FAZER LOGIN“ใช่ครับ พวกผมมาจากจังหวัดอื่น ก็ว่าจะมาหางานทำที่นี่”
“ไปทำงานกับฉันไหม”
“งานอะไรครับ”
“เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวฉันไง หรืออยากจะทำงานกับพ่อฉันก็ได้ พ่อฉันมีธุรกิจเยอะแยะ”
เธอเงยหน้ามองสองหนุ่มอย่างสำรวจตรวจตรา อธิปนั้นเป็นหนุ่มหล่อมาดเข้ม ใบหน้าคมสัน จมูกโด่ง หน้าเหลี่ยม คางเป็นรอยผ่า ริมฝีปากหยักสีแดงจัด คิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาของเขาดำสนิทเหมือนรัตติกาล ร่างของเขาสูงมาก เขาเป็นคนร่างเพรียวที่ดูสง่างาม แผ่นหลังตรง เรียกว่าอกผายไหล่ผึ่ง บ่งบอกถึงบุคลิกที่ห้าวหาญและแกร่งกล้าไม่ลู่อ้อนแอ้นเหมือนผู้ชายหลายคน และไม่ใช่ผู้ชายสำอางที่เธอชอบเห็นทั่วไปตามนิตยสาร
ส่วนนพฤทธิ์นั้นหน้าตาธรรมดาติดจะหล่อเหลากว่าผู้ชายทั่วไป แต่หล่อน้อยกว่าอธิป เขาออกจะเป็นลูกไล่ของอธิปเสียด้วยซ้ำเมื่อเธอประเมินจากสายตา น่าจะเป็นลูกน้อง และอธิปเป็นลูกพี่มากกว่าเป็นเพื่อนกันอย่างที่เอ่ยอ้าง
“แล้วคุณหนูไม่มีบอดี้การ์ดเหรอครับ” เขาเลิกคิ้วถามเพราะเธอมาคนเดียว ไม่น่าเชื่อว่าลูกสาวเจ้าพ่อทรงอิทธิพลจะเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว
“มี... แต่เป็นของพ่อ และช่างน่าเบื่อและน่ารำคาญ” เธอตอบเลี่ยงๆ
“บอดี้การ์ดของคุณหนูคงไร้ประสิทธิภาพ ขนาดคุณหนูออกมาข้างนอกแบบนี้ยังตามมาไม่เจอ”
“แล้วนายล่ะ จะมีประสิทธิภาพหรือเปล่าถ้ามาเป็นบอดี้การ์ดของฉัน” ชัชญายืนขึ้นประจันหน้ากับอธิป เขาสูงมากจนเธอต้องแหงนคอตั้ง มือกรีดกรายไปตามอกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาเบาๆ อย่างยั่วเย้า สายตานั้นร้อนแรงจนอธิปสัมผัสได้
“ถ้าคุณหนูจะกรุณาผมกับเพื่อน ผมก็ไม่ขัด”
“ถ้านายกำลังหางานและสนใจก็ตามฉันมา” เธอละมืออกห่างอกเสื้อของเขา อธิปหลุบตามองปากจิ้มลิ้มรูปกระจับของเธอด้วยความเผลอไผล กลิ่นหอมหวานของเธอสูดดมแล้วสดชื่นจนเขาเผลอตัว
ผู้หญิงอะไรสวยชะมัด ทั้งดูมั่นใจ เปรี้ยวโฉบเฉี่ยวและน่าค้นหาในที
“คุณไทครับ เธอไปแล้ว” เทพฤทธิ์กระซิบบอกทำให้อธิปหลงจากภวังค์ความคิดอันแสนรวดร้าวของตัวเอง เขาคิดว่าจะได้เขมือบเธอเป็นอาหารรสชาติจัดจ้านเร็วๆ นี้
“เรียกชื่อฉันเฉยๆ ไอ้ไข่” อธิปกัดฟันพูด นพฤทธิ์พยักหน้ารับ เพราะเขามักเผลอตัวเรียกน้องชายเจ้านายว่าคุณเสียทุกครั้งไป
“ครับ”
“ฉันกับนายเป็นเพื่อนกัน และฉันก็ไม่ใช่ไก่อ่อน จำเอาไว้”
อธิปกัดฟันกรอดกระชากคอเสื้อของนพฤทธิ์เสียงดุ อีกฝ่ายหน้านิ่งแค่น้อมรับคำสั่ง อธิปสบถเสียงไม่พอใจ เขารู้แล้วว่าทำไมพี่ชายถึงให้หมอนี่มาทำงานกับเขาในระหว่างที่เขามาสืบเรื่องราวของเสี่ยชาญ ก็ไม่ว่าเขาจะอยู่ในอารมณ์ไหน หมอนี่ก็หน้านิ่งตลอด ยังกะพวกตายด้าน ไม่ก็ไร้ความรู้สึก เขายั่วหลายครั้งก็ไม่ตอบสนอง
