Share

บทที่ 6

Auteur: ไฟถนนอ่านใจฉัน
ตอนค่ำ เมิ่งไหวจินมีนัดพบปะสังสรรค์ดื่มชา

เขาไม่ได้ตั้งใจเลี่ยงที่จะรับโทรศัพท์ต่อหน้าซูหว่าน เธอจึงได้ยิน

พอเห็นชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมาจากห้องนอน ซูหว่านก็ลุกขึ้นจากโซฟาในทันที เอ่ยความคิดของตนเองด้วยสายตาที่มีความหวัง “คือว่า... ฉันไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว ขอตามคุณไปด้วยได้ไหม คุณก็คุยงานของคุณไป แค่แบ่งมุมเล็ก ๆ ให้ฉันอยู่ก็พอค่ะ”

เมิ่งไหวจินพาดเสื้อสูทไว้ที่แขน เหล่ตามองเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบ

นี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการตัดสินใจไปแล้วต่างหาก

เพราะว่าเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เป็นชุดเดรสยาวสีขาวที่เรียบง่ายแต่ประณีต ถักเปียปัดไปด้านหนึ่ง ประดับด้วยเครื่องประดับดอกไม้สีเหลืองเล็กๆ ที่ปลายผม และสะพายกระเป๋าใบเล็กที่แทบจะใส่โทรศัพท์มือถือไม่ได้

“ตามไปทำไม จะไปดื่มแทนฉันหรือไง” ชายหนุ่มก้าวเท้าไปทางประตูด้วยจังหวะที่ไม่ช้าไม่เร็ว

ซูหว่านไม่สามารถตีความได้ว่าเขาตกลงหรือปฏิเสธ ลึก ๆ เธอจึงไม่มั่นใจ แต่ก็ยังคงเดินตามหลังเขาไปอย่างเงียบ ๆ

คนที่ขับรถคือทหารคนสนิทที่เคยไปรับเธอที่หนานเฉิง เมื่อเห็นเธอลงมาก็โบกมือทักทาย “สวัสดีครับคุณหนูซู”

ซูหว่านยืนห่างจากประตูรถประมาณสองก้าว แล้วพูดกับทหารคนสนิทพร้อมรอยยิ้ม “เรียกฉันว่าซูหว่านเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”

เห็นเมิ่งไหวจินขึ้นรถไปแล้ว เมื่อยังไม่ได้รับอนุญาต เธอก็ไม่อาจหน้าด้านขึ้นตามไปได้ จึงทำได้แค่ยืนอยู่ที่เดิมเพื่อรอคำสั่ง

รถเก๋งสีดำยังไม่ได้สตาร์ทเครื่อง ผ่านไปประมาณครึ่งนาที สายตาของเมิ่งไหวจินก็มองผ่านแสงสลัวมาที่เธอ แล้วเคาะกระจกเบา ๆ

นี่ดูเหมือนจะเป็นความรู้ใจกันระหว่างพวกเขา นับว่าเป็นการอนุญาต ซูหว่าน

รีบขึ้นไปนั่ง ปิดประตูรถแล้วหันศีรษะมากล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

ยามที่เด็กสาวยิ้มขึ้นมา ไฝที่หางตาของเธอก็ดูแดงยิ่งขึ้น แก้มข้างหนึ่งมีรอยบุ๋มเล็กน้อย รูปลักษณ์ที่น่ารักของเธอนั้นดูบริสุทธิ์และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร

กลายเป็นหางเล็ก ๆ ที่สลัดไม่หลุดไปเสียแล้ว

เมิ่งไหวจินละสายตาไป ก่อนกำชับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ห้ามเพ่นพ่านไปทั่วเด็ดขาด”

“...ค่ะ”

ทหารคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหน้าค่อนข้างแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงของเธอ เด็กสาวคนนี้แตกต่างจากตอนที่พวกเขาไปรับเธอที่หนานเฉิงราวกับเป็นคนละคน

เมื่อเธอนั่งอยู่ตรงนั้นในตอนนี้ เทียบกับเจ้านายที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกของเขา เธอเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ดวงน้อยที่เปล่งประกายและให้ความอบอุ่น

......

