Mag-log in“ซื้อชุดแถมแม่ค้าหรือเปล่าครับ...” จะให้ทนยังไงไหวก็แม่ค้ารีวิวดีขนาดนั้น แต่ผมไม่ได้อยากซื้อชุดนอนนะครับ...ผมอยากซื้อแม่ค้ามากกว่า
view moreแสงแดดยามเช้าสาดกระทบร่างกำยำของหนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงกว้างให้รู้สึกตัวตื่นเมื่อรุ่งอรุณแห่งเช้าวันใหม่ทักทาย เปลือกตาและสมองหนักอื้อเพราะถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ของเมื่อคืนเล่นงานอย่างหนัก เส้นประสาทส่วนปลายทุกเส้นพร้อมใจกันเต้นตุบ ๆ ยามที่เขาขยับเขยื้อนร่างกาย เสียงเพลงบีทหนักคลอเคล้าเสียงแห่งความสุขในงานปาร์ตี้ยังดังสะท้อนก้องในหู
เช่นเดียวกับหลักฐานความสนุกที่อาจจะเกินเบอร์ไปสักนิด ถุงยางอนามัยนอนเกลื่อนกลาดอยู่ข้างเตียง มองด้วยตาเปล่ามีไม่ต่ำกว่าห้ากล่อง ซึ่งแน่นอนว่าแกะใช้แล้วทุกกล่อง เสื้อผ้ากระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง แต่ที่ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจนิดหน่อยก็ตอนที่เห็นจีสตริงสีแดงแรงฤทธิ์ม้วนเป็นเลขแปดอยู่ข้าง ๆ กางเกงบ๊อกเซอร์ของเขา ราวกับว่าเจ้าของจีสตริงตัวนั้นจงใจทิ้งเอาไว้เป็นหลักฐานแสดงออกถึงความเร่าร้อนบนเตียงในค่ำคืนที่ผ่านมา
ไทเลอร์ สะบัดศีรษะขับไล่ความมึนงง กดฝ่ามือนวดคลึมขมับชื้นเหงื่อทั้งสองข้างขณะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากเขาต้องการเช็คเวลางานของตัวเอง จะได้รู้ว่าในแต่ละวันมีภารกิจอะไรบ้างที่ต้องทำ ชีวิตของเขามีแบบแผนที่ชัดเจน รอบคอบกับทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องงาน
เจ้าของความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบห้าเซนติเมตรก้าวลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้สะอาดสดชื่นเตรียมพร้อมสำหรับนาฬิกาชีวิตแห่งเช้าวันใหม่ เขาหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวแบรนด์โปรดออกมาสวมใส่ ติดกระดุมพอประมาณเหลือเพียงเม็ดบนเอาไว้สามสี่เม็ดเพื่อไม่ให้ช่วงลำคอและไหปลาร้าดูอึดอัดจนเกินไป สำรวจเครื่องหน้าหล่อเหลาของตัวเองผ่านกระจกเงาแล้วยกยิ้มให้กับความเพอร์เฟคที่ยากจะปฏิเสธว่าพระเจ้าไม่ได้ช่างปั้น หากเปรียบเขาเป็นดาราก็คงเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวท็อประดับฮอลลิวูดที่ไม่ว่าจะย่างกรายไปทางไหนผู้คนก็จับตามองด้วยความสนใจ เสน่ห์ของเขานั้นเกินต้าน ผู้หญิงคนไหนได้สบตาเป็นต้องอ่อนระทวยทุกราย ส่วนผู้ชายด้วยกันแค่เพียงมองด้วยความชื่นชมก็คล้ายกับว่าถูกความหล่อเหนือมนุษย์มนากลืนกินจิตวิญญาณเข้าไปทีละนิด
โอเค หลงตัวเองพอแล้ว สบายใจ
ตื๊ด ตื๊ด
เสียงมือถือสั่นและดังบนโต๊ะทำงาน ไทเลอร์หยิบเครื่องมือสื่อสารที่มักติดกายเขาตลอดเวลาขึ้นดูรายชื่อคนโทร.เข้า
MOM
ชายหนุ่มเสียวสันหลังวาบอยู่ครู่หนึ่งก่อนปรับอารมณ์ตัวเองไม่ให้ดูร้อนรนจนเกินไป เขากดรับสายมารดาแล้วกรอกเสียงหวานติดลูกอ้อนลงไปยังปลายสาย
“ครับแม่”
(หายเงียบไปหลายเดือนเลยนะพ่อตัวดี)
เดือนประดับ กรอกน้ำเสียงฉุนเฉียวลงไปจากปลายสาย ไทเลอร์ยกมือกุมขมับนวดคลึงเบา ๆ คิดไว้อยู่แล้วว่าแม่ต้องโทร. มาต่อว่าเรื่องที่เขาไม่ได้ติดต่อกลับไปที่บ้านนานหลายสัปดาห์
“ผมทำงานครับแม่ ช่วงนี้ยุ่ง ๆ” เขาไม่ได้โกหกสักนิด ช่วงนี้งานเขายุ่งมากจริง ๆ มีหลายอย่างที่ต้องเร่งมือทำและจัดการให้เข้าที่เข้าทางโดยเร็ว
(ยุ่งจนไม่มีเวลามางานวันเกิดแด๊ดดี้เลยเหรอลูก รู้ไหมว่าฝรั่งแก่แถวนี้เขาน้อยใจแล้วนะตาไท)
เดือนประดับได้ทีก็ขอแซวสามีเสียหน่อย ไทเลอร์อมยิ้ม เขาได้ยินเสียงของพ่อโต้แย้งแม่ดังคลอเข้ามาในสายเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เริ่มคิดถึงบ้านขึ้นมาครามครัน คิดถึงบรรยกาศภายในครอบครัวเวลาอยู่รวมตัวกันก็มักจะพูดจาหยอกเย้ากันเช่นนี้
(นี่ตาไท เราเองก็เรียนจบมาหลายปีแล้วนะ เมื่อไรจะมาช่วยแด๊ดดี้กับแม่ดูแลโรงแรมล่ะลูก กิจการบ้านเราเจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน งานล้นมือจนพ่อกับแม่ทำไม่ไหวแล้วนะ)
“แม่พูดเหมือนผมไม่รู้ว่าธุรกิจของเรามีทีมบริหารมืออาชีพคอยดูแลอยู่เลยนะครับ”
เดือนประดับถอนหายใจ เสียรู้เจ้าลูกชายตัวแสบอีกตามเคย
(ไม่รู้แหละ กลับมาอยู่บ้านได้แล้ว สาว ๆ แถวนี้เขาบ่นคิดถึงลูกกันหมดแล้วนะ รีบกลับมาแล้วก็หาใครสักคนมาแต่งงานด้วยเสียที แม่อยากอุ้มหลาน รู้ไหมว่าเพื่อน ๆ แม่เขามีหลานจนวิ่งได้เป็นโขยงแล้วนะ แต่เรากับพี่ชายเรายังลอยชายไปลอยชายมา ทำตัวเป็นพ่อมาลัยสายพวงไม่ว่างอยู่นั่น แล้วแบบนี้เมื่อไรแม่จะได้อุ้มหลานกับเขาสักทีล่ะลูก)
เมื่อเกลี้ยกล่อมเรื่องงานไม่สำเร็จ เดือนประดับก็เบนเป้าหมายไปยังเรื่องคู่ชีวิตแทน
“ถ้าแม่อยากอุ้มหลานขนาดนั้น ผมแนะนำให้แม่บอกพี่ ไบรอัน เลยครับ รายนั้นอีกไม่นานผมว่าได้มีหลานให้แม่อุ้มเร็ว ๆ นี้แน่นอน”
ไทเลอร์โยนไปหาพี่ชายร่วมสายเลือดที่เขาพอจะรู้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายมาบ้างว่าช่วงนี้กำลังทำอะไรอยู่
(ลูกพูดเหมือนรู้อะไรมา?)
