Masukในความวุ่นวายของเพลิงไหม้ที่โหมกระหน่ำ และเสียงไซเรนรถดับเพลิงที่ใกล้เข้ามา รินยกกระบอกปืนขึ้นช้าๆ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันบ้าคลั่ง เป้าหมายของเธอคือไหม! ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เสียงปืนก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว! "ปัง!" วินาทีนั้นเอง... ในห้วงจิตสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ของ ภพ... ร่างกายที่ผอมโซ ซูบซีดไร้เรี่ยวแรง ราวกับหุ่นกระบอกที่เคยถูกชักใย ก็พุ่งเข้าขวางทางกระสุนนั้นอย่างรวดเร็วเกินคาด! กระสุนพุ่งเจาะทะลุร่างของเขาอย่างจัง! ไหมหลับตาปี๋ด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอถึงกับช็อก! ภพล้มทรุดลงไปต่อหน้าต่อตา! เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากอก เสื้อผ้าสีขาวบัดนี้ย้อมไปด้วยสีแดงสด! "ภพ!!!" ไหมร้องออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจอย่างที่สุด เธอไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้! ไหมรีบคลานเข้าไปใกล้ร่างของภพที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น พลางประคองศีรษะของเขาขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม "ภพ... คุณ... คุณเป็นยังไงบ้าง!?" เสียงของไหมสั่นเครือ ตัวเธอสั่นสะท้านไปท
ทันทีที่ขุนศึกพูดจบ พนักงานที่เคยส่งเสียงโหวกเหวกประท้วงอยู่เมื่อครู่ ก็พลันเงียบเสียงลง ดวงตาของพวกเขากลายเป็นเหม่อลอยคล้ายคนไร้สติ ก่อนที่ทั้งหมดจะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงราวกับถูกชักใย พวกเขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ไหมและพี่ชายอย่างช้า ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังงานคุกคามที่น่าขนลุก สถานการณ์ที่เคยเป็นเพียงการประท้วง บัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ "คุณไหม! หลบมาอยู่ข้างหลังผม!" ขุนศึกสั่งเสียงเข้ม แววตาคมกริบจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่ถูกควบคุมด้วยอำนาจมืด ไหมรีบถอยไปหลบอยู่ด้านหลังขุนศึกอย่างว่าง่าย โดยมีเมฆและหมอกตามมาหลบอยู่ใกล้ ๆ ด้วยเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะรับมือได้ ขุนศึกยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า เป็นด่านแรกในการปกป้อง เขาหลับตาลงเล็กน้อย สูดลมหายใจลึก ก่อนจะเริ่มสวดภาวนาคาถาคุ้มครองด้วยเสียงที่หนักแน่นและกังวาน ไม่ช้าพลังแห่งอาคมก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา เป็นเกราะคุ้มกันที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นยะเยือก ทันใดนั้น! เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกสัมภเวสีที่สิงสู่อยู่ในร่างของพนักงานก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ เสียงน
เวลาล่วงเลยไปเกือบสองสัปดาห์เต็มๆ นับตั้งแต่แพรนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อาการของเธอดีขึ้นมากจนเห็นได้ชัด แพทย์แจ้งข่าวดีว่าอีกสามสี่วันเธอก็จะสามารถกลับบ้านได้แล้ว "แก... แกรู้ไหมว่าฉันนอนจนเบื่อจะแย่อยู่แล้วนะ... อยากกินอะไรอร่อยๆ จะตายอยู่แล้วเนี่ย" แพรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงอ่อนแรง แต่แฝงด้วยความกระตือรือร้นเมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร "ก็ดีเหมือนกัน... ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นกับฉัน... พวกเราก็กินข้าวกันไม่เป็นสุขอีกเลย" ไหมพยักหน้าเห็นด้วย "ไว้แกออกจากโรงพยาบาลนะ... ฉันจะพาแกไปกินปิ้งย่างเอาไหม? กินให้หายอยากไปเลย!" "อืมม์! นั่นแหละ... นั่นแหละที่ฉันฝันถึง! หมูสามชั้นย่างหอมๆ... น้ำจิ้มรสเด็ดๆ... กุ้งเผาตัวโตๆ ด้วยนะ... คงจะดีไม่น้อยเลย" แพรพูดด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข ราวกับได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแต่ไกล ขุนศึกที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ เอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้ม "งั้นผมขอเป็นคนเลี้ยงแล้วกันนะครับ... ถือว่าเลี้ยงฉลองที่คุณแพรหายดี" "จะดีเหรอคะพ่อครู? ไหมเกรงใจจังเลยค่ะ" ไหมหันไปมองขุนศึกด้วยความเกรงใจ เพราะรู้ว่าเขาช่วยเหลือพวกเธอมามากแล้ว "ถือเสียว่าเลี้ยงเรียกขวัญคุณแพรก็แล้วกันนะคร
