Masukณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มร่างกำยำสมบูรณ์แบบดูสง่างามและน่าเกรงขาม ลูคัส นั่งใจจดใจจ่ออยู่กับกองเอกสารตรงหน้าของตัวเองอยู่ตรงโต๊ะทำงาน ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ในช่วงเช้าของวัน ตระกูลโลรองต์เป็นเจ้าของโรงพยาบาลทั้งในประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศส ลูคัสถูกบิดาแต่งตั้งให้ขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลในช่วงอายุ 28 ปี เพราะบิดาต้องการให้ชายหนุ่มเข้ามาเรียนรู้การบริหารงานทุกอย่างก่อนที่พ่อของเขาจะยกกิจการทุกอย่างให้กับเขา
ลูคัส โลรองต์ หนุ่มลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส อายุ 30 ปี ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของประเทศ ผมสีดำเข้ากับนัยน์ตาคมเข้มนุ่มลึกมีเสน่ห์ของชายหนุ่ม ในตอนนี้ลูคัสได้เข้ามารับตำแหน่งของผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสาขาของประเทศไทยตั้งแต่อายุยังน้อย บวกกับหน้าตาที่โดดเด่นของลูคัสกับการได้รับตำแหน่งตั้งแต่อายุยังไม่เข้าเลขสามจึงทำให้สื่อต่างๆ จับตามองชายหนุ่มเป็นพิเศษ
“คุณลูคัสครับ” เสียงของคนสนิทเคาะประตูห้องทำงานของลูคัสพร้อมกับเอ่ยลอดผ่านประตูมา
“เข้ามา” ชายหนุ่มวางมือจากเอกสารตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยออกไป
สิ้นเสียงของลูคัส ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดแง้มออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างกำยำของมือขวาคนสนิทชื่อว่า อีวาน ที่ถือโทรศัพท์เครื่องหรูเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของลูคัส
อีวาน เป็นชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-รัสเซีย อายุ 35 ปี ร่างกำยำสูงโปร่งแข็งแรงเนื่องจากเขาผ่านการฝึกฝนเพื่อเข้ามาเป็นบอดี้การ์ดอย่างหนักหน่วง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้ามาทำงานกับลูคัสตั้งแต่ที่เขาอายุ 30 ปี จนกระทั่งตอนนี้เป็นเวลาห้าปีแล้วที่เขาอยู่รับใช้ลูคัสมาด้วยความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ ในคราแรกลูคัสให้อีวานเป็นเพียงบอดี้การ์ดประจำตัว แต่ทว่าหลังจากอีวานทำงานกับลูคัสได้ถึงหนึ่งปี อีวานก็ได้รับตำแหน่งเลขาประจำตัวพ่วงมาด้วย พร้อมกับค่าตอบแทนในแต่ละเดือนที่เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าของค่าจ้างในตำแหน่งบอดี้การ์ด
“นายท่านต้องการจะคุยด้วยครับ” อีวานบอกกล่าวเจ้านายทันที ซึ่งนายท่านที่คนสนิทหมายถึงก็คือบิดาของลูคัสนั่นเอง
เนื่องจากลูคัสไม่ค่อยชอบรับโทรศัพท์สักเท่าไหร่ โทรศัพท์ส่วนตัวของเขาจึงถูกปิดเอาไว้ในตอนที่เขาทำงาน เพราะเขาไม่อยากให้ใครมารบกวนการทำงานของเขา บิดาของลูคัสจึงชอบติดต่อไปหามือขวาแทน
“เอามา” ลูคัสตอบกลับด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย อีวานจึงก้าวเดินมายื่นโทรศัพท์ให้กับเจ้านาย ลูคัสจึงเอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์จากมือของคนสนิทไปแนบใบหูเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“มีอะไรครับพ่อ”
