LOGIN
นอร์ธเดินออกจากจุดนั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เขาไม่คิดเลยว่าความคิดที่เผลอแวบไปคิดจะส่งผลเร็วขนาดนี้ เพียงแค่ยืนเหม่อดูดบุหรี่แล้วนึกถึงเธอ คนที่เขานึกถึงก็โผล่เข้ามาในทันที แม้จะด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก แต่นั่นก็ทำให้ใจของเขาเต้นแรงไม่น้อย แต่กลับเลือกที่จะฝืนเอาไว้และกลบเกลื่อนด้วยการทำเป็นนิ่ง แถมแอบหงุดหงิดเล็กน้อยที่จู่ๆ น้องชายของเพื่อนสนิทนั้นโทรเข้ามาขัดจังหวะ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้อยู่กับเธอนานกว่านี้ ได้กวนประสาท ได้เห็นสีหน้าที่จ๋อยตอนโดนเขาดุ ...มันดูตลกดี
ร่างสูงเดินเข้ามาข้างใน แต่ก็ยังคงพะวงข้างหลัง การก้าวช้าๆของเขาเป็นการรอเธอที่กำลังเดินมา ไม่ได้ทิ้งช่วงห่างให้ออกนอกสายตาซะทีเดียว จนกระทั่ง...ถึงห้อง VIP
ร่างสูงผลักประตูเข้าไป ทันทีที่เห็นคนอายุน้อยกว่าในคราบเสื้อช็อปสีหน้าที่อมยิ้มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม“ไงมึง รอนานไหม”
ร่างสูงบนโซฟาหรูละสายตาจากโทรศัพท์ที่กำลังพิมพ์อยู่ขึ้นมา เขาหลุบตากลับไปพิมพ์อีกสองสามครั้งก่อนจะยัดใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม เป็นการปิดโหมดการเล่นชั่วคราว เพื่อที่จะคุยกับคนที่มาใหม่ซึ่งสำคัญกว่า
“เฮียนอร์ธสวัสดีครับ”
เขายกมือไหว้ด้วยสีหน้าท่าทางที่นอบน้อม
“พี่มึงบอกกูแล้ว คิดยังไงถึงจะมาฝึกงานที่นี่”
ร่างสูงเดินเข้าไปนั่ง ก่อนจะหยิบขวดวิสกี้บนโต๊ะขึ้นมาเทใส่แก้วด้วยตัวเอง
“ผมไม่ชอบทำงานกับคนที่ไม่รู้จักน่ะครับ”
คำตอบที่มาพร้อมกับการยกแก้วขึ้นกระดกทำให้มือนั้นชะงักกึกนิดหน่อย ก่อนจะดื่มรวดเดียวหมดแล้ววางลง
“ต่อไปมึงก็ต้องเจอคนอีกมากมาย มึงไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนะไอ้เหี้ย”
“ผมรู้ครับ แต่ไหนๆผมเลือกได้ก็เลยลองเลือกสักหน่อย”
“ก็เลยเลือกผับกู?”
“ครับ”
นอร์ธมองหน้าฌานทันทีที่เขาตอบ ก่อนจะหัวเราะลั่น ใช้นิ้วชี้หน้าทั้งที่ยังถือแก้วอยู่
“ไอ้เชี่ย.. มึงนี่เหมือนพี่มึงจริงๆ”
นอร์ธเอ่ยก่อนจะหันไปมองเด็ก เมื่อเห็นใครคนหนึ่งเดินผ่านจึงใช้จังหวะนั้นกวักมือ จากนั้นก็หันไปถามน้องชายเพื่อนสนิท
“มึง..เอาเด็กไหม”
“ครับ?”
“ทำเป็นไร้เดียงสา ไหนๆก็มาทั้งทีคืนนี้กูจะเลี้ยงมึงให้เต็มที่ละกัน ถือว่ารับขวัญก่อนใช้งานหนัก”
ฌานหัวเราะเสียงเบา พลางส่ายหน้า
“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ถนัดเรื่องนี้”
“จะดื่มอย่างเดียว?”