สัญชาตญาณความเป็นแม่เริ่มทำงาน เดือนประดับหันไปมองบุตรชายคนโตที่เริ่มนั่งไม่ติดโซฟา ตะโกนแข่งเข้ามาในสาย
(ไอ้เวรไทเลอร์หุบปากไปเลย!! เดี๋ยวแกจะโดนไม่ใช่น้อย!)
ไบรอันอยากมีมือวิเศษกระชากกบาลไอ้น้องชายตัวแสบมาขยุ้มให้หายมันเขี้ยวนักเชียว ไอ้หมอนี่ให้รู้อะไรไม่ได้เลยจริง ๆ มันพร้อมจะเอาข้อมูลลับมาแบล็คเมลล์เขาตลอดเวลา นี่ขนาดว่าเขาเป็นพี่ชายของมันนะเนี่ย ยังทำกันได้ลงคอ
ไอ้น้องเวร!
(เอ๊ะ สองคนนี้ยังไงกันเนี่ย ไทเลอร์บอกแม่มานะ เรากับตาไบรอันกำลังปิดบังอะไรแม่อยู่)
เดือนประดับยิ่งอยากรู้เมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของบุตรชายคนโต
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ ผมเพิ่งตื่นก็เลยพูดไปเรื่อย ตอนเช้า ๆ แบบนี้มันงงขี้ตาอะครับ แม่อย่าถือสาผมเลยนะ หาว” พูดจบก็แสร้งทำทีหาวดัง ๆ ออกมาเพื่อจะตัดบท
(ดูเอาเถอะพ่อตัวดี ทำเป็นมาหาวใส่แม่ เบื่อที่จะคุยกับแม่นักใช่ไหม ได้เลยไทเลอร์ แม่จะตัดแกออกจากกองมรดก)
สิ้นคำขู่ของมารดา ไทเลอร์ก็ได้ยินเสียงหัวเราะสะใจของไบรอันดังแทรกเข้ามาในสาย
“แม่ครับ ลูกชายคนเล็กของแม่ออกจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ แม่จะตัดผมออกจากกองมรดกจริง ๆ เหรอครับ?”
ไทเลอร์ทำตาอ้อนปริบ ๆ ประกอบคำพูด แม้ว่าคนเป็นแม่จะไม่เห็นก็ตาม แต่ทำแล้วมันได้ฟิล ทำแล้วมันช่วยส่งเสิรมให้น้ำเสียงของเขามันดูตะเล็กตะน้อยพอจะทำให้มารดาใจอ่อนลงได้บ้าง
(เชอะ! เราไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้ใส่แม่เลยนะ)
ถึงไม่เห็นหน้าแต่เดือนประดับก็รู้ว่าตอนนี้เจ้าลูกชายคนเล็กของหล่อนคงกำลังยืนทำหน้าอ้อนเหมือนหมาน้อยอยู่หน้ากระจกแน่นอน
(ไม่อยากคุยกับพวกลูก ๆ แล้ว เอาเวลาไปส่องสาว ๆ สวย ๆ บ้านคุณจรินท์เพื่อนแม่ดีกว่า ได้ข่าวว่าหลานสาวคนโตเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ เขาว่าสวยน่ารักน่า…)
“แม่ครับ แค่นี้ก่อนนะครับ เอาไว้ถ้าผมว่างเมื่อไรผมจะรีบตีตั๋วไปภูเก็ตให้เร็วที่สุดเลยนะครับ รักแม่กับแด๊ดดี้นะครับ บายย” ก่อนจะวางสายก็ไม่ลืมบอกรักให้บุพการีชื่นใจ
ตุ๊ด ๆ
“เอ้า ลูกคนนี้ ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยวางไปซะแล้ว”
เดือนประดับมองโทรศัพท์ในมือด้วยความหงุดหงิด
“เอาน่าคุณ อย่าไปอะไรกับลูกนักเลย ปล่อยให้เขามีชีวิตเป็นของตัวเองเถอะ”
สตีฟ ผู้เป็นสามีลูบไหล่ภรรยาเชิงปลอบให้ใจเย็น
“แต่นี่ก็ผ่านมาสามสี่ปีแล้วนะคะที่ไทเลอร์เรียนจบบริหาร แทนที่จะมาช่วยพ่อกับแม่และพี่ชายดูแลธุรกิจโรงแรม กลับเอาแต่อิดออดขอทำงานที่กรุงเทพฯ พอถามว่าทำงานอะไรก็ไม่ยอมบอก อ้างแต่ว่ากำลังค้นหาตัวเอง คนเรามันจะต้องค้นหาตัวเองอีกสักกี่ปีถึงจะพอใจ”
เดือนประดับประชดลูกชายคนเล็ก ไบรอันสบตาผู้เป็นพ่อพลางส่งยิ้มเจือนจางให้กัน รู้ดีว่าคนเป็นแม่คาดหวังกับเรื่องนี้มากแค่ไหน มากกว่าเรื่องผู้หญิงหรือเรื่องคู่ครองในอนาคตด้วยซ้ำ เพราะท่านกับพ่อช่วยกันสร้างธุรกิจโรงแรมจนใหญ่โตเป็นที่ยอมรับต่อคนทั่วโลกก็เพื่อให้สิ่งนี้เป็นรากฐานความมั่นคงแก่บุตรชายทั้งสองในอนาคต อย่างไบรอันได้ทำตามความประสงค์นั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทันทีที่เรียนจบเขาก็เข้ามารับตำแหน่งกรรมการบริหารระดับสูงทันที ใช้ความรู้ความสามารถผลักดันให้โรงแรมแห่งนี้มีความทันสมัยและก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับ
หลังจากวางสายจากมารดา ไทเลอร์ก็ขับรถไปที่คอนโดฯ ของ กันต์ เพื่อนสนิทในกลุ่มแก๊งค์ที่เขาคบหามาหลายปีตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัย
“อ้าวมึง เข้ามาก่อนเว้ย”
กันต์เปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามา ไทเลอร์คุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับที่เพื่อน ๆ คุ้นเคยกับคอนโดฯ ของเขา พวกเขาไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งจนรังของแต่ละคนกลายเป็นบ้านหลังที่สองไปโดยปริยาย ไทเลอร์เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ยี่ห้อโปรดออกมากระดกดื่ม กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องของกันต์พลางขมวดคิ้ว
“เมื่อคืนมึงปาร์ตี้ที่ห้องเหรอ?”
“ก็เออไง” กันต์ตอบ
“ไม่ชวน?” ไทเลอร์เม้มปากใส่พร้อมกับท่าทางกวนตีน
“อ้าวไอสัส งงอะไรปะเนี่ย กูชวนแล้วแต่มึงบอกเองว่าไม่สะดวกมา มึงบอกว่ามึงนัดสาวไปเยที่ห้อง จำไม่ได้เหรอวะ?” กันต์รีบโต้แย้งทันทีไม่ยอมให้เพื่อนรุกอยู่ฝ่ายเดียว
ไทเลอร์ไหวไหล่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายจำผิดเสียเอง เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาหลังใหญ่กลางห้องนั่งเล่น พาดวงแขนแข็งแรงสองข้างไปตามความยาวของพนักโซฟา ประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับร่างของ ภีม และ ตุลย์ เดินออกมาพร้อมกันในสภาพสวมผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวสอบไว้อย่างหมิ่นเหม่ ไทเลอร์ถึงกับจิ๊ปากหงุดหงิด เบือนสายตามองไปทางอื่น
“แล้วไอ้สองตัวนี้เมื่อไรมึงจะเลิกอาบน้ำพร้อมกันสักทีวะ ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วนะ เป็นห่าอะไรต้องเข้าไปอาบน้ำพร้อมกันตลอด”
“เรื่องของกู” ภีมโยนผ้าเช็ดหัวใส่ไทเลอร์อย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะเขาไม่ดีรู้สึกอะไรกับคำพูดที่เพื่อนเอ่ยออกมาเมื่อครู่
“ไอ้เชี่ย! สกปรก” ไทเลอร์รีบเหวี่ยงผ้าขนหนูผืนเล็กออกไปไกล ๆ ราวกับผ้าผืนนั้นมีเชื้อโรคที่น่ารังเกียจแอบแฝงอยู่
“มึงไม่รู้เหรอว่ามันสองคนเข้าไปช่วยกันยกของหนักให้กันและกัน?”
ธาม ที่เพิ่งตื่นแต่ทันได้ยินทุกอย่างพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอู้อี้ มันลุกจากเตียงเดินไปหยิบเบียร์ออกมาดื่มสองกระป๋องรวด ทำเอาเจ้าบ้านอย่างกันต์ถึงกับส่ายหน้า
“เจริญล่ะพวกมึง ตื่นมาก็แดกเบียร์กันเลยเนอะ ระวังจะเป็นตับแข็งตายห่ากันให้หมดเนี่ยแหละ”
กันต์ทำเป็นพูดดี แต่ตัวเขาซัดไปสามกระป๋องก่อนใคร
“ว่าแต่มึงเหอะ ลมอะไรหอบมาห้องกูแต่เช้าวะ?” กันต์หันไปถามไทเลอร์ที่นั่งสไลด์หน้าจอมือถืออย่างใจจดใจจ่อ
“ลมเบื่อ” ไทเลอร์ตอบโดยไม่สบตา ภีมที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงชะเง้อหน้าเข้าไปมองใกล้ ๆ ว่ามันกำลังดูอะไรอยู่ ถึงได้ไม่สนใจเพื่อนฝูง
“ลมเบื่อหรือลมเงี่ยน?” ภีมแย่งเอามือถือของไทเลอร์ชูให้เพื่อน ๆ ในห้องได้ดูไปพร้อม ๆ กับเขา สิ่งที่เห็นเรียกเสียงแซวจากบรรดาเสือป่าได้เป็นอย่างดี
“แอคใหม่หรือวะ ไม่เคยเห็นแอคขายของร้านนี้มาก่อนเลย”
ธามถามพร้อมกับขยี้ตารัว ๆ
“น่าจะ” ตุลย์ที่แย่งมือถือจากภีมไปดูถึงกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืด เบนสายตาหันมองไทเลอร์ที่นั่งไขว่ห้างนิ่งเงียบ แต่แววตาไม่ละห่างจากเครื่องมือสื่อสารที่ถูกฝูงเพื่อนชั่วยื้อแย่งราวกับเป็นสมบัติผลัดกันชม
“มึงจะซื้ออีกแล้วเหรอ วันก่อนเพิ่งเห็นซื้อไปเองนะ เสื่อมสภาพแล้วเหรอวะ?”
