登入“ขึ้นเขาลงห่วยไม่ไป แต่ถ้าขึ้นสวรรค์ก็น่าสน” เธอครางแผ่วๆ ริมฝีปากเผยออย่างยั่วยวน อธิปบอกตัวเองว่าถ้าเขาไม่บาดเจ็บและร่างกายไม่พร้อมแบบนี้ เขาจะกดเธอลงใต้ร่างและพาเธอขึ้นสวรรค์จริงๆ
“คุณหนูชอบแบบไหน เรียกใช้บริการผมได้นะครับ” เขาพูดอย่างเป็นนัยน์
“โอ๊ย!” อธิปร้องด้วยความเจ็บเมื่อใบหน้าหันไปตามแรงตบ เขาตวัดสายตากลับมา เกิดมายังไม่เคยโดนผู้หญิงคนไหนตบมาก่อน
ปัดโธ่โว้ย! เขาอยากจะดึงเธอมาจูบให้ปากช้ำ กดเธอนอนคว่ำแล้วหวดก้นเธอให้ระบมนัก
“ชอบแบบนี้” แล้วเขาก็ต้องอึ้งไปเมื่อเธอชะโงกหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของเขา แล้วมองสบตาอย่างท้าทาย
“ให้ตายเถอะ!” เขาสบถลั่น กลิ่นกายหอมกรุ่นและสายตาเชิญชวนทำให้เขาคุกร้อน ลำกายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงในชายโลดแรงแข็งแกร่งขึ้นมาในทันที
“รักษาตัวให้หายเถอะ นายได้รับใช้ฉันแน่ ตอนนี้หัดเจียมสังขารเสียบ้าง” เธอพูดยั่วอีก อธิปสบถหยาบคายต่ออีกเมื่อเห็นเธอเดินไปที่ประตู บั้นท้ายงอนงามส่ายวนเชิญชวน หนั่นแน่นเป็นก้อนทั้งสองข้างทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
“บ้าเอ๊ย!!!”
“คุณไทครับ สงสัยคุณหนูจะชอบคุณไท” เมื่ออยู่กันสองคนนพฤทธิ์จึงพูดขึ้นในขณะที่มือกำลังทำแผลให้เจ้านายหนุ่มต่อจากชัชญาที่จากไปแล้ว
“หุบปาก!!!”
ท่อนลำที่ยังพองตัวในกางเกงทำให้อธิปหงุดหงิดงุ่นง่าน ไม่เคยมีใครทำให้เขาตื่นตัวได้ถึงขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ได้กระแทกชัชญาให้ร้องครางใต้ร่าง อย่ามาเรียกเขาว่าอธิป!!!
นพฤทธิ์ทำแผลจนเสร็จเรียบร้อย ไม่ว่าจะกดแรงกดเบา ก็ไม่ได้ยินเสียงร้องจากปากของเจ้านายหนุ่ม เขาถึงกับส่ายsหน้าไปมา เมื่อเห็นแววหมกมุ่นในดวงตาคู่คมนั้น
“ฉันจะให้ชัชญาพูดกับพ่อ เรื่องส่งนายไปทำงานกับพวกมัน”
“ผมเหรอครับ ความจริงต้องเป็นคุณไท ส่วนผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนูชัชญา”
“แกหุบปากซะ แล้วก็ทำตามที่ฉันสั่ง”
“น้อมรับครับเจ้านาย”
นพฤทธิ์ค้อมศีรษะอย่างล้อเลียน อธิปถอนฉุน เขารู้ว่ามาดนิ่งๆ ของนพฤทธิ์ไม่ใช่เพราะหงอหรือไร้ความสามารถ มาดนิ่งแบบนี้แต่สามารถล้มลูกน้องหลายคนของพี่ชายได้ เขาจึงจำต้องยอมรับหมอนี่มาทำงานด้วย ถ้าไม่เก่งจริง อุกฤษฏ์คงไม่ส่งนพฤทธิ์มาทำงานครั้งนี้ มาดนิ่งแต่ฝีมือขั้นเทพ และเก็บรายละเอียดได้ดีเยี่ยม อีกทั้งสีหน้าก็ไม่กวนโอ๊ย กวนบาทีเหมือนเขา จึงสะดวกและง่ายต่อการสอดแนบอย่างที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือสนใจ
แต่เขาโคตรหมั่นไส้มันเลยว่ะ ให้ตายเถอะ!!!
