LOGIN"จากเด็กขัดรองเท้าในวันนั้น สู่แฟนเด็กในวันนี้" "10ปีก่อนมหาเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งบังเอินได้เจอเด็กผู้ชายวัย13ที่มาขอขัดรองเท้าให้ เวลาผ่านไปเด็กคนนั้นก็กลับมาอีกและมาในฐานะคุณหมอและคนรักของเขาด้วย"
View More“ก็แค่นั้นแหละค่ะพี่ก็ทำเหมือนไม่เคยใกล้กันงั้นแหละ” วันก่อนกอดจูบเเนบชิดกันเชียว“ก็ต้องให้เกียรติกันป่ะ” วันนั้นมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ “พี่นิรันทร์แอบออกกำลังกายป่ะเนี่ย” มันดูดีกว่าเดิมอีก“ทำต้องไมต้องแอบก่อนก็ทำอยู่ตลอดแหละ” นิดหน่อยก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ“อื้ม~ต่อไปจะขนาดไหนคะเนี่ย” ตอนนี้ก็ว่าดีแล้วต่อไปจะแซ่บขนาดไหนคุณนิรันทร์คนนี้“ทดแทนเวลาที่เสียไปไง ตั้งหลายปีแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย” ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุก็คงแซ่บกว่านี้อีก“แล้วพี่นิรันทร์จะทำอะไรต่อหรอคะ ตอนนี้ก็ทำอะไรได้เยอะแล้ว” คนแบบนี้ไม่น่าอยู่เฉยๆได้“มันก็มีในหัวหลายอย่างเลยนะแต่ก็ลองทำไปก่อนถ้าโอเคอันไหนก็ทำอันนั้นแหละ” กำลังลองหาอะไรทำอยู่“อื้ม~อันนี้พี่ทำเองหรือเปล่าคะ” หันไปเจอโมเดลที่โต๊ะ“ใช้ทำค้างไว้ตั้งแต่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ นึกได้ก็เลยเอามาทำต่อ” มันทำแก้เบื่อได้ด้วย“เหมือนของจริงมาก พี่ทำอะไรไม่ได้บ้างคะเนี่ย” เจนเดินมาดูใกล้ๆ“เยอะแยะที่ยังไม่ได้ทำ” ยังมีอีกเยอะเลยที่ยังไม่ได้ลองทำ“แต่ถ้าพี่ทำมันก็คงได้หมดแหละค่ะ นี้ถ้าพี่ไม่มาเจ็บซ่ะก่อนพี่อาจจะร
ห้องนิรันทร์“ก็กว้างดีนะคะ” ทั้งคู่ได้เข้ามาอยู่ในห้องกันตามลำพังแล้ว“เจนนอนที่เตียงก็ได้ เดี๋ยวพี่นอนพื้นเอง” ทางนี้คือให้สาวได้นอนเตียงนุ่มๆเลย“โอ๊ะไม่ดีนะคะเจนนอนข้างล่างก็ได้” ทำแบบนี้มันก็เกรงใจแย่เลย“เออ~นอนไปเถอะพี่นอนได้หมดแหละ” ก็จริงอยู่นะเพราะบางวันเขาก็นอนที่พื้นบางคนก็นอนที่เตียง“เอ่อขอบคุณแล้วกันนะคะ” ก็ดูทรงแล้วไม่ยอมแน่นอน“อื้ม วันนี้เจอเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ทั้งวันเลยวันนี้“จริงค่ะแต่เรื่องนี้มันก็ห้ามไม่ได้นี่คะ” ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก“จะว่าไปมันก็น่าตามนะดูรินทร์เลือดร้อนมากตอนนี้” เดินมานั่งที่เตียง“จริงค่ะคุณหมอตามจนเจอด้วย” ปกติก็ไม่ตามอะไรขนาดนี้นะ“ก็คงเป็นโชคชะตาของเขาแหละต่อไปอาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ก็ได้” แน่นอนว่าถ้าเคสนี้ถ้ารินทร์ทำสำเร็จ มันต้องมีบทบาทใหม่ๆเข้ามาแน่“ก็ถูกอีกค่ะรู้ว่าคุณหมอสายตาดีแต่ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้” ถ้าเป็นคนอื่นคือไม่เห็นแน่ๆ“ทำไมหรอ” นิรันทร์เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นด้วยและยังไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมเลย“ก็เห็นแค่เงากระเป๋า นิดเดียวเองก็รู
