LOGIN"พี่ขอจีบอากาศได้ไหม" "ไม่! อากาศไม่ต้องตอบ พี่แค่แจ้งให้ทราบเฉยๆ" "ถึงอากาศจะไม่อนุญาตพี่ก็จะจีบ"
View More“ไอ้อากาศอย่าอยู่นิ่งสิ มึงรีบมาช่วยกันขนของเร็ว” ฟ้าใสหญิงห้าวหนึ่งเดียวรีบเร่งเพื่อนสนิทที่ยืนเหม่อมองท้องฟ้าให้มาช่วยงาน
“รู้แล้ว ๆ พวกมึงนี่นะ รู้ทั้งรู้ว่ากูพึ่งอกหักยังจะลากกูมาเข้าค่ายอาสาในที่ห่างไกลแบบนี้อีก” อากาศรีบละสายตาจากท้องฟ้าเข้าไปช่วยฟ้าใสขนย้ายสัมภาระที่พวกเขาขนกันมามากมายลงจากรถ
“ชิ้นนี้หนัก ให้กูยกเองดีกว่านะ อากาศยกอันนี้ไปแทนนะ” โทเพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่มรีบเข้ามาแย่งของที่ดูเหมือนจะหนักมากจากมืออากาศมาถือเอง แล้วให้เพื่อนตัวเองไปยกของที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยหนักแทน
“เพราะกูรู้ว่ามึงอกหักนี่แหละ พวกกูถึงได้พามึงมาด้วยไง ถ้าปล่อยมึงไว้คนเดียว เกิดมึงคิดจะทำอะไรบ้า ๆ ขึ้นมาใครจะห้ามทันวะ” คิมเพื่อนสนิทอีกคนพูดด้วยความเป็นห่วง แล้วเดินเข้าไปช่วยถือสัมภาระด้านหลังรถอีกคน และเขานี่แหละที่เป็นหัวแถวดึงดันจะพาอากาศมาเข้าค่ายด้วย
“น่า ๆ ผมว่าพวกเราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า ยิ่งพูดมันยิ่งตอกย้ำหัวใจอากาศนะ ระหว่างที่อยู่ที่นี่น่ะถือซะว่าผมขอ เลิกพูดถึงบีบีกันเถอะ” กายเข้ามาห้ามปรามให้เพื่อน ๆ เลิกพูดถึงแผลเก่าของอากาศ
“ขอบใจนะกายที่เป็นห่วง แต่กูไม่เป็นไร กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย” อากาศหยุดยืนหน้ากาย แล้วเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ถือสัมภาระในมือเดินตามเพื่อนร่วมคณะที่มาค่ายอาสาไปยังจุดวางสัมภาระ โดยมีโทที่เดินตามไปข้าง ๆ ด้วยกันไม่ห่าง
“พวกมึงเห็นแววตาไอ้อากาศไหม อย่าให้กูได้เจอหน้านะอีบีบี มาทำกันได้ลงคอ ถ้าได้เจอนะแม่จะตบให้ฟันร่วงเลย” ฟ้าใสที่เดินสวนทางมากับอากาศเอ่ยกับคิมและกายที่ยืนอยู่ที่รถด้วยความโกรธ อยากจะเจอหน้าอดีตเพื่อนในกลุ่มตัวเองอย่างบีบีอีกสักครั้ง
“น่า ๆ เราเลิกพูดถึงบีบีเถอะนะฟ้าใส ยิ่งพูดมันยิ่งทำให้อากาศลืมบีบีช้าลงไปอีกนะ” กายเอ่ยอีกครั้งด้วยความหน่ายใจ พวกเขาตัดสินใจพาอากาศมาค่ายอาสาเพื่อให้เพื่อนลืมบีบีที่เป็นแฟนเก่าไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเอาแต่พูดถึงบีบีกันอยู่ได้นะ
“แต่นางนั่นมัน...” ฟ้าใสกัดฟันพูด
“เอาน่า... ระหว่างนี้ก็มาช่วยทำให้อากาศมันลืมบีบีไปให้ได้กัน” คิมพูดตัดบทฟ้าใส มองหน้าเพื่อนทั้งสองก่อนพยักหน้าให้ก่อนจะเดินถือสัมภาระตามอากาศที่เดินนำไปไกล