ตุลย์หมายถึงของเล่นผู้ใหญ่ชุดก่อนที่ไทเลอร์ซื้อไปเมื่อสองวันที่แล้ว เขายังช่วยมันเลือกเองกับมือ ของคุณภาพเกรดเอทั้งนั้น สาวไหนได้ใช้ฟินขึ้นสวรรค์ทุกราย
“อืม” ไทเลอร์พยักหน้า เขาส่องแอคเคาท์ร้านนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เห็นของในร้านน่าสนใจหลายอย่าง แม้จะเป็นของเล่นเสียวประเภทเดียวกันแต่รูปทรงและขนาดดูใหญ่อลังการกว่าทุกร้านที่เขากดติดตาม
“เขาขายชุดนอนไม่ได้นอนด้วยว่ะ”
ธามเลื่อนดูสินค้าด้วยความเพลิดเพลิน เช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่พอเห็นชุดนอนไม่ได้นอนของสตรีเด่นหราบนหน้าจอก็พากันใจสั่น ร้อนวูบวาบกันเป็นแถว
“สวยทุกชุดเลยว่ะ” ภีมยื่นมือถือส่งให้ไทเลอร์ดู
“กูเห็นแล้ว” ไทเลอร์ตอบราบเรียบ ดูไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
“มึงจะเหมาหมดเลยไหมวะ?”
ตุลย์มองไปที่เจ้าตัว ไทเลอร์พยักหน้าทันที ตุลย์ถึงกับดีดนิ้วชมเปราะ
“ป๋าสัสอะ มึงแม่ง โคตรใจป้ำเลย”
“แต่กูว่ามึงปล่อยให้พวกผู้หญิงเขาเป็นคนเลือกเองไม่ดีกว่าเหรอวะ เขาจะได้รู้ว่าอยากได้เนื้อผ้าแบบไหน” ธามคิดอีกแบบ ซึ่งภีมก็เห็นด้วย
“ไม่ ขืนปล่อยให้เลือกเองก็ไม่ตรงไทป์ที่กูชอบ บางคนยังแยกชนิดของผ้าไม่ออกด้วยซ้ำ กูไม่อยากเสี่ยง จะมาทำงานกับกูต้องใส่แบบที่กูชอบเท่านั้น เพราะนี่เป็นแอคเคาท์กู ผู้หญิงทุกคน ของทุกชิ้นกู QC เองกับมือ ถ้าไม่เวิร์คกูไม่ให้ขึ้นไลฟ์ด้วยหรอก เสียราคา”
ไทเลอร์ส่ายหน้า เขาจะไม่เสี่ยงเอาหน้าที่การงานของช่องไปแขวนไว้บนรสนิยมไม่ได้เรื่องของผู้หญิงบางคนเด็ดขาด อุตส่าห์ลงทุนลงแรงปั้นแอคเคาท์ตัวเองจนดังระเบิดระเบ้อ มีแฟนคลับมากมายที่พร้อมเปย์เงินให้กับช่องของเขา แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาต้องยอมลดคุณภาพงานเพื่อตามใจใคร จ้างให้ก็ไม่ทำหรอก เสียศักดิ์ศรีแอคเคอระดับมาสเตอร์พีชหมด
“พวกมึงอย่าไปยุ่งกับแม่งเหอะ ถ้ามันอยากเปย์ก็ปล่อยแม่งเปย์ไป กว้านซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ขนหน้าแข้งพ่อมหาเศรษฐีอย่างคุณไทเลอร์ไม่ร่วงง่าย ๆ หรอกครับ”
กันต์ไม่ได้ประชด เขาพูดไปตามที่เห็น ไทเลอร์เป็นสายเปย์ที่พร้อมจ่ายไม่อั้นหากสิ่งนั้นทำให้ตัวมันพอใจ
“เออ กูลืมไป มึงแม่งมีแบล็คการ์ดเป็นของตัวเองนี่หว่า รูดฉ่ำเปย์ฉ่ำ” ภีมหัวเราะ
“นี่พ่อแม่มึงรู้ไหมเนี่ยว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนใช้เงินเป็นเบี้ยขนาดนี้” ตุลย์นึกสงสัย
“กูไม่ได้ใช้การ์ดของพวกท่านรูดซื้อของมาเป็นชาติแล้ว ทุกวันนี้กูใช้เงินกูเองล้วน ๆ”
เงินที่ได้จากการทำ OLF มันมากพอให้เขาเลี้ยงตัวเองได้สบาย ๆ ไม่ต้องพึ่งพาเงินบุพาการีไปจนวันตาย เขาเลือกทางเดินนี้แล้วก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ดีที่สุด
“แล้วตกลงนี่ยังไง จะซื้อของจากเพจนี้ไหม?” กันต์วกกลับมาที่เรื่องเดิมที่คุยค้างไว้
“ก็น่าสนใจดี” ไทเลอร์ดึงมือถือกลับมาอยู่ในความครอบครองของตน เลื่อนดูสินค้าต่าง ๆ บนหน้าเพจ ทั้งชุดนอนไม่ได้นอนสุดแสนจะเซ็กซี่ และของเล่นผู้ใหญ่มากมายที่มีสีพาสเทลสุดน่ารัก น่าลองซื้อมาให้บรรดาหญิงเดี่ยวของเขาใช้ทำงาน
ไทเลอร์ตัดสินใจทักแชทไปที่กล่องข้อความเพื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าบนหน้าเพจ ไม่ถึงสองนาทีอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา
(สนใจชุดนอนไม่ได้นอนหูกระต่าย จีสตริงไข่มุกด้านหน้าสามเม็ด แล้วก็ดิลโด้แก้วใสสีเขียวพาสเทลเรืองแสงครับผม)
“หูว สั่งรัว ๆ เลยนะมึง รายละเอียดเปะตามแคปชั่นเพจน้องเขาเปะ ฮ่าๆ” กันต์แซว เพื่อนทุกคนอมยิ้ม
ไทเลอร์ส่ายหน้าเอือมบรรดาเพื่อนที่นั่งมุงล้อมเขาราวกับรอฟังเรื่องสำคัญ ทั้งที่เขาก็สั่งของปกติทั่วไป ที่ผ่านมาพวกมันก็เคยช่วยเขาเลือกด้วยซ้ำ
จะตื่นเต้นอะไรนักหนา
[ชุดนอนไม่ได้นอนน้องหูกระต่ายมีไข่มุกจีสตริงด้านหน้าเหลือสามชุดสุดท้ายแล้วนะคะ ส่วนดิลโด้แก้วใสสีเขียวเรืองแสงของยังมีสต็อกพอสมควรค่ะ คุณพี่สนใจรับกี่แท่งดีคะ?]