‘ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันโทรหาแกไม่ได้หรือไง’ ลูติน โลรองต์ บิดาของลูคัสเอ่ยผ่านโทรศัพท์ตอบกลับมา
“ผมทำงานอยู่นะพ่อ” น้ำเสียงของลูคัสตอบกลับบิดาไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยไปด้วยความเหนื่อยล้า
‘พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะบินกลับไปที่ไทย กลับบ้านด้วยล่ะ ไม่ใช่หมกตัวอยู่แต่เพนท์เฮาส์’ ลูตินเข้าประเด็นทันที เพราะเขาไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของลูคัสมากนัก
“ครับ”
‘ไปดูของขวัญให้แม่ของแกด้วยล่ะ’
“ครับ” พูดจบ ปลายสายก็กดวางสายไปอย่างรวดเร็ว ลูคัสยกโทรศัพท์ที่แนบใบหูของตัวเองอยู่ออก ก่อนที่เขาจะมองหน้าจอโทรศัพท์เล็กน้อยแล้วคืนไปให้กับอีวานทันที
“เดี๋ยวช่วงบ่ายมึงไปห้างกับฉันหน่อย” ลูคัสบอกกล่าวกับคนสนิท
“ซื้อของขวัญให้มาดามเหรอครับ” อีวานเอ่ยถามอย่างรู้ทัน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก
“เออ” ลูคัสตอบกลับ จากนั้นเขาก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับคนสนิท
อีวานรับโทรศัพท์กลับมาถือเอาไว้ ก่อนที่คนสนิทจะก้มหัวให้ลูคัสหนึ่งครั้งและหันหลังเดินออกไปจากห้องอย่างช้าๆ
ลูคัสปรายตามองลูกน้องที่เดินออกไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ก้มหน้ามาตั้งใจทำงานต่อ ชายหนุ่มหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงาน จนกระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง ลูคัสจึงออกไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารบนตึกสูง หลังจากที่ชายหนุ่มทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงตรงมาที่ห้างสรรพสินค้าทันที
ชายหนุ่มร่างกำยำสวมชุดสูทสีดำกับเสื้อเชิ้ตด้านในสีขาว ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นตากันแดดสีดำเพื่อปกปิดตัวตนจากสายตาของผู้คน เนื่องจากช่วงนี้เขากำลังถูกจับตามองจากสื่อเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงเริ่มมีแฟนคลับหรือกลุ่มคนที่คลั่งไคล้เขาคอยเข้ามากวนใจในยามที่ชายหนุ่มออกมาในที่สาธารณะแบบนี้
ลูคัสเดินตรงมายังร้านเครื่องเพชรร้านประจำของเขาโดยมีอีวานเดินตามมาติดๆ อีวานทำหน้าที่ดูแลเขามาตั้งแต่ลูคัสอายุ 25 ปี มือขวาคนนี้จึงรู้ใจลูคัสเป็นพิเศษเพราะก่อนหน้าที่อีวานจะมาทำงานกับชายหนุ่ม ก็ไม่มีใครที่ถูกใจลูคัสสักคน จนเขาต้องไล่คนออกเป็นว่าเล่นเลย
“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะท่าน” เสียงของพนักงานสาวชุดดำเอ่ยทักทายลูคัสกับอีวานทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามาในร้านเครื่องเพชรสุดหรู พนักงานสาวมองแค่ชั่วครู่ก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องเป็นผู้ที่มีฐานะหรือไฮโซอย่างแน่นอน เนื่องจากความโดดเด่นและสง่างามของเขา ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะสวมแว่นตาเพื่อปกปิดใบหน้า แต่ก็ไม่สามารถบดบังความสง่างามของเขาได้เลยสักนิด
