เข้าสู่ระบบเจ้าของร่างอวบอั๋นภายใต้ชุดนักศึกษาปลิวไปตามแรงกระชาก คณานางหวีดร้องด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทว่าเพียงแค่เสี้ยววินาทีเสียงร้องก็ถูกริมฝีปากอุ่นร้อนของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘สามีทางพฤตินัย’ ดูดกลืนเสียงเหล่านั้นไปจนหมด
อิชย์บดคลึงและขบเม้มเรียวปากอิ่มอย่างต้องการลงโทษคนในอ้อมกอด คณานางพยายามขัดขืน เจ้าหล่อนไม่โอนอ่อนผ่อนตามเลยสักนิด
“พี่เป็นบ้าอะไร!”
ทันทีที่อิชย์ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ คณานางรีบมองสำรวจรอบบริเวณ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่แถวนี้จึงคลายความกังวลลงได้บ้าง “เหมยใส่ชุดนักศึกษา ถ้าคนอื่นมาเห็นเขาจะมองเหมยยังไง”
คณานางโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาย่ำยีความรู้สึกเธอยังไม่พอ ยังหยามศักดิ์ศรีที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของเธออีก หญิงสาวอยากจะกระโจนเข้าหาแล้วตบหน้าอิชย์ให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำ
อิชย์มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของผู้หญิงตรงหน้าแล้วแสยะยิ้ม “ฮึ! ทีกับพี่หวงเนื้อหวงตัวกลัวคนอื่นเห็น ทีกับไอ้หน้าจืดนั่นแทบจะนั่งตักกัน พี่เคยบอกแล้วใช่ไหม พี่ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร เหมยเป็นเมียพี่ อย่าคิดที่จะควบสองเอาไอ้นั่นเป็นผัวอีกคน จำไว้!”
คณานางหันมองไปทางอื่นก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอดกลั้นไว้ไม่ได้ อิชย์พูดอะไรไม่นึกถึงความรู้สึกคนฟังเลยสักนิด เขาคงคิดว่าเงินที่ใช้ฟาดหัวเธอแต่ละเดือนมันยิ่งใหญ่มากเลยสินะ
“พี่อิชย์ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เหมยยังรับเงินพี่ เหมยจะนอนกับพี่แค่คนเดียว ข้อตกลงของเราเหมยท่องทุกวัน จำได้ทุกข้อ ห้ามนอนกับคนอื่น ห้ามท้อง และห้าม.. รัก” คณานางพูดข้อตกลงระหว่างเจ้าหล่อนกับนายแพทย์อิชย์ให้เขาฟัง ดวงตาคู่หวานฉายแววเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจของชายหนุ่มวัยสามสิบกลางกระตุกไหววูบเมื่อเห็นสายตาตัดพ้อและร้าวรอนที่กำลังจ้องมองเขา ทว่ากลับแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาแล้วเปล่งวาจาแสบสันออกไป
“จำได้ก็ดี ในเมื่อเลือกเดินทางนี้แล้วก็ต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง พี่ไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนมายุ่งกับของของพี่ จำไว้!”
อิชย์ให้ค่าเธอเป็นเพียงแค่ ‘ของ’ ที่ใช้เงินตราแลกมาเพื่อสนองตัณหาของตัวเอง เขามองไม่เห็นสักนิดเลยว่าทุกวันนี้ที่เธอยอมทุกอย่างเป็นเพราะเหตุผลอื่น หาใช่แค่เพราะเศษเงินและของมีค่ามีราคาที่เขาโยนให้
คณานางถอนหายใจเพื่อขับไล่ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่กำลังเกิดขึ้น เจ้าหล่อนเงยหน้ามองสบตากับผู้ชายตรงหน้า เรียวปากอิ่มฝืนยิ้มให้เขา “พี่อิชย์กลับไปหาหมอกุ้งเถอะค่ะ ออกมานานเดี๋ยวแฟนพี่เขาจะสงสัยนะคะว่าหายไปไหน”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูปกติธรรมดาเสียจนอิชย์คาดเดาไม่ได้เลยว่าตอนนี้คณานางกำลังคิดหรือรู้สึกเช่นใด
“วันนี้พี่จะแวะไปหาที่บ้าน ไปบอกลาเพื่อนซะแล้วกลับไปรอพี่ เดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งอย่างไม่ต้องการเห็นคณานางอยู่กับผู้ชายคนนั้นต่อ
เรียวคิ้วโก่งขมวดเข้าหากัน “ไม่ค่ะ เหมยยังกินไม่อิ่มและเหมยไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกลับไปตอนนี้”
“เหมยต้องทำตามที่พี่บอก!” มือใหญ่กำต้นแขนของคณานางแน่นอย่างใส่อารมณ์
คณานางใช้มืออีกข้างแกะมืออิชย์ออก เมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการของผู้ชายใจร้าย เธอรีบวิ่งเข้าไปในร้านทันที
“เหมย!” อิชย์ตะโกนเรียกชื่อเด็กที่ตนผูกปิ่นโตอย่างไม่กลัวเลยว่าคีรติหรือใครจะมาได้ยิน “โธ่เว้ย!”