ห้องชาตั้งอยู่ในบ้านเก่าแกที่มีสนามหญ้าซึ่งตั้งอยู่ตรงวงแหวนที่หนึ่ง

ไม่รู้ว่าเป็นคฤหาสน์ของท่านอ๋องในสมัยโบราณคนไหน บันไดเป็นหินอ่อนเก่าแก่ทั้งหมด แม้แต่ประตูบานคู่สีแดงและสิงโตหินข้าง ๆ ก็เป็นของเก่าที่ผ่านพ้นมรสุมมานับร้อยปี

เมิ่งไหวจินยังไม่ทันลงจากรถ ก็มีคนนับสิบยืนรอต้อนรับอยู่หน้าประตู มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง พวกเขามีท่าทีนอบน้อม

คนเหล่านั้นส่วนใหญ่อายุมากกว่าเขา ดูจากเครื่องแต่งกายแล้ว ล้วนเป็นบุคคลผู้มีอำนาจและอิทธิพลในเป่ยเฉิง

ซูหว่านยังเห็นร่างที่คุ้นตาอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้นด้วย เป็นสาวสวยที่เจอที่ห้างสรรพสินค้าในตอนกลางวัน ตอนนี้เธอสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างดี สวมรองเท้าส้นสูงแบบเข็ม มีสง่าราศีโดดเด่น

พอก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว เมิ่งไหวจินเหลียวกลับมามองซูหว่านเพื่อสื่อว่าให้ตามมาให้ทัน

ซูหว่านเก็บสายตากลับมา เหยียบตามรอยเงาของเขาโดยไม่ยอมห่างออกไปแม้แต่ก้าวเดียว

ทหารคนสนิทที่ติดตามมาด้วยยังกังวลว่าเด็กสาวคนนี้จะประหม่า แต่ดูเหมือนตัวเองจะคิดมากไป

ในช่วงที่ตระกูลซูรุ่งเรืองที่สุดในหนานเฉิง ก็ไม่ต่างจากเมิ่งไหวจินในตอนนี้ เธอได้เรียนรู้จากประสบการณ์มาตั้งแต่เด็ก ย่อมเคยออกงานใหญ่มาแล้วทุกรูปแบบ

......

ห้องชาตั้งอยู่บนชั้นสอง สภาพแวดล้อมเงียบสงบและสง่างาม การตกแต่งภายในเรียบง่ายแต่ผ่านการคิดมาอย่างดี ซูหว่านไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดทาง แต่กลับดึงดูดสายตามากมายโดยไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นสายตาอยากรู้อยากเห็น สายตาประหลาดใจ หรือสายตาที่สืบเสาะ

“คุณเมิ่ง คุณผู้หญิงคนนี้คือใครครับ” ในที่สุดก็มีคนอดใจไม่ไหวถามเมิ่งไหวจินคิดไปเองว่าระยะนี้ท่านผู้นี้คงจะชอบสไตล์นักศึกษาสาวใสบริสุทธิ์ และกำลังคิดว่าจะหามาให้เขาบ้างในวันหน้า

เมิ่งไหวจินชี้ให้ซูหว่านนั่งที่นั่งริมหน้าต่าง ตรงนั้นมีโต๊ะและเก้าอี้หนึ่งชุด จากนั้นก็เอ่ยเสียงต่ำสั่งบริกรให้ยกขนมเบา ๆ มาให้เธอ ก่อนจะตอบกลับไปอย่างใจเย็น “เป็นญาติผู้น้องในบ้านครับ ผอ.กู้มีอะไรหรือเปล่าครับ”

คนผู้นั้นถึงกับสะอึก แล้วหัวเราะกลบเกลื่อนอย่างอับอาย “อ้าว ที่แท้ก็เป็นคนในครอบครัว เข้าใจผิดไปแล้ว ขออภัยจริง ๆ ครับ”

