Masukโชคชะตาเล่นตลก หรือฟ้ากลั่นแกล้ง? ให้ความรักของเธอ...กลายเป็นรักต้องห้าม หญิงสาวที่พบกับรักกับหนุ่มในแอพหาคู่ แต่แล้วพรหมลิขิตก็นำพาเขากลายมาเป็น "ลูกเลี้ยง" ของเธออย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่เธอก็ต้องจำใจยอมเข้ามาเป็น "ภรรยา" ของคนแก่คราวพ่อเพื่อกอบกู้ฐานะของครอบครัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความปรารถนาที่ร้อนแรง และความลับในอดีตที่ยังคงคุกรุ่น...จะเผาผลาญทุกสิ่ง หรือจะนำทางไปสู่รักแท้ที่ข้ามพ้นทุกเงื่อนไข? รักแรกพบ...ที่กลายเป็นรักต้องห้าม ภายใต้ชายคาเดียวกัน เมื่ออดีตตามล่า และปัจจุบันคือพันธนาการ..เธอจะเลือกอะไร ระหว่างความรัก และความถูกต้อง
Lihat lebih banyakเงาของความรักที่เคยหวานชื่นยังคงทาบทอในห้วงความคิดของพิมพ์มาดานักบัญชีสาว ราวกับวิญญาณร้ายที่ตามหลอกหลอน แม้เวลาจะล่วงเลยมานานหลายเดือน แต่ความเจ็บปวดจากการถูกแฟนหนุ่มทอดทิ้งไปยังคงฝังลึก และกัดกินหัวใจเธอไม่จางหาย เพื่อนสนิทพยายามปลอบโยนสารพัดวิธี แต่ความอ้างว้างในอกเธอกลับแน่นหนาเกินเยียวยา
“ฉันว่า..แกลองเปิดใจรับใครเข้ามา หรือหาคนคุยสักคนหนึ่งดีมั้ย...บางทีมันอาจจะช่วยให้แกหายเศร้าก็ได้นะโว้ย” เกรช เพื่อนสนิทเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา หลังจากรับฟังความทุกข์ของเพื่อนรักมานับครั้งไม่ถ้วน
“จะบ้าเหรอ!..เกรช ฉันจะไปหาใครที่ไหนได้รวดเร็วขนาดนั้นกันเล่า” พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงตกใจระคนไม่เชื่อ
“จะยากอะไรล่ะ ก็แอพหาคู่สิเพื่อน” เกรชเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะเลื่อนหน้าจอไปมาอย่างคล่องแคล่ว
“แค่หาคนคุยแก้เหงา..สมัยนี้มันง่ายจะตายไป” เกรชเอ่ยขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ
“นี้ๆ ดูของฉันเป็นตัวอย่างนี่” เธอเปิดแอปพลิเคชันสีส้มสดใสที่มีโลโก้รูปเปลวไฟให้เพื่อนดู
พิมพ์มาดามองโทรศัพท์ในมือเพื่อนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลังเลและต่อต้าน ความคิดที่จะต้องเริ่มต้นคุยกับคนแปลกหน้าผ่านแอปพลิเคชันนั้นดูมันวุ่นวายและไม่จริงใจสำหรับเธอ ความรู้สึกเศร้ายังคงเกาะกุมหัวใจแน่น จนไม่อยากเปิดรับใครเข้ามาง่ายๆ
“เอาน่า!..ลองดูไม่เสียหายหรอก แกก็แค่โหลดมา แล้วก็ปัดๆ หาคนที่น่าสนใจ ถ้าชอบก็ปัดขวา ถ้าไม่ก็ปัดซ้าย ง่ายจะตายไป” เกรชสาธิตวิธีใช้เรียบร้อยพลางยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าพิมพ์มาดาด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ
พิมพ์มาดามองแอปพลิเคชันไอคอนบนหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนอย่างไม่มั่นใจ ดวงตาคู่สวยยังคงฉายแววเศร้าสร้อย แม้จะพยายามฝืนยิ้มตามเกรชก็ตาม ในใจยังคงรู้สึกต่อต้านกับความคิดที่จะต้องเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ กับคนที่ไม่รู้จัก
แต่ด้วยความเกรงใจเพื่อน และความรู้สึกอยากจะหลุดพ้นจากความทุกข์ที่กัดกินใจ พิมพ์มาดาจึงตัดสินใจอย่างช้าๆ ที่จะลองทำตามคำแนะนำนั้น เธอหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา นิ้วเรียวแตะไปที่ Play Store และพิมพ์ชื่อแอปพลิเคชันเดียวกันกับที่เพื่อนแนะนำ ในใจภาวนาอย่างเลื่อนลอยว่ามันอาจจะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง แม้จะยังไม่เชื่อมั่นในวิธีการนั้นก็ตาม