“โธ่เว้ย...อย่าให้แม่เจอนะ” ฟ้าใสยังคงมีไฟโกรธอยู่ในอก
“บีบีคงไม่มาเจอหน้าพวกเราแล้วละ เพราะบีบีลาออกจากมหา’ ลัยไปแล้ว ลืมแล้วเหรอ” กายพูดเสียงเบาก่อนรีบถือของวิ่งตามคิมไป ถ้าไปช้าคงได้โดนฝ่ามืออรหันต์ของฟ้าใสแน่
ตอนกลางคืนหลังจากที่ทุกคนพากันนอนหลับกันหมดแล้ว อากาศที่นอนไม่หลับก็หนีออกจากห้องมานั่งชิงช้าพลางเหม่อลอยมองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ภายในหัวคิดอะไรมากมายจนเริ่มสับสนไปหมด และไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองมันเป็นความจริง
“บีบี...นี่มันคือเรื่องจริงเหรอ” อากาศหยิบมือถือขึ้นมามองภาพหน้าจอมือถือที่เป็นรูปคู่ตัวเขาเองกับหญิงสาวหน้าสวยผมสั้นคนหนึ่ง
เขายังไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนเลย ความจริงแล้วกลุ่มเพื่อนของพวกเขานั้นไม่ได้มีกันห้าคน แต่มีกันหกคน ชายสี่ หญิงสอง ซึ่งผู้หญิงอีกคนก็คือบีบี อดีตแฟนของอากาศ
นอกจากคิมที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ฟ้าใสและกายก็คือเพื่อนสมัยมัธยมที่เข้ามาเรียนในคณะเดียวกัน ส่วนโทและบีบีก็คือเพื่อนที่มารู้จักกันตอนขึ้นมหา’ ลัยเพราะเรียนคณะและสาขาเดียวกัน ทำให้พวกเขาสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากที่เป็นเพื่อนกัน บีบีก็เริ่มเข้ามาจีบอากาศ ด้วยนิสัยที่เข้ากันได้และหน้าตาที่ดูดี ไม่นานอากาศก็ตัดสินใจที่จะคบกับบีบี ซึ่งตลอดหนึ่งปีที่เป็นแฟนกันมา พวกเขาก็ไม่เคยมีเรื่องให้ทะเลาะหรือขัดใจกันแต่อย่างใด
ออกจะสวีตกันหวานแหววจนเพื่อนในกลุ่มต่างก็พากันเอียน ไม่อยากที่จะพาพวกเขาสองคนไปไหนด้วยเพราะเคืองสายตา ทั้งที่ความรักของพวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรแท้ ๆ แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนบีบีกลับบอกเลิกอากาศแบบไม่ให้ตั้งตัว อีกทั้งไม่ได้ให้เหตุผลว่า เขาทำอะไรผิดไว้เลย บอกเพียงแค่ว่าตัวเองนั้นเจอคนที่รักแบบหมดหัวใจแล้ว จึงขอเลิกกับเขาเพื่อที่จะไปแต่งงานกับอีกฝ่าย
จนตอนนี้อากาศก็ยังไม่เข้าใจว่า เขาทำอะไรผิด บีบีถึงได้ทิ้งเขาไปแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ และจากที่ฟ้าใสสืบมาก็รู้เพียงแค่ผู้ชายคนใหม่ของบีบีเป็นฝรั่ง
แม้ว่าอากาศจะมีคำถามมากมายแค่ไหนที่อยากจะถามอีกฝ่าย แต่บีบีก็ไม่ได้ให้โอกาสได้ถามมัน เนื่องจากเธอบล็อกแชต บล็อกเบอร์เขาและเพื่อนในกลุ่มทุกคน แถมยังลาออกจากมหา’ ลัยไปดื้อ ๆ โดยไม่บอกใคร
