LOGINรอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนคล้ายจางหายไปชั่วขณะไม่ใช่เพราะโกรธแต่เพราะจู่ ๆ เขากลายเป็นฝ่ายที่ถูกผลัก ถูกปฏิเสธ ถูก “ฟันแล้วทิ้ง” แบบไม่ทันตั้งตัวเขาไล่ลมเข้าปอดทีหนึ่ง
View Moreเพียงฝันยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าห้องของนที แสงไฟสีเหลืองอ่อนสะท้อนใบหน้าซีดเผือดของเธอ
ดวงตาที่มักจะสดใสกลับแดงก่ำเพราะร้องไห้มาเป็นชั่วโมง
“ฟาง เราว่าพอเถอะนะ”
นทีพูดด้วยเสียงนิ่งจนเพียงฝันแทบล้มทั้งยืน
เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้น
“พออะไร……..พออะไรธีร์ เราขอแค่ให้เลิกกับเขา เลิกน้องคนนั้น เธออายุแค่ยี่สิบห้าเองนะ เธอ เธอแค่เข้ามาทีหลัง!”
นทีเม้มปาก แววตาของเขาไม่มีแม้แต่ความลังเล
“แต่ผมชอบน้องเขา ฟาง ผมเลือกน้องเขา”
สุดท้ายคำพูดสั้น ๆ นั้นกลับทำลายเวลาสองปีที่เคยมีกัน
เพียงฝันยืนตัวชา ก่อนจะโผกอดเอวเขาไว้แน่นจากด้านหลังน้ำตาร่วงกระทบหลังมือเธอไม่หยุด
“อย่าไป……นะ ธีร์……อย่าทิ้งฟางนะ”
เธอซบหน้าลงกับแผ่นหลังเขา มือบางกำเสื้อของเขาแน่นราวกับกำหัวใจตัวเองไม่ให้แตกสลาย
นทีนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะค่อย ๆ แกะนิ้วของเธอทีละนิ้ว
“ปล่อยผมนะฟาง มันจบแล้วจริง ๆ”
เขาเดินจากไปทันทีเสียงประตูห้องปิดลงเหมือนฟาดซ้ำกลางใจเธอ
เพียงฝันค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้นปล่อยให้ความเงียบกัดกินหัวใจจนชาไปหมด
ผับแสงสีเป็นที่เดียวที่เธอนึกออกในคืนนี้
เสียงดนตรีดังสนั่น กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจนเวียนหัว แต่เพียงฝันกลับดื่มไม่หยุด เหมือนหวังให้มันลบภาพเมื่อครู่ทิ้ง
“ขอโทษครับ นั่งตรงนี้ได้ไหม?”
เสียงทุ้มข้างตัวทำให้เธอเงยหน้า
ผู้ชายคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตสีเข้ม นั่งลงฝั่งตรงข้าม
คิ้วเข้ม ดวงตาคมหน้าคมรูปไข่ กรามชัดแต่ไม่แข็งจนดุ
ริมฝีปากบาง โค้งนิด ๆ แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ตามสบายค่ะ” เพียงฝันพึมพำ
เขาหัวเราะเบา ๆ “คุณดูเหนื่อยกว่า ผมอีกนะ”
“เจ็บ……ค่ะ” เธอพูดตรง ๆ ทั้งที่เมา “คนที่รัก……เขาเลือกคนอื่น”
ชายคนนั้นสบตาเธอนานนิดหนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นชน
“ผมก็เคยเจอวันที่มันหนักพอ ๆ กันเป็นหมอแต่รักษาใจตัวเองไม่เคยเก่งสักที”
เขาพูดพรางมองแอลกอฮอล์ในแก้วเหมือนมันมีคำตอบซ่อนอยู่
ชื่อของเขา……เตวิชญ์หมอหนุ่มที่ต้องออกมาดื่มเพราะเครียดจากเคสหลายวันติด
และเพียงฝันที่หัวใจแตกสลายจนตั้งรับไม่ไหว
คืนนั้นทั้งคู่ดื่มไปเรื่อย ๆ ปล่อยให้ความเมาแทนที่ความเจ็บปวด
คำพูดเบา ๆ เริ่มหลุดออกมาจากทั้งสองฝ่ายเสียงหัวเราะปนสะอื้น
สายตาที่สบกันนานเกินกว่าเพื่อนใหม่จะมองกัน
ท้ายที่สุดเพียงฝันพิงไหล่เขา สัมผัสไออุ่นที่ไม่ควรอุ่นขนาดนี้