“เครื่องประดับสำหรับผู้หญิง” เสียงทุ้มทรงพลังตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ให้แฟนเหรอคะ” พนักงานเอ่ยถามต่อ
“ให้แม่” น้ำเสียงของลูคัสทำให้หญิงสาวหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย
“ค่ะ เดี๋ยวดิฉันลองเอาเซตแนะนำมาให้ดูก่อนนะคะ” พูดจบ พนักงานก็หยิบเครื่องประดับออกมาวางบนตู้กระจกให้กับชายหนุ่มตรงหน้าทันที
“สามเชตนี้เป็นคอลเลคชั่นใหม่ของทางร้านเลยนะคะ มีทั้งสร้อย แหวน และต่างหู รวมอยู่ในเชตเลยค่ะ” พนักงานสาวเปิดกล่องเครื่องเพชรทั้งสามชุดออกเพื่อให้ชายหนุ่มดู ลูคัสไม่ได้ถอดแว่นตากันแดดออก เขาเงียบและมองเครื่องเพชรทั้งสามชุดอยู่ชั่วครู่
ลูคัสใช้เวลาในการเลือกของขวัญให้มารดาไม่นานสักเท่าไหร่เพราะเขามีระยะเวลาที่จำกัด ช่วงนี้เขายุ่งจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ลูคัสจึงต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด
หลังจากที่อีวานจัดการจ่ายเงินจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อีวานก็เอื้อมมือไปถือถุงเครื่องเพชรแทนลูคัสทันที
“กลับเลยไหมครับนาย” อีวานเอ่ยถามทันทีที่พวกเขาเดินออกมาจากร้านเครื่องเพชรสุดหรูพร้อมกับถุงกระดาษสีดำที่มีโลโก้ของแบรนด์อยู่หน้าถุง
“กลับเลย” เสียงทุ้มทรงพลังของลูคัสตอบกลับอย่างราบเรียบ ก่อนที่เขาจะสาวเท้าเดินต่อ อีวานจึงถือถุงกระดาษเดินตามเจ้านายมาติดๆ
“แก นั่นมันลูกชายทายาทโรงพยาบาลที่กำลังโด่งดังเป็นกระแสตอนนี้อยู่เลยนะ”
“หล่อทะลุแว่นมากเลยแก”
เสียงของหญิงสาวกระซิบกระซาบกันระหว่างที่ลูคัสเดินผ่าน ชายหนุ่มได้ยินที่บทสนทนาได้ดีแต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจ เขาไม่ได้มีเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้
ลูคัสเดินตรงมาเรื่อยๆ เพื่อมุ่งตรงไปยังลานจอดรถ แต่ทว่าในขณะนั่นเอง เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมา ทำให้ลูคัสหยุดเดินอย่างกะทันหัน ก่อนที่มือแกร่งจะล้วงไปหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูสีดำสนิทในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาดู และชายหนุ่มก็กดรับสายทันทีเมื่อพบว่าคนที่โทรเข้ามาคือเพื่อนสนิทของเขา
“ว่าไง” ลูคัสยกโทรศัพท์แนบหูพลางเอ่ยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“อือ เดี๋ยวกูไป” ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่เพื่อรอฟังปลายสายตอบกลับมา ก่อนที่ลูคัสจะตอบกลับไป หลังจากนั้นมือแกร่งก็ยกโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ออกมาและกดวางสายอย่างรวดเร็ว เขากับเพื่อนสนิทมักจะคุยกันแบบนี้เป็นประจำ
“เข้าโรงพยาบาลต่อไหมครับ หรือจะไปไหนต่อ” อีวานเอ่ยถามเจ้านายเพื่อความแน่ใจว่าเจ้านายต้องการที่จะเปลี่ยนเส้นทางหรือเปล่า
“กลับโรงพยาบาลเลย” ชายหนุ่มหันมาตอบกลับ ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเดินต่อ แต่ทว่าในจังหวะนั่นเอง…
ตุบ!! โครม!
