Share

ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา
ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา
Penulis: ไฟถนนอ่านใจฉัน

บทที่ 1

Penulis: ไฟถนนอ่านใจฉัน
วันที่เมิ่งไหวจินเดินทางไปรับซูหว่านที่เมืองหนานเฉิง พายุฝนเทกระหน่ำไปทั่วทั้งเมือง

"เธออยู่ในสภาพนี้มานานแค่ไหนแล้ว" ทหารคนสนิทข้างกายเมิ่งไหวจินเอ่ยถาม

ตรงริมหน้าต่าง เด็กสาวนั่งกอดเข่าในท่าทางปกป้องตัวเอง มองหยาดฝนที่นอกหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ สายลมเอื่อยพัดผ่านปลายผม เผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับหยกสลักทว่ากลับไร้ชีวิตชีวา ขนาดชายกระโปรงสีขาวหมดจดเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แล้ว เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย

พ่อบ้านคนเดียวของตระกูลซูที่ยังไม่จากไปถอนหายใจยาว "คุณหนูเป็นแบบนี้มาหนึ่งสัปดาห์แล้วครับ เธอเห็นพ่อแม่ยิงตัวตายต่อหน้าต่อตา ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่ยอมพูดอะไรอีกเลย"

"เด็กที่โตขนาดนี้แล้ว ยังส่งเข้าสถานสงเคราะห์ได้อยู่ไหม" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ไม่เหมือนเสียงของทหารคนสนิทคนเมื่อครู่

เมื่อซูหว่านได้ยินประโยคนี้ รูม่านตาที่เอาแต่จ้องมองท้องฟ้าก็เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เธอหันไปมองตามต้นอย่างไร้อารมณ์

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ เสื้อโค้ทตัวยาวสีดำปลิวเปิดท่ามกลางพายุฝน ออร่าที่น่าเกรงกลัวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดัน มือเรียวยาวขาวซีดถือร่มสีดำ ใบหน้าภายใต้ร่มนั้นยิ่งดูคมเข้ม ระหว่างคิ้วและดวงตาแฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าน้ำฝน

ซูหว่านเคยเจอเขามาก่อน

ตอนที่เธอยังเด็กกว่านี้ เธอเคยตามแม่ไปที่บ้านตระกูลเมิ่งในเมืองเป่ยเฉิงครั้งหนึ่ง และเคยหลงเข้าไปในห้องของเขา

ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสา พอเห็นผู้ชายสวมชุดทหารใช้แขนปิดหน้านอนหลับอยู่บนเตียง ก็เข้าใจผิดว่าเป็นพ่อของตัวเอง จึงปีนขึ้นไปนอนหนุนแขนอีกข้างของเขาแล้วหลับไป

วันนั้นหลังจากตื่นขึ้นมาเธอก็เห็นใบหน้าแบบนี้ ชายหนุ่มหน้าตาดีสุด ๆ เขาดูหนุ่มกว่าพ่อเธอมาก แต่ก็ดูดุกว่าพ่อมากเช่นกัน

โดยเฉพาะดวงตาที่เย็นยะเยือกถึงกระดูกราวกับฤดูอันแสนหนาวเหน็บคู่นั้น คมกริบเหมือนปลายมีดสีเงินวาววับ ทำให้เขาดูไม่เหมือนทหาร แต่ดูเหมือนโจรโหดที่หน้าตาหล่อตะลึง

ซูหว่านในวัยเด็กตกใจกลัวจนร้องไห้โฮออกมาทันที

ชายหน้าดุขมวดคิ้วอย่างรำคาญ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชากว่าสายตา "ถ้าร้องอีกจะปล่อยให้หมากัด"

หยดน้ำตาใสคลอเต็มดวงตาสวยกลมโตของเด็กหญิง ค้างอยู่อย่างนั้นไม่กล้าหยดลงมา เธอตกใจจนไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว

ตอนนั้นซูหว่านถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วแม่ของเธอเป็นลูกสาวบุญธรรมของตระกูลเมิ่ง

