Share

บทที่ 5

Auteur: ไฟถนนอ่านใจฉัน
อะไรนะ? แฟนหนุ่ม!

ซูหว่านเบิกตากว้างทันที ดวงตาคู่นั้นฉายประกายเหมือนไฟสีที่ถูกเปิดสวิตช์กะทันหัน

เพียงชั่วครู่ แก้มขาวหมดจดของหญิงสาวก็ค่อย ๆ แดงขึ้น ไม่นานก็ลามไปจนถึงใบหู ทำให้เธอดูไร้เดียงสาปนตลก

"ฉัน ไม่มีแฟนค่ะ ไม่ใช่แฟนแน่นอน"

การพูดคุยเรื่องพวกนี้กับผู้ใหญ่ มักจะมีความรู้สึกเขินอายอย่างอธิบายไม่ได้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่ซูหว่านก็ไม่มีทางยอมรับ ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่ได้แอบคบกันจริง ๆ นะ!

เมิ่งไหวจินเห็นอาการลนลานและพูดจาไม่รู้เรื่องของเธอ ก็ดับก้นบุหรี่อย่างไม่ใส่ใจ ตอบ "อืม" เสียงเรียบแล้วลุกขึ้นไปยังห้องหนังสือ

แค่นี้เองเหรอ? ซูหว่าน "..."

เขามักจะใช้วิธีที่ตรงไปตรงมาและเย็นชาที่สุด ทำให้ซูหว่านย้ายตัวเองออกจากความเศร้าไปสู่ความสับสนและความประหลาดใจอีกแบบ

เหมือนกับวันที่เขาไปรับเธอที่หนานเฉิง คำพูดเบา ๆ ว่า "จะส่งไปสถานสงเคราะห์ได้ไหม" ทำให้เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ทำให้ลืมความเศร้าและความเจ็บปวดไปชั่วขณะหนึ่ง

คืนนี้ก็เช่นกัน ก่อนหน้านี้เธอเศร้าเรื่องอะไรนะ? ลืมไปแล้ว...

ประตูห้องหนังสือไม่ได้ปิด ซูหว่านจึงมองเห็นเมิ่งไหวจินนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานจากตำแหน่งโซฟา เขากำลังใช้มือนวดสันจมูก

ภายใต้แสงจากโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือ ในที่สุดใบหน้าที่แข็งกระด้างอันหล่อเหลานั้นก็เผยให้เห็นร่องรอยของความเหนื่อยล้าเล็กน้อย

......

เมื่อได้ยินเสียงดังจากห้องครัว เมิ่งไหวจินก็ไม่ได้สนใจ

ไม่นานนัก ของเหลวในถ้วยแก้วก็ถูกวางลงบนโต๊ะต่อหน้าเขาอย่างช้า ๆ เขาถึงได้เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

มองออกได้ไม่ยากว่านั่นคือซุปแก้เมา มันแตกต่างจากของที่ทำเสียสีดำในถังขยะ ซุปแก้เมาถ้วยนี้ดูเข้าท่าทีเดียว

"ดื่มตอนอุ่น ๆ นะคะ" ซูหว่านพูดแค่นั้น แล้วก็ถอยออกจากห้องหนังสือไปอย่างเงียบ ๆ

การทำอาหารเป็นจุดอ่อนของเธอ แต่ซุปแก้เมาเป็นสิ่งที่เธอถนัด

เมื่อก่อนคุณพ่อก็ไปสังสรรค์จนเมาอยู่บ่อย ๆ บางครั้งกลับมาดึก ป้าแม่บ้านก็พักผ่อนแล้ว ซูหว่านก็จะเป็นคนต้มซุปแก้เมาให้พ่อตัวเอง

แต่ตอนนี้...ซูหว่านรีบตัดความคิดนั้นทิ้งไป

ห้องเงียบเกินไป เธอจึงไม่ได้เข้าไปนอน แต่อยู่บนโซฟายังได้ยินเสียงเปิดหน้าเอกสารในห้องหนังสือได้ ไม่นานเธอก็หลับไปบนโซฟ้าพร้อมกับเสียงพวกนั้น

รุ่งเช้า ซูหว่านตื่นขึ้นบนเตียง

แสงแดดสาดส่องลอดช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา ทำให้ผ้าห่มและเท้าของเธอรู้สึกอบอุ่น

เธอเหม่อลอยอยู่เพียงสองสามวินาที ก่อนพลิกตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว เธอสวมรองเท้าแล้วเปิดประตูออกไป สายตากวาดไปทั่วห้องขนาดร้อยกว่าตารางเมตร สุดท้ายก็จับจ้องไปที่ข้างระเบียง

