Mag-log inเฉินฮ่าวหลานเกรงว่าหากเขาไร้ความสามารถจริงๆ แล้วบังเอิญทดสอบได้อันดับ 4-5 พัน เจียงหมิงเจ๋อคงเพิ่มจำนวนการรับสมัครศิษย์ปีนี้เป็นหมื่นแน่ ซึ่งการคิดเช่นนี้มิได้เกินความจริงแต่อย่างไร เพราะเจียงหมิงเจ๋อก็ตั้งใจไว้ดังนั้นจริงๆ ในเมื่ออาหลานของเขา ต้องการเข้าศึกษาต่อที่นี่ อย่างไรเขาย่อมต้องผลักดันสุดชีวิตอยู่แล้ว เรื่องจะถูกก่นด่า หรือหน้าตาอะไรพวกนั้น เขาเคยสนใจที่ไหนกัน แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็เป็นคนไร้ยางอายผู้หนึ่งอยู่แล้ว แต่เฉินฮ่าวหลานจะปล่อยเจียงหมิงเจ๋อถูกติฉินนินทาได้อย่างไร แม้นเขาต้องแสร้งมีพลังวัตรเพียงจินตันตอนกลางเท่านั้น แต่เขาต้องเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรก อย่างไร้ข้อกังขา เฉินฮ่าวหลานจึงทำให้คนเองมีคะแนนอันดับ 1 ในด่านที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรทุกด่าน ซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งสงสัยได้ เพราะอย่างไรเสียเขามีเชื้อสายอสูรไหลเวียนอยู่ การได้อันดับ 1 ในด่านพวกนี้ นับไม่เป็นที่สังเกตใด ส่วนด่านอื่นๆ เขาทำไว้แค่ผ่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อการทดสอบอันยาวครั้งนี้เสร็จสิ้น เขาจึงถูกจัดอยู่ในลำดับ 50 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับผู้ฝึกตนอายุน้อยเช่นนี้ และที่สำคัญคะแนนในด่านอสูรของเขาเต็มทั
ยามปกติ เมื่อยอดเขาเลี่ยงหรงเปิดรับศิษย์ประจำปี จะมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ยิ่งในปีนี้มีข่าวว่า เลี่ยงหรงก๋วนจู่ออกจากด่านแล้ว ยังมาดูชมการคัดเลือกในปีนี้ด้วย ยิ่งทำให้มีผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่าตัว จึงเป็นเหตุให้เมื่อเฉินฮ่าวหลานเมื่อเดินทางมาถึงยอดเขาเลี่ยงหรง ก็พบฝูงชนจำนวนมหาศาล ทุกหนทุกแห่งล้วนคลาคล่ำได้ด้วยผู้ฝึกตน หน้าสำนักมีกำแพงศิลาขาวสูงตระหง่าน รายล้อมด้วยเทวรูปนักรบศักดิ์สิทธิ์ทองเหลือง 16 ร่าง สถิตซ้ายขวาข้างประตูสีเงินทั้ง 8 ทิศโดยปกติจะปิดกั้นระหว่างภายในและภายนอกสำนัก เด็กหนุ่มสังเกตผู้ฝึกตนโดยรอบ ปีนี้มีผู้ฝึกตนระดับจินตันตอนปลายมากเป็นพิเศษและยังมีระดับหยวนอิงปะปนอยู่บ้าง แต่จู่ๆ เขารู้สึกเหมือนโลหิตในกายเดือดพล่านอย่างประหลาด หัวใจเต้นสั่นระรัวจนต้องเอามือกดหน้าอกตนเองไว้ ความรู้สึกอันคุ้นเคยจากฟากฟ้าเบื้องบน ทำให้เขาแหงนหน้ามองเหนือกำแพงสูง เขาเห็นเงาร่างอาบย้อมด้วยแสงตะวันเจิดจ้า จนตาพร่าเรือน แต่มิอาจบดบังคนที่เขาโหยหาทุกลมหายใจได้ ภาพที่เขาเห็นเพียงในฝันนับครั้งไม่ถ้วน ความยินดีถาโถมจนท่วมท้นหัวใจ เจียงหมิงเจ๋อ…ของเขา!! “ในที่