(แนะนำสินค้าหน่อยได้ไหมครับ จะได้ง่ายต่อการตัดสินใจ)
ไทเลอร์พิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
[ชุดนอนไม่ได้นอนน้องหูกระต่ายใส่แล้วจะเพิ่มความฟินระดับสิบราวกับอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน ไข่มุกสามเม็ดบนเนื้อผ้าจีสตริงจะช่วยเพิ่มความกระสันเสียวเวลาที่คุณสาว ๆ กดกลีบดอกไม้บดขยี้ยั่วยวนคุณแฟน ไข่มุกตรงกลางจะเสียดสีกับร่องกลีบช่วยให้ความรู้สึกตื่นเต้นระคนเร่าร้อน ผิวกายของคุณสาว ๆ จะแดงระเรื่อน่าสัมผัส น่าจับ น่ากอด น่ากระแทกให้จมเตียงเลยค่ะ]
ปิดท้ายประโยคด้วยสติ๊กเกอร์หนูน้อยตาหวานยิ้มแฉ่ง ไทเลอร์ที่ไล่อ่านทุกตัวอักษรในกล่องแชทถึงกับอ้าปากค้างไม่รู้ตัว เขากระพริบตารัวๆ หลายทีไล่ความประหลาดใจกับคำตอบ จากนั้นก็กดนิ้วรัวข้อความต่อไปทันที
(แล้วดิลโด้ล่ะครับ แนะนำตัวที่ใช้งานดีๆ ให้หน่อย)
เขาเชื่อแล้วว่าชุดนอนไม่ได้นอนร้านน้องคนนี้มันเซ็กซี่จริง ๆ ทีนี้ก็เหลือแต่ของเล่นผู้ใหญ่ที่เขาเล็งไว้ตั้งแต่แรก ด้วยขนาดของมันใหญ่กว่าร้านอื่นที่เขาเคยควักเงินซื้อ
[ดิลโด้แก้วใสเรืองแสงสีเขียวพาสเทล แม้ตัวสินค้าจะเป็นแก้วแต่เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนยามสอดใส่แน่นอนค่ะ ยิ่งถ้าหนุ่ม ๆ เล้าโลมจนคุณแฟนเคลิบเคลิ้มได้ที่แล้วสอดดิลโด้ของร้านเรายัดใส่เข้าไปในโพรงกุหลาบฉ่ำลึก รับรองคุณสาว ๆ จะต้องฟินแตกพร่า ล่องลอยเหมือนอยู่บนปุยเมฆแสนนุ่ม เพราะสินค้าร้านเราทั้งใหญ่ทั้งยาว เนื้อสัมผัสเรียบลื่นไร้รอยขอบบาดด้านข้างและช่วงหัวมนทู่ จะเสยหรืองัดท่าไหนก็มีแต่ความเสียวความฟิน หลับตาพริ้มจนเสร็จทุกรายค่า]
“ฮ่า ๆ” เสียงของกลุ่มเพื่อนหัวเราะ ไทเลอร์เพียงแต่อมยิ้มขบขัน
“กูชอบที่น้องมันรีวิวว่ะ เหมือนกูกำลังอ่านนิยายเลย”
ภีมพูดขึ้น ซึ่งอีกสี่หนุ่มที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย ไทเลอร์ขยับตัวนั่งหลังตรงก่อนรัวนิ้วมือลงบนแป้นพิมพ์บนหน้าจอมือถืออีกครั้ง
(น้องครับ พี่เป็นแอคเคอนะ น้องสนใจมาเป็นหญิงเดี่ยวให้พี่ไหมครับ จะได้เอาสินค้าจากร้านน้องมาสาธิตให้คนดูด้วยไง ถือเป็นการโปรโมทร้านน้องไปในตัว)
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำเชิญชวนหรืออีกฝ่ายตกใจที่เขาเป็นแอคเคอกันแน่ ถึงได้อ่านแล้วเงียบไปเกือบสามนาทีก่อนจะตอบกลับมา
[จะดีหรือคะพี่ หนูว่าหนูไม่น่าไหวอะค่ะ]
(ไม่ลองไม่รู้นะครับ) ไทเลอร์ไม่ละทิ้งความพยายามในการชวนแม่ค้าร้านของเล่นผู้ใหญ่มาเป็นหญิงเดี่ยวคนใหม่ให้ตัวเอง
[พี่สนใจจะรับสินค้าหรือเปล่าคะ ถ้าไม่หนูจะได้ไปขายคนอื่นต่อ]
ไทเลอร์ยิ้มกว้างเมื่ออีกฝ่ายตัดบทดื้อ ๆ
(พี่เหมาหมดเลยค่ะ ทุกชิ้นที่ร้านน้องมี)
[จริงเหรอคะพี่!?]
(จริงค่ะ) คนอย่างเขาไม่เคยล้อเล่นอยู่แล้ว งานเปย์ขอให้บอก คนอย่างไทเลอร์ไม่แพ้ใครนะบอกเลย
[ขอบคุณมาก ๆ นะคะพี่ เดี๋ยวพี่จัดการโอนเงินตามนี้นะคะ แล้วทิ้งที่อยู่ไว้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูส่งของไปให้นะคะ โอนแล้วอย่าลืมส่งสลิปยืนยันการโอนด้วยน้า ขอบคุณค่า]
(ครับผม)
อีกด้านหนึ่ง…
“กรี๊ด!!!”