“คุณหนูไปหามันถึงที่พักอย่างนั้นเหรอ บัดซบเอ๊ย!!!”
คิมหันต์กระแทกหมัดกับต้นไม้ใหญ่ด้วยความหึงหวงปนโมโหโกรธกริ้ว เขาสัญญากับตัวเองว่าจะจองล้างจองผลาญอธิปให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
“แกก็ใจเย็นๆ สิไอ้คิม แกใจร้อนแบบนี้จะยิ่งทำให้คุณหนูไม่ชอบหน้าแก” เจิดเอ่ยเตือนเพื่อนรัก
“ทำยังไงคุณหนูก็ไม่เห็นข้าในสายตาอยู่แล้ว แกก็รู้นี่นา น่าจับปล้ำทำเมียนัก”
“เฮ้ย! แกอย่าวู่วามสิวะ ถึงเสี่ยจะดูไม่ได้ใส่ใจคุณหนูมาก แต่ถ้าใครแตะคุณหนู แกก็รู้ว่าจะมีจุดจบยังไง”
“ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ข้าจะอกแตกตายอยู่แล้วโว้ย”
“รอจังหวะสิวะ นี่มันถิ่นเรา มันมากันแค่สองคน เผานั่งยาง จับแล้เนื้อให้เสือกิน จับปาดคอโยนลงผา ก็ไม่มีใครตามกลิ่นเจอแล้ว” เจิดพูดอย่างโหดเหี้ยม
“แผนแกแน่มาก ข้าสาบานได้ว่าต้องฆ่ามันให้ตาย ไม่อย่างนั้นอย่ามาเรียกว่าไอ้คิม”
“ต้องอย่างนี้สิเพื่อน ตอนนี้แกพักไปก่อน ฉันต้องไปจัดการงานให้เสี่ย เดี๋ยวจะต้องส่งของล๊อตใหม่เร็วๆ นี้”
“โชคดีโว้ยเพื่อน”
“แกไปพักเถอะ เสี่ยให้แกพักวันนึง”
“ทำเหมือนข้าเป็นไก่อ่อน เจอมากกว่านี้ยังเคย” คิมหันต์พูดอย่างฉุนเฉียว
“ถ้าแกไม่อยากว่างก็ไปหาผู้หญิงเด็กๆ มาบริการเสี่ยสิวะ”
“เป็นความคิดที่ดีว่ะ”
คิมหันต์ยิ้มร้าย เขาถนัดเรื่องเอาใจชาญ ชาญจึงไว้วางใจเขามาก ไม่กี่อย่างที่เจ้านายต้องการ ผู้หญิงสวยๆ ทำงานให้อย่างไร้ปัญหา ไม่ขัดใจ ไม่เถียง แค่นี้เงินมากมายก็ได้รับเป็นค่าตอบแทน แม้ชาญจะขี้โมโหหรือชอบลงไม้ลงมือกับลูกน้อง แต่เรื่องเงินไม่อั้น ถ้าทำงานดีทำงานถูกใจ
“แกถนัด ข้ารู้ ไปล่ะ” เจิดตบบ่าเพื่อน ก่อนจะเดินไปพร้อมลูกน้องอีกหลายสิบชีวิต
“ไอ้อธิป กูจะฆ่ามึง คอยดู” คิมหันต์พูดอย่างอาฆาตแค้น...
“ท่าทางไอ้คิมหันต์อยากจะฆ่าคุณไท”
“ไอ้หมาบ้านะเหรอ ฝีมือกระจอก”
“อย่าประมาทนะครับ หมาบ้ายังไงก็ยังเป็นหมาบ้า” นพฤทธิ์เตือนสติเสียงขรึม ทำให้อธิปกรอกตาไปมา
“นี่ฉันมีนายเป็นลูกน้องหรือมีนายเป็นพ่อ นิสัยเหมือนพี่กฤษฏ์ยังกะแกะ โคลนนิ่งพี่กฤษฏ์มาหรือเปล่าวะ”
อธิปทิ้งตัวลงนอน เอามือก่ายหน้าผากอย่างครุ่นคิด นพฤทธิ์นับว่าเก่งมากที่สามารถแทรกตัวเข้าไปได้อย่างเงียบเชียบไม่มีใครจับได้ แต่ตอนนี้หัวใจของเขากำลังคิดถึงแต่ชัชญา
“บ้าเอ๊ย!!!”