ส่วนผู้ชายที่ดุมากคนนั้น ก็คือน้องชายตามนิตินัยของแม่ เขาคือคุณชายรองแห่งตระกูลเมิ่งตัวจริง... เมิ่งไหวจิน

หลังจากแม่แต่งงานกับพ่อของเธอ ก็ตัดขาดการติดต่อกับตระกูลเมิ่งไป การไปเยี่ยมเยียนครั้งนั้นคือการติดต่อกันครั้งแรก ส่วนการฝากฝังครั้งนี้ก็นับเป็นการติดต่อครั้งที่สอง

ซูหว่านรู้สึกว่าเมิ่งไหวจินคงไม่ชอบตนนัก ไม่อย่างนั้นในวันนี้ที่เธอกลายเป็นกำพร้า เขาคงไม่บอกว่าจะส่งเธอไปสถานสงเคราะห์

เมื่อก่อนเขาก็ขู่เธอ ตอนนี้ยังขู่เธออีก สถานสงเคราะห์เป็นที่แบบไหนล่ะ? เข้าไปแล้วจะยังมีอนาคตอยู่อีกเหรอ?

หลายวันมานี้ เรื่องราวถาโถมใส่เธออย่างมืดฟ้ามัวดิน จนเธอแทบหายใจไม่ออก ประโยคนี้ของเมิ่งไหวจินเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับเธอจนมิด

ไม่เหมือนการร้องไห้โฮในวัยเด็ก ครั้งนี้เธอร้องไห้โดยไร้เสียง น้ำตาเอ่อล้นขอบตาสีแดงก่ำ ไหลผ่านแก้มเนียนละเอียดก่อนหยดลงบนกระโปรงสีขาวอ่อนนุ่ม...มีแต่ความรู้สึกแตกสลาย

พ่อบ้านเฒ่าคุกเข่าวิงวอนเสียงตุ้บ! "คุณผู้ชายครับ เห็นแก่คุณแม่ของเธอเถอะ อย่าส่งเธอไปสถานสงเคราะห์เลยครับ ปิดเทอมนี้ผ่านไปเธอก็จะขึ้น ม.6 แล้ว คุณแค่เมตตามอบอาหารให้เธอสักนิด ส่งเธอเรียนจนจบมหาวิทยาลัย พอเธอเลี้ยงตัวเองได้คุณก็ไม่ต้องสนใจเธออีกแล้ว แต่ว่าตอนนี้..."

เมิ่งไหวจินทำเป็นหูทวนลม เขาส่งร่มในมือให้ทหารคนสนิทแล้วก้าวเข้าประตูไป มองลงมาที่เด็กสาวครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเสียงเรียบ "เรียกคนไม่เป็นเหรอ"

ซูหว่านเงยหน้าขึ้นพร้อมดวงตาแดงก่ำ สบกับสายตาที่ทรงพลังของเขา ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็เรียกเบา ๆ "คุณน้า"

เมิ่งไหวจินไม่ได้ขานตอบเธอ แต่กลับกวาดสายตาประเมินคฤหาสน์ตระกูลซูที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง ตอนนี้กลับถูกปิดผนึกด้วยตรายึดเต็มไปหมด เคยเห็นมันก่อร่างเป็นอาคารสูง เห็นมันเลี้ยงรับรองแขกเหรื่อ และเห็นคฤหาสน์นั้นพังทลาย...

วงการราชการก็เหมือนสนามรบ เมื่อวานยังรุ่งโรจน์ แต่วันนี้กลับเป็นเหมือนหนูที่คนรุมรังเกียจ

สายตาของซูหว่านจดจ้องที่ตราปิดผนึกเหล่านั้น ขณะกำลังอยู่ในความโศกเศร้า ทันใดนั้นน้ำเสียงเย็นชาก็ฟาดลงมาหนือศีรษะ "รอให้ฉันอุ้มเธอชูขึ้น หรือรอให้ฉันเอาขนมมาโอ๋ล่ะ"

“...”

เธอเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่พูดถึงวีรกรรมที่น่ายกย่องของคุณน้าคนนี้มาบ้าง

เมิ่งไหวจินเข้ากรมตอนอายุสิบหกปี สอบติดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศตอนอายุสิบแปดปี หลังจบการศึกษาก็ประจำการในฐานลับพิเศษถึงห้าปี สร้างผลงานมากมาย ล่าสุดเพิ่งถูกย้ายกลับมาที่เป่ยเฉิงเพื่อรับตำแหน่งในหน่วยงานส่วนกลาง

คนคนนี้เข้มงวดเฉียบขาด ทำงานรวดเร็วดุดัน คนที่ทำงานด้วยหรือคนที่เขาเพ่งเล็ง ไม่มีใครไม่หวาดกลัวเขา

ในขณะที่ซูหว่านยังจมอยู่กับความเศร้าที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด พ่อบ้านเฒ่าก็เข้าใจความหมายแฝงทันที เขาจูงมือเธอพาขึ้นชั้นบน "คุณหนูครับ คุณผู้ชายจะพาคุณหนูไปแล้ว รีบตามผมไปเก็บของเถอะครับ"

ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับเลย แต่เมิ่งไหวจินคือญาติคนเดียวที่ซูหว่านจะพึ่งพาได้ในเวลานี้ ก่อนตายแม่ของเธอสั่งเสียไว้ด้วยว่า "คนในตระกูลเมิ่งไว้ใจไม่ได้เลย มีแต่น้าชายคนนี้ที่เชื่อใจได้"

"แล้วคุณปู่ล่ะคะ คุณปู่เฉิน หลังจากหนูไปแล้ว คุณปู่จะไปอยู่ที่ไหน" ซูหว่านมองชายชราที่วิ่งวุ่นเก็บกระเป๋าให้เธอ แล้วรู้สึกปวดจมูกอยากร้องไห้ขึ้นมา

พ่อบ้านเฒ่ารูดซิปกระเป๋า ตอบพร้อมรอยยิ้มว่าเขากลับบ้านเกิดที่ชนบทได้ ทำงานเหนื่อยมาหลายปีพอดี หลังจากนี้จะพักผ่อนและใช้ชีวิตบั้นปลายที่นั่น

เขากำชับซูหว่านด้วยความหวังดีว่า ไปอยู่ที่บ้านตระกูลเมิ่งครั้งนี้ ต้องเก็บนิสัยคุณหนูของตัวเองเอาไว้ อะไรยอมได้ก็ให้ยอม อะไรทนได้ก็ต้องทน...

พูดไปพูดมา พ่อบ้านก็น้ำตาไหลพราก นี่คือเด็กผู้หญิงที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด เห็นเธอหัดเดินเตาะแตะ เห็นเธอหัดพูดจนโตเป็นสาวสวยสง่างาม เมื่อก่อนเธอคือแก้วตาดวงใจของทั้งบ้านตระกูลซู

ใครจะคิดว่าในชั่วข้ามคืน ดอกไห่ถังที่กำลังตูมจะถูกน้ำค้างแข็งทำร้าย การไปครั้งนี้คือการไปอาศัยบ้านคนอื่น ต้องคอยสังเกตสีหน้าคนอื่น...

ก่อนจากกัน ใบหน้ากร้านโลกกับดวงตาที่คอยเฝ้ามองของชายชรากรีดลึกเข้าไปในใจของเธอ

เด็กสาวนั่งอยู่ในรถเก๋งสีดำ จ้องมองแผ่นหลังที่ค่อมโค้งของชายชราอย่างอาลัย อาวรณ์ น้ำตาไหลนองจนเปียกคอเสื้อ

ในที่สุด เธอก็หันไปขอร้องผู้ชายข้างกาย "คุณพาคุณปู่เฉินไปด้วยได้ไหมคะ เขาทำได้ทุกอย่างเลยนะ เขาทำ..."