“ครับ ได้ไหมครับ”
“ได้ กูไม่บังคับ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ก็เต็มที่ละกัน เดี๋ยวกูจะเปิดห้องให้ ไม่ต้องกลับแล้ว..หรือว่าจะให้พี่มึงมา”
เขาหมายถึงฌอนพี่ชายของฌานซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา หากแต่คู่นี้เป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยถูกชะตากันสักเท่าไหร่ ฌานจึงส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน และนั่นทำให้นอร์ธหัวเราะลั่น
“ถ้างั้น..คืนนี้ก็มีแค่ มึงกับกู”
ฌานยิ้มให้กับความใจกว้างของว่าที่เจ้านาย ก่อนจะหยิบแก้วของตัวเองขึ้นมาชนแล้วกระดกดื่ม จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งคุยกันปกติ ส่วนมากแล้วคือเรื่องทั่วไป และประสบการณ์สมัยเรียนของนอร์ธ
.
.
ด้านของพรีม
หลังจากที่กลับมาถึงห้องเธอก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวลงไปทำงานตามปกติ จังหวะที่นั่งอยู่หน้ากระจกเพื่อแต่งหน้า ช่วงเวลาสั้นๆที่สมองว่าง เธอก็แวบไปคิดถึงคำพูดของนอร์ธ กับเงินก้อนใหญ่ที่เขาให้ คำถามหนึ่งยังคงคาใจ เพราะอะไรกันเขาถึงให้มามากมาย
จะมาเป็นบุญคุณกันใช่ไหม?
เมื่อคิดไปคิดมา แล้วเหลือบไปมองเวลาบนจอโทรศัพท์ พบว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ถึงจะได้สติขึ้นมา หญิงสาวถอนหายใจพรืดหยิบแปรงขึ้นมาปัดแก้ม
“ช่างปะไรสิ อยากให้เอง ดีเหมือนกันจะได้ใช้หนี้”
หลังจากแต่งแบบบางเบาเสร็จ เธอก็เดินมาเลือกชุด จู่ๆ ก็อยากใส่ชุดสีขาวขึ้นมาทั้งที่มันไม่ค่อยจะเหมาะกับเธอสักเท่าไหร่ หญิงสาวชอบสีเหลืองมากกว่า แต่จะให้ใส่สีเหลืองไปทำงานก็ดูไม่เข้ากัน เธออยากให้สีเหลืองที่สดใสปานดอกทานตะวันของเธอ อยู่คู่กับท้องฟ้าและทุ่งหญ้าที่เขียวขจีมากกว่า
“แต่ดูๆไปก็สวยไปอีกแบบ”
หญิงสาวจัดทรงผมยาวลอนของตัวเองอยู่ตรงหน้ากระจกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกไปจากห้องตรงมาที่ลิฟต์ ลงจากลิฟต์มาได้ไม่นาน ก็เจอกับผู้จัดการผับ หญิงสาวหย่อนหัวคิ้วทันทีที่เห็นเขาเดินตรงเข้ามาหาเธอ ท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความรีบ
“พรีม...โอ้ยน้องรัก มาพอดีเลย”
“คะพี่เค มีอะไรเหรอคะ ดูร้อนรนแปลกๆ”
“โอย หัวติดไฟได้ก็คงติดแล้วเหอะ.. เจอหนูก็ดี พี่มีเรื่องให้ช่วยหน่อย”
“มีอะไรเหรอคะ”
เมื่อเห็นเคทำหน้าจริงจัง และดูหุนหันพลันแล่นพิลึก เธอจึงเปลี่ยนสีหน้าตั้งใจฟัง แน่นอนว่าเมื่อได้ยินประโยคถ่ายทอดคำสั่ง หญิงสาวถึงกับเข่าอ่อน
“วันนี้มีแขกวีไอพีมานั่งกับเฮียนอร์ธ พี่ฝากพรีมไปดูแลแทนน้ำหวานหน่อยได้ไหม...มันถูกไล่ออกอะ เด็กก็ไม่พอ วันนี้วันศุกร์คนเยอะ”
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