การเดินทางจากถ้ำหิมะพันปี เฉินฮ่าวหลานสามารถเหาะไปโดยตรงได้ แต่เขาเลือกที่จะค่อยๆ เดินทางไปตามเส้นทางเดิมที่เขาและเจียงหมิงเจ๋อผ่านมาด้วยกัน ยามนั้นเจียงหมิงเจ๋อเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ เขายังควบคุมพลังได้แบบขาดๆ เกินๆ จึงอาศัยเดินเท้าเอาเป็นส่วนใหญ่ เฉินฮ่าวหลานเดินทางเข้าเมืองถงโจว ซึ่งยังคงเป็นเมืองที่คึกคักเช่นเคย โดยเฉพาะโรงเตี๊ยมเห่าซือที่เจียงหมิงเจ๋อเคยมานั่งกินอาหาร เขาไปนั่งที่ลับตาคนตรงมุมเสา ที่ตรงนี้เจียงหมิงเจ๋อเคยมาด้วยกันกับเขา เมื่อเขามานั่ง เถ้าแก่ก็วิ่งมาต้อนรับด้วยตนเอง และนำอาหารมาให้อย่างใส่ใจ เด็กหนุ่มเยาววัย เปี่ยมล้นด้วยพลัง แต่กลับสุขุมสง่างาม ความจริงแล้ว สมควรเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์จนเป็นที่จับตามอง น่าเสียดายทีมีสีหน้าชืดชา อึมครึม ทำให้บรรยากาศรอบกายชวนหนาวเหน็บ มิชวนให้อยากเข้าใกล้แม้แต่น้อย เฉินฮ่าวหลานนำห่อผ้าเท่าฝ่ามือออกมาจากในอกเสื้อ นำมันมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วแกะปลาสามรสคีบใส่จานแบ่ง พร้อมกับรินน้ำชาวางไว้ข้างๆ ห่อผ้าอย่างใส่ใจ "ไม่ว่าจะกี่ปี ปลาที่นี่จะยังคงรสชาติเหมือนเดิม เสียดายที่เมื่อก่อนพวกเราไม่ได้มีโอกาสกินด้วยกันดีๆ ไว้ครั้งหน้าพว
เสียงทัณฑ์สายฟ้าดังลั่นสะท้าน สะเทือนถ้ำหิมะพันปี ทำให้หวงหลงเทพอสูรมังกรบรรพกาลซึ่งจำศีลอยู่เหนือแท่นบูชา อดไม่ได้ถึงกับต้องผงกศีรษะลืมตา “ผู้ใดบังอาจแอบมาทำการรู้แจ้งในถ้ำของข้ากัน” ด้วยความหงุดหงิด ผู้ใดมารบกวนการจำศีลของมันอีกแล้ว มันจึงบินออกจากแท่นบูชากลางทะเลสาบไปหาแหล่งที่มาทัณฑ์สายฟ้านั้น มันเห็นบุรุษในชุดสีเทาลายเมฆ นั่งขัดสมาธิแผ่นหลังเหยียดตรง รอบกายสว่างไหว กลิ่นบงกชหอมกำกาย แผ่กลิ่นอายทั้งกดดันทรงอำนาจ มันตัดสินใจ ย่อร่างให้ขนาดเล็กลง ขดพันรอบกาย ปกป้องชายหนุ่ม ระหว่างที่มีการเลื่อนระดับ ผู้ทำการเลื่อนระดับจะอ่อนแอถึงที่สุด แม้จะไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ตายตัวว่า ห้ามทำร้ายกันขณะผู้ฝึกตนกำลังทำการเลื่อนระดับ แต่เป็นเรื่องถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของวิญญูชนผู้ฝึกตน แต่กระนั้นก็มิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำการปกปักคุ้มกันด้วย ในกรณีของหวงหลงก็เช่นกัน มันสามารถทิ้งเขาไว้และออกไปไกลๆ ได้ แต่มันก็ตัดสินใจปกป้องคุ้มกันชายหนุ่มผู้นี้แทน เสมือนเป็นสิ่งที่มันสมควรกระทำ แม้นมันจะเคยเกรงกลัวต่อเจียงหมิงเจ๋อ แต่มันมิได้แสดงการเคารพนอบน้อมมาก่อน แต่กับคนผู้นี้ แม้ระดับพลังยังเป็น