ซูหว่านไม่รู้สึกแปลกแยกกับฉากแบบนี้เลย ในอดีตเธอก็เคยไปร่วมงานกับพ่อเป็นครั้งคราว แต่ตอนนั้นพวกเขาคุยอะไรกัน พ่อมักจะไม่ยอมให้เธอฟัง

คืนนี้ในวงสังสรรค์นี้ เนื้อหาที่พวกเขาพูดคุยกันดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากเรื่องว่าใครจะได้ขึ้นตำแหน่ง ใครจะลงจากตำแหน่ง ตำแหน่งไหนที่ว่างอยู่ และใครน่าจะได้ไปแทนที่ ซูหว่านไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เลย

เมิ่งไหวจินไม่ได้ดื่มเหล้า ถึงแม้จะดื่มก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เธอรับหน้าแทน เขาแค่ชอบขู่เธอ

ในขณะที่คนอื่นดื่มชา เธอกลับไม่ได้รับชา เมิ่งไหวจินสั่งให้บริกรนำเครื่องดื่มร้อนและขนมที่ทำอย่างพิถีพิถันมาให้เธอหนึ่งจาน

เธอชิมไปชิ้นหนึ่ง รู้สึกว่ารสชาติดี จึงกินเพิ่มไปอีกสองสามชิ้น บางครั้งเธอก็เงี่ยหูฟังว่าพวกเขาคุยไปถึงไหนแล้ว ก็พบว่าหัวข้อสนทนาในงานนี้ดูเหมือนจะไม่เคยหลีกเลี่ยงคุณน้าคนนี้ของเธอเลย ไม่ว่าจะยกย่องเยินยอ หรือขอให้เขาจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้

ชายหนุ่มฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้รับปากโดยตรงแต่ก็ไม่ปฏิเสธทันที ตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่คลุมเครือเพียงไม่กี่คำเหมือนรำมวยไทเก๊ก เท่านี้จัดการสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

เห็นได้ชัดว่างานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ ผู้คนจำนวนมากที่เข้าร่วมงานแบบนี้โดยพื้นฐานแล้วจะถูกแต้มสีติดตัว ถอนตัวได้ยากแล้ว

แต่เขาแตกต่างออกไป ออร่าที่หนักแน่นเฉียบคมและน่าเกรงขามแม้ไม่ได้แสดงความโกรธนั้น ทำให้คนต้องหลีกทางให้ถึงสามก้าว แม้แต่คำพูดสั้น ๆ ที่เขาเอ่ยออกมา ก็ทำให้ผู้คนต้องคิดตามจนเหงื่อแตกพลั่ก

เขาอยู่ที่ไหน ที่นั่นก็คือสนามของเขา ไม่มีใครสามารถนำจังหวะการสนทนาของเขาได้ เขามีความสามารถทั้งด้านวิชาการและการใช้กำลัง

ขณะที่สังเกตสิ่งเหล่านี้ ซูหว่านที่นั่งเฉย ๆ มาครึ่งชั่วโมงไม่ได้สัปหงก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่านั้น เธอก็เริ่มทนไม่ไหว เปลือกตาเริ่มจะปิดเข้าหากัน ในที่สุดก็ทำได้เพียงหันไปมองนอกหน้าต่าง

จากมุมมองของเธอ เธอสามารถเห็นแสงไฟระยิบระยับในตลาดที่อยู่ไม่ไกล บนลานกว้างมีกิจกรรม ตรงกลางมีคนแต่งตัวเป็นตัวตลกกำลังแสดง ดูน่าสนใจมาก

“อยากไปเหรอ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ ข้างหู เสียงเบากว่าปกติเล็กน้อย

เมื่อกี้เขาเพิ่งจะคุยกับคนอื่นอยู่ ไม่รู้ว่าความใส่ใจส่วนไหนที่ทำให้เขาสังเกตเห็นเธอ เธอหันกลับมาสบกับดวงตาที่มืดดำล้ำลึกของเขาแล้วพยักหน้า

ชายหนุ่มประเมินระยะห่างระหว่างที่นั่นกับโรงน้ำชา ก่อนตอบตกลง “คอยเปิดโทรศัพท์ไว้นะ”

“แน่นอนค่ะ” ซูหว่านตาเป็นประกาย

......