ม่อน กรีดร้องดีใจจนเพื่อนสนิทที่นั่งเช็คสต๊อคของอยู่ข้าง ๆ กันอย่าง ออย ถึงกับสะดุ้งโหยง
“อะไรกันนังม่อน ร้องอย่างกับบ้านโดนไฟไหม้! ฉันตกใจหมด”
“แก ของในร้านขายออกหมดเกลี้ยงเลย พี่เขาเหมาทุกชิ้นเลย”
ม่อนหันไปจับมือเพื่อนเขย่าดีใจเหมือนเด็กได้ขนมที่ถูกใจก็ไม่ปาน
“จริงเหรอแก! โห ลูกค้ามาจากไหนนักหนาวะเนี่ย” ออยวางมือจากหน้าจอคอมฯ แล้วดึงไอแพดจากมือม่อนมาอ่านแชทที่นางเพิ่งคุยกับลูกค้ารายล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ
“เห้ย เขาเป็นแอคเคอเหรอ” ไล่อ่านถึงตรงนี้ออยถึงกับตาโต
“อาหะ” ม่อนไม่ได้สนใจอะไรแล้ว นอกจากเตรียมวางแผนแพคส่งสินค้าให้ลูกค้ารายใหญ่ที่เพิ่งโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาที่บัญชีร้านของเธอ
โอนไวชะมัดพ่อบุญทุ่ม
“เขาชวนแกไปเป็นหญิงเดี่ยวให้เขาด้วย”
“อะไรยัยออย ใครเป็นหญิงเดี่ยวเหรอ” นุ่น ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จได้ยินคำว่าหญิงเดี่ยวก็รีบวิ่งออกมาดู ออยเล่าทุกอย่างให้นุ่นฟังอย่างละเอียด สีหน้าของนุ่นฉายแววของความตื่นเต้น
“แกน่าจะลองขอแอคพี่เขามาส่องนะนังม่อน เผื่อว่า ไอ้นั่น ของพี่เขาจะใหญ่กว่าดิลโด้ในร้านเรา” นุ่นทำท่าเอานิ้วชี้สองนิ้วจิ้มกันแบบอาย ๆ
“ไม่ย่ะ” ม่อนปฏิเสธก่อนจะเอ่ยต่อ “ฉันไม่ได้สนใจอยากเป็นหญิงเดี่ยวอะไรสักหน่อย ขอแค่ขายของในร้านได้ก็พอใจแล้ว”
“แหม อย่าให้เห็นว่าไปขอวาร์ปพี่เขาทีหลังแล้วกัน เออ แล้วโปรเจคที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อคราวก่อนอะ ตกลงจะเอาไง?”
นุ่นพูดขึ้นเมื่อนึกถึงบทสนทนาเข้มข้นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
“อ๋อ เรื่องนั้นเหรอ ไม่ต้องห่วง คุณนายม่อนเขามีไอเดียมานำเสนอฉันตั้งแต่สองวันที่แล้วแหละย่ะ”
“ไอเดีย?” นุ่นมองตาเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่ออยจะเป็นฝ่ายอธิบายทุกอย่างเพราะตอนนี้ม่อนกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมแพคของให้ลูกค้ารายใหญ่
“ฉันกับยัยม่อนตกลงกันว่าพวกเราจะไลฟ์โชว์แค่คอลงไป แล้วแปะที่ติดหัวนมไว้กับบอดี้สูทหรือชุดกีฬาเซ็กซี่อะไรก็ได้ไว้ใต้ฐานเต้าเพื่อกันโป๊ ทีนี้ลูกเพจก็จะได้เห็นรายละเอียดของชุดชัดขึ้น เท่านี้สินค้าของร้านเราก็จะขายออกได้อีกบาน”
“กรี๊ด เริศเฟ่อร์” นุ่นปรบมือกับออยและม่อนที่ลุกขึ้นมาร่วมตื่นเต้นไปพร้อมกัน ทั้งสามสาวช่วยกันเตรียมแพคสินค้าในวันรุ่งขึ้น เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ออกไปพักหาอะไรทานตามประสาสาวโสด ยิ้มหัวเราะมีความสุขเพราะวันนี้มีเงินไหลเข้ากระเป๋าหลักแสนจากลูกค้าชายใจป้ำเพียงคนเดียว
ไทเลอร์นั่งมองแชทแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สายตาจดจ่อไปที่ตัวอักษรเหล่านั้นราวกับจะมองมันให้ทะลุปรุโปร่งไปถึงคนพิมพ์
“มึงเป็นอะไรวะไอ้ไทเลอร์ เมาแชทเหรอ ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหางตาแล้วเนี่ย”
ภีมเปิดฉากเอ่ยถามก่อนใคร เพื่อนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย
“มึงเอ๋อแดกไปแล้วเหรอวะ กูเห็นมึงมองมือถือแล้วยิ้มอยู่นานสองนาน ไง ชอบแม่ค้า?”
