แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ไฟถนนอ่านใจฉัน
ไม่รู้ว่าเพราะออร่าอันน่าเกรงขามที่ทำให้ใครต่อใครขนลุกจนภูตผีปีศาจทั่วสารทิศไม่ให้กล้ากรายเข้าใกล้หรือเปล่า เสียงตวัดปากกาอนุมัติเอกสารดังกลับทำให้ซูหว่านรู้สึกง่วงขึ้นมาดื้อ ๆ

ไม่นานสติของเธอก็เริ่มเลือนราง และท้ายที่สุดก็หลับสนิท

หลังจากนั้นตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่เธอนอนโรงพยาบาล เมิ่งไหวจินจะนำงานมานั่งตรวจที่โรงพยาบาลทุกคืน รอให้ซูหว่านหลับก่อนถึงจะกลับไป

เธอไม่รู้ควรอธิบายผู้ใหญ่คนนี้อย่างไรดี

ตอนที่เธอรู้สึกว่าเขาก็ดี เขาก็จะพูดประโยคที่เผาทำลายความไร้เดียงสาของเธอไป

แต่ตอนที่รู้สึกว่าเขาไม่ดี การกระทำเล็กน้อยบางอย่างของเขากลับทำให้เธอตกอยู่ในห้วงความคิดอีกครั้ง ว่าที่จริงเขาก็ไม่ได้ไร้หัวใจขนาดนั้น

......

วันที่ซูหว่านออกจากโรงพยาบาล เมิ่งไหวจินไม่ได้มา แต่เมิ่งชวนเป็นคนมารับแทน

“วันนี้พี่จินมีประชุมสำคัญมาก เลยให้ฉันมารับเธอก่อน” เขาอธิบาย

เมิ่งชวนขับลัมโบร์กินีฉูดฉาดมา พอจอดหน้าประตูโรงพยาบาลก็ดึงดูดความสนใจสูงมาก

ซูหว่านกล่าวขอบคุณเขาพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็ขึ้นรถ

อากาศเดือนสิงหาเป็นเหมือนคลื่นความร้อนที่ซัดเข้ามา ร้อนระอุและรุนแรง เด็กสาวยกมือขึ้นรับสัมผัสลมที่ลอดผ่านปลายนิ้ว

มีครอบครัวดีขนาดนั้น… แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันเสียได้ เมิ่งชวนรู้สึกปลงอนิจจังในใจ ถอนหายใจแล้วบอกว่า “น้องซูหว่าน คืนนี้ฉันมีนัดสังสรรค์ ตอนแรกอยากชวนเธอไปด้วย แต่กลัวพี่ชายฉันถลกหนังหัวน่ะ เลยต้องส่งเธอกลับอพาร์ตเมนต์ก่อน”

ซูหว่านไม่ได้โง่ รู้ดีว่า “นัดสังสรรค์ยามดึก” ของเขาคือที่แบบไหน ต้องมีไฟสลัว กับสาว ๆ เพียบแน่นอน

เธอยิ้มเล็กน้อยแล้วถามว่า “น้าเมิ่งชวนก็กลัวน้าไหวจินเหรอคะ”

เมิ่งชวนถึงกับสะดุ้ง “รุ่นเราน่ะ ไม่มีใครไม่กลัวเขาหรอก แต่จะว่าไปแล้ว ความเคารพมันมากกว่าความกลัวนิดหนึ่ง เพราะที่ที่เขาอยู่…จะมั่นใจได้เสมอ จะสบายใจเสมอ”

ที่พูดไปก็เรื่องจริง ซูหว่านจึงลองถามอ้อม ๆ อีกที “แล้ว…เขาบอกไหมคะว่าวันนี้จะกลับอพาร์ตเมนต์ไหม”

“ก็ไม่ได้บอกนะ หน้าที่ใหม่งานก็ล้นกว่ารถบนถนนเส้นนี้อีก ฉันว่าไม่กลับแล้วล่ะ”

ซูหว่านเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามเหมือนไม่ตั้งใจว่า “เขาจะไปงานสังสรรค์แบบที่คุณว่าไหมคะ”