พับผ่าสิ! พี่ชายช่างเลือกคนได้เหมาะสมดีแท้ อยากจะบ้าตายโว้ย
แผนการของเขาที่ทำให้ตัวเองเป็นฮีโร่และบาดเจ็บทำให้มีรอยแผลตรงแขน แต่ก็คุ้ม คราแรกนพฤทธิ์คัดค้านเพราะเห็นว่าเสี่ยง น่าจะแค่เข้าต่อสู้ช่วยเหลือก็พอ แต่อธิปอยากให้สมจริงสมจัง เขาเลยยอมทุ่มเจ็บตัว ซึ่งลูกน้องของพี่ชายคนนี้ก็ปิดปากเงียบ เหมือนให้เขาเป็นคนตัดสินใจ ไม่ขัดแย้งอะไรอีก จริงๆ มันก็มีข้อดีไม่ได้มีข้อเสียไปเสียทั้งหมด
ชัชญาพาสองหนุ่มเข้ามาในไร่สายธาร ไร่ที่มีอาณาเขตกว้างขวางเป็นพันๆ ไร่ เนื้อที่ของไร่เจริญรุ่งเรืองและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ อากาศนั้นสดชื่นสูดได้เต็มปอดเลยทีเดียว
“บัดซบเอ๊ย!”
ขณะเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ทำให้คนที่เดินเข้าไปตัวเล็กลีบนิดเดียว คฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้อธิปกับนพฤทธิ์มองอย่างทึ่งจัด ความร่ำรวยของชาญ รุ่งรัศมี มากมายมหาศาลจริงๆ พี่ชายของเขาเทียบไม่ได้แม้แต่ฝุ่น อธิปคิดในใจ แม้อุกฤษฏ์พี่ชายของเขาจะไม่ได้น้อยหน้าใคร แต่ถ้าเทียบกับเสี่ยใหญ่คนนี้แล้ว ถือว่ายังห่างไกลนัก…
“คุณพ่อพอเถอะค่ะ” แม้หลายครั้งที่ชัชญาชอบแกล้งบอดี้การ์ดแสนน่ารำคาญของบิดา แต่หลายครั้งที่เธอนึกสงสารอยู่เหมือนกัน
“ยัยชัช”
ชาญชะงักมือหันมามองบุตรสาวที่เดินเข้ามาในห้องโถงกว้าง ลูกน้องของบิดาก็คือบอดี้การ์ดที่ท่านส่งไปคุ้มครองเธอก้มหน้างุด ด้วยเหตุที่เขามีศัตรูเยอะรอบด้าน จึงทำให้ชัชญารู้สึกไม่เป็นอิสระเมื่อต้องออกไปนอกบ้าน ยกเว้นในบ้านที่ไม่มีใครกล้ายุ่งวุ่นวายกับเธอ
แม้ตอนเด็กๆ บิดาจะเย็นชานัก แต่พอโตขึ้นเธอก็แอบคิดอยู่บ้างว่าท่านก็อาจจะเป็นห่วงเธอไม่มากก็น้อย เมื่อเวลาที่เธอหนีเที่ยว ท่านก็จะให้ลูกน้องออกตามหาเธอตลอด
“ชัชไม่เป็นไรค่ะพ่อ” เธอบอกบิดาด้วยสีหน้านิ่งสนิท สองพ่อลูกไม่ค่อยแสดงความรักกันมากนัก แต่ชาญก็ยกย่องบุตรสาวเหนือใครอื่นในอาณาเขตของไร่สายธาร และไม่มีใครกล้าขัดใจบุตรสาวคนเดียวของเสี่ยใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลเลยแม้แต่คนเดียว
“นี่ใคร” ชาญกระแทกตัวลงนั่งตรงข้ามกับบุตรสาว เสี่ยชาญไม่ใช่เสี่ยลงพุง อ้วนเป็นหมูตอนแต่เขาเป็นหนุ่มใหญ่ภูมิฐานและเจ้าอารมณ์ อีกทั้งกามารมณ์ก็คุกรุ่นออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“คนที่ช่วยชัชเอาไว้จากโจรวิ่งราวกระเป๋าค่ะ”
“ทำไมไม่เอาบอดี้การ์ดไป หรืออยากโดนทำร้ายจนตาย”