ตุลย์ที่คิดว่าเขาเดาไม่ผิดยกยิ้มมุมปาก
“ก็น่าสนใจดี” ไทเลอร์ยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ เอนตัวพิงโซฟาโดยที่สายตาไม่ละห่างจากกล่องข้อความที่คุยกับเธอคนนั้นจบไปหมาด ๆ
“น่าสนใจที่ว่า ของหรือคน?” กันต์ยักคิ้วถาม
“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” เจ้าพ่อแอคเคอสุดฮอตตอบแบบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก เกลียดสายตาล้อเลียนของไอ้พวกเพื่อนตัวแสบ มันจ้องมองราวกับจับผิด
“นี่อย่าบอกนะว่ามึงแอบชอบแม่ค้าร้านนี้เข้าให้แล้ว เฮ้ย จริงเหรอวะ รูปร่างหน้าตาเขาเป็นยังไงมึงก็ยังไม่เคยเห็นเลยนะเว้ย แล้วมึงไปชอบเขาเนี่ยนะ” ภีมถามเสียงดัง
“ไปกันใหญ่แล้วไอ้ภีม กูแค่ถูกจริตน้องเขาเฉย ๆ อยากติดต่อมาเป็นหญิงเดี่ยวให้กู น้องเขาดูคล่องแคล่วแก้สถานะการณ์เฉพาะหน้าได้ดี รีวิวก็น่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่น้องเขาไม่สนใจข้อเสนอของกูว่ะ”
น้ำเสียงของไทเลอร์ไม่ปกปิดความเสียดายที่เอ่อล้นท่วมใจ
“โห เป็นครั้งแรกเลยนะที่แอคเคอระดับคุณไทเลอร์โดนสาวเมินอะ”
กันต์เยาะ เพื่อนที่เหลือรีบผสมโรง แต่พอเห็นสายตาไม่ตลกด้วยของคนที่เพิ่งถูกสาวปฏิเสธมาสด ๆ ร้อน ๆ ก็รีบพากันกลบเกลื่อนด้วยคำแนะนำอื่นทันที
“เอางี้ดิ มึงก็ทักแชทน้องเขาไปไหมแล้วบอกว่ามึงอะเป็นตัวท็อปของวงการนี้ ส่งลิ้งค์ให้น้องเขาเอาไปส่องดู รับรองว่าถ้าได้เห็นแอคของมึงนะ น้องมันต้องรีบรับข้อเสนออย่างไวเลย”
ธามดีดนิ้ว เขาพูดโดยยืนอยู่บนหลักการ ยึดเอาความฮอตของเพื่อนเป็นตัวเดิมพัน
“อย่าเลย กูก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นหรอก ตื๊อมาก ๆ เดี๋ยวน้องเขาหาว่ากูเป็นคนขี้หงี่ทำไงอะ” ไทเลอร์ไม่อยากเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าสาวที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
“โห ไอ้ไทเลอร์ แล้วน้ำหน้าอย่างมึงไม่หงี่ตรงไหนวะ!!”
เพื่อนทั้งสี่คนพร้อมใจกันพูดเสียงดัง เล่นเอาไทเลอร์ถึงกับหัวเราะร่วน
นุ่นรู้สึกประหม่าที่จู่ ๆ ก็มีผู้ชายสูงหล่อหน้าตาดีมาขอคุยเป็นการส่วนตัว “เอ่อ ที่คุณบอกว่ารู้จักฉันมาก่อน หมายความว่ายังไงคะ?” ประโยคแรกที่เขาทักทายเธอที่โต๊ะเมื่อครู่นี้ เขาบอกว่าเขารู้จักฉัน อยากคุยด้วยเป็นการส่วนตัว เธอจะไม่ลุกตามมาก็ไม่ได้ ยัยเพื่อนซี้สองคนยุให้มาเพราะเห็นว่าผู้ชายหน้าตาดี แถมยังใส่สูทผูกไทดูภูมิฐาน ประเมินจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วท่าทางจะรวยไม่เบา แต่ว่า… ‘บ้าหรือเปล่าวะ ใส่สูทเต็มยศมาเที่ยวร้านเหล้าริมทะเล ประสาท!’ ถึงจะคิดแบบนั้นแต่นุ่นก็ต้องรักษามารยาทต่อลูกค้าคนสำคัญ “ที่เห็นว่าผมใส่สูทเป็นเพราะว่าผมเพิ่งเสร็จงานก็ขับรถมาภูเก็ตทันทีเลยครับ พอดีว่ามีธุระด่วนต้องรีบมาจัดการ” ไบรอันเดาสายตาคู่นั้นออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว “อ๋อ ค่ะ คือ… เอ่อ… หล่อดีนะคะ” สาวเจ้ายิ้มกลบเกลื่อน ‘บ้าเอ๊ย! ดั๊นมารู้ทันความคิดเราอีก’ แล้วนี่ยังไงเนี่ย… เธอต้องคุยกับเขาไปเรื่อย ๆ งั้นเหรอ ถามว่ารู้สึกดีไหมที่ได้คุยกับคนหล่อขั้นเทพ เบ้าหน้าฟ้าประทานดุจดาราฮอลลิวูด ดีค่ะ ดีมากเลยด้วย
11:00 น. หลังจากช่วยม่อนเลือกซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสามคนก็มานั่งกินไอศกรีมกันที่ร้านประจำ พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ต่างคนต่างงานยุ่ง แต่เพจขายของที่ทำร่วมกันก็ยังแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และเมื่อเพื่อนรักได้มารวมตัวกัน ออยจึงตัดสินใจปรึกษาเรื่องที่วันก่อนอิตาบ้านั่นส่งคลิปเสียงครางกระเส่าพร้อมรูปช่วยตัวเองมาหาเธอให้เพื่อนทั้งสองฟัง ระบายความอัดอั้นตันใจออกไปบ้าง ดีกว่าต้องเก็บความน่าอึดอัดนี้เอาไว้กับตัว พอได้เล่าได้พูดออยก็รู้สึกดีขึ้น ตอนแยกกับม่อนขึ้นรถขับกลับคอนโดฯ เพื่อน หญิงสาวเลยแวะซื้อผลไม้ที่ตลาดสักหน่อย ตั้งใจเอาไปทานกับยัยสองสาวจอมแก่นนั่นแหละ สาวสวยผิวน้ำผึ้งเนียนละเอียดซื้อมาหลายอย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดของเพื่อนทั้งนั้น พลันสายตาเหลือบไปเห็นกล้วยหอมหวีใหญ่ห้อยอยู่ที่ร้านผลไม้ข้าง ๆ กันกับร้านที่เธอกำลังควักเงินจ่ายค่าของ ตัวกล้วยเหลืองสุกกำลังดี แถมกลิ่นยังหอมน่ากิน “เอาหวีหนึ่งจ้ะป้า”อดใจไม่ไหวต้องซื้อติดมือ นึกขึ้นได้ว่าในห้องยัยม่อนมีไอศกรีมถ้วยแช่แข็งไว้หลายรส วิปครีมและท็อปปิ้งต่าง ๆ ก็มีพร้อม ถ้าเ