เมิ่งชวนชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบกลั้วหัวเราะ “เด็ก ๆ อย่าสนใจเรื่องผู้ใหญ่เลย”

พอกลับถึงอพาร์ตเมนต์ ฟ้าก็มืดแล้ว เมิ่งชวนกำชับเธอสั้น ๆ สองสามประโยคก่อนจะรีบไปงานถัดไป

ทันทีที่ประตูปิดลง เจ้าไอติมก็ร้อง"เหมียว" พร้อมกระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของซูหว่าน

เธออุ้มมันเขย่าเบา แล้วพึมพำอย่างประหลาดใจ “ทำไมแกถึงอ้วนขึ้นขนาดนี้?"

พอเหลือบไปเห็นชามอาหารแมว เธอก็เข้าใจแล้ว

คนคนนั้นให้อาหารปริมาณสามวันในวันเดียว จะไม่ให้อ้วนได้อย่างไร?

ซูหว่านจินตนาการได้เลย ว่าลูกพี่ใหญ่ผู้โด่งดังในเป่ยเฉิงคนนี้ เวลาให้อาหารแมวและตักทรายแมว สีหน้าจะต้องดูน่าสนใจมากแน่เลย

ซูหว่านนั่งกอดเจ้าไอติมบนโซฟา ตอนแรกเธอก็หัวเราะ พอหัวเราะไปหัวเราะมา จู่ ๆ ก็เงียบลง ไม่รู้จะคุยกับใครดี

ตอนอยู่ที่โรงพยาบาล มีเมิ่งชวนคอยพูดหยอกให้เธอสนุกตลอดเวลา มีคุณหมอโจวคอยถามไถ่ห่วงใย

อย่างน้อยที่สุด ก็ยังมีใบหน้าของเมิ่งไหวจินที่ดูเหมือนจะไม่เคยยิ้มเลย ถึงแม้เขาจะใจแข็งดุจหินผา แต่ก็มีออร่าที่ทรงพลัง

บางเรื่องซูหว่านพยายามจะไม่ตั้งใจคิดถึงมันอีก แต่ทันทีที่ความเงียบมาเยือน ความหวาดกลัวและความรู้สึกกดดันภายในใจก็ไม่อาจควบคุมได้

เธอไม่แน่ใจว่าคืนนี้เมิ่งไหวจินจะกลับมาหรือไม่ อย่างไรเสีย เขาก็ไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะย้ายกลับมาอยู่ด้วยกัน

ซูหว่านมองไปที่ประตูหลายครั้ง แต่ไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวใด ๆ

เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ไปที่เวลาสิบโมง เธอก็รอไม่ไหวอีกต่อไป จึงกดโทรศัพท์หาคนคนนั้น

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสามสี่ครั้งก่อนจะถูกรับสาย อีกฝ่ายไม่ได้พูดขึ้นก่อน

ซูหว่านพูดว่า "ฮัลโหล" แล้วสูดหายใจลึกอย่างเบา ๆ เฮือกหนึ่ง ก่อนลองถามออกไปว่า "คุณจะไม่กลับมาอยู่แล้วจริง ๆ เหรอคะ"

เข็มวินาทีดังสามครั้ง เสียงแหบทุ้มที่มีเสน่ห์เล็กน้อยของเมิ่งไหวจินจึงดังออกมาจากโทรศัพท์ "เปิดประตู"

......

แมวในอ้อมแขนร้อง "เหมียว" แล้วกระโดดลงไปบนพื้นไม้

ซูหว่านยืนขึ้นแล้วเดินไปทางประตู พอเดินไปได้ครึ่งทางก็พบว่าตัวเองเท้าเปล่า จึงเดินย้อนกลับไปสวมรองเท้าอีก

จากนั้น เธอจงใจมองผ่านช่องตาแมวเพื่อให้แน่ใจสถานการณ์ภายนอก เสร็จแล้วถึงได้เปิดประตูออก

เมิ่งไหวจินกำเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้มไว้ในมือ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ ดูเย็นชาและเข้าถึงยากกว่าเดิม

เมิ่งไหวจินก้าวเข้าประตู แล้ววางของที่ถืออยู่ในมืออีกข้างลงบนโต๊ะอาหาร "ยังรู้จักมองผ่านช่องตาแมวก่อน ก็ถือว่าไม่โง่นี่"

นี่ตกลงว่าเขาชมหรือด่ากันแน่?