“ไหวจิน นี่คือญาติฝั่งไหนของนาย เป็นคนจากตระกูลเมิ่งหรือเปล่า” หลังจากซูหว่านออกไป เจี่ยงเจี๋ยก็ถาม

ในสายตาของเมิ่งไหวจินเด็กสาวลงจากบันไดแล้วมุ่งตรงไปยังลานกว้างที่คึกคัก เมิ่งไหวจินเขาตอบเสียงเรียบ “ไม่ใช่”

เจี่ยงเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็เข้าใจ “เธอคือ...ลูกสาวของเมิ่งเสียน พี่สาวคนโตของนายใช่ไหม”

“อืม”

เนื่องจากอยู่ในระบบเดียวกัน เรื่องราวของคฤหาสน์ตระกูลซู แม้จะอยู่ไกลถึงเป่ยเฉิง แต่คนที่ควรจะรู้ก็รู้กันหมดแล้ว เจี่ยงเจี๋ยจึงไม่ถามต่อ

เป็นกิจกรรมของห้างสรรพสินค้าจริง ๆ ด้วย ขอแค่ได้รับเลือกจากตัวตลกและเต้นรำกับเขาหนึ่งเพลง ก็จะได้รับตุ๊กตาตัวอ้วนที่สูงเท่าคนฟรี

ไม่ได้ยืนอยู่ในฝูงชนที่ส่งเสียงดังมานานแค่ไหนแล้ว? ซูหว่านแทบจะจำไม่ได้

ดูเหมือนว่าตั้งแต่วันที่ครอบครัวเริ่มมีเค้าลางของ “หายนะกำลังจะมาเยือน” นอกจากการไปโรงเรียน แม่ก็ไม่เคยอนุญาตให้เธอออกไปข้างนอกอีกเลย จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้ว

รอบข้างมีเสียงเพลงที่รื่นเริง ผู้คนเดินผ่านไปมา มีเพียงเธอคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางความคึกคัก แต่กลับเผยให้เห็นความโดดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด

ทันใดนั้น ตัวตลกที่วาดหน้าเป็นลวดลายก็ยื่นมือไปข้างหน้าซูหว่าน “พี่สาวครับ ขอเชิญเต้นรำสักเพลงได้ไหมครับ เต้นจบแล้วสามารถรับตุ๊กตาฟรีได้เลยนะ”

ซูหว่านตกใจเล็กน้อย เธอยิ้มพลางส่ายหน้า

“เต้นไม่เป็นเหรอครับ”

แน่นอนว่าเธอเต้นเป็น เพียงแต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร แต่เธอก็อยากได้ตุ๊กตาตัวใหญ่ตัวนั้นมาก

“เต้นสักเพลงเถอะครับ ตอนคุณเต้นรำจะต้องดูดีมากแน่ ๆ” ตัวตลกยังคงเชิญชวนต่อไป ผู้คนรอบข้างก็เริ่มปรบมือเชียร์

ปฏิเสธความปรารถนาดีลำบาก ซูหว่านลังเลอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็วางมือลงบนปลายนิ้วของตัวตลกอย่างแผ่วเบา

ดนตรีเริ่มขึ้น ซูหว่านนับจังหวะ และไม่นานก็คิดท่าเต้นชุดใหม่ขึ้นมาตามจังหวะ

ชายชุดดำหลายคนที่เมิ่งไหวจินส่งมาคุ้มกันเธอเกือบจะรีบเข้าไปเมื่อตัวตลกเข้ามาใกล้ แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าเด็กสาวกำลังเต้นรำอยู่กลางฝูงชน จึงถอยกลับไปอย่างเงียบ ๆ