"ฉันไม่ได้ขาดคนรับใช้"

เมิ่งไหวจินเอนตัวพิงพนักพิงอย่างเกียจคร้าน ในสายตาของเขา เป็นกระเป๋าเป้สีชมพูบนหลังของเด็กสาว มีตุ๊กตากระต่ายสีขาวขนฟูห้อยอยู่ตรงซิป รวมทั้งแมวที่เธออุ้มไว้ในอ้อมอก...ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"ขอร้องล่ะ..."

"ต้องให้ฉันเตือนไหม ว่าตอนนี้เธอยังเอาตัวเองไม่รอดเลย"

สายตาของเมิ่งไหวจินหยุดอยู่ที่ดวงตาแดงก่ำของเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "จะไปกับฉัน หรือจะลงจากรถไปอยู่ตามยถากรรม ให้เวลาเธอตัดสินใจสามวินาที"

พลขับทหารคนสนิทชำเลืองเจ้านายที่แข็งแกร่งเหมือนเหล็กและไร้ใจเหมือนยมบาลผ่านกระจกมองหลัง แล้วก็มองหนูน้อยน่าสงสารที่น้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะแสร้งกระแอมหนึ่งที แล้วเหยียบคันเร่งขับออกไปโดยไม่รอให้ถึงสามวินาที

ซูหว่านตัดสินใจว่าจะไม่อ้อนวอนผู้ชายใจหินคนนี้อีก คิดวางแผนในใจว่าถ้าหาเงินได้เมื่อไร จะรีบกลับมารับคุณปู่เฉินทันที

หลายวันที่ผ่านมาเธอเจอเรื่องหนักเยอะเกินไปจริง ๆ

ทั้งฉากจบอันน่าเศร้าที่พ่อแม่ของเธอแลกมาด้วยชีวิต

ทรัพย์สินที่ถูกยึด บ้านที่ถูกติดตราประทับ

ถูกรีดเค้นความลับในห้องสอบสวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

ทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนธารโคลนถล่มที่ยากจะรับไหวสำหรับเด็กอายุเท่าเธอ

อาจจะเพราะเสียใจมากเกินไป ไม่นานเด็กสาวที่เหนื่อยล้าจึงผล็อยหลับไป

ตอนแรกเธอยังคงระวังตัว คอยเตือนตัวเองว่าอย่าเข้าใกล้ยมบาลหน้าตายคนนี้ แต่เมื่อหลับลึกขึ้น ร่างกายก็เอนเข้าหาอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว...

มีแรงกดทับแบบพอดีลงบนขา อวลหวานซึมผ่านกางเกงสแล็ก แล้วค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามเนื้อผ้าของเมิ่งไหวจินไม่นานก็ลุกลามไปยังส่วนที่อ่อนไหวที่สุด

บนร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เมิ่งไหวจินขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งขรึมมองไปยังศีรษะที่พิงอยู่บนหน้าขาของตน ตอนที่กำลังจะยกมือผลักออก ก็ได้ยินเสียงสะอื้นยาวดังขึ้นหนึ่งครั้ง

นั่นคือเสียงสะอื้นจากความฝันของเด็กสาว ไม่รู้ว่าเธอฝันเห็นอะไรเข้า ใบหน้าเล็ก ๆ ถึงได้ย่นยับอย่างโศกเศร้าขนาดนั้น

นอกจากจะมีหัวรั้นแบบแปลก ๆ แล้ว ยังเป็นเด็กขี้แยเหมือนกัน

เด็กสาวในวัยนี้ ทั้งอ่อนไหวและซับซ้อน จะเด็กก็ไม่ใช่จะโตก็ไม่เชิง ช่างวุ่นวายเสียจริง

"หัวหน้าครับ จะไปสนามบินเพื่อบินกลับเป่ยเฉิงเลยไหมครับ" ทหารคนสนิทข้างหน้าถาม

ชายหนุ่มปรายตามองแมวในอ้อมกอดของเด็กสาว "ถ้านายทำให้สายการบินเปลี่ยนกฎให้เอาสัตว์ขึ้นเครื่องได้ ฉันจะเรียกนายว่าหัวหน้าแทน"

“...”

...ทหารคนสนิทคนนี้เขาพามาจากกองทัพ จึงชินกับนิสัยชี้หงุดหงิดของนายทหารคนนี้นานแล้ว เขาเกิดไอเดียหนึ่งขึ้นมา "หรือว่าเราจะแอบเอาแมวไปให้คนอื่นดีครับ"

"ถ้าเธอร้องไห้ขึ้นมา นายจะปลอบไหมล่ะ"

เมิ่งไหวจินหยิบหมอนอิงมารองใต้ศีรษะของเด็กสาว เพื่อกั้นลมหายใจอุ่นร้อนของเธอไม่ให้สัมผัสกับหน้าขาของเขา สุดท้ายก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาคีบไว้ที่นิ้ว เอนหลังพิงพนักแล้วเอ่ยเสียงเย็นชา "เลิกพูดมาก ขับรถกลับไปซะ"
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 30

    บนปลายจมูกขาวหมดจดของเด็กสาวมีเม็ดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ราวกับไข่มุกเม็ดงามที่ประดับอยู่ด้านบน ทุกเม็ดช่างดูใสกระจ่างตาเธอจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้า เขาเหมือนถือดาบเพชฌฆาตอยู่ในมือและพร้อมจะผลักเธอลงขุมนรกได้ทุกเมื่อ ลึก ๆ ในใจเธอยังคงหวาดกลัว แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือความเสียใจ“คุณเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉัน คุณแต่งกับใคร คนนั้นก็คือน้าสะใภ้ของฉันในอนาคต หรือว่า...ฉันไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้เลยเหรอ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคุณมาเกือบปี หลงนึกว่าฉันพอจะมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้บ้าง ไม่นึกเลยว่า...ฉันจะไม่มีสิทธิ์นั้น” ซูหว่านจ้องตอบโดยไม่หลบตา แววตาเต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์กลายเป็นว่าผู้ที่ถูกตัดสินความผิดกลับกลายเป็นเขา เมิ่งไหวจินรู้สึกเหมือนถูกแววตาที่น่าสงสารและใสซื่อนั้นลวกจนร้อน เขาได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ในด้านความช่างพูดช่างจาของเธออีกครั้งแต่สิ่งที่เธอพูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล สิทธิ์ในการรับรู้...เธอย่อมมีหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเมิ่งไหวจินก็พูดอย่างใจเย็นว่า “วันนี้เดิมทีตั้งใจจะคุยกัน”ส่วนทำไมหลังจากนั้นถึงไม่ได้คุย ชายหนุ่มมองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะวกกลับเข้าเรื่อง “ท

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 29

    การกระทำนี้ดึงดูดสายตาแปลก ๆ ได้ไม่น้อย ทุกคนต่างมองว่าเธอเป็นพวกประหลาดซูหว่านไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองหรือการคาดเดาเหล่านั้น หลังจากทำข้อสอบเสร็จเธอรู้สึกง่วงจึงฟุบลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ เตรียมจะงีบหลับสักตื่น แต่ความจริงแล้วเธอหลับไม่ลงเลยสักนิดลึก ๆ ในใจ เธอรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องมาแน่ ส่วนจะมาในรูปแบบไหนนั้น เธอเองก็ไม่รู้แต่เพียงไม่นานเธอก็ได้รู้เมื่อเสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นสองครั้งใกล้กับใบหู ความรู้สึกที่คุ้นเคยและกลิ่นกายที่แสนคุ้นของเขา ดูเหมือนจะทำให้ทั้งร้านอินเทอร์เน็ตสะอาดขึ้นมาทันทีแม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่หัวใจของเด็กสาวก็เต้นระทึกโดยไม่รู้ตัว มันกระโดดโลดเต้นอยู่ในอก ทั้งเฝ้าคอยทั้งลนลาน ทั้งประหม่าและหลงใหล หรือแม้กระทั่ง... มีความตื่นเต้นที่ระงับได้ยากนี่คือความรู้สึกของการถูกใส่ใจวินาทีนี้ ซูหว่านรู้ดีว่าตัวเองได้ตกลงสู่เหวลึกจนกู้อะไรคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว“ซูหว่าน” เสียงของชายหนุ่มแม้จะราบเรียบ แต่กลับแฝงความหมายที่ต่างจากเมื่อก่อนมันคือความโกรธเด็กสาวเงยหน้าขึ้น หันไปสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบ่อน้ำร้างของเมิ่งไหวจิน สุดท้ายเธอก็ยังคงหวาดกลัว