ชาญถามอย่างไม่พอใจ เขาไม่ปิดบังอารมณ์ใดๆ และไม่สงบเงียบนิ่งเฉย อธิปประเมินว่าผู้ชายคนนี้เหมาะจะแสดงอารมณ์เกรี้ยวโกรธทุกครั้งที่ไม่พอใจ ด้วยอำนาจบารมีที่ทุกคนต้องทำตามและน้อมรับคำสั่ง จึงไม่มีแววของคนที่อ่อนน้อมหรือยอมก้มหัวต่อใครเลยสักนิด
“ก็บอดี้การ์ดของพ่อน่ารำคาญ”
“ถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมา”
“พ่อคงดีใจ”
“ยัยชัช” ชาญเสียงดังใส่บุตรสาว เรียกว่าแผดเสียงใส่ถึงจะถูกกว่า ชัชญาไม่ได้มีท่าทีหวั่นเกรง แต่เข้าเรื่องสำคัญทันที
“หนูมีบอดี้การ์ดส่วนตัวแล้ว สองคนนี่จะตามดูแลหนู”
“ไอ้คนที่ช่วยแกไว้อย่างนั้นเหรอ” ชาญตวัดสายตามองอธิปและนพฤทธิ์อย่างสำรวจตรวจตรา สายตาหวาดระแวงเป็นนิจทำให้สองหนุ่มผู้มาใหม่หนักใจว่าวิธีนี้อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว
“ใช่ค่ะ ลูกน้องของพ่อห่วย”
“มันคงโง่ในสายตาแกด้วยมั้ง ถึงตามหาแกไม่เจอ”
“ให้หัดใช้สมองเสียบ้างสิคะ เอาแต่ทำตามคำสั่ง”
เธอนั่งไขว้ห้าง ตวัดสายตามองบรรดาลูกน้องของบิดา ทุกคนก้มหน้างุด เพราะรู้ฤทธิ์เดชของชัชญาดี แม้แต่ชาญเองก็ยังยอมแพ้เมื่อเจอฤทธิ์ของบุตรสาว ทุกคนรู้ดีว่าชัชญาไม่ได้เกิดจากความรักแต่เกิดจากความผิดพลาด ดังนั้นพ่อลูกคู่นี้จึงพูดกันน้อยมาก และไม่เคยกอดหอมกันเหมือนพ่อลูกคนเดียว และชาญก็ไม่ได้เอาใจบุตรสาวด้วยความสัมพันธ์ที่ดูน่ารักอบอุ่น แต่กลับใช้อำนาจเงินอำนวยความสะดวกให้เท่าที่ลูกสาวต้องการเท่านั้น
“แกจะรับใครสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า” ชาญดึงบุหรี่ออกมาจุดสูบ อัดควันเข้าออกอย่างตรึกตรอง สีหน้าครุ่นคิด สายตามองสองหนุ่มอย่างไม่ไว้วางใจ
“พูดยังกับลูกน้องของพ่อมีหัวนอนปลายเท้า”
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่พ่อลูกคู่นี้เป็น อธิปสังเกตมันอย่างงงงวย ชัชญาไม่มีความยำเกรงบิดา อยากจะต่อล้อต่อเถียงหรือพูดอะไรก็โพล่งออกไปตรงๆ เขาเคยเห็นลูกสาวเจ้าพ่อหลายคนที่เป็นคุณหนูจ๋า ถูกเลี้ยงอย่างตามใจ และบิดาของพวกหล่อนก็เอาอกเอาใจ ฟูมฟักยังกับไข่ในหิน
แต่สำหรับชัชญาเขามองความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องที่บาดหมางกันมากกว่า ต่างคนต่างอยากเอาชนะ ไม่มีความเอาอกเอาใจบุตรสาวหรือประคบประงมเหมือนไข่ในหิน แต่ชัชญาแข็งแกร่งและเข้าถึงจิตใจได้ยาก เธอออกจะกระด้างเสียด้วยซ้ำ
“ถ้าแบบนั้นผมขอเสนอว่าควรจะพิสูจน์ฝีมือกันสักหน่อยเพื่อจะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ” คิมหันต์เสนอ
