LOGINอนาคตที่กำลังเริ่มจะสดใสของ เวนิกา ต้องมาพังทลายลงเพราะคำว่าเธอต้องมาทดแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ เพราะเจ้าหนี้โหดที่ครอบครัวเธอติดหนี้สิน ต้องการตัวเธอพร้อมการรับประกันว่าเธอยังเป็นสินค้าดีและยังเวอร์จิน ไม่มีใครจะรับรองได้ในเรื่องนี้ นอกจากหมอสูตินารีเวช ทำให้เธอได้พบกับ หมออัคคี ผู้ชายดารเมจร้อนแรง ที่บังเอิญเข้ามารู้ความลับของหญิงสาวและยื่นมือเข้ามาทำให้เวนิกาต้องก ลายเป็นเด็กเลี้ยงนาความลับของเขา แต่แล้วกลับกลายเป็นว่าที่คิดจะเลี้ยงไว้ดูเล่น เธอกลับกลายเป็นคนโปรดของเขา ที่รอเวลายกขึ้นมาเป็นภรรยาตัวจริง "นี่...คุณอิฐไม่ต้องพูดอะไรทุกอย่างที่คิดก็ได้นะคะ" เวทิกาอดต่อว่าไม่ได้ ที่เขากล้าพูดเรื่องอย่างว่าออกมาโดยที่ไม่รู้จักอับอายเสียบ้าง "ผมเป็นคนตรงๆ ตรงไหนก็ได้ถ้าต้องการ และคุณก็ต้องรับมันให้ได้ ถ้าพร้อมแล้วก็เซ็นได้เลย ผมไม่ได้อยากอดทนรออะไรนานๆ โดยเฉพาะรอที่จะทำเรื่องอย่างว่ากับคุณ" อัคคีเร่งเร้าให้แม่กวางน้อยรีบเซ็นสัญญาให้เสร็จ เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้ ความต้องการของเขากำลังเพิ่มมากขึ้นทุกที
View More‘นี่น่ะเหรอของขวัญวันเรียนจบของเธอ?!’
‘เวทิกา เริงฤทธิ์’ หรือไวน์ อายุยี่สิบสองปี ได้แต่ถามตัวเอง ตลอดเส้นทาง คิดวนไปมาว่าสิ่งที่เธอกำลังตัดสินใจทำนั้นถูกหรือไม่
เวทิกาเพิ่งเรียนจบได้หมาดๆ มีความฝันอยากทำงานด้านการตลาด ที่ผ่านมา เธอตั้งใจเรียนและไม่เคยมีเรื่องอะไรให้ทางบ้านไม่พอใจ เพราะสำนึกในบุญคุณ และรู้ตัวดีว่าตนเองอยู่ในสถานะที่ไม่ควรสร้างปัญหา แค่ทุกวันนี้มีที่ซุกหัวนอนก็เป็นบุญคุณอย่างเหลือล้นแล้ว เป้าหมายสำคัญในการเรียนจบของเธอจึงไม่ใช่แค่หาเลี้ยงตนเองได้เท่านั้น แต่ยังเพื่อทดแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณที่อุตส่าห์เลี้ยงดูมา แม้จะมาจากความไม่เต็มใจก็ตาม
แต่ใครจะคิดว่าท้ายที่สุด เธอต้องมาทดแทนบุญคุณผู้มีพระคุณด้วยวิธีนี้! วิธีที่เวทิกาเองไม่เคยแม้แต่จะคิด และยิ่งคิดก็ยิ่งไม่รู้ว่าตนเองตัดสินใจถูกหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าเธอไม่มีทางเลือกแล้ว หากไม่ทำเช่นนี้ ‘แม่’ คงต้องเดือดร้อนมากกว่าเก่า
“ถึงแล้วครับน้อง”
เสียงของโชเฟอร์ขับแท็กซี่ปลุกเวทิกาตื่นจากภวังค์ เธอไม่มีเวลาคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะต่อให้อยากจะถอยหลังแค่ไหน ในความเป็นจริงก็ทำมันไม่ได้อยู่ดี
“ขอบคุณนะคะ” ตอบอย่างนอบน้อม ก่อนจะหยิบแบงก์ร้อยจ่ายให้กับคนขับ
หญิงสาวลงจากรถพร้อมกับมองไปด้านหน้าโรงพยาบาลด้วยความลังเลใจ นี่คงเป็นครั้งแรกที่การมาหาหมอเป็นเรื่องน่าหดหู่ใจ ที่ผ่านมา เธอมีสุขภาพแข็งแรงแทบไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล และไม่เคยกลัวการต้องเจอหมอมาก่อน ใครจะเชื่อว่าครั้งนี้กลับรู้สึกกลัวและไม่พร้อมมันไปเสียทุกอย่าง