เท้าหนาเตะถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยว่าเจ้าตัวต้องการระบายอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน เขามองไปยังทางที่คณานางวิ่งลับหายไป ดวงตาคู่คมลุกเป็นไฟ ที่ผ่านมา เจ้าหล่อนเป็นเด็กดีมาโดยตลอด บอกให้ทำอะไรก็ทำ แต่ทำไมครานี้ถึงกล้าดื้อกับเขา หญิงสาวคงลืมไปแล้วว่าตอนนี้ชีวิตเธอนั้น มีใครเป็นคนกำหนดเส้นทาง หากยังไม่ยอมอยู่ในโอวาทและยังทำตัวเช่นนี้ ทุกอย่างที่เคยมีเคยได้ เขาจะยึดคืนให้หมด คอยดูเถอะ จะพยศได้นานแค่ไหน
สมาร์ตโฟนเครื่องบางถูกอิชย์ล้วงออกมาจากกระเป๋า ชายหนุ่มเปิดเข้าแอปพลิเคชันไลน์แล้วพิมพ์ข้อความส่งไปหาคณานางทันที
Dr. Ish : อย่าให้พี่หมดความอดทนนะเหมย
คณานางเปิดอ่านข้อความแซต แต่ทว่าเจ้าหล่อนไม่ตอบอะไรกลับมา นั่นยิ่งเป็นการเพิ่มความเดือดดาลของอิชย์ให้มากขึ้น
“เหมยยังไม่เล่าให้พี่อิชย์ฟังใช่มั้ยว่าทำไมยัยหนูของเราถึงชื่อเอิงเอย” อิชย์ก้มมองภรรยาที่นอนเอาหัวชนกับลูกสาวบนตักเขาแล้วส่ายหน้า อันที่จริงชายหนุ่มตั้งใจจะถามถึงที่มาของชื่อเล่นเด็กหญิงอาภัสราหลายครั้งแล้ว แต่พอจะอ้าปากถามทีไร มักมีเรื่องแทรกเข้ามาขัดจังหวะทุกทีอยู่ร่ำไป “มีที่มายังไง ไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ”เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างจนส่งให้ดวงตาคู่หวานทอประสุกสกาวสดใส “ก็.. อิชย์กับเหมยไงคะ อออ่างมาจากอิชย์ ส่วนของเหมยก็ถอดหอหีบกับมอม้าออกแล้วเอาอออ่างใส่เข้าไป รวมกันได้เอยพอดี เหมยเลยตั้งชื่อลูกเราสองคนว่าเอิงเอย เป็นไง ความคิดเหมยล้ำไหมพี่อิชย์”ได้ยินเช่นนั้นแล้วทำให้หนุ่มใหญ่วัยมั่นคงยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู “ช่างคิดนะเราเนี่ย” เขาบีบแก้มภรรยาเล่นอย่างนึกมันเขี้ยวแก้มป่องๆ ของเจ้าหล่อนพลางมองสองแม่ลูกสลับกันแล้วแอบเปรียบเทียบใบหน้าทั้งสอง “มีคนบอกพี่ว่า ถ้าแม่รักพ่อมาก ลูกจะหน้าตาเหมือนพ่อ ดูเอิงเอยสิ หน้าเหมือนพี่เปี๊ยบเลย”เจ้าของชื่อเหลือบตามองพ่อแล้วฉีกยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อเหรอคะ”อิชย์พยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้วคร้าบ เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อมากกก” โดยเฉพาะดวงตาสีดำขลับดูลึกล
“คุณแม่สวยเนอะเอิงเอย” อิชย์มองภรรยาซึ่งกำลังก้าวขาเดินลงบันไดศาลประจำจังหวัดแล้วพูดกับตัวเล็กที่อยู่บนคออาภัสราพยักหน้า “สวยมากๆ เลยค่า”คราแรกอิชย์ตั้งใจจะมาพร้อมคณานางตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดที่ว่าอาภัสราต้องไปเรียนหนังสือ กอปรกับเขาเองก็มีประชุมสำคัญ จึงจำต้องยอมให้ภรรยาเดินทางมาทำงานของเจ้าหล่อนล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้เธอห่างตาแม้สักวินาทีเลยด้วยซ้ำสองพ่อลูกทนรอให้คุณทนายสาวเดินมาถึงไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา คณานางวันนี้ดูสง่าและภูมิฐานเกินกว่าวันไหนๆ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้จริงๆอิชย์พึ่งสังเกตว่าข้างกายภรรยามีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเคียงคู่มาด้วย