ขณะที่เดินผ่านกัน ซูหว่านได้กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ที่กระจายออกมาจากตัวเขา

"ทำอาหารเหรอ" เมิ่งไหวจินเหลือบเห็นของสีดำบางอย่างอยู่ในถังขยะ

ซูหว่านจิบน้ำร้อนอย่างมีชั้นเชิง "ทำเล่น ๆ ไปอย่างนั้นเองค่ะ"

"ไฟไหม้หรือเปล่า"

"...ไม่ค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้นเธอก็เก่งจริง"

"..." ถ้าชมคนไม่เป็นก็ไม่ต้องชมก็ได้นะ

ตลอดหลายชั่วโมงที่รอเขา ซูหว่านก็ไม่ได้แค่นั่งอยู่เฉย ๆ

เธอเห็นมีผักสดอยู่ในตู้เย็น เลยลองหัดทำอาหาร ผลคือล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังทำให้ห้องครัววุ่นวายเกือบจะเกิดไฟไหม้จริง ๆ

หลังจากตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเองอย่างชัดเจน เธอก็หยุดท้าทายทันทีแล้วรีบความสะอาด "ที่เกิดเหตุ" เช็ดล้างให้แห้ง พร้อมทั้งเปิดหน้าต่างระบายกลิ่น

เธอคิดว่าจัดการที่เกิดเหตุได้อย่างไร้ที่ติแล้ว แต่ต่อคำนวณทุกอย่างแล้ว ก็ยังลืมทิ้งขยะไปเสียสนิท

เมิ่งไหวจินไม่ได้ถือสาเธอจริง ๆ หรอก เขาเปิดกล่องอาหาร แล้วหยิบซาลาเปานึ่งร้อน ๆ หนึ่งเข่งพร้อมซุปออกมา แล้วเคาะโต๊ะอาหารเบา ๆ

สำหรับเรื่องการกินอาหาร ในช่วงหลายวันที่อยู่โรงพยาบาล พวกเขาก็ได้สร้างความเข้าใจตรงกันแล้ว

ถ้าพูดให้ถูกก็คือ เป็นกฎที่เมิ่งไหวจินกำหนดขึ้นมาฝ่ายเดียว

เขาจะไม่บังคับให้เธอกินเนื้อสัตว์ แต่ต้องเชื่อฟังที่เขาจัดเตรียม กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อประโยชน์ต่อการฟื้นตัว เลือกกินไม่ได้ และไม่อนุญาตให้โต้แย้งด้วย

ซูหว่านเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง ดื่มน้ำซุปก่อน ผักฝูหรงหอมสดชื่นและรสชาติดี จากนั้นก็กัดซาลาเปาคำหนึ่ง แล้วกินอย่างเงียบ ๆ เป็นซาลาเปาไส้ครีมคัสตาร์ดนุ่ม เปลือกบางหอมอร่อย หวานและลายในปาก มันอร่อยเกินไปแล้ว

"ซูหว่าน"

เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะกินเสร็จ เมิ่งไหวจินก็เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบทุ้มและราบเรียบ

เธอเหลือบตาขึ้นมอง คนคนนั้นปลดเนคไทออกแล้ว กำลังนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนโซฟาข้างระเบียง มือหนีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไว้

"คะ?" เธอขานรับ

อีกฝ่ายยังนั่งในท่าเดิม "เธอมาเป่ยเฉิงเกือบเดือนแล้วใช่ไหม ฉันเหมือนจะยังไม่เคยคุยกับเธอดี ๆ เลย"