อธิปสบถอย่างหัวเสีย น้ำเสียงฉุนเฉียวใบหน้าไม่ได้ดั่งใจทำให้นพฤทธิ์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะทอดสายตามองเจ้านายหนุ่มแล้วถอนใจ ส่ายหน้าไปมา
“จู่ๆ มาว่าผมทำไม”
“ใครว่าแกไอ้ไข่ กวนตีนนะมึง”
อารมณ์ดีเรียกนาย อารมณ์ร้ายเรียกไอ้ เจริญจริงๆ เจ้านายของเขา นพฤทธิ์ไม่ถือสาเพราะอธิปมีหลายอย่างเหมือนอุกฤษฏ์ เวลาโมโหใครก็เข้าหน้าไม่ติด แต่ที่แตกต่างกันมากคือด้านอารมณ์และความเป็นผู้ใหญ่ อุกฤษฏ์จะเก็บอารมณ์ได้ดีกว่า แต่สีหน้าและแววตาเฉลียวฉลาดอีกทั้งไหวพริบปฏิภาณ อธิปซอกแซกได้เยอะกว่า เรียกว่าเก่งพอตัว
“อ้าว...” นพฤทธิ์ใบหน้าเหลอหลาได้อย่างแนบเนียน
“ไอ้ไข่แกอยากโดนกระทืบหรือไง” อธิปสบถลั่น ทำไมลูกน้องพี่ชายของเขาถึงได้กวนบาทาขนาดนี้วะ ให้ตายเถอะ!
“ถ้าทนไม่ไหวก็ไปแอบมองเธอที่สวนดอกไม้สิครับ สาวใช้ของเธอบอกว่า คุณหนูของเธอชอบออกมานั่งเล่นนอนเล่นที่สวนดอกไม้ตอนบ่าย” นพฤทธิ์พูดเนิบนาบแต่เรียกความสนใจจากเจ้านายได้เป็นอย่างดี
“นายเคยได้โบนัสสิบสองเดือนหรือยังไข่” อธิปตอบกลับเสียงเนิบนาบ
“ยังครับ” นพฤทธิ์ตอบอย่างงุนงง แต่พอจะเข้าใจความหมายนั้น เพราะเขาพูดแนะนำได้ถูกใจเจ้านายนั่นเอง
“กลับไปฉันจะบอกพี่กฤษฏ์ให้”
“ขอบพระคุณล่วงหน้าครับคุณไท”
“บางทีนายก็ดูกวนบาที กวนโอ๊ย แต่จริงๆ นายยอดเยี่ยมมาก”
“เวลาไม่ได้ดั่งใจ ผมว่าผมยอดแย่ในสายตาคุณไท”
“พูดมาน่า จัดการสาวใช้ของชัชญาให้ด้วย หลอกล่อไปไหนก็ได้ หรืออยากจะรวบหัวรวบหางก็ได้ เต็มที่”
“ผมไม่นิยมขืนใจผู้หญิงครับ”
“วะ! ไอ้นี่ อย่ากวนส้นตีน” อธิปทำเสียงขัดใจ คนอารมณ์ร้อนไม่ชอบให้ใครขัดใจผุดลุกขึ้นจากเตียง เหมือนอาการเจ็บป่วยภายนอกไม่ได้ทำให้เขาเป็นอะไรมาก
“โชคดีนะครับคุณไท”
“พูดมากฉิบ ไสหัวไปไหนก็ไปไป๊” อธิปไล่ส่งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้ ซึ่งเป็นพื้นที่สงวนของชัชญา และไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายที่นี่
อธิปหลบฉากอยู่อีกด้านของสวน เขามองเห็นร่างโปร่งบางที่เดินออกมาจากบ้านหลังสวยแล้วถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกระหาย
ชัชญาอยู่ในชุดสบายๆ ด้วยกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาผ่องสวยที่เขาต้องกลืนน้ำลายติดกันหลายครั้ง เสื้อยืดเอวลอยพอดีตัวรัดรึงส่วนสัด อกเป็นอก เอวเป็นเอว เธอเป็นคนแขนยาวขายาวแต่ไม่ได้ดูเก้งก้าง ดูกลมกลึงนุ่มนิ่มน่ารัก เรือนผมสลวยสีน้ำตาลเข้มที่ดัดเป็นลอนสวยถูกมัดเอาไว้หลวมๆ กลางกระท่อม ทำให้เธอดูอ่อนเยาว์เหมือนเด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปดที่เพิ่งแตกเนื้อสาว
หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงผ้าใบตัวใหญ่ ทำให้ร่างของเธอดูเล็กนิดเดียว มือบางหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านอย่างแสนสบาย
“บ้าสิ ไม่เอาปวดหลังตาย และนายก็ปล่อยได้แล้ว”“แต่ถ้าผมนอนบนตัวคุณหนู เตียงนี้ก็จุพอดีจริงไหม” เขาพูดอย่างเจ้าเล่ห์“ว้าย!” ชัชญาร้องเสียงหลงเมื่อเขากดเธอลงบนเตียงแล้วทาบทับลงมาหา“คิดถึงผมหรือเปล่า”“คิดถึงแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”“มีสิ รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณหนูใจจะขาด ยอดรักของไอ้ไท”อธิปค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นทีละชิ้น ชัชญาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาให้ยกแขนก็ยก ยกสะโพกก็ยก อาภรณ์ของเธอถูกดึงออกจากตัวแล้วปลิวไปตกอยู่ข้างเตียง“เห็นฉันง่ายหรือไง เลยจะย่ำยีกันอีก”“แต่งงานกันนะ” อธิปไม่สนใจคำพูดตัดพ้อของเธอ เขาดึงมือเธอกุมเอาไว้ ก่อนจะดึงแหวนออกมาแล้วสวมพรวดเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้าย ก่อนจะกดจุมพิตลงไปหนักๆ“คนเถื่อน ให้มันโรแมนติกกว่านี้ไม่ได้หรือไง” เธอค้อนให้คนห่ามๆ ที่ทื่อๆ แข็งๆ ไม่เอาไหนเสียเลย ก่อนจะทุบอกเขาด้วยความหมั่นไส้ จะขอเธอแต่งงาน แต่ไม่ฟังคำตอบรับ สวมแหวนพรวดเข้าได้“ต้องรีบสิ เดี๋ยวคุณไม่ยอม ผมรักจริงหวังแต่ง ไม่ปรุงแต่ง สรุปว่าจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า” เขาคาดคั้นมัดมือชก ยังกับเธอเป็นผู้ต้องหาที่ต้องยอมรับสภาพ“มัดมือชกกันขนาดนี้จะให้ปฏิเส
“ตำรวจขอเชิญคุณหนูไปสอบปากคำที่โรงพักครับ”“สอบปากคำเรื่องอะไร” เธอถามอธิปเสียงราบเรียบ“เรื่องเสี่ย”“เรื่องพ่อนะเหรอ” ชัชญาน้ำเสียงยังราบเรียบ กวาดสายตามองอธิปตั้งแต่หัวจรดเท้า“เชิญคุณชัชญาครับ” ตำรวจแจ้งความประสงค์แก่ชัชญาอีกรอบ และหญิงสาวก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี อธิปมองตามไปด้วยความรู้สึกแปลกๆใจของเขาหวาดหวั่นอย่างประหลาด ท่าทีเฉยชาของเธอ ดวงตาว่างเปล่านั้นทำให้อธิปใจหาย แต่เขาก็โล่งใจที่ว่าที่พี่สะใภ้ของเขาปลอดภัยดี และพี่ชายของเขาก็ช่วยเหลือทุกคนได้สำเร็จ…อธิปแทบบ้าเมื่อชัชญาหายตัวไป เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขามัวแต่ยุ่งเคลียร์เรื่องต่างๆ กับพี่ชาย แต่พอรู้ตัวอีกที หญิงสาวก็จากไปเสียแล้ว ขนาดนพฤทธิ์เองก็ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน อีกฝ่ายก็แทบบ้า เขาเองก็เพิ่งเห็นคนนิ่งๆ หลุดมาดก็วันนี้เอง“แกไม่รู้หรือไงว่าเมียแกหายไปไหน”“ผมก็เหมือนคุณไทนั่นแหละ ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน” นพฤทธิ์ตอบอย่างเฉื่อยชาเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ“กวนฉิบ” อธิปนึกอยากกระชากหมอนี่มาต่อยปากสักทีด้วยความหมั่นไส้ แต่เขาก็ยั้งเอาไว้อธิปออกตามหาชัชญาจนทั่ว ที่ที่คิดว่าเธอจะไป เขาเองก็แทบไม่รู้จักตัวเธอนัก ไม่รู้จักเพื่อ