กลางดึกคืนนั้น
ความเงียบสงัดของห้องยิ่งขับเน้นความเหงาที่เกาะกุมหัวใจ พิมพ์มาดานอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย สุดท้ายก็ตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา นิ้วเรียวสวยแตะลงไปที่ไอคอนรูปเปลวไฟอย่างลังเล
ทันทีที่แอปพลิเคชันเปิดขึ้น รูปโปรไฟล์ของผู้คนจำนวนมากมายก็ปรากฏบนหน้าจอสว่างวาบ แสงสีจากโทรศัพท์สาดส่องบนใบหน้าที่ยังคงมีร่องรอยคราบน้ำตาจางๆ พิมพ์มาดากวาดสายตาเลื่อนผ่านรูปภาพเหล่านั้นอย่างเหม่อลอยไร้จุดหมาย ราวกับคนหลงทางที่กำลังมองหาแสงสว่างเพียงเล็กน้อยในความมืดมิด
ความหวังอันน้อยนิดที่ปะปนไปกับความรู้สึกเคว้งคว้าง เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือมองหาอะไรจากคนแปลกหน้าเหล่านี้ เพียงแค่ต้องการบางสิ่งบางอย่างที่มาเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดที่ยังคงตามหลอกหลอนเท่านั้นเอง
แต่แล้วดวงตาคู่สวยที่เหม่อลอยก็พลันหยุดชะงัก ราวกับถูกสะกด เมื่อเหลือบไปเห็นรูปโปรไฟล์ของชายหนุ่มคนหนึ่ง ใบหน้าคมสันได้รูป ดวงตาอบอุ่นฉายแววความเป็นมิตรและจริงใจอย่างบอกไม่ถูก รูปถ่ายของเขาดูเรียบง่ายเป็นธรรมชาติไม่มีการปรุงแต่งใดๆ และชื่อที่ปรากฏใต้รูปโปรไฟล์นั้นคือ ‘Thawin’
พิมพ์มาดาเลื่อนนิ้วอ่านรายละเอียดสั้นๆ ในโปรไฟล์ของเขาอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก ข้อความที่บ่งบอกถึงความเป็นคนติดดิน มีอารมณ์ขัน ทำให้มุมปากของเธอแอบยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาบอกว่าตัวเองกำลังศึกษาต่อปริญญาโทที่นิวยอร์ก ชีวิตที่ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยนั้นดูน่าสนใจและแตกต่างจากโลกที่เธอคุ้นเคย งานอดิเรกที่ดูขัดแย้งอย่างการชอบไปวัด กลับกระตุ้นความสงสัยในตัวเธออย่างประหลาด แต่บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในโปรไฟล์ของ 'Thawin' นั้นกลับตรึงสายตาและดึงดูดใจเธออย่างประหลาด ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่มองไม่เห็น
นิ้วเรียวงามที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยพลันกดลงไปที่สัญลักษณ์รูปหัวใจสีเขียวที่อยู่ด้านขวาของโปรไฟล์นั้น...เป็นการตัดสินใจที่แสนเงียบเชียบ แต่กลับหนักแน่นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจ เป็นการ ‘ปัดขวา’ ให้กับ 'Thawin' ด้วยความรู้สึกอยากทำความรู้จักและความหวังเล็กๆ ที่เธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร
หัวใจของพิมพ์มาดาเต้นไม่เป็นจังหวะ ราวกับกลองที่ถูกตีรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความตื่นเต้นกับความหวังเล็กๆ ที่เพิ่งจุดประกาย ความประหม่าต่อการเริ่มต้นใหม่กับคนแปลกหน้า และความไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอวางโทรศัพท์ลงบนตักอย่างแผ่วเบา เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟยามค่ำคืนที่ส่องสว่างพร่าเลือน ดูคล้ายกับความสับสนและความคาดหวังที่ปะปนอยู่ในใจของเธอ
ไม่นานนัก เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ จากแอปพลิเคชันก็ดังขึ้น พิมพ์มาดารีบคว้าโทรศัพท์กลับมาดู ข้อความใหม่จากธาวินปรากฎบนหน้าจอ
Thawin: สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณชื่อพิมพ์มาดา ผมสะกดชื่อคุณถูกใช่ไหมครับ?