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 28

    เมิ่งชวนรู้ความเหมาะสม ภาพคนที่เขาถ่ายติดมาจึงเห็นเพียงแวบเดียวเท่านั้นแต่หลังจากซูหว่านเปิดดูและฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็สามารถนำภาพที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาเชื่อมโยงกับบทสนทนาที่ปนอยู่ในเสียงรบกวนได้สำเร็จชายหนุ่มถือแก้วเหล้าด้วยมือข้างเดียว สวมชุดสูทเต็มยศ ดูสง่างามโดดเด่นสะดุดตา โดยมีเจี่ยงเจี๋ยในชุดราตรีสุดประณีตยืนอยู่เคียงข้างดูเหมือนทุกคนจะยอมรับโดยปริยายแล้วว่าเขาคือว่าที่ลูกเขยตระกูลเจี่ยง หลายคนพากันเข้าไปขอชนแก้ว พลางกล่าวคำสรรเสริญเยินยอไม่ขาดปาก ว่าทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สร้าง บอกว่าจะรอไปงานแต่งงาน หรือไม่ก็ถามเรื่องเรือนหอว่าจะซื้อที่ไหน...ด้วยฐานะอย่างเมิ่งไหวจิน งานเลี้ยงทางสังคมแบบนี้เขามักจะมีแทบทุกสามวันห้าวัน ซูหว่านเองก็เคยติดตามเขาไปร่วมงานมาแล้วหลายครั้งปกติเขาจะรับมือได้อย่างคล่องแคล่วเสมอ วางตัวสูงส่ง และจัดการได้ดีไม่ว่าเรื่องบู๊เรื่องบุ๋นเมื่อก่อนซูหว่านมองเขาเหมือนมองเทพเจ้าผู้สูงส่ง แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกระคายตาเหลือเกิน เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ใช่เธอ…...งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของตระกูลเจี่ยงจัดอย่างเรียบง่าย ไม่ได้เชิญคนเยอะ แต่ทุกคนที่

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 27

    “ดูเหมือนเธอจะสนใจเรื่อง ‘ความชอบ’ เป็นพิเศษนะ”ซูหว่านเม้มปากเงียบเมิ่งไหวจินหลุบตาลงจ้องมองเธอตรง ๆ “รู้แล้วใช่ไหมว่า ‘ความชอบ’ มันเป็นความรู้สึกแบบไหน”“...”หัวใจของซูหว่านที่เพิ่งจะสงบลงกลับดีดตัวขึ้นมาอีกครั้งเหมือนลูกแก้วที่ตกพื้น เธอค่อย ๆ ส่ายหน้าภายใต้การจ้องของดวงตาที่คมดุจใบมีด “ไม่รู้ค่ะ”“รักษาตัวให้ดี” เมิ่งไหวจินพูดด้วยท่าทีจริงจังมาก “ไข้ขึ้นตั้งแต่กลางดึก ทำไมไม่เรียกฉัน”เรียกแล้วยังไงล่ะ ต่อให้ส่งเธอมาโรงพยาบาลแล้ว สุดท้ายคุณก็ต้องกลับไปปรึกษาเรื่องวันหมั้นอยู่ดีเด็กสาวหลุบตาลงพลางกล่าวว่า “คุณมีธุระสำคัญต้องทำไม่ใช่เหรอ ฉันแค่กลัวว่าจะไปทำลายวาสนารักที่สวยงามคุณ”ชายหนุ่มส่งเสียง ‘อ้อ’ ในลำคอ “แล้วตอนนี้ไม่ทำลายหรือไง?”“...” ซูหว่านเงียบกริบทันทีเมิ่งไหวจินไม่เซ้าซี้ต่อ แต่กลับก็จงใจเลิกสนทนาเรื่องที่เกี่ยวกับเจี่ยงเจี๋ยกับเธอ คงเพราะเขาคิดว่านั่นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมาคุยกับเด็กนักเรียนอย่างเธอเรื่องพวกนี้ซูหว่านรู้ดี และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโลกของเขา ดูเหมือนจะอยู่ไกลจากเธอเหลือเกิน…...บ่ายวันนั้น