“อุ๊ย!” เสียงของคนที่เดินชนกันอย่างจังดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงเด็กสาวคนหนึ่งที่ร้องขึ้นมาด้วยความตื่นตกใจ
ย้อนไปก่อนหน้านี้ร่างกำยำของลูคัสสวมเสื้อเชิ้ตนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานภายในโรงพยาบาลของตัวเอง เขาใจจดใจจ่อกับเอกสารในแฟ้มตรงหน้าอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาพร้อมกับอีวานที่เปิดแง้มประตูห้องเข้ามา อีวานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของลูคัส“นายครับ…ประวัติของผู้หญิงที่นายให้ผมไปสืบมาครับ” อีวานเอ่ยพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีดำวางไว้บนโต๊ะให้เจ้านาย ลูคัสจึงเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มขึ้นมาและเปิดอ่านทันที “ชาลิสา” ลูคัสพึมพำชื่อของหญิงสาวออกมาเบาๆ ตั้งแต่วันนั้นที่เขาชนเข้ากับเธอ เขาก็รู้สึกถูกใจเธอมากๆ เขาไม่สามารถเอาผู้หญิงคนนั้นออกไปจากสมองของตัวเองได้ บางวันเขาก็ต้องมาสำเร็จความใคร่ด้วยมือของตัวเองเมื่อเขานึกถึงเธอ ลูคัสเพิ่งจะเข้าใจคำว่ารักแรกพบก็ตอนที่พบกับนักศึกษาคนนี้นี่แหละ“ครอบครัวเธอติดพนันเหรอ” ชายหนุ่มอ่านประวัติของเธอไปเรื่อยๆ พลางเอ่ยถามคนสนิทขึ้นมา “ไม่ใช่แม่แท้ๆ ครับ…เป็นแม่เลี้ยงกับลูกติดครับ” อีวานตอบกลับเจ้านาย ลูคัสครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆ ก็พบว่ากาสิโนที่พวกมันไปเล่น ก็คือกาสิโนของเขาเอง ดีเลย! แบบนี้เขาจะได้ทำอะไรง่ายยิ่งขึ้น“ทำให้พวกมันเป็นหนี้
หนึ่งปีต่อมา“พ่อกับแม่ถึงไหนแล้ว…เพิ่งลงเครื่องเหรอครับ…ครับ” เสียงทุ้มทรงพลังของลูคัสเอ่ยกับปลายสาย เขายืนอยู่ในห้องโถงของคฤหาสน์ที่ตอนนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเรียบร้อยแล้ว ลูคัสยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมือเดียวพลางแนบโทรศัพท์ตรงใบหูเพื่อคุยโทรศัพท์กับพ่อของตัวเอง เมื่อคุยเสร็จลูคัสก็กดวางสายไปทันที“พ่อแม่ลงเครื่องแล้ว…กำลังตรงมาที่คฤหาสน์” ลูคัสหันมาบอกกล่าวกับภรรยา ก่อนที่เขาจะเดินมาย่อตัวนั่งลงข้างๆ ชาลิสา“ค่ะ” เสียงหวานของชาลิสาตอบกลับสามีสั้นๆ เธอนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง บนอ้อมแขนของชาลิสามีเด็กชายแก้มยุ่ยๆ นอนมองเธอตาแป๋ว “เซบาสเตียน…คุณปู่คุณย่ากำลังจะมาหาแล้วนะลูก” ชาลิสาก้มลงเอ่ยกับลูกชายวัยสี่เดือนนิดๆ ถึงแม้ว่าเขายังไม่รู้เรื่อง แต่เธอก็มักจะพูดคุยกับลูกชายตลอด มือบางยกขึ้นมาลูบไล้แก้มขาวอมชมพูของเด็กน้อย“คุณหนูคะ” เสียงของณัฐวดีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับร่างหญิงสาวที่เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าของเจ้านายทั้งสองคน“มีอะไรหรือเปล่าคะป้าณัฐ” ชาลิสาเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงแก่ ปกติณัฐวดีจะประจำอยู่ที่บ้านของชาลิสา แต่เมื่อชาลิสาคลอดลูกชายออกมาได้ หญิงแก่ก็ขอมาดูแลคุณชายที่คฤหาสน์ทันที“คุณใบเฟิร
