เข้าสู่ระบบ“ยังปวดอยู่รึเปล่า” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงึก ได้แต่ปล่อยให้คนตัวโตบีบนวดไหล่เล็กไล่ความเมื่อยล้า จากศึกหนักเมื่อคืนที่กินเวลาไปหลายชั่วโมง จนวันนี้ต้องตื่นกันเที่ยง แม้จะพึ่งกินข้าวเสร็จ แต่เธอยังรู้สึกว่าร่างกายพลังงานยังไม่กลับมาดีสักนิด “เย็นนี้อาจะพาออกไปกินข้าว” พสิกาเลิกคิ้ว หันมองใบหน้าคมด้วยรอยยิ้มหวาน ซึ่งอาหนุ่มเองก็ไม่ต่างกัน ความสัมพันธ์ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพียงแค่ไม่กี่วัน มันช่างหอมหวาน เต็มอิ่ม และอบอุ่นเหลือเกิน “ลองเปิดดูสิ” คนตัวโตเอนตัวไปคว้ากล่องหรูใบหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะยื่นมาให้ พสิการับไว้ในมือด้วยความสงสัย พลางเปิดมันออกช้าๆ ก่อนนัยน์ตาคู่สวยจะแวววาวเต็มไปด้วยความดีใจ รีบเอาเดรสออกมากาง พิจารณามันด้วยรอยยิ้ม “สวยจังค่ะอา” การุณภพมองภาพคนตัวเล็กอย่างนึกเอ็นดู “เมื่อคืนอาห้ามใจแทบตาย ไม่งั้นบนตัวคงมีแต่รอยอาไปแล้ว” พสิกาที่พึ่งนึกได้ก็พยักหน้าหงึกหงัก เพราะแบบนี้นี่เอง เมื่อคืนบทรักของเขามันถึงได้ดูน่าประหลาดใจอยู่บางช่วง พอจะก้มลงดูดดุนลำคอเธอเหมือนทุกครั้ง เขาก็ชะงักไปดื้อๆ และหันไปสนใจหน้าอกอวบแทน “เก่งมากค่ะอา แบบนี้ต้องได้รางวัล” จุ้บ!
ครืด.....ครืด......เสียงโทรศัพท์สั่น เรียกสายตาคมของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา คว้ามันขึ้นมากดรับหลังจากที่พึ่งอุ้มคนตัวเล็ก ส่งบนเตียงและห่มผ้าให้เสร็จสรรพ"ครับพี่ชุ""พายอยู่กับภพใช่รึเปล่า""ใช่ครับ โทษทีนะครับ ลืมบอกไปเลย"เสียงถอนหายใจของคนเป็นแม่ ดังมาตามสายเบาๆ"จะรีบไปไหนห้ะ รู้รึเปล่าว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่มันตั้งตัวไม่ทันเนี่ย"ชุลีว่าขึ้นเสียงระอา อยากจะลากคอว่าที่ลูกเขยมาคุยกันให้รู้เรื่องสักที เรื่องหมั้นก็เรื่องหนึ่ง เรื่องพาลูกเธอไปค้างอ้างแรมก็เรื่องหนึ่ง"ถ้าไม่เห็นแก่พสิกา ผมคงยกขันหมากไปที่สุทธาธิรักษ์แล้วล่ะครับ"การุณภพว่าขำๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง ชนิดที่ชุลีและอัศนัยที่ฟังอยู่ พูดไม่ออกเพราะความอึ้งตามๆ กันไป"ลูกพี่มีบุญหรือมีกรรมกันแน่ล่ะเนี่ย""พี่ชุรับปากเองนะครับ ว่ารอพสิกาเรียนจบก่อน แล้วจากนั้นจะว่ายังไงก็ให้พวกเราจัดการกันเอง""รู้แล้วๆ เธอเนี่ยจริงๆ เลยนะภพ ครั้งหน้าจะทำอะไรก็บอกก่อนหน่อยเถอะ เดี๋ยวหัวใจวาย เป็นลมเป็นแล้งขึ้นมานายจะว่ายังไง ช่างเถอะ เอาเป็นว่าดูแลพายด้วยล่ะ พี่กลับบ้านก่อนแล้วกัน"ชุลีว่าเสียงระอา เพราะการุณภพไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หวงแหนลูกสาวเล
“แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ค่ะอา”คนตัวเล็กว่าด้วยสีหน้าเป็นกังวล มือก็ควงลำแขนหนาเอาไว้แน่น หลังจากที่เสร็จกิจแสนวาบหวาบกับอาหนุ่มลง เธอก็ต้องยอมให้ลำแขนของเขาพยุงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของตนเองอย่างจำใจแต่สิ่งที่ทำให้กังวลมากกว่าอะไร คือการที่อาหนุ่มกำลังจะทำการเปิดตัวเธอในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า แก่สายตาของทุกคนในงาน เธอที่ไม่ได้เตรียมตัวมาสำหรับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ได้แต่บอกเขาไปหลายครั้ง ว่าเธอคิดว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี แต่เขาก็ค้านเธอกับประโยคที่ว่า‘ประธานบริษัทใหญ่ และคุณหนูตระกูลสุทธาธิรักษ์ อยู่ในห้องน้ำกันตามลำพังสองต่อสอง แบบนี้ฟังดูดีกว่ารึเปล่า’และนั่นก็เป็นเหตุผล ที่ทำให้เธอต้องหายใจไม่เป็นจังหวะ จะโทษก็คงต้องโทษที่เขาเดินตามเข้ามา ทำให้เรื่องมันวุ่นวายหนักกว่าเก่า แบบนี้สายตาคนในงานจะมองเขาอย่างไรก็ไม่แน่ใจ น่างอนเสียให้เข็ด พสิกาคิด เอี้ยวมองเขาอย่างไม่พอใจ ซึ่งอาหนุ่มที่รู้ตัวก็รีบยิ้มรับพลางประตูก็เปิดออกช้าๆร่างทั้งสองร่างเดินออกจากห้องน้ำหรู โดยที่ใบหน้าของคนตัวเล็กยังคงก้มลงมองต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองสายตาของผู้คนในงาน“เชิดหน้าขึ้นหน่อย อย่าลืมว่าเป็นคู่หมั้นอา”คนตั