จันทร์จวงเบียดกายกระแซะเข้าไปหาเจิด เสียดสีร่างกายกับท่อนแขนของเขา เจิดหรี่ตามอง กวาดสายตามองหญิงสาวอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ“ก็ได้ ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ ฉันจะไม่ส่งเธอให้พวกนั้นก็ได้” เจิดลูบคางไปมา ก่อนจะกระชากร่างของจันทร์จวงเข้ามาบดจูบ หญิงสาวดิ้นรนในคราแรก แต่สำนึกได้ว่าเธอต้องเอาตัวรอดจึงต้องปล่อยเลยตามเลยอย่าให้เธอรอดไปได้ก็แล้วกัน ไอ้บ้ากามเอ๊ย!!!จันทร์จวงแช่งชักหักกระดูกเจิดอยู่ในใจ แต่เพราะเข้าตาจนต้องยอมมัน เธอเลยต้องไปตามน้ำ คิดแล้วเจ็บใจนักที่พวงชมพูหนีรอดไปได้ ทั้งหมดก็เพราะนังนั่น ทุกอย่างจึงเป็นแบบนี้ เธอจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ความสาวที่พร่ำเก็บรักษาเอาไว้ให้อุกฤษฏ์ กลับถูกย่ำยีอย่างไร้ค่า เธอขอสาบานว่าจะต้องตามจองล้างจองผลาญพวงชมพูให้ถึงที่สุด ในเมื่อเธอไม่มีความสุขก็อย่าหวังเลยว่าใครจะมีความสุข ในเมื่อเธอไม่ได้ครอบครองอุกฤษฏ์ ผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเขาเช่นกันหญิงสาวโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของพวงชมพูแต่เพียงผู้เดียว ถ้าไม่มีพวงชมพูเธอก็คงจะครองรักกับอุกฤษฏ์ไปแล้ว ก็ในเมื่อชายหนุ่มยังไม่มีใคร และผู้หญิงคนเดียวที่ใกล้ชิดอุกฤษฏ์มากที่สุ
“ใครจะโรคจิตเหมือนนาย”“ว่าผม แต่มองตาเป็นมัน”“บ้า”“จริงๆ มองตาไม่กะพริบ” เขาจับหน้าเธอให้หันเข้าหากระจก ชัชญาเบี่ยงหลบอย่างดื้อรั้น แต่ก็ยอมจำนนอยู่ดีเมื่อเขาเริ่มขยับกายสอดประสานกับเธอเป็นจังหวะล้ำลึก“ไม่อยากมองสักหน่อย นายบังคับนี่นา แล้วไม่ต้องพูดมากเลย รีบๆ ทำหน้าที่เสียทีสิ” เธอสะบัดเสียงใส่“เมียไอ้ไทขี้งอนชะมัด แถมยังชอบสั่งการ”“นายต้องเป็นทาสสวาทของฉันตลอดไป จำไม่ได้หรือไง อื้อ...” ชัชญาร้องครางเมื่อเขายกกายขึ้นมากระแทกเธอ จนร่างสาวเด้งขึ้นเด้งลงสวมครอบแก่นกายของเขาจนล้ำลึก“กระผมจำขึ้นใจเลย แต่คุณหนูก็ต้องจำเอาไว้ว่าคุณหนูเป็นเมียผม”“นายพูดกรอกหูทุกวัน”“แล้วจำหรือเปล่าล่ะ” เขากระซิบข้างหูแล้วขบเม้มบางเบา“ถามเซ้าซี้จัง ไม่พูดด้วยแล้ว”“ไม่พูดแต่ถนัดทำมากกว่า”“อื้อ...” ชัชญาร้องครางเสียงพร่า เธอวางมือบนขาแกร่งของเขา แยกขาออกแล้วเริ่มขยับ มองภาพแสนรัญจวนเบื้องหน้า เนื้อกายของเขาผลุบหายเข้าไปในร่างของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อเกิดความเสียวซ่านจับใจอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงโยกคลอน เสียงหอบประสานกันระงม ก่อนที่เขาจะกอดรัดเธอแนบแน่นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอธิปวางคางที่ไหล่ก
