เสียงแจ้งเตือนจากอีเมลดังขึ้นในขณะที่ร่างสูงโปร่งของ 'จาง ไท่หมิง' ลูกชายคนโตแห่งครอบครัวจางตระกูลมาเฟียอันดับต้น ๆ ของฮ่องกงกำลังนั่งเช็กไฟล์ความเรียบร้อยของงานในวันนี้
'เลขาหยู'
ชื่อเจ้าของอีเมลทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกดเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างในและพบว่าทุกอย่างไม่ได้เซอร์ไพร์สสักเท่าไหร่...เพราะนี่คืออีเมลแจ้งลาออกของเลขาประจำตัวคนที่สี่นับจากการขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหารร่วมกับบิดา
"..."
ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาจากความเบื่อหน่ายของไท่หมิง เขากดปิดอีเมลนั้นแล้วเอนตัวลงบนเก้าอี้ทำงานอย่างเมื่อยล้า แม้ว่าเขาจะบริหารงานได้อย่างเฉียบคมและมีเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจจนสองสามปีที่ผ่านมา Zhang - Group ทำกำไรอย่างก้าวกระโดด
แต่มันมีปัญหาหนึ่งที่เขาหาทางแก้ไม่ได้...คือไม่มีเลขาคนไหนอยู่กับเขาได้นานเกินสามเดือน แม้จะมีใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสูงสง่า รวยล้นฟ้า อำนาจมหาศาลแถมยังโสดจึงเป็นที่หมายปองของเลขาสาว ๆ ที่อยากเข้ามาใกล้ชิด
แต่เมื่อพวกเธอได้เข้ามาสัมผัสทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ 'เข็ดขยาด' กับความสมบูรณ์แบบที่เหมือนเชือกตึง ๆ ไร้รอยย่นของเขา ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูอบอุ่นและใจดีที่สุดในบรรดาลูกชายทั้งสามของตระกูลจาง แต่หารู้ไม่ว่าเขานี่แหละคือเจ้านายที่เข้มงวดที่สุด
'ท่านประธานเข้มงวดเกินไป'
'ตอนประชุมเหมือนปีศาจเลย'
'เขาดูใจดีแต่ฝีปากคมกริบอย่างกับใบมีด'
ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับตัวเองจากพนักงานในบริษัท...เขารู้หมดนั่นแหละว่าพนักงานแอบเอาเขาไปนินทายังไง เพียงแต่ไท่หมิงไม่ถือสาอะไร เพราะก็ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นคน เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว เขาไม่เคยทำงานพลาด ไม่เคยยอมโอนอ่อนผ่อนตามอะไรง่าย ๆ และแน่นอนว่าเขาไม่สนใจที่จะมีความรักจริงจัง เพราะส่วนมากคนระดับเขานั้นมี 'คู่นอน' หรือ 'FWB' อยู่แล้ว
ไม่ต้องข้องเกี่ยว ไม่มีพันธะผูกพัน ไร้การหึงหวงให้กวนใจ ปลอดภัยจากข่าวฉาวต่าง ๆ แค่นี้ก็พอแล้ว...เพราะความรักมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะต้องการ
ดังนั้นเขาจะไม่เสียเวลามาใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก เพราะเรื่องที่จะทำให้เขาปวดหัวจนประสาทจะกินได้ก็คือจะหาเลขาใหม่ยังไงให้เร็วที่สุด เพราะโพรไฟล์ของการที่จะมาเป็นเลขาผู้ดูแลทุกอย่างให้จาง ไท่หมิง นั้นต้องไม่ธรรมดา
แน่นอนว่าต้องเรียนจบจากสถาบันระดับโลก, มีประสบการณ์แน่นปึ้ก และต้องเรียนรู้งานให้เร็วที่สุด เพราะเขาจะหงุดหงิดกับพวกที่สวยแต่ไม่มืออาชีพจนไล่ตะเพิดร้องไห้กลับบ้านกันไปหลายรายแล้ว
แต่ปัญหาหลักคือจะหาเลขาที่ครบเครื่องแบบนี้ได้จากไหนและจะถูกใจเขาได้ยังไงภายในเวลาไม่กี่วันล่ะ?