เมิ่งไหวจินยังไม่ไปไหน เขานั่งรับโทรศัพท์อย่างเกียจคร้านบนโซฟาเดี่ยวใต้หน้าต่าง ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็เล่นกับฝาถ้วยชาเซรามิกไปเรื่อยเปื่อย

"อืม คนอยู่กับฉันนี่แหละ"

"ช่วงนี้ยุ่ง ถ้าว่างแล้วจะกลับ"

เมื่อได้ยินเสียง เมิ่งไหวจินก็มองไปทางนั้นอย่างเฉยชา เก็บสายตากลับมาเพียงชั่วครู่ แล้วก็มองกลับไปอีกครั้ง

เธอสวมชุดนอนที่เขาให้พนักงานขายเลือกให้ในห้างวันนั้น ก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกต แต่ตอนนี้ดูแล้วเห็นได้ชัดว่าชุดเล็กไป

ซูหว่านคิดว่าอาจเป็นเพราะไม่สะดวกให้คนอื่นได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์นี้ จึงหดหัวกลับเข้าห้องนอน เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ล้างหน้าแปรงฟันให้สะอาดแล้วจึงออกไปใหม่

นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเมิ่งไหวจินทำอาหาร แขนเสื้อเชิ้ตสีดำถูกพับขึ้นถึงข้อศอก มองจากด้านหลังจะเห็นว่าชายคนนี้มีไหล่กว้าง เอวคอดได้สัดส่วนสวยงาม ขณะที่กำลังโยนกระทะ เขาก็เอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับพลิกปืนเล่น

ก่อนที่จะย้ายกลับมาประจำการที่เป่ยเฉิง เขาได้ปักหลักอยู่ในกองทัพมานานหลายปี บนตัวเขามีทั้งความสง่างามของบุตรชายตระกูลใหญ่ และความดิบเถื่อนของนายทหารผู้เคร่งครัด ท่าทางตอนนี้ก็ยิ่งเพิ่มความสุขุมและล้ำลึกของผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงเข้าไปอีก

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ"

ซูหว่านพิงประตูทักทายเขา สายตาจับจ้องไปที่ถ้วยที่ใส่ซุปแก้เมาเมื่อคืน ซึ่งตอนนี้ถูกล้างสะอาดแล้ว มุมปากจึงเผยรอยยิ้มบาง ๆ

นี่เขาจะกลับมาอยู่ด้วยแล้วใช่ไหม

เธอคิดในใจอย่างเงียบ ๆ แต่ไม่ได้ถามออกไป เพราะด้วยนิสัยของคนคนนี้

เขาจะต้องไม่บอกคำตอบกับเธอโดยตรงแน่นอน

เมิ่งไหวจินที่กำลังหันหลังให้เธอตอบกลับเสียงเบา "อรุณสวัสดิ์" แล้วหันกลับมาส่งอาหารเช้าส่วนของเธอให้

ซูหว่านรับแซนด์วิช แล้วนำไปวางบนโต๊ะ รอจนเขานั่งลงแล้วถึงได้เริ่มกิน

ไข่กับขนมปังปิ้งทอดได้ที่พอดี เนื้อสัมผัสนุ่มอร่อย รสชาติดีมาก

"เป็นโทรศัพท์จากคุณตาเหรอคะ"

เธอรู้สึกแปลกหน้ากับผู้สูงอายุท่านนั้นยิ่งกว่าเดิม เคยพบหน้ากันครั้งเดียวตอนแปดขวบ ตอนนี้แม้แต่รูปลักษณ์ก็จำไม่ได้แล้ว

การถามที่กระทันหันเช่นนี้ ก็แค่ต้องการหาหัวข้อสนทนาเท่านั้น

"เสื้อผ้าซื้อมาเล็กไป ทำไมไม่บอก" แต่เมิ่งไหวจินกลับตอบไม่ตรงคำถาม

ซูหว่านอึ้งไปชั่วขณะ คิดในใจว่านั่นไม่ใช่มารยาทพื้นฐานที่สุดหรอกเหรอ หากรังเกียจของที่คนอื่นตั้งใจซื้อมาให้ด้วยความหวังดี จะดูเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะขนาดไหนกัน

"มันดีมากเลยค่ะ" เธอตอบกลับไปแบบนั้น

เมิ่งไหวจินวางช้อนส้อมลง ใช้กระดาษเปียกเช็ดมือ แล้วมองเธอตรง ๆ "ซูหว่าน ในเมื่อฉันพาเธอมาที่นี่แล้ว ต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของเธอ"

"ก่อนหน้านี้มาตรฐานการใช้ชีวิตเธอเป็นยังไง อยู่ที่นี่ก็จะเป็นแบบนั้น"

"ต่อไปมีอะไรที่ต้องการก็บอกมาตรง ๆ ไม่ต้องเก็บไว้ในใจ เธอไม่น่าจะเป็นคนที่มีนิสัยประจบประแจงเพื่อผลประโยชน์นี่"

ชั่วขณะนั้น หัวใจของซูหว่านก็เกิดความรู้สึกหลากหลายปนกัน แต่ก็ราวกับว่ามีลมที่อบอุ่นพัดผ่านส่วนลึกที่แตกสลายในใจเธอ ทำให้ความกระวนกระวายใจในหลายวันมานี้สงบลง

ก่อนจากไปคุณปู่เฉินกำชับเธอไว้ ว่าการมาอยู่ที่นี่คือการอาศัยคนอื่น ต้องคอยสังเกตสีหน้าคนอื่น ให้เธออดทนเท่าที่ทำได้...ดังนั้นเธอจึงต้องเก็บนิสัยของตัวเองไว้ตลอด พยายามระมัดระวังเต็มที่เพื่อไม่ให้ใครรังเกียจเธอ

"ตอนนี้ ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอ" เมิ่งไหวจินถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังเย็นชาทุ้มต่ำเหมือนเดิม

"ชุดนอนเล็กไปหน่อยจริง ๆ ค่ะ" ซูหว่านเงยหน้ามองเขา ไม่เพียงแต่พูดความจริง แต่ยังยอมบอกทุกอย่างด้วย "ที่จริงแล้ว...ชุดชั้นในก็เล็กไปด้วยค่ะ"

มือที่กำลังจะหยิบถ้วยน้ำของเมิ่งไหวจินชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบน้ำขึ้นมาจิบคำหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดทิ้งท้ายอย่างใจเย็น "กินข้าวเสร็จแล้วตามฉันออกไป"

หลังมื้ออาหาร เมิ่งไหวจินขับรถพาซูหว่านไปที่ห้างสรรพสินค้า แล้วมุ่งตรงไปที่ชั้นสาม

เขารออยู่ที่บริเวณจุดพัก ปล่อยให้เธอเข้าไปเลือกซื้อเสื้อผ้าและชุดชั้นในด้วยตัวเอง ชอบอะไรก็ซื้อได้ตามสบาย

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เสื้อผ้าของซูหว่านตั้งแต่ข้างในถึงข้างนอก ล้วนเป็นคุณแม่ของเธอจัดหาให้ ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยรู้ขนาดของตัวเองอย่างชัดเจนนัก

พนักงานขายสาวเพียงแค่ชำเลืองหน้าอกของเธอ ก็หาชุดชั้นในขนาดใหญ่มาให้เธอได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังชมอีกว่า "คุณหนูคะ ร่างกายคุณเติบโตได้ดีกว่าคนวัยเดียวกันนะคะ"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูหว่านก็พูดขอบคุณไม่ออกจริง ๆ

ที่จริงแล้วเธอหวังว่าตัวเองจะหน้าอกแบนลงหน่อย จะได้สวมเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น แต่ทุกครั้งที่พูดออกไปก็จะถูกเพื่อน ๆ โวยวายว่าเธอกำลังอวดแบบเนียน ๆ

......

เมิ่งไหวจินไม่เคยไปเดินห้างกับใครเลย ต่อให้เป็นแม่กับน้องสาวที่บ้านก็ตาม เขาก็มักจะจ่ายเงินให้เท่านั้น เพิ่งนั่งตรงจุดพักได้สิบนาที เขาก็เบื่อจนสูบบุหรี่ไปแล้วสองมวน

"ไหวจิน?"

ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังหนวกหูของห้างสรรพสินค้า เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น

เมิ่งไหวจินมองไปอย่างเฉยชา แล้วพยักหน้าเล็กน้อย

"นายจริง ๆ ด้วย" บนใบหน้าเจี่ยงเจี๋ยเผยรอยยิ้มที่ปกปิดไม่อยู่ "นายย้ายกลับมาประจำที่เป่ยเฉิงได้สักพักแล้วใช่ไหม หาเวลานัดเจอกันหน่อยไหม"

เมิ่งไหวจินมองเธอตรง ๆ แล้วตอบด้วยเสียงเรียบ "ไว้มีเวลาค่อยว่ากัน"

พอเจี่ยงเจี๋ยเห็นชัดว่าเขาอยู่ในร้านแบบไหน รอยยิ้มก็ค้างนิ่งไป "ใครกันที่ทำให้นายยอมมาเดินเลือกชุดชั้นในเป็นเพื่อน"

เมิ่งไหวจินสีหน้าไร้อารมณ์ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงที่สดใสก็ดังขึ้นในอากาศ "ซื้อเสร็จแล้ว ไปกันเถอะค่ะ"

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปรับถุงใส่ของจากซูหว่าน พยักหน้าบอกลาให้เจี่ยงเจี๋ย แล้วก้าวเดินจากไป

ขณะที่เดินไปข้างหน้า ซูหว่านหันกลับไปมองสาวสวยที่รูปร่างสูงระหงส์และแต่งตัวดูมีระดับคนนั้นหลายครั้ง ภายในเวลาเพียงนาทีเดียว เธอก็ได้ปั้นเรื่องราวอย่างน้อยห้าเรื่องขึ้นมาในใจ

รักแรกที่ไม่สมหวังกลับมาจากต่างประเทศ

อดีตคนรักเก่า

เพื่อนเล่นในวัยเด็ก

กระจกราวที่กำลังรอวันประสาน...

"ซูหว่าน เธอจะไปแข่งความแข็งกับเสาหินเหรอ"

เสียงที่เย็นชาของเมิ่งไหวจินดึงซูหว่านกลับมาจากความคิดฟุ้งซ่าน เธอเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเกือบจะชนเข้ากับเสาแล้วจริง ๆ

เธอเอียงศีรษะเรียกเขา แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ตามให้ฝีก้าวที่ยาวของเขา "เมื่อเช้าคุณบอกว่าฉันมีอะไรก็พูดออกมาได้ ไม่ต้องเก็บไว้ในใจ งั้นฉันขอถามคำถามหน่อยได้ไหมคะ"

เมิ่งไหวจินปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แล้วปฏิเสธอย่างเย็นชา "ไม่ได้"

"ทำไมคะ ไหนคุณบอกว่า.."

"ฉันให้เธอบอกความต้องการของตัวเอง ไม่ได้ให้เธอมาสืบเรื่องของฉัน"

“...”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 30

    บนปลายจมูกขาวหมดจดของเด็กสาวมีเม็ดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ราวกับไข่มุกเม็ดงามที่ประดับอยู่ด้านบน ทุกเม็ดช่างดูใสกระจ่างตาเธอจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้า เขาเหมือนถือดาบเพชฌฆาตอยู่ในมือและพร้อมจะผลักเธอลงขุมนรกได้ทุกเมื่อ ลึก ๆ ในใจเธอยังคงหวาดกลัว แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือความเสียใจ“คุณเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉัน คุณแต่งกับใคร คนนั้นก็คือน้าสะใภ้ของฉันในอนาคต หรือว่า...ฉันไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้เลยเหรอ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคุณมาเกือบปี หลงนึกว่าฉันพอจะมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้บ้าง ไม่นึกเลยว่า...ฉันจะไม่มีสิทธิ์นั้น” ซูหว่านจ้องตอบโดยไม่หลบตา แววตาเต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์กลายเป็นว่าผู้ที่ถูกตัดสินความผิดกลับกลายเป็นเขา เมิ่งไหวจินรู้สึกเหมือนถูกแววตาที่น่าสงสารและใสซื่อนั้นลวกจนร้อน เขาได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ในด้านความช่างพูดช่างจาของเธออีกครั้งแต่สิ่งที่เธอพูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล สิทธิ์ในการรับรู้...เธอย่อมมีหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเมิ่งไหวจินก็พูดอย่างใจเย็นว่า “วันนี้เดิมทีตั้งใจจะคุยกัน”ส่วนทำไมหลังจากนั้นถึงไม่ได้คุย ชายหนุ่มมองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะวกกลับเข้าเรื่อง “ท