“สวัสดีค่ะท่านลูคัส…ยินดีต้อนรับนะคะมาดาม” เสียงของแม่บ้านทักทายลูคัสกับชาลิสาที่กำลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลโลรองต์ ข้างหลังของคู่สามีภรรยาป้ายแดงมีเหล่าบอดี้การ์ดที่ถือกระเป๋ามาให้หญิงสาวสามสี่ใบ สาวใช้ยืนเรียงรายอยู่ตรงประตูทางเข้าเพื่อรอรับเจ้านายอย่างเป็นระเบียบผ่านมาสามวันหลังจากงานแต่งงานของพวกเขา ชาลิสาคุยกับณัฐวดีเมื่อวานนี้ เพื่อที่จะให้หญิงแก่มาอยู่ที่คฤหาสน์ด้วยกัน แต่ทว่าหญิงแก่ก็ไม่อยากมาเพราะการเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ชาลิสากับลูคัสจึงได้ข้อสรุปว่าควรพาณัฐวดีไปส่งที่บ้านของชาลิสา เพื่อให้สาวใช้คนสนิทของเธอเป็นหูเป็นตาและดูแลคนในบ้านของหญิงสาวด้วย พวกเขาจึงจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่จะย้ายเข้ามาที่คฤหาสน์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงข้างกันมาที่ห้องโถงใหญ่เพราะลูคัสคาดว่าพ่อแม่ต้องอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน“มากันแล้วเหรอ” เสียงชายแก่พูดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชาลิสากับลูคัสเดินเข้ามาในห้องโถง“นั่งลงก่อนๆ” ลูตินนั่งอยู่บนโซฟาข้างภรรยาเอ่ยต่อ ลูคัสจึงดันแผ่นหลังแบบบางของชาลิสาให้เดินไปทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับพ่อแม่“พ่อกับแม่คุยกันแล้วนะ…ในเมื่อพวกแกมาอยู่ที่คฤหาสน์แล้ว…พ
ชาลิสามองลูคัสที่คืบคลานมาหาเธอตาปริบๆ มารู้ตัวอีกที ชายหนุ่มก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอและเริ่มไต่มาคร่อมร่างเธอเอาไว้แล้ว ชาลิสาเอนกายไปด้านหลังอย่างช้าๆ เพราะร่างกำยำที่โน้มลงมาใกล้เธอมากยิ่งขึ้น“พี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ” เสียงหวานของชาลิสาเอ่ยถาม“ก็เหนื่อยครับ” ลูคัสตอบกลับ“งั้นเรานะ…อืออ” ยังไม่ทันที่ชาลิสาจะเอ่ยจบประโยค เรียวปากหยักหนาฉกจูบลงบนเรียวปากเล็กอย่างรวดเร็วลิ้นสากร้อนแทรกเข้าไปตวัดพัวพันลิ้นเล็กอย่างหื่นกระหาย ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในพิธีมาตลอดทั้งวัน แต่ผิวเนื้อของเธอก็ยังคงหอมหวานอยู่เหมือนเดิม ยิ่งเหงื่อหญิงสาวออกมันยิ่งทำให้กลิ่นของเธอชัดมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มทาบทับลงไปเรื่อยๆ จนหญิงสาวเอนกายลงไปนอนราบกับที่นอนลิ้นร้ายควานหาความหอมหวานจากอุ้งปากเล็กอยู่สักพัก ก่อนที่เรียวปากหยักจะค่อยๆ ละริมฝีปากออกมาอย่างช้าๆ เขาชะงักจ้องมองใบหน้าสวยคมของภรรยาอยู่ชั่วครู่ มือแกร่งเลื่อนมาจับใบหน้าเธอ ก่อนที่เขาจะจุมพิตลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างแผ่วเบาเขายืดกายนั่งตัวตรง ก่อนที่มือแกร่งเลื่อนลงไปถอดชุดเจ้าสาวออกอย่างช้าๆ ไม่กี่นาทีต่อมาชุดเจ้าสาวแสนสวยก็หลุดออกไปจากร่างอรชร ชายห