เตวิชญ์มองเธอนิ่งเหมือนกำลังชั่งใจแต่พอเห็นน้ำตาเธอหยดลงบนเสื้อเขา เขาก็ยอมแพ้
เธอจับคอเสื้อเขาไว้หลวม ๆ และก่อนที่ทั้งคู่จะรู้ตัวมันก็เป็นคืนที่หลุดควบคุม
คืนที่เพียงฝัน……เผลอมี วันไนท์สแตนด์ กับหมอหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก
คืนที่ทั้งสองต่างเมาเกินกว่าที่จะควบคุมตัวเองได้
แสงอุ่นแรกของวันลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้ามาในห้องพักของโรงแรม เสียงแอร์ดังเบา ๆ เป็นสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวอยู่ในความเงียบ
เพียงฝันค่อย ๆ ลืมตาเสียงหัวใจของตัวเองเต้นดังจนได้ยินชัด
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ไม่คุ้นเคยติดอยู่บนหมอน
และยิ่งเธอรู้ตัวว่าเสื้อผ้าไม่มีติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียวความจริงของเมื่อคืนก็ย้อนกลับมาชนเต็มแรง
เธอสะดุ้งแล้วรีบดึงผ้าห่มมาปิดอกไว้แน่น
ลมหายใจติดขัดเหมือนคนเพิ่งจมน้ำขึ้นมา
ข้างกายของเธอเตวิชญ์ยังนอนตะแคงหันหลังให้ ผมยุ่งเล็กน้อย
เสื้อเชิ้ตที่ใส่เมื่อคืนพาดอยู่บนพนักเก้าอี้
ภาพเมื่อคืนแล่นวาบ มือของเขาที่โอบเอวเธอ
เสียงปลอบเบา ๆ ที่กระซิบบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ คุณไม่ต้องเข้มแข็งกับผมก็ได้”
และสัมผัสที่ทั้งอ่อนโยนทั้งตรึงใจมากกว่าที่เพียงฝันเคยเจอ
หัวใจของเธอสั่นรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
“คุณตื่นแล้วเหรอ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำ งัวเงียดังขึ้น
เตวิชญ์ลืมตาขึ้นช้า ๆแสงเช้าสะท้อนเข้าดวงตาคมของเขา
ความง่วงลึกผสมกับความสงบหลังตื่น
ทำให้ใบหน้าคมนั้นดูอ่อนลงกว่าทุกที
แต่กลับหล่อจนเพียงฝันแทบหายใจไม่ออก
คิ้วเข้มรับกับดวงตาลึกที่มองมาแบบไม่เร่งรัดริมฝีปากบางโค้งเบา ๆ คล้ายรอยยิ้มที่ยังไม่ทันเกิดขึ้นเต็มที
หล่อ……หล่อเกินไปสำหรับเช้าวันที่ไม่ควรมีเขาอยู่ในห้องเธอด้วยซ้ำ
เพียงฝันหลบตาแทบทันทีแก้มร้อนวูบมือที่ถือผ้าห่มอยู่กำแน่นจนเกร็ง
เธอกับเขาเพิ่งรู้จักกัน……แล้วมันไงถึงจบลงบนเตียงได้ล่ะเพียงฝันเธอตัวเองก็ยังตอบไม่ได้
“ขะ…..ขอโทษค่ะ”
เสียงของเธอสั่นจนแทบเป็นลมหายใจ
“เมื่อคืน……ฉัน”
เตวิชญ์ยังคงมองเธอนิ่ง ไม่รีบร้อนไม่กดดัน
สายตาแบบนั้นยิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นถี่กว่าเดิม
เขาเอื้อมมือขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะห้ามแต่หยุดไว้กลางอากาศ
สีหน้าสงบ อ่อนโยนจาง ๆ ตัดกับภาพเขาในคืนที่เร่าร้อน
“คุณฟาง”
เสียงเขาแผ่ว ต่ำ และนุ่มจนเธอขนลุก
“ไม่ต้องขอโทษก็ได้”
เพียงฝันเม้มปากไม่รู้จะวางมือ วางสายตา หรือวางใจตรงไหน
เขามองเธออีกครั้ง ลมหายใจของเธอสะดุด
ก่อนเขาจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เธอไม่ทันตั้งรับ
“ผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นความผิดอะไรเลย”