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 29

    การกระทำนี้ดึงดูดสายตาแปลก ๆ ได้ไม่น้อย ทุกคนต่างมองว่าเธอเป็นพวกประหลาดซูหว่านไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองหรือการคาดเดาเหล่านั้น หลังจากทำข้อสอบเสร็จเธอรู้สึกง่วงจึงฟุบลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ เตรียมจะงีบหลับสักตื่น แต่ความจริงแล้วเธอหลับไม่ลงเลยสักนิดลึก ๆ ในใจ เธอรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องมาแน่ ส่วนจะมาในรูปแบบไหนนั้น เธอเองก็ไม่รู้แต่เพียงไม่นานเธอก็ได้รู้เมื่อเสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นสองครั้งใกล้กับใบหู ความรู้สึกที่คุ้นเคยและกลิ่นกายที่แสนคุ้นของเขา ดูเหมือนจะทำให้ทั้งร้านอินเทอร์เน็ตสะอาดขึ้นมาทันทีแม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่หัวใจของเด็กสาวก็เต้นระทึกโดยไม่รู้ตัว มันกระโดดโลดเต้นอยู่ในอก ทั้งเฝ้าคอยทั้งลนลาน ทั้งประหม่าและหลงใหล หรือแม้กระทั่ง... มีความตื่นเต้นที่ระงับได้ยากนี่คือความรู้สึกของการถูกใส่ใจวินาทีนี้ ซูหว่านรู้ดีว่าตัวเองได้ตกลงสู่เหวลึกจนกู้อะไรคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว“ซูหว่าน” เสียงของชายหนุ่มแม้จะราบเรียบ แต่กลับแฝงความหมายที่ต่างจากเมื่อก่อนมันคือความโกรธเด็กสาวเงยหน้าขึ้น หันไปสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบ่อน้ำร้างของเมิ่งไหวจิน สุดท้ายเธอก็ยังคงหวาดกลัว

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 28

    เมิ่งชวนรู้ความเหมาะสม ภาพคนที่เขาถ่ายติดมาจึงเห็นเพียงแวบเดียวเท่านั้นแต่หลังจากซูหว่านเปิดดูและฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็สามารถนำภาพที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาเชื่อมโยงกับบทสนทนาที่ปนอยู่ในเสียงรบกวนได้สำเร็จชายหนุ่มถือแก้วเหล้าด้วยมือข้างเดียว สวมชุดสูทเต็มยศ ดูสง่างามโดดเด่นสะดุดตา โดยมีเจี่ยงเจี๋ยในชุดราตรีสุดประณีตยืนอยู่เคียงข้างดูเหมือนทุกคนจะยอมรับโดยปริยายแล้วว่าเขาคือว่าที่ลูกเขยตระกูลเจี่ยง หลายคนพากันเข้าไปขอชนแก้ว พลางกล่าวคำสรรเสริญเยินยอไม่ขาดปาก ว่าทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สร้าง บอกว่าจะรอไปงานแต่งงาน หรือไม่ก็ถามเรื่องเรือนหอว่าจะซื้อที่ไหน...ด้วยฐานะอย่างเมิ่งไหวจิน งานเลี้ยงทางสังคมแบบนี้เขามักจะมีแทบทุกสามวันห้าวัน ซูหว่านเองก็เคยติดตามเขาไปร่วมงานมาแล้วหลายครั้งปกติเขาจะรับมือได้อย่างคล่องแคล่วเสมอ วางตัวสูงส่ง และจัดการได้ดีไม่ว่าเรื่องบู๊เรื่องบุ๋นเมื่อก่อนซูหว่านมองเขาเหมือนมองเทพเจ้าผู้สูงส่ง แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกระคายตาเหลือเกิน เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ใช่เธอ…...งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของตระกูลเจี่ยงจัดอย่างเรียบง่าย ไม่ได้เชิญคนเยอะ แต่ทุกคนที่