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอาจคิดไม่ถึง ว่าคนเดินถนนที่ถูกสุ่มเลือกมาอย่างสวยงามคนนี้ จะมีพื้นฐานการเต้นรำระดับราชา

ซูหว่านเต้นรำจีนโบราณ ร่างกายทั้งหมดอ่อนช้อยราวกับกิ่งหลิว ขึ้นและลงราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ งดงามราวปุยฝ้ายในสายลม อ่อนช้อยเหมือนดอกพุดตานในน้ำ

การเต้นรำเป็นเหมือนความทรงจำที่สลักอยู่ในกระดูกและสายเลือดของเธอ ขอเพียงมีเพลงหนึ่งเพลง เธอก็สามารถดื่มด่ำกับมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลืมไปว่าตัวเองอยู่ที่ไหน รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงเพลงอย่างแท้จริง

แสงไฟ ค่ำคืนที่มืดมิดครึ่งเดียว ผู้คนรอบข้างที่เฝ้าดู โลกที่วุ่นวาย ใบหน้าของสาวน้อยที่โดดเด่นและแฝงไว้ความเยาว์วัย ท่าเต้นที่พลิ้วไหว ได้รวมกันเป็นภาพที่กลมกลืนที่สุดภายในรัศมีร้อยเมตร

เมื่อเต้นรำจบเพลง ซูหว่านยกแขนไพล่หลังข้างหนึ่ง งอเข่าด้านหน้าเล็กน้อย และโค้งคำนับต่อทุกคนอย่างสง่างามเพื่อปิดฉาก

เสียงปรบมือดังกึกก้องในทันที

เด็กสาวไม่ประหม่าเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าจะเคยชินกับการโห่ร้องและคำชื่นชมแบบนี้มานานแล้ว

เธอทอดสายตาไปยังฝูงชน เหมือนกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่าง สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่ก็ไม่สามารถหาคนใกล้ชิดที่เคยดูเธอเต้นมานับครั้งไม่ถ้วนเจอ ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังอย่างถึงที่สุด

ตอนนี้เอง พิธีกรที่แต่งกายเป็นตัวตลกก็ประกาศด้วยความตื่นเต้นผ่านไมโครโฟนว่า เธอคือผู้เล่นเอ็มวีพีของค่ำคืนนี้! สุดท้ายก็มอบตุ๊กตาตัวใหญ่ให้เธอด้วยมือทั้งสองข้าง

ซูหว่านรับตุ๊กตามาพลางยิ้มตาหยี เธอกล่าวขอบคุณแล้วเงยหน้ามองฟ้า คิดในใจว่า นับจากวันนี้ไป ฉันจะใช้ชีวิตให้ดี...อยู่กับเขา

......

เมื่อปรับอารมณ์ตัวเองเสร็จ ซูหว่านถึงได้เหลือบตาขึ้น ก่อนจมดิ่งลงในดวงตาที่ลึกล้ำราวกับเหยี่ยวที่มองไม่เห็นก้นบึ้งของเมิ่งไหวจินอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เธอไม่รู้ว่าเมิ่งไหวจินมาถึงตั้งแต่เมื่อไร และไม่รู้ว่าเขาเห็นเธอเต้นรำหรือไม่

เอาเป็นว่ารถเก๋งสีดำจอดอยู่ข้างถนน ส่วนเขาก็พิงด้านหลังกับตัวรถ ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ สูทสีดำ ยืนไขว้ขาพร้อมกุมมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋า กัดบุหรี่ที่จุดแล้วไว้ในปาก มองมาทางเธอด้วยสายตาเรียบเฉย

ซูหว่านเรียกเขาหนึ่งครั้ง เธอลากทั้งกอดตุ๊กตาตัวใหญ่ไปที่รถอย่างยากลำบาก ยิ้มตาหยีโอ้อวด “ดูสิคะ ฉันชนะรางวัลใหญ่ขนาดนี้เลยนะ!”