“หนูตื่นเต้นค่ะ” ม่อนตัดสินใจบอกคนข้างกาย ไทเลอร์จับมือน้องกอบกุม บรรยากาศภายในรถหรูอบอวลไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ตื่นเต้น กังวล ดีใจ และ สั่นประหม่า หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกยามมองไปด้านหน้า คฤหาสน์หลังงามมีบททดสอบอันยิ่งใหญ่กำลังรอเธออยู่ “ไม่ต้องกลัวนะ พ่อกับแม่พี่ใจดีมาก” ไทเลอร์ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้น้อง วันนี้เขาพาเธอมาเปิดตัวกับครอบครัว แน่นอนว่าตลอดเวลาที่ทั้งคู่ตกลงคบกันอย่างจริงจัง ม่อนยังไม่เคยเจอพ่อแม่ของเขาเลย เธอคิดมาตลอดว่าจะวางตัวอย่างไรหากมีโอกาสได้เจอพวกท่านทั้งสอง ด้วยว่าฐานะชาติตระกูลของเธอกับครอบครัวไทเลอร์แตกต่างกันมาก พ่อแม่ของชายหนุ่มเป็นถึงมหาเศรษฐีมีเงินมีชื่อเสียง ครอบครัวทำธุรกิจใหญ่โตระดับประเทศ มีผู้คนมากมายนับหน้าถือตาในแวดวงสังคมชั้นสูง ส่วนเธอเป็นแค่หญิงสาวธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลย… “มาครับ จับมือพี่ไว้” ลงรถได้ไทเลอร์ก็จับมือน้องจูงเดินเข้าบ้าน เหล่าสาวใช้มากหน้าหลายตาโค้งศีรษะทำความเคารพเจ้านาย บรรยากาศเหมือนในซีรีส์ลูกคนรวยที่เธอเคยดูไม่มีผิด ม่อนแทบลืมหายใจเมื่อย
หลังจากวันที่ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน กาลเวลาก็ล่วงเลยผ่านมานานกว่าสามเดือนแล้วที่ม่อนกับไทเลอร์ตกลงคบหากันเป็นแฟน เปิดตัวต่อที่สาธารณะ ทั้งในโลกโซเชียลและชีวิตจริง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปอย่างราบรื่น หวานชื่นจนใครก็ต่างอิจฉาโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิท…ไทเลอร์พาม่อนมาทำความรู้จักกับเพื่อนของเขา ทุกคนหล่อมาก สมแล้วที่เป็นกลุ่มแอคเคออันดับหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะหล่อแค่ไหนก็หล่อสู้หวานใจของเธอไม่ได้อยู่ดีพี่ไทเลอร์ของน้องม่อนหล่อกินขาดกว่าใคร! “เป็นไรครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่”ไทเลอร์ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเห็นแฟนสาวนั่งยิ้มตาหยีอยู่ที่โซฟาตัวยาว ทีแรกเขาคิดว่าเธอกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่ แต่พอชะโงกหน้ามองกลับไม่เห็นว่ามือของน้องจะถืออะไรสักอย่าง นอกจากกอดหมอนอิงแนบอกแล้วยิ้มสดใสกับตัวเอง “ดีใจค่ะ” ม่อนตอบเสียงใส “ดีใจเรื่องอะไรครับ” ไทเลอร์ควงปากกาในมือไปมา แสงไฟในห้องตกกระทบปากกาด้ามโปรด ส่องสะท้อนความหรูหราลอยเด่นปะทะสายตา ม่อนยิ้มกว้างกว่าเก่า ของขวัญชิ้นแรกที่เธอตั้งใจให้เขาถูกหยิบใช้เป็นอย่างดี ไทเลอร์หวงแหนปากกาด้ามนี้มาก เขาจะใช้มันเฉพาะตอนทำงา
“มันใช่หน้าที่กูไหมวะที่ต้องมาสลับเวรขับรถกับมึงตั้งหกชั่วโมงเนี่ย!!” ไบรอันบ่นอุบ ขณะนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว อีกชั่วโมงกว่า ๆ ก็จะถึงภูเก็ต แต่มีแนวโน้มว่าเขาอาจจะต้องขับไปอีกเกือบสามชั่วโมงเพื่อไปให้ถึงรีสอร์ตที่ไอ้น้องชายเวรตะไลมันปักหมุดเอาไว้ แล้วมันก็นั่งมองหมุดหมายบนหน้า
ความเสียใจนำพาเจ้าของร่างบางฝ่าแสงแดดจ้ากลับมาถึงคอนโดฯ ในสภาพอ่อนล้าหมดแรง ม่อนเปิดประตูเข้าห้องมาได้ก็ทรุดร่างนั่งลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มราวเขื่อนแตก ตัวสั่นระริกชุ่มโชกเม็ดเหงื่อ เสียงทีวีดังมาจากห้องโถงใหญ่ นุ่นกับออยนั่งดูหนังเรื่องโปรดด้วยกัน ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ทั้งสองได้ยินเสี
ภายในห้องทำงานอันแสนเคร่งเครียดไทเลอร์ยังคงนั่งอ่านเอกสารสำคัญด้วยสมาธิที่สูงลิบลิ่ว ใบหน้าคมคายดูหล่อเหลาขึ้นเป็นกองยามที่เขาตั้งอกตั้งใจทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ มือซ้ายคอยทำหน้าที่คลี่แผ่นกระดาษแต่ละใบไปอีกด้านเมื่ออ่านจบ ส่วนมือขวาถือควงปากกาด้ามโปรดไปมา ตัวอักษรสีทองที่สลักชื่อของเขาสะท้อนแสงจาก
และแล้วก็ถึงวันที่เดือนประดับรอคอย วันที่ลูกชายคนเล็กจะเดินทางเข้าบริษัทฯ ในฐานะทายาทอีกคนของวงศ์ตระกูล หญิงไทยวัยกลางคนจัดห้องทำงานต้อนรับลูกชายด้วยตัวเอง เดิมทีตั้งใจจะจ้างออแกไนซ์ชื่อดังมารับหน้าที่ตรงนี้ ทว่าคิดไปคิดมาขอทำเองดีกว่า ความเป็นแม่จะรู้หมดว่าลูกชอบหรือไม่ชอบอะไร ไทเลอร์ยิ่งเป็นพวกเอ