“บ้าสิ ไม่เอาปวดหลังตาย และนายก็ปล่อยได้แล้ว”“แต่ถ้าผมนอนบนตัวคุณหนู เตียงนี้ก็จุพอดีจริงไหม” เขาพูดอย่างเจ้าเล่ห์“ว้าย!” ชัชญาร้องเสียงหลงเมื่อเขากดเธอลงบนเตียงแล้วทาบทับลงมาหา“คิดถึงผมหรือเปล่า”“คิดถึงแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”“มีสิ รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณหนูใจจะขาด ยอดรักของไอ้ไท”อธิปค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นทีละชิ้น ชัชญาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาให้ยกแขนก็ยก ยกสะโพกก็ยก อาภรณ์ของเธอถูกดึงออกจากตัวแล้วปลิวไปตกอยู่ข้างเตียง“เห็นฉันง่ายหรือไง เลยจะย่ำยีกันอีก”“แต่งงานกันนะ” อธิปไม่สนใจคำพูดตัดพ้อของเธอ เขาดึงมือเธอกุมเอาไว้ ก่อนจะดึงแหวนออกมาแล้วสวมพรวดเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้าย ก่อนจะกดจุมพิตลงไปหนักๆ“คนเถื่อน ให้มันโรแมนติกกว่านี้ไม่ได้หรือไง” เธอค้อนให้คนห่ามๆ ที่ทื่อๆ แข็งๆ ไม่เอาไหนเสียเลย ก่อนจะทุบอกเขาด้วยความหมั่นไส้ จะขอเธอแต่งงาน แต่ไม่ฟังคำตอบรับ สวมแหวนพรวดเข้าได้“ต้องรีบสิ เดี๋ยวคุณไม่ยอม ผมรักจริงหวังแต่ง ไม่ปรุงแต่ง สรุปว่าจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า” เขาคาดคั้นมัดมือชก ยังกับเธอเป็นผู้ต้องหาที่ต้องยอมรับสภาพ“มัดมือชกกันขนาดนี้จะให้ปฏิเส
“ตำรวจขอเชิญคุณหนูไปสอบปากคำที่โรงพักครับ”“สอบปากคำเรื่องอะไร” เธอถามอธิปเสียงราบเรียบ“เรื่องเสี่ย”“เรื่องพ่อนะเหรอ” ชัชญาน้ำเสียงยังราบเรียบ กวาดสายตามองอธิปตั้งแต่หัวจรดเท้า“เชิญคุณชัชญาครับ” ตำรวจแจ้งความประสงค์แก่ชัชญาอีกรอบ และหญิงสาวก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี อธิปมองตามไปด้วยความรู้สึกแปลกๆใจของเขาหวาดหวั่นอย่างประหลาด ท่าทีเฉยชาของเธอ ดวงตาว่างเปล่านั้นทำให้อธิปใจหาย แต่เขาก็โล่งใจที่ว่าที่พี่สะใภ้ของเขาปลอดภัยดี และพี่ชายของเขาก็ช่วยเหลือทุกคนได้สำเร็จ…อธิปแทบบ้าเมื่อชัชญาหายตัวไป เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขามัวแต่ยุ่งเคลียร์เรื่องต่างๆ กับพี่ชาย แต่พอรู้ตัวอีกที หญิงสาวก็จากไปเสียแล้ว ขนาดนพฤทธิ์เองก็ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน อีกฝ่ายก็แทบบ้า เขาเองก็เพิ่งเห็นคนนิ่งๆ หลุดมาดก็วันนี้เอง“แกไม่รู้หรือไงว่าเมียแกหายไปไหน”“ผมก็เหมือนคุณไทนั่นแหละ ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน” นพฤทธิ์ตอบอย่างเฉื่อยชาเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ“กวนฉิบ” อธิปนึกอยากกระชากหมอนี่มาต่อยปากสักทีด้วยความหมั่นไส้ แต่เขาก็ยั้งเอาไว้อธิปออกตามหาชัชญาจนทั่ว ที่ที่คิดว่าเธอจะไป เขาเองก็แทบไม่รู้จักตัวเธอนัก ไม่รู้จักเพื่อ