เตรียมคำแก้ตัวไปอย่างดิบดี แต่ผลปรากฏว่ากลับไปเจอกับชัชญากำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างสบายที่พื้นกระท่อม เขาชะงักนั่งลงใกล้ๆ กับที่เธอนอนอยู่ มือหนาปัดปอยผมให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม พร้อมกับกดจุมพิตหนักๆ ที่หน้าผากนูนเกลี้ยง“อือ... นายไท อุ๊ย!” ชัชญาปรือตามอง ก่อนจะอุทานเมื่อเห็นดอกกล้วยไม้ป่าที่ถูกยื่นมาตรงหน้า“ผมให้คุณหนู”“นึกว่านายจะเถื่อนๆ เป็นอย่างเดียว ให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นด้วยเหรอ” เธอเอ่ยแซว“ผมเห็นมันสวยดีก็เลยเก็บมาให้”“นี่เหรอของที่นายจะมาเซอร์ไพร้ส์ฉัน”“ก็เอ่อ... ใช่ครับ” อธิปลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ลืมไปเลยว่ารับปากอะไรเธอเอาไว้ เพราะมัวแต่หัวหมุนเรื่องพวงชมพู“สวยดี ขอบใจมากนะ นี่น่ะดอกไม้ดอกแรกจากนาย จีบฉันไม่เคยให้ดอกไม้เลย” เธอเอ่ยแซวอีก“จีบตอนไหน” อธิปถามกลับ คนถูกถามหน้างอ“ตอนที่นายหื่นนั่นแหละ”คราวนี้อธิปหัวเราะลงลูกคอเมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น แถมยังเห็นเธอย่นจมูกใส่เขา ความน่ารักนั้นทำให้เขาคว้าตัวเธอมากอดเอาไว้ ก่อนจะบดจูบเต็มอารมณ์รัก“ผมขอนะคุณหนู” อธิปเลื่อนมือไปตามร่างกายของหญิงสาว น้ำเสียงแหบพร่านั้นทำให้ชัชญาตัวสั่น“เสี
อธิปถอยห่างออกไปยืนมองร่างที่มีฟองสบู่บางส่วน เขาดันเธอไปที่กำแพงห้องน้ำ ก่อนจะเริ่มฟอดสบู่ด้านหน้าจากต้นคอระหงลงมายังปทุมถันอวบ เคล้นคลึงส่วนนั้นเป็นพิเศษชัชญาแหงนใบหน้าขึ้น มือวางบนมือหนาของเขาที่วนไล้อยู่รอบๆ ยอดถันสีชมพูสดที่ตั้งเต้าเพราะแรงกระตุ้นแห่งอารมณ์พิศวาสอธิปเลื่อนสายตากวาดมองสัดส่วนความสมบูรณ์ของวัยสาว ชัชญาเป็นคนแขนยาวขายาว รูปร่างของเธอกระตุ้นอารมณ์หนุ่มได้เป็นอย่างดี ทรวงอกของเธออวบอิ่มจนเขากระหายทุกครั้งที่ได้ยล เอวคอดของเธอก็เล็กนัก เหมาะเจาะกับสะโพกผายและหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันชายหนุ่มลากมือไปกับหน้าท้องเนียน เขาละมือจากทรวงสาวอย่างตัดใจ ก่อนจะกอบกุมเอวคอดเอาไว้ แล้วเลื่อนลูบลงไปยังสะโพกผายผิวของเธอเนียนนุ่ม มือหยาบกระด้างของเขาดูแตกต่างจากผิวผุดผ่องของเธอนัก อธิปคุกเข่าลงตรงหน้า เขาลูบมือกับขาเพรียวของเธอทั้งสองมือ สลับด้านกัน ได้ยินเธอครางเสียงแผ่วหวิวเมื่อเขาเลื่อนสัมผัสลงไปเรื่อยๆ จนหยุดที่หลังเท้า“ฉันชอบให้นายอาบน้ำให้เพราะว่า มันวาบหวิวแบบนี้ไง”“คุณหนูดูแลรูปร่างดีจัง”“ฉันก็ดูแลสามีและลูกดีด้วยนะ ถ้าคนนั้นเป็นคนที่ฉันรัก”“ผมเชื่อ”“เชื่อคนง่ายจัง” เธอว