เริ่มพูดเปิดแบบนี้ มักจะเป็นการสนทนาของครูประจำชั้น

ซูหว่านนั่งตัวตรงโดยไม่รู้ตัว ทำท่าทางเหมือนนักเรียนที่ว่านอนสอนง่าย

"เรื่องของพ่อแม่เธอ ไม่อาจโต้แย้งได้ ทำผิดก็ต้องยืดอกรับโทษ เธอคือผู้รอดชีวิต และเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าเธอจะยอมรับได้หรือเปล่า ก็ต้องรีบก้าวออกมาจากมันให้เร็วที่สุด เข้าใจไหม"

เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเขาใช้โทนเสียงของผู้ใหญ่ พูดยืดยาวกับเธออย่างไม่เร่งรีบ เธอตกตะลึงไปนาน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องพยักหน้า

ที่จริงแล้ว เธอเข้าใจมาตลอดว่าคนเราไม่สามารถจมดิ่งอยู่ในความเศร้าได้ตลอดไป

เมิ่งไหวจินพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ก่อนเกิดเรื่อง แม่ของเธอโทรหาฉัน เพื่อฝากฝังเธอไว้กับฉัน ตอนนั้นฉันปฏิเสธ"

ซูหว่านมองเขา แล้วก็หลุบตาลงอีก "เข้าใจได้ค่ะ ฉันเป็นตัวปัญหา ทุกคนควรอยู่ให้ห่างจากฉันหน่อย"

แน่นอนว่าไม่ใช่เหตุผลนี้อยู่แล้ว เมิ่งไหวจินชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนพูดว่า "ถ้าเธอเป็นเด็กผู้ชาย ฉันสามารถโยนเธอเข้าไปในกองทัพได้ แต่เธอเป็นผู้หญิง"

"ผู้หญิงแล้วยังไงคะ ผู้หญิงเข้ากองทัพไม่ได้เหรอ ถ้าคุณอยากส่งฉันเข้าไปจริง ๆ ฉันก็..."

"ขนาดผ้าที่หยาบนิดเดียวก็ทำให้ผิวเธอแพ้ได้แล้ว ชุดลายพรางที่แข็งกว่านี้ เธอคงเป็นแผลพุพองที่ผิวหนังแน่"

“...”

เมิ่งไหวจินมองเธอ "ฉันหมายความว่า ฉันดูแลผู้หญิงไม่เป็น ข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่าดูแลได้ไม่ดี"

ซูหว่านสงสัยหนักมาก ว่าเป็นเพราะเขาดื่มเหล้าหรือเปล่า ถึงได้ทบทวนตัวเอง

ไม่อย่างนั้น! เธอคงไม่มีโอกาสได้ยินคำพูดที่อ่อนโยนจากเขาตลอดชีวิตนี้แน่

แต่พูดตามตรง เขาแค่เย็นชาไปหน่อย พูดจาแรงไปหน่อย แต่โดยรวมแล้ว...

"คุณก็ยังมีจุดที่ควรค่าแก่การยกย่องอยู่บ้างนะคะ"

ซูหว่านกระซิบกระซาบเสียงอู้อี้เพราะกลัวเขาได้ยิน เธออาศัยจังหวะที่เขาเมาลองถามว่า "สรุปแล้ว คุณน้าตั้งใจจะย้ายกลับมาอยู่ด้วยแล้วใช่ไหมคะ"

เมิ่งไหวจินชำเลืองเธออย่างเฉยชา ใช้ฝ่ามือบังลมจุดไฟแช็ก ตอนที่กำลังจะจุดบุหรี่ที่มุมปาก เขาก็ปิดฝาไฟแช็กกะทันหัน แล้วตอบไม่ตรงคำถามว่า

"ปกติผลการเรียนเป็นยังไงบ้าง"

"...ก็พอใช้ได้ค่ะ"

"ที่หนานเฉิงนั่น มีเพื่อนไหม"

พอพูดถึงเรื่องนี้ ซูหว่านก็เงียบไป

เดิมทีมีเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กสองคน แต่ตั้งแต่ที่บ้านเธอเกิดเรื่อง พ่อแม่ของอีกฝ่ายก็ตัดความสัมพันธ์เพื่อปกป้องตัวเอง จึงไม่ยอมให้พวกเขาไปมาหาสู่กันอีก