“อ๊ะ ยังมีคนไม่นอนเหมือนกันเหรอ”
พายุเดินออกมาจากในห้องเห็นมีคนนั่งเล่นชิงช้าก็ตกใจหน่อย ๆ ดีที่บริเวณชิงช้ามีไฟ ไม่อย่างนั้นเขาคงตกใจมากกว่านี้ เพราะนึกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คน
พายุนอนไม่หลับ และไม่มีอะไรทำ เห็นอีกฝ่ายนั่งมองมือถือโดยไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีคนแอบมองก็รู้สึกสนใจ เขาเดินเข้าไปนั่งที่ชิงช้าอีกอันข้าง ๆ แล้วแอบดูว่าอีกฝ่ายกำลังดูอะไรอยู่
“นั่นรูปแฟนนายเหรอ แฟนนายสวยใช้ได้เลยนะ พวกนายเหมาะกันมากจริง ๆ”
เมื่อเห็นรูปคู่ชายหญิงที่ดูเหมาะสมกันบนหน้าจอมือถือ พายุก็เอ่ยชมโดยไม่คิดอะไร ทว่า...
แปะ!
“หื้มม ในพยากรณ์อากาศไม่ได้บอกนี่ว่า คืนนี้ฝนจะตก” พายุเอ่ยขึ้นเสียงเบาเมื่อน้ำฝนตกลงใส่ตัวเขา ชายหนุ่มมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจากที่เคยเต็มไปด้วยแสงดาวตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเมฆดำที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาพร้อมกับสายฝน
“กรมอุตุทำงานประสาอะไรเนี่ย” ฝนเริ่มตกหนักแรงขึ้น พายุก็ไม่อาจนั่งเล่นชิงช้าได้อีกต่อไป เขารีบวิ่งเข้าไปหลบฝนในอาคารอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ตัวเองเปียกไปมากกว่านี้
“นี่นาย! รีบมาหลบฝนเร็ว นายอยากป่วยหรือไงกัน” พายุเห็นคนที่นั่งอยู่บนชิงช้ายังไม่มีทีท่าจะลุกวิ่งมาหลบฝนก็ตะโกนเรียก แต่อีกฝ่ายเหมือนไม่ได้ยินเสียงเขา อีกทั้งยังคงนั่งก้มหน้ามองมือถืออยู่เช่นเดิม
“บ้าเอ๊ย! ไม่น่าออกมาเลย” พายุรู้แล้วว่าเขาเจอปัญหาเข้าให้แล้ว แต่ด้วยความที่เรียนแพทย์ เขาไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งตากฝนต่อไปได้ เพราะถ้าอีกฝ่ายป่วยขึ้นมา คนที่จะต้องรักษาก็คือตัวเองอยู่ดี เขารีบวิ่งเข้าไปดึงแขนอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“นี่นาย! รีบไปหลบฝนเร็ว...” พายุหยุดคำพูดที่จะออกมาจากปาก เมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายที่เงยหน้าขึ้นมามองตนเปื้อนน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด แม้ฝนจะตกก็ยังไม่อาจปกปิดน้ำตาของอีกฝ่ายที่ไหลออกมาได้
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่า นายร้องไห้เพราะอะไร แต่ฉันเป็นหมอ ฉันไม่อยากให้มีคนป่วยเพิ่มขึ้นมาบนโลกนี้ถ้าฉันยังมีโอกาสช่วยได้หรอกนะ”
พูดจบพายุก็ไม่สนใจความเห็นของอีกฝ่ายแต่อย่างใด เขาดึงร่างคนตรงหน้าให้ยืนขึ้นก่อนย่อตัวยกร่างคนที่กำลังร้องไห้ขึ้นพาดบ่าแล้ววิ่งเข้าไปในตัวอาคารเพื่อหลบสายฝนที่กำลังกระหน่ำลงมา พายุวางร่างอีกฝ่ายให้นั่งหลบสายฝนด้วยกันใต้อาคาร
“อึก...ฮือ ๆ” อากาศปาดน้ำตาบนหน้าไม่หยุด แต่ไม่ว่าจะปาดออกไปกี่ครั้งน้ำตาบนใบหน้าก็ยังคงไหลออกมาไม่หยุด
คำพูดของผู้ชายแปลกหน้าข้าง ๆ ดันไปกระตุ้นต่อมความเศร้าที่เขาเก็บความเจ็บปวดเอาไว้เข้าอย่างจัง ทั้งที่ตัวเองคิดเอาไว้ว่าจะไม่ร้องไห้แท้ ๆ แต่ผู้ชายคนนั้นกลับทำให้เขาไม่อาจหยุดความเศร้าที่กักเก็บเอาไว้ภายในใจเอาไว้อยู่
‘นั่นรูปแฟนนายเหรอ แฟนนายสวยใช้ได้เลยนะ พวกนายเหมาะกันมากจริงๆ’
ภายในหัวยังเต็มไปด้วยคำพูดที่อีกฝ่ายพูดกับตัวเอง ราวกับมันสะท้อนก้องไปมาภายในหัว ภาพความทรงจำดี ๆ ที่เคยมีร่วมกันมากับบีบีผุดขึ้นมาภายในสมองไม่หยุด ทั้งที่เขาพยายามที่จะลืมมันไปแท้ ๆ
พายุยืนพิงผนัง สายตาเหล่มองผู้ชายข้าง ๆ ที่ยังร้องไห้ไม่หยุดด้วยสายตาทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายร้องไห้เพราะอะไร จึงไม่รู้ว่าจะปลอบยังไง สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหนก็เท่านั้น
“นี่ ใช้เสื้อฉันคลุมไว้ก่อนจะได้อุ่นขึ้น บอกแล้วไงว่า ให้รีบเข้ามาหลบฝน”
พายุเห็นคนข้าง ๆ ตัวสั่นเพราะความหนาวก็ถอดเสื้อของตัวเองไปคลุมตัวอีกฝ่ายเอาไว้ แม้จะช่วยไม่ได้มาก แต่เขาก็อยากจะทำอะไรบ้างสักอย่าง
“อึก...ฮืออ นาย...” อากาศมองผู้ชายที่ไม่รู้จักด้านข้าง ไม่เข้าใจว่า ทำไมอีกฝ่ายถึงถอดเสื้อมาคลุมให้เขา ทั้งที่ตัวเองนั้นก็หนาวจนต้องยืนกอดอกและตัวสั่นไม่ต่างกัน
“ฉันไม่รู้ว่านายร้องไห้เรื่องอะไร แต่ร้องออกมาให้เต็มที่ได้เลย นายไม่ต้องสนใจฉัน คิดซะว่า ฉันไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ อยากร้องไห้เท่าไรก็ร้องออกมาให้หมด ไม่ต้องสนใจฉัน” เมื่อได้สบกับดวงตากลมตาที่แดงก่ำเพราะร้องไห้อย่างหนัก พายุก็ทำตัวไม่ถูก กระนั้นก็ไม่รู้จะปลอบอีกฝ่ายยังไง
“อึก...ฮื้อ ๆ ๆ” เมื่อได้ยินที่คนแปลกหน้าข้าง ๆ บอก ไม่รู้ทำไมอากาศถึงอยากร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง เขาก้มหัวซุกเข้าหาตัวเอง จากนั้นก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังอย่างไม่เกรงใจใคร
ภายในอาคารตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง นอกจากเสียงร้องไห้และเสียงฝนที่กระหน่ำตกลงมาไม่หยุด ทั้งสองคนก็ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาอีกเลย คนหนึ่งก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุด ขณะที่อีกคนก็ทำเพียงยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไรภายในภายฝนที่กระหน่ำตกลงมา
“นี่มึงยังไม่ได้ให้เกียร์กับพี่พายุอีกเหรอเนี่ย” วันนี้มาเรียน คิมเห็นอากาศยังสวมสร้อยเกียร์อยู่ก็แปลกใจ เพราะอากาศคบกับพี่พายุมาตั้งนานแล้ว ทำไมถึงยังไม่ได้ให้เกียร์กับพี่พายุอีกก็ไม่รู้“ทำไมกูต้องให้วะ” อากาศมองคิมอย่างแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมคิมถึงถามเรื่องแปลก ๆ แบบนี้ขึ้นมา เกียร์วิศวะนี้ทำไมเขาต้องให้พี่พายุด้วย“อากาศลืมไปแล้วเหรอ ให้เกียร์ก็คือให้ใจไง” กายได้ยินที่คิมพูดก็พึ่งสังเกตเหมือนกันว่า อากาศนั้นยังใส่เกียร์วิศวะอยู่ ดูเหมือนเพื่อนเขาจะลืมความหมายของเกียร์วิศวะไปแล้ว“เพื่อนกู ไม่อยากเชื่อเลยว่า พี่พายุไม่เคยขอเกียร์จากมึง สำหรับเด็กคณะวิศวะการให้เกียร์คนที่ตัวเองรักก็คือมอบหัวใจตัวเองไปให้อีกฝ่ายครอบครองไง” ฟ้าใสมองอากาศที่ยังไม่เข้าใจจึงอธิบายเพิ่ม“จริงด้วย ตอนนั้นรุ่นพี่ก็เคยบอกนี่หว่า กูลืมไปได้ยังไวะ” อากาศนึกออกได้ในทันที ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้สำหรับเด็กคณะวิศวะปีหนึ่งที่เข้ามาเรียน รุ่นพี่ปีต่างก็มักพูดถึงเรื่องเกียร์นี้ให้ฟัง คอยบอกเสมอว่าถ้า
“เดี๋ยว... พูดให้มันชัดเจนก่อนสิ จะให้ช่วยอะไร” ฟ้าใสพูดเสียงดัง เธอยังไม่เข้าใจเลยว่าบีบีนั้นต้องการให้ช่วยอะไร น้ำเสียงอีกฝ่ายนั้นสั่นจนเธอไม่กล้าพูดแทรกได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ“มันวางไปแล้ว พวกมึงจะเอาไง” ฟ้าใสโชว์หน้ามือถือให้เพื่อน ๆ ดู แล้วสอบถามความเห็นของเพื่อนทั้งสาม“เราควรไปหาบีบีที่นั่นนะ แม้จะไม่รู้ว่าให้ช่วยจากอะไร แต่ฟังจากน้ำเสียงเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะ” กายออกความเห็นเป็นคนแรก น้ำเสียงที่บีบีพูดออกมานั้นสั่นเครือฟังออกเลยว่าร้องไห้และกลัวจริง ๆ“พวกมึงจะไปก็ไป กูไม่เอาด้วยอะ มีเรื่องอะไรขึ้นมาจริง ๆ โทรหาตำรวจก็จะได้ จะโทรมาหาพวกเราที่เลิกคบเป็นเพื่อนกันไปทำไม” คิมพูดขึ้นไม่เห็นด้วยกับกาย พวกเขาเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดา ถ้าบีบีเดือดร้อนหรือมีปัญหาอะไรก็ควรโทรหาตำรวจไม่ใช่มาโทรหาพวกเขา“ที่คิมพูดก็มีเหตุผลเหมือนกัน แต่น้ำเสียงบีบีเหมือนไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ” ฟ้าใสได้ยินที่คิมพูดซึ่งก็ดูมีเหตุผลเหมือนกันทั้งกายและคิมต่างก็มีเหตุผลในมุมมองของตัวเอง แต่น้ำเสียงของบีบีที่โทรม