พิมพ์มาดากัดริมฝีปากเล็กน้อยอย่างคิดหนัก ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างช้าๆ
Phimmada: สวัสดีค่ะ คุณสะกดถูกแล้วค่ะ.. ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ...คุณธาวิน...ฉันสะกดถูกมั้ยคะ
Thawin: หวังว่ามิตรภาพระหว่างเราคงจะเริ่มต้นได้ด้วยดีนะครับ
Phimmada: ไม่เห็นบอกเลยว่าสะกดถูกหรือเปล่า
Thawin: ถูกเผงเลยครับ
Phimmada: คุณมีธาวิน..คุณมีชื่อเล่นมั้ยคะ
Thawin: คุณเรียกผมเล่น ๆ ว่าวินก็ได้ครับ แล้วคุณพิมพ์มาดาละครับ มีชื่อเล่นว่าอะไรเอ่ย
Phimmada: พิมพ์คะ
Thawin: โอเคครับ คุณพิมพ์
Thawin: ดีใจจังที่คุณพิมพ์ก็ชอบไปวัดเหมือนกัน ปกติไปวัดไหนในนิวยอร์กครับ?
Phimmada: ชอบแต่ก็ไม่ค่อยได้ไปหรอกค่ะ พิมพ์อยู่เมืองไทยนะคะ คุณวินเคยไปวัดที่ไทยบ่อยไหม?
Thawin: ผมไม่ได้กลับไทยมาหลายปีแล้วครับ ส่วนใหญ่จะไปวัดฝรั่งมากกว่า แต่บรรยากาศก็สงบดีนะ ว่าแต่...นอกจากชอบไปวัดแล้ว คุณพิมพ์มีงานอดิเรกอย่างอื่นอีกไหมครับ? เห็นในโปรไฟล์เขียนไว้น้อยมากเลย
พิมพ์มาดาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะส่งข้อความออกไป
ตอนที่ 40 ตอนจบธาวินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบขอตัวลาพิมพ์ดาวอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้าแม้แต่นาทีเดียว ธาวินรีบขับรถออกจากบ้านของพิมพ์ดาวไปด้วยความหวังครั้งใหม่ ปลายทางคือบ้านยายของเกรชที่กรุงเทพฯระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่
ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้ายอัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้"คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ..." อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา"...แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก"อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล… ก็เลยให้นายสินอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ… พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายสินเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“นายสินโทรบอกพ่อว่าเจอโทรศัพท์ของหนูพิมพ์ แต่มีรูปของแกกับหนูพิมพ์อยู่ในหน้าจอของโทรศัพท์เครื่องนั้น…”“จนกระทั่งนายสินเอาโทรศัพท์มาให้ แล้วพอพ่อเห็นรูปแกถ่ายคู่กับหนูพิมพ์บนหน้าจอ โทรศัพท์เครื
ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลยณ ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากอัครเดชทานมื้อค่ำกับท่านรัฐมนตรีเสร็จ เขาก็รีบร้อนเดินทางกลับทันทีด้วยเป็นห่วงสิ่งที่คุยกับบุตรชายค้างเอาไว้ ทว่า..ในจังหวะนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ทำให้ชายสูงวัยต้องหยุดชะงัก อัครเดชเพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาที่ตั้งใจจะเอาไปเฉลยความจริงทุกอย่าง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น กลับไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่มันถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เซฟส่วนตัวของเขาที่ห้องทำงานในบริษัทความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบอย่างฉับพลัน ราวกับเวลากำลังจะหมดลง คุณอัครเดชหันไปหานายสินที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล“สิน! ออกรถเร็ว ฉันต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้!” อัครเดชสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายนายสินดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะกลับไปที่บริษัทในกลางดึกเช่นนี้ แต่ก็รีบรับคำสั่งทันที“ครับนาย”ไม่ถึงสิบนาที รถยนต์คันเดิมก็แล่นฉิวออกจากโรงแรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองในยามวิกาล ท้องถนนยามค่ำคื
ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกส





