Masuk“เธอกำลังท้าทายพี่ใช่ไหมเหมย”
ดวงตาคู่คมดุดันจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ คล้ายว่านัยน์ตาสีดำมีไอโทสะพวยพุ่งออกมา อิชย์โกรธจนอยากเดินเข้าไปแล้วลากหญิงสาวให้กลับบ้านกับเขา แต่ทว่าก็ต้องพยายามระงับอารมณ์ดาลเดือดของตัวเองเอาไว้ เพราะในร้านไม่ได้มีเพียงคณานาง หากแต่ยังมีคีรติอยู่อีกคน
นายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นอีกเพียงครู่ เขาพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด เมื่อคิดว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว อิชย์จึงพาตัวเองกลับเข้าไปในร้าน
อิชย์แสร้งเดินผ่านโต๊ะที่คณานางและเพื่อนของ เจ้าหล่อนนั่งอยู่ เขาใช้หางตาเหลือบมองหญิงสาวอย่างต้องการบอกให้รู้ว่าเขาไม่พอใจกับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้ แต่ทว่าคณานางกลับไม่สนใจ เธอยังอี๋อ๋อกับไอ้หนุ่มนักศึกษาหน้าอ่อนนั่นต่อหน้าเขา
มานพที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตลอด ตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปหาเพื่อนสนิทเมื่อเห็นอิชย์ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะ คณานาง ด้วยกลัวว่าโทสะที่กำลัง พลุ่งพล่านจะทำให้ชายหนุ่มขาดสติจนทำอะไรไปโดยไม่ทันได้คิด
“อิชย์ มึงมายืนอะไรอยู่ตรงนี้วะ”
นายแพทย์มานพสะกิดแขนเพื่อน อิชย์หันมามองเล็กน้อยแต่ทว่าไม่ได้พูดอะไร ชายหนุ่มเดินนำเขากลับไปที่โต๊ะ แม้เห็นแววตาแค่เสี้ยววินาที มานพก็ดูออกว่าข้างในของอิชย์ตอนนี้มันร้อนรุ่มเพียงใด
“เฮ้อ.. หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เลยเหมย” เขามองไปที่โต๊ะคณานางแล้วนึกสงสารหญิงสาว มานพไม่รู้เลยว่าเมื่อเจ้าหล่อนต้องเผชิญหน้ากับอิชย์ในสถานที่ลับตาผู้คน เธอจะโดนอะไรบ้าง อิชย์เป็นคนหวงของ รักแรง โกรธแรง เพียงเสี้ยววินาทีที่เห็นแววตาเพื่อนสนิท มานพก็นึกเสียวสันหลังวาบ จินตนาการไม่ออกเลยว่าคณานางจะโดนลงโทษแบบไหน แต่กระนั้นหญิงสาวก็ต้องยอมรับผลจากการกระทำของตัวเองที่กล้าท้าทายอิชย์โดยการทำตัว สนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าชายหนุ่ม
ทุกอย่างถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากผู้ชายอบอุ่น อิชย์นั่งลงข้างแฟนสาวแล้วใช้แขนโอบไหล่ คีรติอย่างต้องการให้ใครบางคนเห็นว่าเขาหวงแหนผู้หญิงคนนี้เพียงใด และก็สมใจเมื่อเห็นว่าคณานางมองมายังเขาและคีรติอย่างไม่ละสายตา ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเย้ยหยัน คณานางก็เป็นเพียงคนในเงามืดที่เขามีไว้เพื่อตอบสนองเรื่องอย่างว่า เธอไม่ควรค่าที่จะเป็นแฟนออกหน้าออกตาเฉกเช่นคีรติ เธอไม่มีอะไรเหมาะสมกับเขา เป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่ใช้ร่างกายแลกเศษเงินเท่านั้น
“พี่อิชย์คะ” คีรติเรียกแฟนหนุ่มพลางเหลือบมองที่มือของเขาข้างที่โอบไหล่เธออยู่
แม้ความรู้สึกที่มีต่ออิชย์มันมากมายท่วมท้นล้นอก แต่กระนั้นเธอก็ต้องไว้ตัว ไม่ปล่อยให้เขาทำรุ่มร่ามได้โดยง่าย เพราะคีรติรู้ดีว่าอิชย์เปรียบเสมือนนักล่า เขาชอบความท้าทาย หากได้อะไรมาง่ายๆ แน่นอนว่าย่อมทำให้ชายหนุ่มหน่ายเร็ว เธอคาดหวังกับความรักครั้งนี้เอาไว้มาก วาดหวังไว้ว่าจะได้นายแพทย์มาเป็นคู่เรียงเคียงหมอน เพราะนอกจากรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์แบบจนหาใครเทียบได้ยาก ทรัพย์สินเงินตราของเขายังเป็นสิ่งที่ทำให้เธอปรารถนาอยากได้ผู้ชายคนนี้มาครอบครอง
มือชายหนุ่มที่วางบนไหล่มนของทันตแพทย์หญิง คีรติ ย้ายมาอยู่ที่ตักของเจ้าของมันเช่นเดิม อิชย์ยิ้มหวานให้แฟนสาวแล้วเอ่ยเบาๆ อย่างตั้งใจให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน “ขอโทษครับที่รัก มือมันทำตามใจไปหน่อยน่ะ”
ทันตแพทย์หญิงคนสวยแสร้งทำท่าขวยเขิน อย่าว่าแต่อิชย์เลยที่เป็นนักล่า เธอเองก็ชอบใช้มารยาหลอกล่อเพศตรงข้ามให้มาติดกับเหมือนกัน “พี่อิชย์อะ พูดอะไรก็ไม่รู้”
เพื่อนที่นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร มองทั้งคู่แล้วระบายยิ้ม แต่ทว่านัยน์ตาพวกเขาไม่ได้ยิ้มตาม ยามใดที่นายแพทย์พวกนั้นหันมองหน้ากัน แววตาแสดงออกชัดว่า ‘รู้กัน’
มานพบุ้ยปากไปทางโต๊ะคณานาง เขาชี้ชวนให้เพื่อนในกลุ่มดูว่าภายในร้านยังมีอีกคนอยู่ด้วย
“เหมยยังไม่เล่าให้พี่อิชย์ฟังใช่มั้ยว่าทำไมยัยหนูของเราถึงชื่อเอิงเอย” อิชย์ก้มมองภรรยาที่นอนเอาหัวชนกับลูกสาวบนตักเขาแล้วส่ายหน้า อันที่จริงชายหนุ่มตั้งใจจะถามถึงที่มาของชื่อเล่นเด็กหญิงอาภัสราหลายครั้งแล้ว แต่พอจะอ้าปากถามทีไร มักมีเรื่องแทรกเข้ามาขัดจังหวะทุกทีอยู่ร่ำไป “มีที่มายังไง ไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ”เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างจนส่งให้ดวงตาคู่หวานทอประสุกสกาวสดใส “ก็.. อิชย์กับเหมยไงคะ อออ่างมาจากอิชย์ ส่วนของเหมยก็ถอดหอหีบกับมอม้าออกแล้วเอาอออ่างใส่เข้าไป รวมกันได้เอยพอดี เหมยเลยตั้งชื่อลูกเราสองคนว่าเอิงเอย เป็นไง ความคิดเหมยล้ำไหมพี่อิชย์”ได้ยินเช่นนั้นแล้วทำให้หนุ่มใหญ่วัยมั่นคงยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู “ช่างคิดนะเราเนี่ย” เขาบีบแก้มภรรยาเล่นอย่างนึกมันเขี้ยวแก้มป่องๆ ของเจ้าหล่อนพลางมองสองแม่ลูกสลับกันแล้วแอบเปรียบเทียบใบหน้าทั้งสอง “มีคนบอกพี่ว่า ถ้าแม่รักพ่อมาก ลูกจะหน้าตาเหมือนพ่อ ดูเอิงเอยสิ หน้าเหมือนพี่เปี๊ยบเลย”เจ้าของชื่อเหลือบตามองพ่อแล้วฉีกยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อเหรอคะ”อิชย์พยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้วคร้าบ เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อมากกก” โดยเฉพาะดวงตาสีดำขลับดูลึกล
“คุณแม่สวยเนอะเอิงเอย” อิชย์มองภรรยาซึ่งกำลังก้าวขาเดินลงบันไดศาลประจำจังหวัดแล้วพูดกับตัวเล็กที่อยู่บนคออาภัสราพยักหน้า “สวยมากๆ เลยค่า”คราแรกอิชย์ตั้งใจจะมาพร้อมคณานางตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดที่ว่าอาภัสราต้องไปเรียนหนังสือ กอปรกับเขาเองก็มีประชุมสำคัญ จึงจำต้องยอมให้ภรรยาเดินทางมาทำงานของเจ้าหล่อนล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้เธอห่างตาแม้สักวินาทีเลยด้วยซ้ำสองพ่อลูกทนรอให้คุณทนายสาวเดินมาถึงไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา คณานางวันนี้ดูสง่าและภูมิฐานเกินกว่าวันไหนๆ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้จริงๆอิชย์พึ่งสังเกตว่าข้างกายภรรยามีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเคียงคู่มาด้วย เพียงแค่เห็นสายตาที่มองคณานาง เขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคิดเช่นไร“ถ้าเย็นนี้ผมชวนคุณเหมยดินเนอร์ คุณเหมยสะดวกไหมครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณ คุณทนายคนสวยที่ช่วยให้ผมชนะคดีพิพาทที่ดิน แล้วอีกอย่าง.. ถือเป็นการฉลองที่เราสองคนได้รู้จักกันด้วย” พิภพถูกตาต้องใจทนายสาวคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า ยิ่งได้พูดคุยกับคณานาง เขาก็ยิ่งอยากสานสัมพันธ์กับเจ้าหล่อนอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่ถึงกับเบะปา
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้คณานางรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจระคนนึกขัน สองพ่อลูกหยอกล้อกันเสียงดังลั่นบ้าน ในขณะเดียวกันคนเป็นแม่อย่างเธอนั้นกำลังคร่ำเครียดอยู่กับเอกสารกองโต“คุณพ่อเดินมาตกบ้านเอิงเอยค่ะ” เด็กหญิงอาภัสราแบมือน้อยๆ ของตัวเองไปตรงหน้านายแพทย์อิชย์ “สองหมื่นห้าค่าเช่าบ้านค่ะพ่ออิชย์”“สองพันห้าหรือเปล่าครับเอิงเอย”สาวน้อยของพ่ออิชย์ส่ายหน้า “ไม่ช่ายๆ สองหมื่นห้าค่าคุณพ่อ”อิชย์ก้มมองเงินกระดาษของตัวเองแล้วฉีกยิ้มแฉ่งส่งให้ลูกสาว “แฮะๆ พ่อหมดตัวแล้วลูก พ่อเหลืออยู่ห้าร้อยสุดท้าย ขอติดไว้ก่อนได้มั้ย”เด็กหญิงวัยห้าขวบมองหน้าพ่อแล้วยิ้มกว้าง “ฮ่าๆ ติดไม่ได้ค่า คุณพ่อแพ้เอิงเอยอีกแล้ว เย้ๆ ”สงสัยวันนี้เขาดวงตก เล่นเกมเศรษฐีกับลูกสาวสามรอบ แพ้น็อกทั้งสามรอบ “ยอมแพ้ก็ได้คร้าบ ว่าแต่รอบนี้ผู้ชนะอยากได้อะไรเอ่ย”ข้อตกลงในการเล่นเกมเศรษฐีของสองพ่อลูกคือใครเป็นผู้ชนะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ซึ่งสองรอบที่ผ่านมาอาภัสราได้ใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้วดวงตาคู่วาวฉายแววระยิบระยับ อาภัสราสบตากับผู้เป็นพ่อแล้วยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยอยากมีน้องค่าคุณพ่อ”อิชย์ได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวในทันที ชายหนุ่มหันม
หลังจากที่อิชย์หายดี งานวิวาห์ของชายหนุ่มกับคุณทนายสาวก็ถูกจัดขึ้นทันที โดยจัดเล็กๆ เป็นการภายในที่หาดทรายริมทะเล เพราะเป็นความประสงค์ของทั้งคู่ที่คิดว่าความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นความสุขของคนในครอบครัวมากกว่าที่อยากเห็นแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติ และบรรดาเพื่อนสนิทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปรมัตถ์เป็นหนึ่งในนั้น“ยินดีด้วยนะเหมย ยินดีด้วยจริงๆ” เขาไม่เคยคิดโกรธเลยสักนิดที่สุดท้ายคณานางเลือกอิชย์ ขอเพียงแค่เธอมีความสุข เท่านั้นเขาก็พอใจแล้ว “ขอให้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหมยได้พบแต่ความสุขนะ”“ขอบคุณมากนะปก”เพื่อนรักทั้งสองยิ้มให้กันปรมัตถ์คิดว่าสักวันเขาคงได้พบกับผู้หญิงที่เขารักและรักเขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงก็จะรอ..“ลุงปกขา” อาภัสราในชุดสีชมพูหวานแหววเดินจูงมือใครบางคนมาหาลุงปกป้องทันทีที่ดวงตาสองคู่สบประสาน คล้ายว่ามีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับปรมัตถ์และ..“ยัยเมย์! ดีใจจังเลยที่เห็นเมย์มางานพี่” คณานางโผเข้ากอดเมขลาทันทีอย่างรู้สึกดีใจ “เป็นยังไงมาไง พี่คิดว่าตอนนี้เมย์อยู่อังกฤษซะอีก” เมขลาเป็นลูกสาวของน้าแท้ๆ เธอเอง ครั้งสุดท้าย