เมื่อประตูห้องสอบสวนเปิดออก กลิ่นอายของความตึงเครียดก็แผ่ซ่านออกมาคละคลุ้งในอากาศ ไหมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือรินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าเชิดรั้น ไม่มีแววสำนึกผิดแม้แต่น้อย และข้างๆ เธอ... คือภพ... ชายที่เคยเป็นที่รักของเธอ บัดนี้นั่งนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา "ฉันขอประกันตัวค่ะ" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความรู้สึกผิด ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย "คุณทำเพื่อนฉันเจ็บปางตาย! ยังจะมาขอประกันตัวอีกเหรอ! คุณไม่มีหัวใจเลยใช่ไหม!" ไหมโพล่งออกไปด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่น น้ำตาที่เคยไหลรินบัดนี้เหือดแห้งไปแล้ว เหลือเพียงเปลวไฟแห่งความเดือดดาลในดวงตา "ก็มันเป็นอุบัติเหตุนี่คะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ" รินตอบกลับอย่างเย็นชา ยักไหล่อย่างไม่แยแส "อุบัติเหตุงั้นเหรอ! กล้องวงจรปิดก็มี! ยังจะแก้ต่างอีก! คุณมันสารเลว!" ไหมตะคอกเสียงดังจนตัวสั่น รินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "แล้วที่เธอล่ะคะ! มาคบกับผัวชาวบ้าน มันเรียกว่าอะไร! เรียกว่าสำส่อนหรือเปล่า!" "นี่คุณมันจะมากไปแล้วนะ!" ขุนศึกที่ยืนอยู่ข้างไหมเอ่ยขึ้นด้
ในความเงียบสงัดของกลางดึกที่สองร่างหลับใหลอยู่เคียงข้างเตียงผู้ป่วยหนัก ไหมก็ถูกรบกวนด้วยฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัว ในห้วงนิมิตอันมืดมิดนั้น เธอเห็นภาพพี่ชายทั้งสอง เมฆและหมอก ยืนเผชิญหน้ากับเหล่าวิญญาณสัมภเวสีที่ดาหน้าเข้ามาทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของพี่ชายดังก้องกังวานในหูของเธอ มันทรมานหัวใจของไหมจนแทบแหลกสลาย เธอพยายามที่จะก้าวเข้าไปช่วยเหลือพี่ชาย แต่ร่างกายกลับหนักอึ้ง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น เมื่อก้มลงมอง เธอจึงพบว่าวิญญาณร้ายของผีอีบัวตนเดิม พร้อมด้วยผีตัวอื่นที่น่าสยดสยอง กำลังยึดจับร่างของเธอไว้แน่นหนา มือที่เย็นเยียบและน่าขยะแขยงของพวกมันรัดตรึงแขนขาของเธอจนขยับไม่ได้ กลิ่นเหม็นคาวคลุ้งของเลือดและซากศพลอยวนเวียนอยู่รอบตัว ทำให้เธอแทบอาเจียน ไหมพยายามดิ้นรน ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง แต่ไม่มีใครได้ยิน ราวกับเธอถูกกักขังอยู่ในโลกอีกมิติหนึ่งที่แสนโดดเดี่ยวและน่าหวาดกลัว เธอได้แต่ยืนมองพี่ชายทั้งสองถูกกระทำย่ำยีอย่างทารุณ เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลทั่วร่างของพวกเขา ดวงตาที่เคยอบอุ่นและอ่อนโยน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยควา
จวบจนกระทั่งถึงเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการฌาปนกิจศพของพ่อและแม่ไหม บรรยากาศในวัดก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยรัก แต่กลับไร้เงาของไหม... ความกังวลและความกระวนกระวายใจเริ่มปกคลุมทุกคนที่มาร่วมงาน ขุนศึกมองไปยังพี่ชายทั้งสองของไหมด้วยความเป็นห่วงและร้อนใจ "ไปแจ้งความกับตำรวจเลยไหมครับคุณเมฆ... คุณหมอก? เวลานานขนาดนี้แล้ว... ผมกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับคุณไหม" เพราะตอนนี้ตัวขุนศึกเองก็งงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอะไรก็ดูบังหูบังตาเขาไปหมด เมฆถอนหายใจด้วยความหนักใจ ตบบ่าพ่อครูหนุ่มเบาๆ "รอให้เผาศพพ่อกับแม่ฉันเสร็จก่อนเถอะพ่อครู... พวกเราค่อยไปแจ้งความกันอีกที... อย่างน้อยก็ให้เสร็จพิธีส่งท่านเป็นครั้งสุดท้าย... อีกอย่างมันยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ... ตำรวจอาจจะยังไม่รับแจ้งความในทันที" หมอกมองหน้าขุนศึกด้วยความเข้าใจในความร้อนรนของเขา "ฉันรู้ว่าพ่อครูร้อนใจ... พวกฉันสองคนที่เป็นพี่ชายของไหมก็ร้อนใจไม่แพ้พ่อครูหรอก... แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการส่งพ่อกับแม่ของเราให้ดีที่สุดก่อน" "ครับผม... ผมเข้าใจครับ... รอให้เสร็จงานก่อนก็ได้..." ขุนศึกตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้สงบ แต่