“เธอไม่มีทางเลือกแล้วไวน์” เวทิกากำมือทั้งสองข้างของตนเองแน่น ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครเคียงข้าง เธอก็ต้องให้กำลังใจตนเองและเข้มแข็งเพื่อผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้
เจ้าของร่างบางตัดสินใจเดินเข้าโรงพยาบาล ละทิ้งความกังวลทุกสิ่งก่อนหน้านี้ อย่างไรเสีย เธอก็ต้องตรวจให้รู้แล้วรู้รอด คิดเสียว่าในนี้ไม่มีใครรู้จักตนเอง และรีบตรวจให้มันเสร็จๆ เรื่องจะได้จบไวๆ
หญิงสาวเดินไปยังแผนกสูตินรีเวชอย่างรู้หน้าที่ เมื่อพูดถึงแผนกนี้ ทุกคนรู้ดีว่าจะเป็นการรักษาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของสตรี เวทิกายังอายุไม่มาก ไม่มีปัญหาสุขภาพอะไรต้องพึ่งพาหมอสูติ แต่ที่เธอมาในวันนี้เพราะต้องการผลการตรวจที่ได้รับการยืนยันจากหมอเท่านั้นว่ายังบริสุทธิ์!
“คุณเวทิกาเป็นอะไรมาคะ มีอาการยังไงบ้าง”
พยาบาลซักประวัติเอ่ยถามขึ้น แน่นอนว่า เมื่อได้ยินประโยคนั้น เวทิกาก็ถึงกับเงียบ และใช้ความกล้าอยู่นานที่จะตอบพยาบาลไป
“คุณคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
พยาบาลเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสุภาพ ท่าทางอ่อนโยน ขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลเอกชนคงไม่ต้องกังวลเรื่องการบริการ พยาบาลที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างแสดงความเป็นห่วงจนเธอเองก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
“เอ่อคือว่า…ดิฉันขอคุยกับคุณหมอเองได้ไหมคะ” เวทิกาพูดด้วยความเกรงใจ แต่เธอก็อายเกินกว่าจะบอกความต้องการของตนเองต่อหน้าพยาบาลหลายคนเช่นกัน
“ปกติแล้ว คุณหมอจะรับข้อมูลประวัติผู้ป่วยจากพยาบาล แต่คุณผู้หญิงมีเรื่องไม่สบายใจ อยากจะพูดกับคุณหมอท่านเดียวใช่ไหมคะ” ฝ่ายนั้นเอ่ยถามอีกครั้ง
“ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันอยากแจ้งปัญหากับคุณหมอโดยตรง” เวทิกายอมรับว่าตนเองยังไม่มีความกล้าพอที่จะพูดเรื่องอย่างนั้นออกมาโดยไม่สนสายตาคนรอบข้าง
“แต่ตอนนี้ คุณหมอที่เข้าเวรเป็นคุณหมอผู้ชายนะคะ ถ้าจะรอคุณหมอผู้หญิงต้องรออีกสองชั่วโมงเลย คุณผู้หญิงสะดวกไหมคะ” พยาบาลเอ่ยถามอีกครั้ง
“สองชั่วโมงเหรอคะ” พลางทำท่าคิดหนัก ใจจริง เธออยากจะพูดคุยกับหมอผู้หญิงเสียมากกว่า เพราะอย่างน้อยคงทำให้ความอายของตนเองลดลง แต่หากต้องรอหมอผู้หญิงอีกสองชั่วโมงก็คงรอไม่ไหว เพราะทางนั้นก็รีบเร่งเร้าเหลือเกิน
“ถ้าอย่างนั้น เป็นพบคุณหมอผู้ชายก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตัดสินใจทันที พร้อมกับปลอบตัวเองว่าคงไม่ได้เจอคุณหมอท่านนี้อีกแล้ว อายครั้งเดียวให้มันจบไป!
“ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
“แล้วฉันมีทางเลือกอื่นหรือไงคะ ทั้งหมด มันเป็นเพราะหมอไม่ใช่เหรอที่พูดบ้าๆ ว่าฉันเป็นเมีย ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” หญิงสาวโวยวายออกมาด้วยความโมโหเกินทน ใช่ว่าอยากจะขายตัวให้เสี่ยวาโย แต่เพราะไม่มีทางเลือกอื่น และเธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้พวกมันด้วย วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือเอาตัวเข้าแลกตามที่แม่ต้องการ“นี่อยากขายตัวขนาดนั้นเลยหรือไง” เอ่ยถามด้วยความไม่พอใจมากขึ้น จริงอยู่ว่าไม่ได้ปิดกั้นหรือดูถูกอาชีพนี้ เพราะตนเองก็เคยซื้อบริการผู้หญิง แต่อย่างที่บอกว่าหากเขาจะต้องซื้อบริการผู้หญิงสักคน มันต้องเกิดจากความเต็มใจของเธอคนนั้น ไม่ใช่เป็นการบังคับกัน“ฉันไม่มีทางเลือก คนรวยแบบหมอไม่มีวันเข้าใจ” เวทิกาพูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ คนจนอย่างเธอจะมีสิทธิ์ทำอะไรได้ ในเมื่อหนทางมันตันก็ต้องแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้ครอบครัวของตนเองต้องเป็นอันตราย“งั้นก็เล่ามาสิ ผมจะได้เข้าใจว่าคุณทำแบบนี้ทำไม ท่าทางคุณก็ดูไม่ใช่คนไม่มีความรู้ ทำไมไม่ทำมาหากินปกติ” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ“ฉันก็อยากจะทำแบบนั้น แต่มันไม่มีทางเลือกค่ะ ฉันรู้ว่าหมอหวังดี แต่เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยฉันได้จริงๆ ถ้าหมอหวังดีกับฉันอย่าง
หนึ่งในนั้นยังคงขู่ต่อไป และแน่นอนว่าอัคคีไม่ได้มีความเกรงกลัว ในเมื่อพวกมันกำลังยืนอยู่ในถิ่นของเขา อย่างไรคนได้เปรียบก็ต้องเป็นฝ่ายพวกมันอยู่วันยังค่ำ“ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียฉัน”“หมอ!” เวทิกาอึ้งกับคำป่าวประกาศของชายหนุ่มไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ที่สำคัญ เธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวัน และรู้จักกันเพียงฐานะหมอกับคนไข้เท่านั้น“เมีย? ฮ่าๆ ตลกสิ้นดี ถึงยังไง เมียมึงก็ขายตัวให้เสี่ยกูเรียบร้อยแล้ว” พวกมันมองหน้าอัคคีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกรอบ“อย่าให้กูต้องพูดซ้ำว่าโรงแรมที่นี่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเยอะแค่ไหน และตอนนี้พวกมึงกำลังทำให้คนในโรงแรมตกใจ ถ้าไม่อยากมีเรื่องให้ต้องสาวถึงเสี่ยของพวกมึงก็กลับไปซะ เพราะกูมั่นใจว่าถ้าเรื่องถึงเมื่อไหร่ เสี่ยของมึงไม่รอดแน่” ชักหมดความอดทนที่จะพูดดีๆ กับคนพวกนี้ เขาทนให้พวกมันมาสร้างความวุ่นวายที่โรงแรมของเขามานานเกินไปแล้ว“นี่มึง!” พวกมันหันมองหน้ากัน พร้อมกับมองไปรอบๆ โรงแรม แล้วพบว่ามีหลายสายตาจับจ้องมา ย่อมไม่เป็นผลดีแน่หากเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงตำรวจ“หมอพูดบ้าอะไรออกไป ยังไงฉันก็ต้องไปกับพวกมัน” เวทิ