เมิ่งไหวจินไม่ได้เปิดโปงว่าเธอกำลังแสร้งมีความและปล่อยวาง เขาโยนก้นบุหรี่ที่ดับแล้วลงในถังขยะ และพูดอย่างไม่มีอารมณ์ว่า “เห็นแล้ว”

“แต่มันใหญ่ไปหน่อย รถจะใส่ได้ไหมคะ”

“ใส่ไม่ได้หรอก จะให้ฉันหาเครื่องบินให้เธอสักลำดีไหม”

“...”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 30

    บนปลายจมูกขาวหมดจดของเด็กสาวมีเม็ดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ราวกับไข่มุกเม็ดงามที่ประดับอยู่ด้านบน ทุกเม็ดช่างดูใสกระจ่างตาเธอจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้า เขาเหมือนถือดาบเพชฌฆาตอยู่ในมือและพร้อมจะผลักเธอลงขุมนรกได้ทุกเมื่อ ลึก ๆ ในใจเธอยังคงหวาดกลัว แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือความเสียใจ“คุณเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉัน คุณแต่งกับใคร คนนั้นก็คือน้าสะใภ้ของฉันในอนาคต หรือว่า...ฉันไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้เลยเหรอ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคุณมาเกือบปี หลงนึกว่าฉันพอจะมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้บ้าง ไม่นึกเลยว่า...ฉันจะไม่มีสิทธิ์นั้น” ซูหว่านจ้องตอบโดยไม่หลบตา แววตาเต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์กลายเป็นว่าผู้ที่ถูกตัดสินความผิดกลับกลายเป็นเขา เมิ่งไหวจินรู้สึกเหมือนถูกแววตาที่น่าสงสารและใสซื่อนั้นลวกจนร้อน เขาได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ในด้านความช่างพูดช่างจาของเธออีกครั้งแต่สิ่งที่เธอพูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล สิทธิ์ในการรับรู้...เธอย่อมมีหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเมิ่งไหวจินก็พูดอย่างใจเย็นว่า “วันนี้เดิมทีตั้งใจจะคุยกัน”ส่วนทำไมหลังจากนั้นถึงไม่ได้คุย ชายหนุ่มมองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะวกกลับเข้าเรื่อง “ท

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 29

    การกระทำนี้ดึงดูดสายตาแปลก ๆ ได้ไม่น้อย ทุกคนต่างมองว่าเธอเป็นพวกประหลาดซูหว่านไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองหรือการคาดเดาเหล่านั้น หลังจากทำข้อสอบเสร็จเธอรู้สึกง่วงจึงฟุบลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ เตรียมจะงีบหลับสักตื่น แต่ความจริงแล้วเธอหลับไม่ลงเลยสักนิดลึก ๆ ในใจ เธอรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องมาแน่ ส่วนจะมาในรูปแบบไหนนั้น เธอเองก็ไม่รู้แต่เพียงไม่นานเธอก็ได้รู้เมื่อเสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นสองครั้งใกล้กับใบหู ความรู้สึกที่คุ้นเคยและกลิ่นกายที่แสนคุ้นของเขา ดูเหมือนจะทำให้ทั้งร้านอินเทอร์เน็ตสะอาดขึ้นมาทันทีแม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่หัวใจของเด็กสาวก็เต้นระทึกโดยไม่รู้ตัว มันกระโดดโลดเต้นอยู่ในอก ทั้งเฝ้าคอยทั้งลนลาน ทั้งประหม่าและหลงใหล หรือแม้กระทั่ง... มีความตื่นเต้นที่ระงับได้ยากนี่คือความรู้สึกของการถูกใส่ใจวินาทีนี้ ซูหว่านรู้ดีว่าตัวเองได้ตกลงสู่เหวลึกจนกู้อะไรคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว“ซูหว่าน” เสียงของชายหนุ่มแม้จะราบเรียบ แต่กลับแฝงความหมายที่ต่างจากเมื่อก่อนมันคือความโกรธเด็กสาวเงยหน้าขึ้น หันไปสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบ่อน้ำร้างของเมิ่งไหวจิน สุดท้ายเธอก็ยังคงหวาดกลัว