จันทร์จวงเบียดกายกระแซะเข้าไปหาเจิด เสียดสีร่างกายกับท่อนแขนของเขา เจิดหรี่ตามอง กวาดสายตามองหญิงสาวอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ“ก็ได้ ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ ฉันจะไม่ส่งเธอให้พวกนั้นก็ได้” เจิดลูบคางไปมา ก่อนจะกระชากร่างของจันทร์จวงเข้ามาบดจูบ หญิงสาวดิ้นรนในคราแรก แต่สำนึกได้ว่าเธอต้องเอาตัวรอดจึงต้องปล่อยเลยตามเลยอย่าให้เธอรอดไปได้ก็แล้วกัน ไอ้บ้ากามเอ๊ย!!!จันทร์จวงแช่งชักหักกระดูกเจิดอยู่ในใจ แต่เพราะเข้าตาจนต้องยอมมัน เธอเลยต้องไปตามน้ำ คิดแล้วเจ็บใจนักที่พวงชมพูหนีรอดไปได้ ทั้งหมดก็เพราะนังนั่น ทุกอย่างจึงเป็นแบบนี้ เธอจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ความสาวที่พร่ำเก็บรักษาเอาไว้ให้อุกฤษฏ์ กลับถูกย่ำยีอย่างไร้ค่า เธอขอสาบานว่าจะต้องตามจองล้างจองผลาญพวงชมพูให้ถึงที่สุด ในเมื่อเธอไม่มีความสุขก็อย่าหวังเลยว่าใครจะมีความสุข ในเมื่อเธอไม่ได้ครอบครองอุกฤษฏ์ ผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเขาเช่นกันหญิงสาวโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของพวงชมพูแต่เพียงผู้เดียว ถ้าไม่มีพวงชมพูเธอก็คงจะครองรักกับอุกฤษฏ์ไปแล้ว ก็ในเมื่อชายหนุ่มยังไม่มีใคร และผู้หญิงคนเดียวที่ใกล้ชิดอุกฤษฏ์มากที่สุ
“ใครจะโรคจิตเหมือนนาย”“ว่าผม แต่มองตาเป็นมัน”“บ้า”“จริงๆ มองตาไม่กะพริบ” เขาจับหน้าเธอให้หันเข้าหากระจก ชัชญาเบี่ยงหลบอย่างดื้อรั้น แต่ก็ยอมจำนนอยู่ดีเมื่อเขาเริ่มขยับกายสอดประสานกับเธอเป็นจังหวะล้ำลึก“ไม่อยากมองสักหน่อย นายบังคับนี่นา แล้วไม่ต้องพูดมากเลย รีบๆ ทำหน้าที่เสียทีสิ” เธอสะบัดเสียงใส่“เมียไอ้ไทขี้งอนชะมัด แถมยังชอบสั่งการ”“นายต้องเป็นทาสสวาทของฉันตลอดไป จำไม่ได้หรือไง อื้อ...” ชัชญาร้องครางเมื่อเขายกกายขึ้นมากระแทกเธอ จนร่างสาวเด้งขึ้นเด้งลงสวมครอบแก่นกายของเขาจนล้ำลึก“กระผมจำขึ้นใจเลย แต่คุณหนูก็ต้องจำเอาไว้ว่าคุณหนูเป็นเมียผม”“นายพูดกรอกหูทุกวัน”“แล้วจำหรือเปล่าล่ะ” เขากระซิบข้างหูแล้วขบเม้มบางเบา“ถามเซ้าซี้จัง ไม่พูดด้วยแล้ว”“ไม่พูดแต่ถนัดทำมากกว่า”“อื้อ...” ชัชญาร้องครางเสียงพร่า เธอวางมือบนขาแกร่งของเขา แยกขาออกแล้วเริ่มขยับ มองภาพแสนรัญจวนเบื้องหน้า เนื้อกายของเขาผลุบหายเข้าไปในร่างของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อเกิดความเสียวซ่านจับใจอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงโยกคลอน เสียงหอบประสานกันระงม ก่อนที่เขาจะกอดรัดเธอแนบแน่นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอธิปวางคางที่ไหล่ก