“แม่ของคุณพูดมันออกมาหมดแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือ...คุณกำลังถูกบังคับหรือว่าคุณเต็มใจที่จะทำมันกันแน่” เอ่ยถามอย่างต้องการคำตอบ และหวังใจลึกๆ ว่าเธอจะไม่ได้เต็มใจ“เรื่องแบบนี้ มันเกี่ยวกับหน้าที่การรักษาของหมอตรงไหนเหรอคะ ฉันซาบซึ้งแล้วก็ขอบคุณมากนะคะที่หมอช่วยตรวจให้ แต่ฉันคิดว่าเรื่องที่หมอกำลังมาคาดคั้นอยู่นี้ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องตอบ เพราะถ้าให้พูดกันตามตรง ฉันเองก็จ่ายค่าตรวจไปเรียบร้อยหมดแล้ว ยังไงก็ต้องขอบคุณหมออีกครั้ง แล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” อดโกรธไม่ได้ที่อัคคีมาเอ่ยถามเรื่องนี้ มันเหมือนเป็นการตอกย้ำในเรื่องที่เธอไม่มีสิทธิ์เลือก จะบอกว่าไม่เต็มใจ มันก็คงไม่ใช่ เพราะเธอแทบไม่มีสิทธิ์ตัดสินอะไรด้วยซ้ำ ด้วยคำว่าต้องทดแทนบุญคุณ“เดี๋ยว!”อัคคีจับมือคนอวดเก่งตรงหน้าเอาไว้ ก่อนที่เธอจะเดินจากไป ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนเดินหนี และยิ่งกับผู้หญิงที่ไม่ได้มีดีอะไรเหมือนกับนางแบบสาวสวยที่เคยคั่วด้วย เธอยิ่งไม่มีสิทธิ์มาทำกับเขาแบบนี้!“ปล่อยนะคะ!” เวทิการ้องออกมาด้วยความไม่พอใจ อยากจะหนีออกจากที่นี่ให้พ้นๆ ไม่รู้ว่าโชคชะตาจะกลั่นแกล้งเธอไปถึงไหน“ผมยังพูดไม่จบ คุณ
อัคคีใช้เวลาในการขับรถมาที่โรงแรมของตนประมาณครึ่งชั่วโมง ครอบครัวเขามีธุรกิจเปิดคอนโดฯ พร้อมกับโรงแรมหรูให้กับนักธุรกิจต่างชาติได้เข้าพัก แต่ถึงอย่างนั้น นักธุรกิจไทยหรือผู้ที่อยากจะพักผ่อนกลางกรุงท่ามกลางวิวที่สวยงาม ก็สามารถเข้าพักที่นี่ได้เช่นกันจู่ๆ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างบางอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมเข้ารูป เธอคนนั้นกำลังก้มหน้าร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่ที่โซฟาล็อบบี หากเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่สนใจอะไร แต่เพราะเธอคือผู้หญิงที่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้ ทำให้ต้องชะงักเท้า!‘เวทิกา เธอมาทำอะไรที่นี่!’เวทิกานั่งบีบมือตัวเองแน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หลังจากที่ไปตรวจและได้รับผลยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองมาแล้ว หญิงสาวจึงกลับบ้านไปแต่งตัวตามที่ผู้เป็นแม่สั่งเอาไว้ และทางนั้นก็สั่งให้มาพบที่โรงแรมหรูที่นี่ แม้จะไม่อยากมา แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงแต่นั่งรอเวลาที่ลูกน้องของเสี่ยบ้านั่นจะมารับ9y;ไป“นี่คุณ…”เสียงของชายหนุ่มที่เดินเข้ามาทักทาย ทำเอาเวทิกาถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ แต่ที่น่าแปลกคือชายผู้นั้นไม่ใช่คนของเสี่ยวาโย แต่กลับเป็นหมอหนุ่มที่เธอเพิ่งไปเจอมาเมื่อบ่าย