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 26

    เด็กสาวดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด ดวงตาใสซื่อจ้องเขม็ง ในดวงตาสะท้อนภาพพลุหลากสีสันนอกหน้าต่างจนเป็นประกายวาววับผิดปกติ เธอยังเรียกชื่อเขาออกมาคำหนึ่งด้วยเมิ่งไหวจินละสายตาไปทางอื่น น้ำเสียงเย็นชาบาดลึก “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเป่าผมให้แห้งซะ”“ค่ะ จะไปเป่าเดี๋ยวนี้ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มออกมาดูใสซื่อไร้พิษสงชายหนุ่มหยิบซองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “เงินแต๊ะเอียที่เธอเฝ้าคิดถึงนักหนาไง”ขนตาของซูหว่านสั่นไหวเล็กน้อย เธอกุมซองแดงไว้แล้วยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม “ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้ปีใหม่นี้การราบรื่น สมปรารถนาทุกเรื่อง แล้วก็...ได้ครอบครองสาวงามนะคะ”ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ เธอจ้องมองเขาไม่วางตาดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเมิ่งไหวจินหรี่ลงเล็กน้อย ดูล้ำลึกยากจะหยั่งถึง เขามองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง “เป่าผมให้แห้ง อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สอง”…...วันต่อมา คุณนายเมิ่งก็นัดคุณนายเจี่ยงมาที่บ้านตามคาด เจี่ยงเจี๋ยก็มาด้วยเช่นกันกันทั้งบ้านตระกูลเมิ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรรษา เมิ่งไหวจินถูกบรรดาอาสะใภ้รุมล้อมให้ไปที่โต๊ะไพ่ โดยม

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 25

    ชั่วขณะนั้นซูหว่านไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกในใจได้เลยเธอรู้สึกเหมือนมีความขมขื่นรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ ขมขื่นจนเธอแทบจะอาเจียนออกมาหัวใจที่แทบจะหลุดออกมาตรงระเบียงชั้นสองเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หัวใจที่เคยเต้นรัวเหมือนมีกวางน้อยวิ่งชนตรงโต๊ะอาหารเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ตอนนี้กลับดิ่งวูบกระแทกหน้าอกอย่างแรง มันหนักอึ้งและอึดอัดจนเธอแทบจะหายใจไม่ออกพวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นตกลงเรื่องแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมจู่ ๆ ถึงข้ามไปคุยเรื่องหมั้นหมายกันเลยล่ะ วินาทีนั้น ซูหว่านถึงเพิ่งตระหนักได้ถึงปัญหาที่ร้ายแรงมากอย่างหนึ่ง เธอไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องมงคลเลยสักนิดเธอจะไม่ขออวยพรให้พวกเขาและไม่อยากจะอวยพรด้วยหลังมื้ออาหาร พวกลูกหลานพากันไปจุดพลุเล่นที่สวนหย่อม ซูหว่านพิงเชือกชิงช้าพลางเหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมายบรรยากาศปีใหม่ที่แสนคึกคัก เสียงโห่ร้องยินดี แสงพลุที่วูบวาบสว่างไสว ดูสวยงามจับตา แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย แววตาที่หม่นแสงลงดูราวกับวันสิ้นโลก“มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้ล่ะ” เมิ่งชวนช่วยผลักชิงช้าให้เธอเบา ๆ พลางยัดซองแด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status