เตรียมคำแก้ตัวไปอย่างดิบดี แต่ผลปรากฏว่ากลับไปเจอกับชัชญากำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างสบายที่พื้นกระท่อม เขาชะงักนั่งลงใกล้ๆ กับที่เธอนอนอยู่ มือหนาปัดปอยผมให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม พร้อมกับกดจุมพิตหนักๆ ที่หน้าผากนูนเกลี้ยง“อือ... นายไท อุ๊ย!” ชัชญาปรือตามอง ก่อนจะอุทานเมื่อเห็นดอกกล้วยไม้ป่าที่ถูกยื่นมาตรงหน้า“ผมให้คุณหนู”“นึกว่านายจะเถื่อนๆ เป็นอย่างเดียว ให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นด้วยเหรอ” เธอเอ่ยแซว“ผมเห็นมันสวยดีก็เลยเก็บมาให้”“นี่เหรอของที่นายจะมาเซอร์ไพร้ส์ฉัน”“ก็เอ่อ... ใช่ครับ” อธิปลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ลืมไปเลยว่ารับปากอะไรเธอเอาไว้ เพราะมัวแต่หัวหมุนเรื่องพวงชมพู“สวยดี ขอบใจมากนะ นี่น่ะดอกไม้ดอกแรกจากนาย จีบฉันไม่เคยให้ดอกไม้เลย” เธอเอ่ยแซวอีก“จีบตอนไหน” อธิปถามกลับ คนถูกถามหน้างอ“ตอนที่นายหื่นนั่นแหละ”คราวนี้อธิปหัวเราะลงลูกคอเมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น แถมยังเห็นเธอย่นจมูกใส่เขา ความน่ารักนั้นทำให้เขาคว้าตัวเธอมากอดเอาไว้ ก่อนจะบดจูบเต็มอารมณ์รัก“ผมขอนะคุณหนู” อธิปเลื่อนมือไปตามร่างกายของหญิงสาว น้ำเสียงแหบพร่านั้นทำให้ชัชญาตัวสั่น“เสี
อธิปถอยห่างออกไปยืนมองร่างที่มีฟองสบู่บางส่วน เขาดันเธอไปที่กำแพงห้องน้ำ ก่อนจะเริ่มฟอดสบู่ด้านหน้าจากต้นคอระหงลงมายังปทุมถันอวบ เคล้นคลึงส่วนนั้นเป็นพิเศษชัชญาแหงนใบหน้าขึ้น มือวางบนมือหนาของเขาที่วนไล้อยู่รอบๆ ยอดถันสีชมพูสดที่ตั้งเต้าเพราะแรงกระตุ้นแห่งอารมณ์พิศวาสอธิปเลื่อนสายตากวาดมองสัดส่วนความสมบูรณ์ของวัยสาว ชัชญาเป็นคนแขนยาวขายาว รูปร่างของเธอกระตุ้นอารมณ์หนุ่มได้เป็นอย่างดี ทรวงอกของเธออวบอิ่มจนเขากระหายทุกครั้งที่ได้ยล เอวคอดของเธอก็เล็กนัก เหมาะเจาะกับสะโพกผายและหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันชายหนุ่มลากมือไปกับหน้าท้องเนียน เขาละมือจากทรวงสาวอย่างตัดใจ ก่อนจะกอบกุมเอวคอดเอาไว้ แล้วเลื่อนลูบลงไปยังสะโพกผายผิวของเธอเนียนนุ่ม มือหยาบกระด้างของเขาดูแตกต่างจากผิวผุดผ่องของเธอนัก อธิปคุกเข่าลงตรงหน้า เขาลูบมือกับขาเพรียวของเธอทั้งสองมือ สลับด้านกัน ได้ยินเธอครางเสียงแผ่วหวิวเมื่อเขาเลื่อนสัมผัสลงไปเรื่อยๆ จนหยุดที่หลังเท้า“ฉันชอบให้นายอาบน้ำให้เพราะว่า มันวาบหวิวแบบนี้ไง”“คุณหนูดูแลรูปร่างดีจัง”“ฉันก็ดูแลสามีและลูกดีด้วยนะ ถ้าคนนั้นเป็นคนที่ฉันรัก”“ผมเชื่อ”“เชื่อคนง่ายจัง” เธอว