เพียงแค่เห็นสายตาที่มองคณานาง เขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคิดเช่นไร“ถ้าเย็นนี้ผมชวนคุณเหมยดินเนอร์ คุณเหมยสะดวกไหมครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณ คุณทนายคนสวยที่ช่วยให้ผมชนะคดีพิพาทที่ดิน แล้วอีกอย่าง.. ถือเป็นการฉลองที่เราสองคนได้รู้จักกันด้วย” พิภพถูกตาต้องใจทนายสาวคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า ยิ่งได้พูดคุยกับคณานาง เขาก็ยิ่งอยากสานสัมพันธ์กับเจ้าหล่อนอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่ถึงกับเบะปา
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้คณานางรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจระคนนึกขัน สองพ่อลูกหยอกล้อกันเสียงดังลั่นบ้าน ในขณะเดียวกันคนเป็นแม่อย่างเธอนั้นกำลังคร่ำเครียดอยู่กับเอกสารกองโต“คุณพ่อเดินมาตกบ้านเอิงเอยค่ะ” เด็กหญิงอาภัสราแบมือน้อยๆ ของตัวเองไปตรงหน้านายแพทย์อิชย์ “สองหมื่นห้าค่าเช่าบ้านค่ะพ่ออิชย์”“สองพันห้าหรือเปล่าครับเอิงเอย”สาวน้อยของพ่ออิชย์ส่ายหน้า “ไม่ช่ายๆ สองหมื่นห้าค่าคุณพ่อ”อิชย์ก้มมองเงินกระดาษของตัวเองแล้วฉีกยิ้มแฉ่งส่งให้ลูกสาว “แฮะๆ พ่อหมดตัวแล้วลูก พ่อเหลืออยู่ห้าร้อยสุดท้าย ขอติดไว้ก่อนได้มั้ย”เด็กหญิงวัยห้าขวบมองหน้าพ่อแล้วยิ้มกว้าง “ฮ่าๆ ติดไม่ได้ค่า คุณพ่อแพ้เอิงเอยอีกแล้ว เย้ๆ ”สงสัยวันนี้เขาดวงตก เล่นเกมเศรษฐีกับลูกสาวสามรอบ แพ้น็อกทั้งสามรอบ “ยอมแพ้ก็ได้คร้าบ ว่าแต่รอบนี้ผู้ชนะอยากได้อะไรเอ่ย”ข้อตกลงในการเล่นเกมเศรษฐีของสองพ่อลูกคือใครเป็นผู้ชนะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ซึ่งสองรอบที่ผ่านมาอาภัสราได้ใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้วดวงตาคู่วาวฉายแววระยิบระยับ อาภัสราสบตากับผู้เป็นพ่อแล้วยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยอยากมีน้องค่าคุณพ่อ”อิชย์ได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวในทันที ชายหนุ่มหันม
หลังจากที่อิชย์หายดี งานวิวาห์ของชายหนุ่มกับคุณทนายสาวก็ถูกจัดขึ้นทันที โดยจัดเล็กๆ เป็นการภายในที่หาดทรายริมทะเล เพราะเป็นความประสงค์ของทั้งคู่ที่คิดว่าความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นความสุขของคนในครอบครัวมากกว่าที่อยากเห็นแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติ และบรรดาเพื่อนสนิทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปรมัตถ์เป็นหนึ่งในนั้น“ยินดีด้วยนะเหมย ยินดีด้วยจริงๆ” เขาไม่เคยคิดโกรธเลยสักนิดที่สุดท้ายคณานางเลือกอิชย์ ขอเพียงแค่เธอมีความสุข เท่านั้นเขาก็พอใจแล้ว “ขอให้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหมยได้พบแต่ความสุขนะ”“ขอบคุณมากนะปก”เพื่อนรักทั้งสองยิ้มให้กันปรมัตถ์คิดว่าสักวันเขาคงได้พบกับผู้หญิงที่เขารักและรักเขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงก็จะรอ..“ลุงปกขา” อาภัสราในชุดสีชมพูหวานแหววเดินจูงมือใครบางคนมาหาลุงปกป้องทันทีที่ดวงตาสองคู่สบประสาน คล้ายว่ามีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับปรมัตถ์และ..“ยัยเมย์! ดีใจจังเลยที่เห็นเมย์มางานพี่” คณานางโผเข้ากอดเมขลาทันทีอย่างรู้สึกดีใจ “เป็นยังไงมาไง พี่คิดว่าตอนนี้เมย์อยู่อังกฤษซะอีก” เมขลาเป็นลูกสาวของน้าแท้ๆ เธอเอง ครั้งสุดท้าย