เตวิชญ์ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ดันกายขึ้นนั่ง
ผ้าห่มไหลลงจากช่วงเอวเผยให้เห็นอกกว้างกับลำตัวแข็งแรงที่เต็มไปด้วยลมหายใจอุ่น ๆ
หลังเพิ่งตื่น กล้ามเนื้อแน่นเป็นลำรับกับแสงเช้าทำเอาเพียงฝันหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
เช้าวันแต่งงานค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นกันเองแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านม่านโปร่งสีขาวแสงนั้นไหลเอื่อยลงบนพื้นห้อง ทอประกายอบอุ่นจนทุกอย่างดูนุ่มละมุนไปหมดเหมือนเช้าวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นของวันใหม่ของชีวิตคู่แต่เป็นการเริ่มต้นของคำสัญญาของทั้งสองชีวิตที่กำลังจะเดินเคียงกันไปจากนี้ในความเงียบสงบของยามเช้า หัวใจทุกดวงค่อย ๆ ตื่นขึ้นพร้อมความรัก ความหวัง และความฝันที่ถูกโอบอุ้มไว้อย่างแผ่วเบาราวกับโลกทั้งใบกำลังยิ้มให้กับการเริ่มต้นครั้งสำคัญนี้ดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อนถูกจัดเรียงอย่างประณีตตลอดแนวทางเดินกลิ่นหอมบางเบาลอยคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแผ่ว ๆงานนี้ไม่ได้หวือหวา ไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาใครแต่กลับอบอวลไปด้วยความหมายเพราะแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานมีเพียงเพื่อนสนิทและญาติของทั้งสองฝ่ายคนที่รู้จักรอยยิ้ม น้ำตา และเส้นทางความรักของทั้งคู่เป็นอย่างดีเพียงฝันก้าวเข้ามาในชุดเจ้าสาวมือของพ่อเธอจับมือเธอไว้แน่นไม่ใช่เพราะไม่อยากปล่อยแต่เพราะอยากส่งเธอไปด้วยความมั่นใจที่สุดดวงตาของแม่เพียงฝันแดงนิด ๆ รอยยิ้มสั่นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มของคนเป็นแม่ที่มองเห็นลูกสาวเติบโตและกำลังจ
คำพูดเรียบง่ายแต่ทำเอานับดาวหน้าอุ่นขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเพียงฝันที่เดินผ่านมาพอดีเหลือบเห็นเพื่อนสนิททำหน้าทำตาแปลก ๆก็ยกคิ้วแซวเบา ๆ“อ้าว…..นี่วันเกิดคุณแม่หรือวันเปิดตัวคู่รักใหม่กันแน่นะ”นับดาวรีบทำหน้าแข็ง“หยุดเลย!”แต่หมอเป้กลับยิ้มกว้างกว่าเดิม“ถ้าเปิดตัววันนี้ยังไม่ทันขอเริ่มจากขอไลน์ก่อนได้ไหมครับ”นับดาวมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้พร้อมเสียงบ่นกลบเขิน“แค่ไลน์นะคะ อย่าเหลิง”หมอเป้รับโทรศัพท์ไปพิมพ์อะไรบางอย่างแล้วคืนให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ไม่เหลิงครับแค่ดีใจ ที่คุณไม่ปฏิเสธ”ในขณะที่ค่ำคืนนั้นค่อย ๆ ดำเนินไปไม่ใช่แค่ความรักของเพียงฝันกับเตวิชญ์ที่ชัดเจนขึ้นแต่หัวใจของใครหลายคนก็เริ่มเปิดรับความรู้สึกใหม่อย่างเงียบ ๆ และอ่อนโยนไม่แพ้กันเลยลานระเบียงด้านข้างเงียบกว่าด้านในบ้านแสงไฟสีอุ่นทอดยาวบนพื้นไม้นทีนั่งอยู่คนเดียว มือหมุนแก้วในมือช้า ๆน้ำแข็งกระทบแก้วดังแผ่ว ๆเหมือนจังหวะความคิดที่วนซ้ำไม่รู้จบเขาไม่ได้เมา แค่ใจมันหนักเสียงส้นรองเท้าเบา ๆ ดังขึ้นก่อนร่างสูงโปร่งจะหยุดยืนข้าง ๆ“ไม่เข้าไปข้างในเหรอคะ”นทีเงยหน้าขึ้นเตชินียืนอยู่ตรงนั้น สีหน้า