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 28

    เมิ่งชวนรู้ความเหมาะสม ภาพคนที่เขาถ่ายติดมาจึงเห็นเพียงแวบเดียวเท่านั้นแต่หลังจากซูหว่านเปิดดูและฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็สามารถนำภาพที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาเชื่อมโยงกับบทสนทนาที่ปนอยู่ในเสียงรบกวนได้สำเร็จชายหนุ่มถือแก้วเหล้าด้วยมือข้างเดียว สวมชุดสูทเต็มยศ ดูสง่างามโดดเด่นสะดุดตา โดยมีเจี่ยงเจี๋ยในชุดราตรีสุดประณีตยืนอยู่เคียงข้างดูเหมือนทุกคนจะยอมรับโดยปริยายแล้วว่าเขาคือว่าที่ลูกเขยตระกูลเจี่ยง หลายคนพากันเข้าไปขอชนแก้ว พลางกล่าวคำสรรเสริญเยินยอไม่ขาดปาก ว่าทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สร้าง บอกว่าจะรอไปงานแต่งงาน หรือไม่ก็ถามเรื่องเรือนหอว่าจะซื้อที่ไหน...ด้วยฐานะอย่างเมิ่งไหวจิน งานเลี้ยงทางสังคมแบบนี้เขามักจะมีแทบทุกสามวันห้าวัน ซูหว่านเองก็เคยติดตามเขาไปร่วมงานมาแล้วหลายครั้งปกติเขาจะรับมือได้อย่างคล่องแคล่วเสมอ วางตัวสูงส่ง และจัดการได้ดีไม่ว่าเรื่องบู๊เรื่องบุ๋นเมื่อก่อนซูหว่านมองเขาเหมือนมองเทพเจ้าผู้สูงส่ง แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกระคายตาเหลือเกิน เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ใช่เธอ…...งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของตระกูลเจี่ยงจัดอย่างเรียบง่าย ไม่ได้เชิญคนเยอะ แต่ทุกคนที่

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 27

    “ดูเหมือนเธอจะสนใจเรื่อง ‘ความชอบ’ เป็นพิเศษนะ”ซูหว่านเม้มปากเงียบเมิ่งไหวจินหลุบตาลงจ้องมองเธอตรง ๆ “รู้แล้วใช่ไหมว่า ‘ความชอบ’ มันเป็นความรู้สึกแบบไหน”“...”หัวใจของซูหว่านที่เพิ่งจะสงบลงกลับดีดตัวขึ้นมาอีกครั้งเหมือนลูกแก้วที่ตกพื้น เธอค่อย ๆ ส่ายหน้าภายใต้การจ้องของดวงตาที่คมดุจใบมีด “ไม่รู้ค่ะ”“รักษาตัวให้ดี” เมิ่งไหวจินพูดด้วยท่าทีจริงจังมาก “ไข้ขึ้นตั้งแต่กลางดึก ทำไมไม่เรียกฉัน”เรียกแล้วยังไงล่ะ ต่อให้ส่งเธอมาโรงพยาบาลแล้ว สุดท้ายคุณก็ต้องกลับไปปรึกษาเรื่องวันหมั้นอยู่ดีเด็กสาวหลุบตาลงพลางกล่าวว่า “คุณมีธุระสำคัญต้องทำไม่ใช่เหรอ ฉันแค่กลัวว่าจะไปทำลายวาสนารักที่สวยงามคุณ”ชายหนุ่มส่งเสียง ‘อ้อ’ ในลำคอ “แล้วตอนนี้ไม่ทำลายหรือไง?”“...” ซูหว่านเงียบกริบทันทีเมิ่งไหวจินไม่เซ้าซี้ต่อ แต่กลับก็จงใจเลิกสนทนาเรื่องที่เกี่ยวกับเจี่ยงเจี๋ยกับเธอ คงเพราะเขาคิดว่านั่นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมาคุยกับเด็กนักเรียนอย่างเธอเรื่องพวกนี้ซูหว่านรู้ดี และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโลกของเขา ดูเหมือนจะอยู่ไกลจากเธอเหลือเกิน…...บ่ายวันนั้น