“ม่าย~ลูกแม่!ฮือ~” พอแม่ของผู้ตายมาเห็นภาพตรงหน้าก็ล้มทั้งยืนเลย ทางครอบครัวผู้ตายแทบจะเป็นลมกัน“สงสารเขานะครับ” ตอนนี้รินทร์ถอยออกมาอยู่กับพ่อ นอกเขตอันตรายแล้ว“ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรอก” เข้าใจดีว่าการสูญเสียมันเป็นยังไง“แล้วพ่อเป็นยังไงบ้างครับ กายพะอืดพะอมหรือยัง แล้วมันเป็นภาพติดตาพ่อหรือเปล่า” รินทร์ก็มาถามอาการของผู้เป็นพ่อด้วย ตอนนั้นเขาก็เห็นอยู่แหละ แต่ต้องโฟกัสกับสิ่งที่ทำตรงหน้าก่อน “ไม่เท่าไหร่หรอก มีแค่กลิ่นคาวเลือดนั่นแหละ” เขาเป็นคนจิตแข็งพอสมควรเลยล่ะ แค่ไม่ถูกกับกลิ่นเลือดแค่นั้น “ก็ดีแล้วครับ” พอเห็นแบบนี้แล้วรินทร์ก็สบายใจขึ้นมาเลย“ผมขอให้คุณทุกคนไปให้ปากคำด้วยนะครับ” ตำรวจอีกคนก็เข้ามาหาทั้งสามคน“อ่าผมเป็นคนเห็นเหตุการณ์นี้ผมขอให้ปากคำเดียวนะครับ พวกเขาสองคนยังมีงานที่ต้องทำพ่อผมก็ไม่สะดวกเดินทางครับ” ตัวเองก็มีงานแต่ไม่อยากให้ใครต้องมาวุ่นวายกับตัวเองด้วย“คุณบอกว่าอยากเป็นคนชันสูตรศพด้วยใช่ไหม” ตำรวจหนุ่มคนที่คุยกับรินทร์ก่อนหน้าก็เข้ามาถาม“ใช่ครับ” ก็ยังยืนยันคำพูดเดิม“ญาติยอมให้ชันสูตรจนกว่าจะตามจับคนร้ายได้รวบกวนคุณด้ว
“มีอะไรกันหรอ” แล้วนิรันทร์ก็ตามมาเจอ“คนครับ” รินทร์พูดแค่นี้พ่อก็น่าจะเข้าใจแล้ว“โทรแจ้งตำรวจยัง” ก็รู้กันอยู่แล้วว่าตรงหน้าคืออะไร“โทรแล้วค่ะเดี๋ยวรอหน่อย” เจนก็ตอบแทนให้เพราะตอนนี้รินทร์กำลังสะเทือนใจกับสิ่งที่เห็นไม่ใช่เพราะกลัวแต่สงสารเขามากกว่าแล้วสักพักตำรวจก็มาที่เกิดเหตุรวมถึงนักข่าวด้วย“คุณเป็นคนเจอใช่ไหมครับ” ตอนนี้ตำรวจกำลังเอาร่างของผู้ตายออกมาจากกระเป๋า“ครับผมเห็นว่ามันไม่ชอบมาพากลผมเลยตามมาครับ” รินทร์ก็ตอบไปตามความจริงพร้อมกับมองดูการทำงานของตำรวจโดยที่ไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย “โอ๊ะ!” พอเจนเห็นหน้าผู้ตายก็ปิดปากทันที“คุณรู้จักผู้ตายหรือเปล่า” ตำรวจเห็นอาการของเจนก็เลยถาม“ค่ะแต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวนะคะเธออยู่บ้านหลังนี้ค่ะ” ก็บ้านข้างๆเจนนี่แหละ“กู้ภัยยังไม่มาหรอครับ” ตอนนี้มีแค่ตำรวจกับนักข่าว“กำลังมาครับตอนนี้รถติดมากครับ” ช่วงที่คนกำลังกลับบ้าน “ผมช่วยนะครับ” รินทร์ก็เข้าไปช่วยต่อชิ้นส่วนต่างๆให้เพราะก็ละเอียดพอสมควรเลย“คุณดูเชียวชาญนะ” ตำรวจเห็นการทำงานของรินทร์ก็เลยอดที่จะถามไม่ได้
2อาทิตย์ผ่านไป ตลอดเวลา2 อาทิตย์เต็มๆรินทร์ก็ได้มาดูแลเจมส์ตามหน้าที่ของหมอ และยังไม่ได้บอกความจริงว่าเขาเป็นเด็กขัดรองเท้าคนนั้น และวันนี้เป็นวันที่เขาต้องออกจากโรงพยาบาลแล้วเขาแข็งแรงและหายเร็วมากๆ และวันนี้รินทร์ก็ตั้งใจที่จะบอกความจริงด้วย 09:00น. ห้องพักพิเศษ “โห้~พี่บาสพึ่งจะหายดีพ
18:00น.ถึงเวลาเลิกงานและไม่ได้อยู่เวรต่อ หมอรินทร์ก็ผลัดเปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดธรรมดาและมาดูแลพ่อในฐานนะลูกไม่ใช่หมอในหน้าที่ ส่วนคนไข้อีกรายก็มีหมอดูแลต่อในช่วงอยู่เวร ห้องพักพิเศษ“พ่อครับได้เวลามื้อเย็นแล้วนะครับ” รินทร์เดินมาปลุกพ่อที่กำลังพักผ่อนอยู่“กินข้าวอีกแล้วหรอ” ยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็ถึ
ห้องพักพิเศษ“ฟื้นแล้วหรอครับพ่อ” พอเสร็จภารกิจตรวจคนไข้ หมอรินทร์ก็กลับมาเจอพ่อที่พึ่งฟื้นด้วย“อ้ะ!ขอน้ำหน่อย” หลับไปนานก็เลยจะกระหายหน่อย“ได้ครับ” หมอรินทร์ก็รีบเอาน้ำมาให้พ่อทันที“เป็นไงครับชื่นใจไหมครับ” ระหว่างนั้นเขาก็ได้ ยิ้มหวานให้พ่อด้วย“อื้ม” เขาไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว“ข่าวดีนะครับต
หน้าห้องฉุกเฉิน“หมอคะฮึกพี่ชาย..” ยังพูดไม่ทันจบเลยคุณหมอก็ยิ้มให้ความหวังกับเขาแล้ว“คนไข้ปลอดภัยทั้งสองคนแล้วครับ” เขานับรวมคนที่บริจาคเลือดด้วย“จริงหรอคะปลอดภัย100%ใช่ไหมคะหมอ” เธอคนนั้นรีบเข้ามาจับมือคุณหมอทันที“ก็70%ครับคงต้องรอดูอาการอีกด้วยเพราะคนไข้เสียเลือดมากอาจจะช็อกได้ครับก็ต้องดู