“มันเป็นใคร”“มึงบอกชื่อมันมาเลยนะ”“ทำเพื่อนกูท้องแล้วไม่รับผิดชอบ กูไม่ปล่อยมันไว้แน่”อากาศ กาย และคิมต่างก็ยิงคำถามใส่ฟ้าใส เรื่องใหญ่โตแบบนี้อากาศไม่สามารถเก็บเอาไว้กับตัวได้ เขาบอกเรื่องที่ฟ้าใสท้องให้กับเพื่อนในกลุ่มรู้ ก่อนที่วันนี้พวกเขาจะรวมตัวกันมาหาฟ้าใสที่มหาวิทยาลัย เพื่อถามหาว่าพ่อลูกในท้องอีกฝ่ายคือใคร“พวกมึงไม่ต้องบีบกูเลย ยังไงกูก็ไม่มีทางบอกพวกมึงหรอก” ฟ้าใสยกมือปิดหูแล้วพูดออกไปเสียงดัง จะให้เธอบอกออกไปได้ยังไงว่าพ่อในลูกคือไอ้โท“พี่พายุบอกพวกมึงมาใช่ไหม ไม่น่าเจอพี่พายุที่โรงพยาบาลเลย” ฟ้าใสบ่นขึ้น เธอไม่น่าเชื่อสัญญาที่พี่พายุให้ไว้เลย คนอย่างพี่พายุที่หลงอากาศจนโงหัวไม่ขึ้น คงไม่มีทางที่จะเก็บเรื่องของเธอเอาไว้แล้วไม่บอกอากาศได้หรอก“มึงไม่ต้องโทษพี่พายุ กูเป็นคนบังคับให้พี่พายุพูดเอง” อากาศไม่อยากให้ฟ้าใสโทษพี่พายุ เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ถ้าไม่มีคนไม่ประสงค์ดีส่งรูปนั้นมาให้เขา พี่พายุก็คงเลือกที่จะเก็บเงียบเรื่องใหญ่แบบนี้ไม่บอกเขา“
“ฉันไม่หวังอะไรจากนายมาก หวังเพียงแค่นายจะรักและดูแลเอาใจใส่อากาศแทนความรักที่ฉันและแม่ไม่อาจมอบให้อากาศได้”“อึกก ฮื้อ ๆ”อากาศเก็บน้ำตาตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป เมื่อได้ยินเสียงที่พี่พายุบันทึกเอาไว้ เขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าพ่อแม่นั้นสนใจตัวเองมากขนาดนี้ เขาคิดมาตลอดว่าพ่อแม่นั้นไม่ได้รักเขาเลย เพียงแค่ให้เขาเกิดมา และให้เงินใช้ไปวัน ๆ ก็เท่านั้นเขาไม่สนใจอีกต่อไปว่าการร้องไห้ของตัวเองจะทำให้ฝนตกลงมา เขาทำผิดกับพ่อและแม่ไปมาก ความรู้สึกผิดที่พรั่งพรูออกมาจากในอกทำให้เขาร้องไห้ไม่หยุดอากาศไม่รู้เลยว่าพ่อแม่คอยเฝ้ามองตัวเองมาตลอด เป็นเขาเองที่ปิดใจไม่เปิดรับความรักที่พวกท่านต้องการจะมอบให้“พ่อและแม่อากาศรักอากาศมากนะรู้ไหม” พายุมองอากาศที่ร้องไห้แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มโชคดีที่ตอนนั้นเขาแอบกดบันทึกเสียงเรื่องราวต่าง ๆ ตอนคุยกับคุณพ่ออากาศเอาไว้ เห็นอากาศเข้าใจพ่อและแม่ตัวเองมากขึ้นจนร้องไห้แบบนี้เขาก็รู้สึกโล่งใจ และดีใจที่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแฟนกลับมารักกันได้ จนแอบมอบตำแหน่งว่าที่ลูกเขยดีเ