ยอดเขาเลี่ยงหรง ถูกตั้งชื่อตามปฐมาจารย์เลี่ยงหรงเจ้าสำนักทุกคน เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนัก จากเจ้าสำนักคนเก่า ต้องละทิ้งตัวตนและชื่อแซ่ ใช้นามเรียกขานเพียงเลี่ยงหรงก๋วนจู่เฉกเช่นเดียวกันทุกคน เจ้าสำนักทุกรุ่นได้สานต่อปณิธานปฐมาจารย์อย่างต่อเนื่อง จนยอดเขาเลี่ยงหรงกลายเป็นสำนักฝึกตนระดับสูง ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจักรวรรดิเทียนหนาน เป็นหนึ่งใน 4 สำนักใหญ่ที่เสาหลักของโลกแห่งการฝึกคน 4 สำนักใหญ่ ภายนอกแม้นจะเหมือนสามัคคีปรองดอง ร่วมกันปกครองดูแลปกป้องแผ่นดิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับต่อสู้แข่งขันในที่ลับและที่แจ้งกันอย่างเนืองๆ เพราะไม่มีสำนักใดต้องการเป็นเพียงเสาเท่านั้น พวกเขาต่างต้องการเป็นจุดสูงสุดบนโลกนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผู้แข็งแกร่งจึงได้เปรียบ ซึ่งเดิมทียอดเขาเลี่ยงหรงอ่อนด้อยกว่าอีก 3 สำนักอยู่หลายชั้น เนื่องจากสำนักมีอายุน้อยที่สุดและระดับการฝึกตนอ่อนกว่าอีก 3 สำนัก แม้นเลี่ยงหรงก๋วนจู่คนปัจจุบันละทิ้งตัวตน และฝึกตนในมรรคาที่ยากลำบากที่สุด คือ มรรคาไร้รัก เต๋าไร้ใจ ตัดอารมณ์ทั้ง 7 ออกจากจิตใจ ดำรงตนเคร่งครัดสูงส่งดุจเทพเซียน ระดับการฝึกตนก้าวหน้าตามลำดับ
“เจียงหมิงเจ๋อ…เจ้าคนไร้หัวใจ สายตาเจ้ามีแต่เขา แล้วเจ้าเอาข้าไปไว้ที่ใดกัน” เสียงแหบพร่า จนเกือบเป็นเสียงสะอื้นร่ำไห้ ดังแผ่วเบา จากหลังม่านหยกระย้า ภายในที่มีเด็กหนุ่มผิวซีดขาวราวหิมะ เครื่องหน้าหล่อเหลาปานหยกสลัก เขานอนอยู่บนเตียงหยกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สรรสร้างอย่างวิจิตรบรรจง ห้องนอนโอ่โถงทั้งเคร่งขรึมสง่างาม แต่กลับตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานและโอสถเข้มข้น แสงแดดอ่อนกระทบสาดส่อง ม่านหยกที่กระเพื่อมไหวจากแรงเคลื่อนขยับภายใน ทำให้กลุ่มข้ารับใช้ที่นั่งเฝ้าข้างเตียง สะดุ้งตื่นตัวทันที เสียงสะอื้นแผ่วเบาทำให้ เขารีบวิ่งไปเปิดม่านดู จึงพบว่านายน้อยของตนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว น้ำตายังคงไหลซึมจากดวงตาที่ปิดสนิท “เร็ว ๆ รีบไปตามเจ้าสำนักผู้เฒ่า แจ้งว่าคุณชายรู้สึกตัวแล้ว เร็วเข้า!!” สิ้นเสียงข้ารับใช้ที่วิ่งไปเปิดม่านหยก ข้ารับใช้คนอื่นก็รีบวิ่งไปตามเจ้าสำนักผู้เฒ่าซึ่งอยู่อีกเรือนหนึ่งทันที ชายชราร่างท้วมดูมีสง่าราศี ในชุดฮั่นฝูแขนกว้าง สีเทาปักลายเมฆ เดินเข้ามานั่งข้างเตียงอย่างรีบร้อน เขาคือเฉินกงหมิงยู่ เจ้าสำนักเทียนหนาน ท่านตาของเฉินฮ่าวหลาน “อาหลานเจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าด