ซูหว่านก้มหน้าลงกอดแมว น้ำตาหยดลงบนหลังแมวสองสามหยด

"ไม่เห็นน่าร้องไห้เลย" แม้จะเป็นการปลอบโยน แต่น้ำเสียงของเมิ่งไหวจินก็ยังคงแข็งกระด้างและเย็นชา

เขาเป็นผู้นำจอมเผด็จการที่เถรตรง เป็นคนหน้าโป๊กเกอร์เย็นชาไร้อารมณ์ จะไปเข้าใจมิตรภาพอันแนบแน่นของสาววัยรุ่นได้อย่างไร

เมื่อนึกถึงมิตรภาพที่ยาวนานกว่าสิบปี ซูหว่านก็ยิ่งเศร้า

เมิ่งไหวจินขมวดคิ้วคมเข้ม ในที่สุดเขาก็จุดบุหรี่มวนนั้นอย่างไม่สนใจมารยาท สูบไปเฮือกหนึ่ง แล้วหรี่ตาถามว่า "เศร้าขนาดนี้ เขาเป็นแฟนหนุ่มเหรอ"
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 30

    บนปลายจมูกขาวหมดจดของเด็กสาวมีเม็ดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ราวกับไข่มุกเม็ดงามที่ประดับอยู่ด้านบน ทุกเม็ดช่างดูใสกระจ่างตาเธอจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้า เขาเหมือนถือดาบเพชฌฆาตอยู่ในมือและพร้อมจะผลักเธอลงขุมนรกได้ทุกเมื่อ ลึก ๆ ในใจเธอยังคงหวาดกลัว แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือความเสียใจ“คุณเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉัน คุณแต่งกับใคร คนนั้นก็คือน้าสะใภ้ของฉันในอนาคต หรือว่า...ฉันไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้เลยเหรอ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคุณมาเกือบปี หลงนึกว่าฉันพอจะมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้บ้าง ไม่นึกเลยว่า...ฉันจะไม่มีสิทธิ์นั้น” ซูหว่านจ้องตอบโดยไม่หลบตา แววตาเต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์กลายเป็นว่าผู้ที่ถูกตัดสินความผิดกลับกลายเป็นเขา เมิ่งไหวจินรู้สึกเหมือนถูกแววตาที่น่าสงสารและใสซื่อนั้นลวกจนร้อน เขาได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ในด้านความช่างพูดช่างจาของเธออีกครั้งแต่สิ่งที่เธอพูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล สิทธิ์ในการรับรู้...เธอย่อมมีหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเมิ่งไหวจินก็พูดอย่างใจเย็นว่า “วันนี้เดิมทีตั้งใจจะคุยกัน”ส่วนทำไมหลังจากนั้นถึงไม่ได้คุย ชายหนุ่มมองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะวกกลับเข้าเรื่อง “ท

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 29

    การกระทำนี้ดึงดูดสายตาแปลก ๆ ได้ไม่น้อย ทุกคนต่างมองว่าเธอเป็นพวกประหลาดซูหว่านไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองหรือการคาดเดาเหล่านั้น หลังจากทำข้อสอบเสร็จเธอรู้สึกง่วงจึงฟุบลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ เตรียมจะงีบหลับสักตื่น แต่ความจริงแล้วเธอหลับไม่ลงเลยสักนิดลึก ๆ ในใจ เธอรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องมาแน่ ส่วนจะมาในรูปแบบไหนนั้น เธอเองก็ไม่รู้แต่เพียงไม่นานเธอก็ได้รู้เมื่อเสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นสองครั้งใกล้กับใบหู ความรู้สึกที่คุ้นเคยและกลิ่นกายที่แสนคุ้นของเขา ดูเหมือนจะทำให้ทั้งร้านอินเทอร์เน็ตสะอาดขึ้นมาทันทีแม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่หัวใจของเด็กสาวก็เต้นระทึกโดยไม่รู้ตัว มันกระโดดโลดเต้นอยู่ในอก ทั้งเฝ้าคอยทั้งลนลาน ทั้งประหม่าและหลงใหล หรือแม้กระทั่ง... มีความตื่นเต้นที่ระงับได้ยากนี่คือความรู้สึกของการถูกใส่ใจวินาทีนี้ ซูหว่านรู้ดีว่าตัวเองได้ตกลงสู่เหวลึกจนกู้อะไรคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว“ซูหว่าน” เสียงของชายหนุ่มแม้จะราบเรียบ แต่กลับแฝงความหมายที่ต่างจากเมื่อก่อนมันคือความโกรธเด็กสาวเงยหน้าขึ้น หันไปสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบ่อน้ำร้างของเมิ่งไหวจิน สุดท้ายเธอก็ยังคงหวาดกลัว