ส่วนเตวิชญ์ยังคงเป็นหมอที่ยุ่งเหมือนเดิม แต่ไม่ว่าเวรจะหนักแค่ไหนเขาจะไม่ลืมแวะมารับเธอ หรืออย่างน้อยก็โทรมาบอก “วันนี้ผมอาจช้านิดนะ แต่ผมคิดถึงคุณ” บางวันเขาเข้ากะดึกเพียงฝันจะเตรียมข้าวกล่องง่าย ๆ ให้ บางคืนเธอหลับไปก่อน ตื่นมาอีกทีจะเจอเขานั่งอยู่ปลายเตียง ลูบผมเธอเบา ๆ เหมือนกลัวเธอหายไป หมอน้ำอิงเองก็เปลี่ยนไป เธอถอยออกมาอย่างมีระยะ ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่เพราะเข้าใจว่า ความรู้สึกที่ฝืนไว้ ไม่เคยพาใครไปถึงความสุขจริง ๆ และหมอไท ก็ยังคงอยู่ข้าง ๆ เธอ อย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคง เย็นวันหนึ่ง เตวิชญ์พาเพียงฝันไปทานข้าวที่บ้าน คุณธเนศกับคุณวาสนายังแซวเหมือนเดิม เตชินียิ้มมองทั้งคู่ด้วยสายตาเอ็นดู “ดูแลกันแบบนี้ แม่ว่าบ้านเราจะคึกคักขึ้นเยอะเลยนะ” เพียงฝันยิ้มมือของเธอถูกเตวิชญ์จับไว้แน่น ไม่ใช่เพราะกลัวหลุดหายไป แต่เพราะเขาเลือกจะไม่ปล่อย หลายเดือนที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ แต่ทำให้ทั้งสองคนมั่นใจว่า ความรักที่ไม่ต้องแย่งไม่ต้องพิสูจน์ไม่ต้องเจ็บซ้ำ มันกำลังเติบโตอย่างนุ่มละมุนและจริงใจ วันนี้บ้านของเตวิชญ์อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันเ
เตชินีไม่ได้เปิดฉากด้วยคำตำหนิเธอเพียงเลื่อนแท็บเล็ตไปตรงกลางโต๊ะภาพจากกล้องวงจรปิดหยุดอยู่ตรงจังหวะที่คุ้นตาเกินไป“แก้ว”น้ำเสียงเรียบ แต่หนัก“ช่วยอธิบายหน่อย ว่าคุณเข้าไปในห้องทำงานของเพียงฝันทำไมในช่วงเวลาที่ไฟล์งานถูกลบพอดีแบบนี้”แก้วกัลยาหน้าซีดวูบริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน“แก้วแค่เข้าไปหยิบเอกสารค่ะอาจจะเผลอโดนอะไรเข้าโดยไม่ตั้งใจก็ได้”เตชินีไม่ได้ตอบทันทีเพียงแตะหน้าจออีกครั้งคลิปเดินต่อชัดเจนการคลิกเมาส์การเลือกโฟลเดอร์การกดลบอย่างตั้งใจและไม่ลังเลความเงียบในห้องหนักอึ้งเพียงฝันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไรเธอแค่มองสายตานิ่งไม่โกรธไม่สะใจมีเพียงความผิดหวังบาง ๆ ที่คนอีกฝ่ายเลือกทางนี้“ฉันไม่ได้โกรธที่เธอไม่ชอบใคร”เตชินีพูดช้า ๆ“แต่ฉันรับไม่ได้ถ้าเธอใช้การทำงานเป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่น”แก้วกัลยาน้ำตาคลอแต่ไม่มีใครเอื้อมมือไปปลอบ“บริษัทให้โอกาสคนทำงานเท่านั้นไม่ใช่คนเล่นเกมสกปรกแบบนี้”เตชินีสรุปเสียงนิ่ง“ฉันจะให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการตามระเบียบและคุณจะถูกพักงานระหว่างสอบสวน”คำว่าพักงานเหมือนฟาดลงกลางอกแก้วกัลยาลุกขึ้นอย่างสั่น ๆ มองเพ