“คุณบารมี” กลับเป็นอดีตสามีของนางเองราวกับโลกหยุดหมุนลง ณ วินาทีนั้น บารมีมองคนตรงหน้าไม่วางตา แม้ว่าเขาและอรอิสราจะยุติชีวิตสมรสกันนานแล้ว ทว่าหัวใจกลับไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้ได้เลย“อร..”อรอิสราลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังหนีบารมี นางมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาเตือนเขา “อย่าแม้แต่คิดจะเข้าใกล้ฉัน”“คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ” อดีตภรรยาเบือนหน้าหนี“ไม่โกรธ แต่เกลียด แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”พออดีตภรรยาถามเช่นนั้น บารมีจึงนึกขึ้นได้ “อิชย์เป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับลูกที่นี่ได้” เขารู้ข่าวว่าลูกชายถูกรถชนจากโซเชียล แล้วอรอิสราล่ะ หรือว่านางเองก็เห็นข่าวเหมือนกัน เลยมาเยี่ยมลูกอย่างนั้นหรือ“ฉันกับลูกเราเจอกันได้สักพักแล้วล่ะ”นักธุรกิจหมื่นล้านคิ้วขมวดเข้าหากัน “ที่อิชย์มาจังหวัดนี้บ่อยๆ ก็เพราะมาหาคุณอย่างนั้นเหรอ”อรอิสราเหลือบตามองสามีสลับกับหันมองว่าที่ลูกสะใภ้ “เปล่าหรอก เขามาหาเมียกับลูกน่ะ”ทันใดนั้นบารมีก็กันมองคณานางทันที สายตาที่เขามองหญิงสาว บ่งชัดว่าไม่พอใจหากอิชย์จะคว้าผู้หญิงคนนี้มาทำเมีย “เมีย? ลูก?” แสดงว่าเขามีหลานงั้นหรือในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง “ไหนล่ะหล
อิชย์มองตามคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาไปที่รถแล้วถอนหายใจ แม้วันนี้ยังไม่สมหวัง แต่ไม่เป็นไร เพราะเขารอคณานางได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วเพราะมัวแต่สนใจร้านอาหารที่อยู่อีกฝั่งของถนน คณานางจึงไม่ทันระวังรถยนต์ที่กำลังพุ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็วสูง“ระวัง!” อิชย์ที่พึ่งเดินออกจากคลินิกแพทย์หญิง อรอิสรา รีบวิ่งไปหาคณานางแล้วผลักเจ้าหล่อนให้พ้นรัศมีรถยนต์คันนั้น ก่อนที่ร่างเขาจะถูกกระแทกเข้าอย่างจังทุกอย่างมืดดับลง อิชย์ไม่รับรู้อะไรหลังจากนั้น..“พี่อิชย์” คณานางช็อก เธอพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นวิ่งไปหาร่างชายหนุ่มแล้วกอดเขาร้องไห้ “พี่อิชย์ทำไมทำอย่างนี้”เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ด้วยว่าตกใจและระทึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนวิ่งมามุงดูผู้บาดเจ็บ บ้างก็โทรเรียกรถพยาบาล ส่วนคณานางทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่นั่งมองหน้าพ่อของลูกแล้วร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าอย่าพรากชีวิตอิชย์ไปจากเธอเลยความกลัวว่าจะต้องสูญเสียแล่นพล่านไปทั้งทรวงอก ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายที่เคยเกิดขึ้นไหลกลับเข้ามาในความคิด แม้ครั้งหนึ่งอิชย์จะเคยทำให้เธอเสียใจ แต่เขาก็พยายามแก้ไขและชดใช้ให้เธอกับอาภัสรา แล้วทำไม.. ทำไมเธอถึงได้ใจร