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 26

    เด็กสาวดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด ดวงตาใสซื่อจ้องเขม็ง ในดวงตาสะท้อนภาพพลุหลากสีสันนอกหน้าต่างจนเป็นประกายวาววับผิดปกติ เธอยังเรียกชื่อเขาออกมาคำหนึ่งด้วยเมิ่งไหวจินละสายตาไปทางอื่น น้ำเสียงเย็นชาบาดลึก “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเป่าผมให้แห้งซะ”“ค่ะ จะไปเป่าเดี๋ยวนี้ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มออกมาดูใสซื่อไร้พิษสงชายหนุ่มหยิบซองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “เงินแต๊ะเอียที่เธอเฝ้าคิดถึงนักหนาไง”ขนตาของซูหว่านสั่นไหวเล็กน้อย เธอกุมซองแดงไว้แล้วยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม “ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้ปีใหม่นี้การราบรื่น สมปรารถนาทุกเรื่อง แล้วก็...ได้ครอบครองสาวงามนะคะ”ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ เธอจ้องมองเขาไม่วางตาดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเมิ่งไหวจินหรี่ลงเล็กน้อย ดูล้ำลึกยากจะหยั่งถึง เขามองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง “เป่าผมให้แห้ง อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สอง”…...วันต่อมา คุณนายเมิ่งก็นัดคุณนายเจี่ยงมาที่บ้านตามคาด เจี่ยงเจี๋ยก็มาด้วยเช่นกันกันทั้งบ้านตระกูลเมิ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรรษา เมิ่งไหวจินถูกบรรดาอาสะใภ้รุมล้อมให้ไปที่โต๊ะไพ่ โดยม

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 25

    ชั่วขณะนั้นซูหว่านไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกในใจได้เลยเธอรู้สึกเหมือนมีความขมขื่นรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ ขมขื่นจนเธอแทบจะอาเจียนออกมาหัวใจที่แทบจะหลุดออกมาตรงระเบียงชั้นสองเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หัวใจที่เคยเต้นรัวเหมือนมีกวางน้อยวิ่งชนตรงโต๊ะอาหารเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ตอนนี้กลับดิ่งวูบกระแทกหน้าอกอย่างแรง มันหนักอึ้งและอึดอัดจนเธอแทบจะหายใจไม่ออกพวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นตกลงเรื่องแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมจู่ ๆ ถึงข้ามไปคุยเรื่องหมั้นหมายกันเลยล่ะ วินาทีนั้น ซูหว่านถึงเพิ่งตระหนักได้ถึงปัญหาที่ร้ายแรงมากอย่างหนึ่ง เธอไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องมงคลเลยสักนิดเธอจะไม่ขออวยพรให้พวกเขาและไม่อยากจะอวยพรด้วยหลังมื้ออาหาร พวกลูกหลานพากันไปจุดพลุเล่นที่สวนหย่อม ซูหว่านพิงเชือกชิงช้าพลางเหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมายบรรยากาศปีใหม่ที่แสนคึกคัก เสียงโห่ร้องยินดี แสงพลุที่วูบวาบสว่างไสว ดูสวยงามจับตา แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย แววตาที่หม่นแสงลงดูราวกับวันสิ้นโลก“มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้ล่ะ” เมิ่งชวนช่วยผลักชิงช้าให้เธอเบา ๆ พลางยัดซองแด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status