดนั้น เขาเป็นคนก่อขึ้นเอง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลยยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับลูกที่เธอสูญเสียไป เรื่องเหลวไหลของลู่เฟ่ยพวกนั้นมันจะมีค่าอะไรได้อีก“ฉันจะพูดอีกครั้งนะ ต่อไปเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับฉัน อย่าโทรมาหาฉันอีก...”คำพูดของฉู่เยียนยังไม่ทันจบ ลู่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status