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 28

    เมิ่งชวนรู้ความเหมาะสม ภาพคนที่เขาถ่ายติดมาจึงเห็นเพียงแวบเดียวเท่านั้นแต่หลังจากซูหว่านเปิดดูและฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็สามารถนำภาพที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาเชื่อมโยงกับบทสนทนาที่ปนอยู่ในเสียงรบกวนได้สำเร็จชายหนุ่มถือแก้วเหล้าด้วยมือข้างเดียว สวมชุดสูทเต็มยศ ดูสง่างามโดดเด่นสะดุดตา โดยมีเจี่ยงเจี๋ยในชุดราตรีสุดประณีตยืนอยู่เคียงข้างดูเหมือนทุกคนจะยอมรับโดยปริยายแล้วว่าเขาคือว่าที่ลูกเขยตระกูลเจี่ยง หลายคนพากันเข้าไปขอชนแก้ว พลางกล่าวคำสรรเสริญเยินยอไม่ขาดปาก ว่าทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สร้าง บอกว่าจะรอไปงานแต่งงาน หรือไม่ก็ถามเรื่องเรือนหอว่าจะซื้อที่ไหน...ด้วยฐานะอย่างเมิ่งไหวจิน งานเลี้ยงทางสังคมแบบนี้เขามักจะมีแทบทุกสามวันห้าวัน ซูหว่านเองก็เคยติดตามเขาไปร่วมงานมาแล้วหลายครั้งปกติเขาจะรับมือได้อย่างคล่องแคล่วเสมอ วางตัวสูงส่ง และจัดการได้ดีไม่ว่าเรื่องบู๊เรื่องบุ๋นเมื่อก่อนซูหว่านมองเขาเหมือนมองเทพเจ้าผู้สูงส่ง แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกระคายตาเหลือเกิน เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ใช่เธอ…...งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของตระกูลเจี่ยงจัดอย่างเรียบง่าย ไม่ได้เชิญคนเยอะ แต่ทุกคนที่

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 27

    “ดูเหมือนเธอจะสนใจเรื่อง ‘ความชอบ’ เป็นพิเศษนะ”ซูหว่านเม้มปากเงียบเมิ่งไหวจินหลุบตาลงจ้องมองเธอตรง ๆ “รู้แล้วใช่ไหมว่า ‘ความชอบ’ มันเป็นความรู้สึกแบบไหน”“...”หัวใจของซูหว่านที่เพิ่งจะสงบลงกลับดีดตัวขึ้นมาอีกครั้งเหมือนลูกแก้วที่ตกพื้น เธอค่อย ๆ ส่ายหน้าภายใต้การจ้องของดวงตาที่คมดุจใบมีด “ไม่รู้ค่ะ”“รักษาตัวให้ดี” เมิ่งไหวจินพูดด้วยท่าทีจริงจังมาก “ไข้ขึ้นตั้งแต่กลางดึก ทำไมไม่เรียกฉัน”เรียกแล้วยังไงล่ะ ต่อให้ส่งเธอมาโรงพยาบาลแล้ว สุดท้ายคุณก็ต้องกลับไปปรึกษาเรื่องวันหมั้นอยู่ดีเด็กสาวหลุบตาลงพลางกล่าวว่า “คุณมีธุระสำคัญต้องทำไม่ใช่เหรอ ฉันแค่กลัวว่าจะไปทำลายวาสนารักที่สวยงามคุณ”ชายหนุ่มส่งเสียง ‘อ้อ’ ในลำคอ “แล้วตอนนี้ไม่ทำลายหรือไง?”“...” ซูหว่านเงียบกริบทันทีเมิ่งไหวจินไม่เซ้าซี้ต่อ แต่กลับก็จงใจเลิกสนทนาเรื่องที่เกี่ยวกับเจี่ยงเจี๋ยกับเธอ คงเพราะเขาคิดว่านั่นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมาคุยกับเด็กนักเรียนอย่างเธอเรื่องพวกนี้ซูหว่านรู้ดี และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโลกของเขา ดูเหมือนจะอยู่ไกลจากเธอเหลือเกิน…...บ่ายวันนั้น