"ความอดทนต่ำกันจริง ๆ " ร่างสูงบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเรียกฝ่ายบุคคลเข้ามาพบ และกำชับให้รีบหาเลขาคนใหม่มาให้เร็วที่สุด เพราะการประชุมผู้ถือหุ้นจะดำเนินขึ้นในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์นี้แล้ว
คฤหาสน์ตระกูลหยาง
"ป๊าต้องให้เอวาดูแลโรงแรมที่ไทยสิ ป๊าก็รู้ว่าเอวาชอบประเทศไทยแค่ไหน!" เอวาลิน หยาง ลูกสาวคนเล็กแห่งตระกูลที่เรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งการโรงแรมและรีสอร์ตกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อขอเป็นผู้ดูแล Y-Hotel โรงแรมเก่าแก่ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากมารดาผู้เป็นชาวเยอรมันเชื้อสายไทยของเธอโดยมีลุงแท้ ๆ คอยดูแลอยู่ที่นั่น
"จะให้ได้ยังไง นอกจากบริหารงานที่บริษัทของเราเอง หนูยังไม่มีประสบการณ์อื่นให้ป๊าเห็นเลยนอกจากเที่ยว" หยาง ลู่ห่าว ราชาแห่งการโรงแรมเอ่ยกับลูกสาวตัวแสบอย่างเบื่อหน่าย
เพราะเธอนั้นเอาแต่ใจ ไม่มีระเบียบ รวมทั้งไม่มีประสบการณ์ไปผ่านงานนอกเหนือจากในเครือของตนเองมาก่อน และเขาเป็นคนประเภทที่ว่าไม่สปอยล์ลูก ต้องให้เขาเจอความกดดันและตัดสินใจด้วยตนเอง
แม้จะว่าอย่างนั้นแต่มันก็ผิดที่เขาเองที่ไม่ค่อยเด็ดขาดและเลี้ยงลูกให้เป็นคุณหนูติดหรูจนเกินไป ลึก ๆ ในใจเขาก็รู้แหละว่าลูกสาวคนนี้ก็ทำงานเก่ง ฉลาดเฉลียวทันคนไปเสียทุกเรื่อง ต่อปากต่อคำกับผู้คนได้ทุกสถานการณ์ แต่เขาเพียงอยากให้ลูกออกไปลองสนามโลกข้างนอกเพื่อจะกลับมาเป็นผู้บริหารที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
"ก็เอวาไม่อยากออกไปทำบริษัทข้างนอกนี่คะ" เอวาลินเดินมาซบแขนบิดาอย่างออดอ้อน...เธอก็เป็นแบบนี้แหละ พอเริ่มจะโดนดุเข้าหน่อยก็จะมาอ้อนแทนการร้องไห้แบบเด็กผู้หญิงคนอื่น ขนาดว่าตอนนี้อายุยี่สิบห้าแล้วก็ยังเหมือนยัยน้องในครอบครัวอยู่เสมอ
และพ่ออย่างเขาก็มักจะอดใจอ่อนไม่ได้...แต่ครั้งนี้คงต้องจริงจัง
"ถ้าเอวาอยากได้โรงแรมที่ไทย เอวาต้องไปฝึกงานจากเครือนอกเหนือบริษัทของครอบครัวเราให้ผ่าน อย่างน้อยขอแค่ผ่านโปรก็ยังดี ถ้าเอวาทำได้ป๊าจะคิดดูอีกรอบว่าจะให้เอวาไปดูแลโรงแรมร่วมกับลุงโจนาสได้ไหม" ลู่ห่าวยื่นข้อเสนอให้ลูกสาวคนเล็ก ถ้าไม่ทำแบบนี้เธอก็จะไม่โตเสียที...
"ป๊า!"
"อยากได้ไม่ใช่เหรอ อยากได้ก็ต้องทำ" หลังจบประโยคเอวาลินถึงกับกัดปากตัวเองเล็กน้อยด้วยความขัดใจ
"แล้วป๊าจะให้เอวาไปฝึกงานที่ไหน" หญิงสาวปล่อยแขนผู้เป็นพ่อออกและนั่งเอนหลังพิงโซฟา เพราะเธอรู้แล้วว่าการออดอ้อนคงไม่ได้ผล
"เอาเป็นว่าป๊าอนุโลมให้แล้วกัน...ไปเป็นเลขาของจาง ไท่หมิง แห่ง Zhang - Group ก็ได้ เห็นเขาหาเลขาคนใหม่อยู่ และถ้าผ่านการทำงานที่นั่นไปได้หนูจะได้ฝึกสกิลเยอะเลย" ผู้เป็นพ่อยังคงเอ่ยเสียงเข้ม เขาจะไม่ยอมใจอ่อนง่าย ๆ อีกแล้ว งานนี้ต้องมีความคืบหน้า
"!!!"
นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินชื่อของเจ้านายที่เธอต้องไปเป็นเลขาให้ เพราะ จาง ไท่หมิง ลูกชายคนโตแห่งตระกูลจางคือคนที่เธอเคยมี 'ความสัมพันธ์ลับ' ด้วยเมื่อปีก่อน!
avaliações