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 27

    “ดูเหมือนเธอจะสนใจเรื่อง ‘ความชอบ’ เป็นพิเศษนะ”ซูหว่านเม้มปากเงียบเมิ่งไหวจินหลุบตาลงจ้องมองเธอตรง ๆ “รู้แล้วใช่ไหมว่า ‘ความชอบ’ มันเป็นความรู้สึกแบบไหน”“...”หัวใจของซูหว่านที่เพิ่งจะสงบลงกลับดีดตัวขึ้นมาอีกครั้งเหมือนลูกแก้วที่ตกพื้น เธอค่อย ๆ ส่ายหน้าภายใต้การจ้องของดวงตาที่คมดุจใบมีด “ไม่รู้ค่ะ”“รักษาตัวให้ดี” เมิ่งไหวจินพูดด้วยท่าทีจริงจังมาก “ไข้ขึ้นตั้งแต่กลางดึก ทำไมไม่เรียกฉัน”เรียกแล้วยังไงล่ะ ต่อให้ส่งเธอมาโรงพยาบาลแล้ว สุดท้ายคุณก็ต้องกลับไปปรึกษาเรื่องวันหมั้นอยู่ดีเด็กสาวหลุบตาลงพลางกล่าวว่า “คุณมีธุระสำคัญต้องทำไม่ใช่เหรอ ฉันแค่กลัวว่าจะไปทำลายวาสนารักที่สวยงามคุณ”ชายหนุ่มส่งเสียง ‘อ้อ’ ในลำคอ “แล้วตอนนี้ไม่ทำลายหรือไง?”“...” ซูหว่านเงียบกริบทันทีเมิ่งไหวจินไม่เซ้าซี้ต่อ แต่กลับก็จงใจเลิกสนทนาเรื่องที่เกี่ยวกับเจี่ยงเจี๋ยกับเธอ คงเพราะเขาคิดว่านั่นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมาคุยกับเด็กนักเรียนอย่างเธอเรื่องพวกนี้ซูหว่านรู้ดี และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโลกของเขา ดูเหมือนจะอยู่ไกลจากเธอเหลือเกิน…...บ่ายวันนั้น

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 26

    เด็กสาวดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด ดวงตาใสซื่อจ้องเขม็ง ในดวงตาสะท้อนภาพพลุหลากสีสันนอกหน้าต่างจนเป็นประกายวาววับผิดปกติ เธอยังเรียกชื่อเขาออกมาคำหนึ่งด้วยเมิ่งไหวจินละสายตาไปทางอื่น น้ำเสียงเย็นชาบาดลึก “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเป่าผมให้แห้งซะ”“ค่ะ จะไปเป่าเดี๋ยวนี้ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มออกมาดูใสซื่อไร้พิษสงชายหนุ่มหยิบซองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “เงินแต๊ะเอียที่เธอเฝ้าคิดถึงนักหนาไง”ขนตาของซูหว่านสั่นไหวเล็กน้อย เธอกุมซองแดงไว้แล้วยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม “ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้ปีใหม่นี้การราบรื่น สมปรารถนาทุกเรื่อง แล้วก็...ได้ครอบครองสาวงามนะคะ”ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ เธอจ้องมองเขาไม่วางตาดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเมิ่งไหวจินหรี่ลงเล็กน้อย ดูล้ำลึกยากจะหยั่งถึง เขามองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง “เป่าผมให้แห้ง อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สอง”…...วันต่อมา คุณนายเมิ่งก็นัดคุณนายเจี่ยงมาที่บ้านตามคาด เจี่ยงเจี๋ยก็มาด้วยเช่นกันกันทั้งบ้านตระกูลเมิ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรรษา เมิ่งไหวจินถูกบรรดาอาสะใภ้รุมล้อมให้ไปที่โต๊ะไพ่ โดยม

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 25

    ชั่วขณะนั้นซูหว่านไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกในใจได้เลยเธอรู้สึกเหมือนมีความขมขื่นรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ ขมขื่นจนเธอแทบจะอาเจียนออกมาหัวใจที่แทบจะหลุดออกมาตรงระเบียงชั้นสองเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หัวใจที่เคยเต้นรัวเหมือนมีกวางน้อยวิ่งชนตรงโต๊ะอาหารเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ตอนนี้กลับดิ่งวูบกระแทกหน้าอกอย่างแรง มันหนักอึ้งและอึดอัดจนเธอแทบจะหายใจไม่ออกพวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นตกลงเรื่องแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมจู่ ๆ ถึงข้ามไปคุยเรื่องหมั้นหมายกันเลยล่ะ วินาทีนั้น ซูหว่านถึงเพิ่งตระหนักได้ถึงปัญหาที่ร้ายแรงมากอย่างหนึ่ง เธอไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องมงคลเลยสักนิดเธอจะไม่ขออวยพรให้พวกเขาและไม่อยากจะอวยพรด้วยหลังมื้ออาหาร พวกลูกหลานพากันไปจุดพลุเล่นที่สวนหย่อม ซูหว่านพิงเชือกชิงช้าพลางเหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมายบรรยากาศปีใหม่ที่แสนคึกคัก เสียงโห่ร้องยินดี แสงพลุที่วูบวาบสว่างไสว ดูสวยงามจับตา แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย แววตาที่หม่นแสงลงดูราวกับวันสิ้นโลก“มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้ล่ะ” เมิ่งชวนช่วยผลักชิงช้าให้เธอเบา ๆ พลางยัดซองแด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status