เสียงดนตรีบรรเลงเปิดขึ้นเบาๆ บรรยากาศงานแต่งงานริมทะเลที่ตกแต่งโทนสีขาวผ้าพลิ้วไสวเข้ากับทะเลและหาดทรายสีขาว ภายในงานถูกตกแต่งด้วยกุหลาบสีชมพูกับขาวสลับกันดูสวยงาม ชาลิสาสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาดุจดั่งนางฟ้าเดินดิน ร่างอรชรสวยสง่าก้าวเดินไปตามพรมที่ปูยาวไปจนถึงแท่นทำพิธีที่ฉากเบื้องหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามที่มีชายหนุ่มสวมชุดสูทและแต่งทรงผมดูเรียบร้อยกว่าปกติชาลิสามองว่าที่เจ้าบ่าวที่อยู่ตรงสุดทางเดินพรมแดงด้วยสายตาเปล่งประกาย ลูคัสราวกับเทพเจ้าหล่อเหลาสง่างามที่หลุดออกมาในเทพนิยาย เรียวขาสวยย่างกรายตรงไปหาเจ้าบ่าวของเธออย่างช้าๆ แขกเหรื่อทั้งสองฝั่งของพรมแดงมองหญิงสาวที่กำลังก้าวอย่างชื่นชมในความงดงามของเธอลูคัสมองร่างอรชรในชุดเจ้าสาวตาไม่กะพริบ โดยปกติชาลิสาก็ดูสวยสดอยู่แล้ว แต่ทว่าในวันนี้หญิงสาวยิ่งดูสวยสง่าและมีเสน่ห์มากๆ เขามองตามร่างเล็กจนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาและบาทหลวง ใบเฟิร์นกับฟีลิกซ์รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อนทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหลังของคู่บ่าวสาวของงานในวันนี้“สวยมาก” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพลางเลื่อนมือไปจับมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้าง“ขอบคุณค่ะ วั
หลายวันต่อมา“ครับ…ผมรู้แล้วครับพ่อ…เรื่องร้านชุดแต่งงานผมจัดการแล้ว” เสียงของลูคัสคุยโทรศัพท์กับบิดาตัวเองอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นบนเพนท์เฮาส์หรู ชาลิสากำลังเก็บจานช่วยณัฐวดีเพราะพวกเขาเพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จ หลังจากวันที่ลูคัสขอชาลิสาแต่งงาน ชายหนุ่มก็โทรไปบอกกล่าวกับพ่อแม่ทันที ซึ่งพวกท่านก็ดีใจมากๆ แต่อีกอย่างหนึ่งที่เขาแอบทำไว้ก็คือการ์ดงานแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวจะตอบตกลงหรือเปล่า แต่เขาก็สั่งทำการ์ดแต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว และตั้งแต่ที่ลูคัสแจ้งเรื่องที่เขาขอชาลิสาแต่งงานแล้ว ลูตินเอาแต่โทรมาหาเขาและสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่หยุด ชายแก่โทรมาทุกวันจนเขารู้สึกรำคาญเล็กน้อย“คุณพ่อว่าไงบ้างคะ” หญิงสาวเก็บจานเก็บโต๊ะจนเสร็จสรรพ เธอก็เดินมาย่อตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกายชายหนุ่ม มือแกร่งเลื่อนมาแตะต้นขาหญิงสาวเอาไว้ทันที“ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ ให้พี่เร่งหาร้านชุดแต่งงาน แล้วก็หาที่จัดงานแต่งงานด้วย” เขาหันมาตอบกลับชาลิสา“ไม่เห็นจะต้องเร่งเลยค่ะ” เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงได้ดูทำอะไรรีบร้อนไปหมดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าชาลิสาจะรู้สึกดี แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะให้ลูคัสเหนื่อยมากจนเกินไป“พวก