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 26

    เด็กสาวดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด ดวงตาใสซื่อจ้องเขม็ง ในดวงตาสะท้อนภาพพลุหลากสีสันนอกหน้าต่างจนเป็นประกายวาววับผิดปกติ เธอยังเรียกชื่อเขาออกมาคำหนึ่งด้วยเมิ่งไหวจินละสายตาไปทางอื่น น้ำเสียงเย็นชาบาดลึก “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเป่าผมให้แห้งซะ”“ค่ะ จะไปเป่าเดี๋ยวนี้ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มออกมาดูใสซื่อไร้พิษสงชายหนุ่มหยิบซองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “เงินแต๊ะเอียที่เธอเฝ้าคิดถึงนักหนาไง”ขนตาของซูหว่านสั่นไหวเล็กน้อย เธอกุมซองแดงไว้แล้วยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม “ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้ปีใหม่นี้การราบรื่น สมปรารถนาทุกเรื่อง แล้วก็...ได้ครอบครองสาวงามนะคะ”ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ เธอจ้องมองเขาไม่วางตาดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเมิ่งไหวจินหรี่ลงเล็กน้อย ดูล้ำลึกยากจะหยั่งถึง เขามองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง “เป่าผมให้แห้ง อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สอง”…...วันต่อมา คุณนายเมิ่งก็นัดคุณนายเจี่ยงมาที่บ้านตามคาด เจี่ยงเจี๋ยก็มาด้วยเช่นกันกันทั้งบ้านตระกูลเมิ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรรษา เมิ่งไหวจินถูกบรรดาอาสะใภ้รุมล้อมให้ไปที่โต๊ะไพ่ โดยม

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 25

    ชั่วขณะนั้นซูหว่านไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกในใจได้เลยเธอรู้สึกเหมือนมีความขมขื่นรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ ขมขื่นจนเธอแทบจะอาเจียนออกมาหัวใจที่แทบจะหลุดออกมาตรงระเบียงชั้นสองเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หัวใจที่เคยเต้นรัวเหมือนมีกวางน้อยวิ่งชนตรงโต๊ะอาหารเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ตอนนี้กลับดิ่งวูบกระแทกหน้าอกอย่างแรง มันหนักอึ้งและอึดอัดจนเธอแทบจะหายใจไม่ออกพวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นตกลงเรื่องแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมจู่ ๆ ถึงข้ามไปคุยเรื่องหมั้นหมายกันเลยล่ะ วินาทีนั้น ซูหว่านถึงเพิ่งตระหนักได้ถึงปัญหาที่ร้ายแรงมากอย่างหนึ่ง เธอไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องมงคลเลยสักนิดเธอจะไม่ขออวยพรให้พวกเขาและไม่อยากจะอวยพรด้วยหลังมื้ออาหาร พวกลูกหลานพากันไปจุดพลุเล่นที่สวนหย่อม ซูหว่านพิงเชือกชิงช้าพลางเหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมายบรรยากาศปีใหม่ที่แสนคึกคัก เสียงโห่ร้องยินดี แสงพลุที่วูบวาบสว่างไสว ดูสวยงามจับตา แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย แววตาที่หม่นแสงลงดูราวกับวันสิ้นโลก“มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้ล่ะ” เมิ่งชวนช่วยผลักชิงช้าให้เธอเบา ๆ พลางยัดซองแด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status