“คุณบารมี” กลับเป็นอดีตสามีของนางเองราวกับโลกหยุดหมุนลง ณ วินาทีนั้น บารมีมองคนตรงหน้าไม่วางตา แม้ว่าเขาและอรอิสราจะยุติชีวิตสมรสกันนานแล้ว ทว่าหัวใจกลับไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้ได้เลย“อร..”อรอิสราลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังหนีบารมี นางมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาเตือนเขา “อย่าแม้แต่คิดจะเข้าใกล้ฉัน”“คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ” อดีตภรรยาเบือนหน้าหนี“ไม่โกรธ แต่เกลียด แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”พออดีตภรรยาถามเช่นนั้น บารมีจึงนึกขึ้นได้ “อิชย์เป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับลูกที่นี่ได้” เขารู้ข่าวว่าลูกชายถูกรถชนจากโซเชียล แล้วอรอิสราล่ะ หรือว่านางเองก็เห็นข่าวเหมือนกัน เลยมาเยี่ยมลูกอย่างนั้นหรือ“ฉันกับลูกเราเจอกันได้สักพักแล้วล่ะ”นักธุรกิจหมื่นล้านคิ้วขมวดเข้าหากัน “ที่อิชย์มาจังหวัดนี้บ่อยๆ ก็เพราะมาหาคุณอย่างนั้นเหรอ”อรอิสราเหลือบตามองสามีสลับกับหันมองว่าที่ลูกสะใภ้ “เปล่าหรอก เขามาหาเมียกับลูกน่ะ”ทันใดนั้นบารมีก็กันมองคณานางทันที สายตาที่เขามองหญิงสาว บ่งชัดว่าไม่พอใจหากอิชย์จะคว้าผู้หญิงคนนี้มาทำเมีย “เมีย? ลูก?” แสดงว่าเขามีหลานงั้นหรือในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง “ไหนล่ะหล
อิชย์มองตามคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาไปที่รถแล้วถอนหายใจ แม้วันนี้ยังไม่สมหวัง แต่ไม่เป็นไร เพราะเขารอคณานางได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วเพราะมัวแต่สนใจร้านอาหารที่อยู่อีกฝั่งของถนน คณานางจึงไม่ทันระวังรถยนต์ที่กำลังพุ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็วสูง“ระวัง!” อิชย์ที่พึ่งเดินออกจากคลินิกแพทย์หญิง อรอิสรา รีบวิ่งไปหาคณานางแล้วผลักเจ้าหล่อนให้พ้นรัศมีรถยนต์คันนั้น ก่อนที่ร่างเขาจะถูกกระแทกเข้าอย่างจังทุกอย่างมืดดับลง อิชย์ไม่รับรู้อะไรหลังจากนั้น..“พี่อิชย์” คณานางช็อก เธอพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นวิ่งไปหาร่างชายหนุ่มแล้วกอดเขาร้องไห้ “พี่อิชย์ทำไมทำอย่างนี้”เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ด้วยว่าตกใจและระทึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนวิ่งมามุงดูผู้บาดเจ็บ บ้างก็โทรเรียกรถพยาบาล ส่วนคณานางทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่นั่งมองหน้าพ่อของลูกแล้วร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าอย่าพรากชีวิตอิชย์ไปจากเธอเลยความกลัวว่าจะต้องสูญเสียแล่นพล่านไปทั้งทรวงอก ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายที่เคยเกิดขึ้นไหลกลับเข้ามาในความคิด แม้ครั้งหนึ่งอิชย์จะเคยทำให้เธอเสียใจ แต่เขาก็พยายามแก้ไขและชดใช้ให้เธอกับอาภัสรา แล้วทำไม.. ทำไมเธอถึงได้ใจร