“อ้าปากสิ”คำสั่งของอาหนุ่ม ทำเอาใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นพัลวัน พสิกาเม้มปากเล็กน้อย ได้แต่จ้องมองแท่งมหึมา ที่ตั้งตรงตระหง่าน ชี้หน้าเธอด้วยความแข็งขัน จนลำคอของเธอเริ่มแห้งผากขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ริมฝีปากสวยอ้าออกช้าๆ เรียกเสียงพอใจในลำคอของคนตัวโตได้เป็นอย่างดี ปากเล็กค่อยๆ ครอบลงบนส่วนหัว ด้วยดวงตาที่ปิดลงแน่น สัมผัสของเจ้าแท่งเนื้อที่คับแน่นอยู่ในปาก ทั้งอุ่น และคับแน่นจนเธอหายใจแทบไม่ออกนัยน์ตาคู่คมจรดจ้องใบหน้าสวย ที่บัดนี้ดูทรมาณจากความไม่คุ้นชินจากเจ้าแกนใหญ่ ที่อยู่ในโพรงปากอุ่นแม้จะยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความยาวของมัน“อย่าให้โดนฟัน”เสียงทุ้มพูดขึ้นบาๆ ใช้นิ้วปัดผมลอนสลวยสีน้ำตาลอ่อนไปทางด้านหลัง เด็กสาวพยายามเรียนรู้อย่างเร็วรี่ แม้จะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกก็ตามแต่ ริมฝีปากสวยค่อยๆ ขยับเข้าออก ตามที่เธอเคยเห็นในหนังโป๊ที่รินรดาเคยเอามาให้ดู และศึกษาด้วยตัวเองอยู่บ้างในบางครั้ง แม้จะเป็นครั้งแรกที่ไม่ช่ำชองนัก แต่มันก็เรียกให้คนตัวโตซี้ดออกมาได้เบาๆ และนั่นก็ยิ่งเรียกความมั่นใจให้เธอเป็นเท่าตัวอ๊อก!ๆๆๆเสียงแกนลำยาวที่ถูกผงกหัวเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ อยู่ในสายตาคู่คมของคนตัว
“เป็นอะไร”เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง จนร่างเล็กชะงักกึก ก่อนจะเงยหน้ามองในกระจกทั้งน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลอาบแก้ม เมื่อพบว่าบัดนี้อาหนุ่มยืนอยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับใบหน้าคมที่นิ่งเรียบ จ้องมองเธอผ่านกระจกนิ่ง “ปะ…เปล่าค่ะ”เธอรีบก้มหน้าลง ใช้มือซับน้ำตาลวกๆ ตอบเขาเสียงสั่น มือหนาคว้าลำแขนเล็ก ดึงให้เธอหันไปปะทะกับอกของเขาเบาๆ นัยน์ตาทั้งสองคู่สบกันแน่นิ่ง หากแต่นัยน์ตาคู่สวยของคนตัวเล็ก บัดนี้กลับแวววาว เต็มไปด้วยน้ำสีใสอย่างน่าสงสาร ระคนน่าเอ็นดูจับใจ“ตอบอา”การุณภพดึงดันถามต่อเสียงเรียบ มือหนาก็ยกขึ้นเกลี่ยคราบน้ำตาที่ยังคงเปียกชื้น บนพวงแก้มนุ่มออกไปอย่างเบามือ“พายไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ”“โกรธที่อาไม่ได้บอกเรื่องนี้ใช่ไหม”ใบหน้าสวยส่ายไปมาเบาๆ จนคิ้วหนาของการุณภพต้องเลิกขึ้นด้วยความสงสัย ทั้งๆ ที่ในหัวเขาคิดเอาไว้ ว่าคนตัวเล็กน่าจะไม่โอเคกับเรื่องธุรกิจพวกนี้ของเขา ที่ไม่ได้บอกเธอก่อน“งั้นเรื่องอะไร”“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะอา”“พายหอม”เขาเรียกเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้น้ำเสียงของอาหนุ่มดุขึ้นเล็กน้อย จนคนตัวเล็กต้องชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมตอบเขาออกไปเสียงอ่อย“ทำไมถึงเอาแต่แจกยิ้
"อืม....พอดีเด้ะเลยแฮะ"เสียงหวานว่าขึ้นเบาๆ หมุนตัวซ้ายทีขวาที ทอดมองตนเองในชุดเดรสสีขาวตัวหรูเปิดไหล่บนกระจก ที่คนเป็นแม่สั่งตัดมาให้ พร้อมกับชุดเครื่องประดับเพชรน้ำงามระยิบระยับเข้ากันอย่างหรูหรา แต่เธอเลือกจะวางกล่องเครื่องเพชรนั้นไว้ที่เดิม สวมเพียงสร้อยจี้องุ่นเส้นสีเงินสวยจากอาหนุ่มเท่านั้นพสิกาพิจารณาช่วงลำคอและเนินอก ยังดีที่รองพื้นยังพอกลบรอยคมเขี้ยวและรอยจูบพวกนั้นได้มิด ไม่อย่างนั้นคงต้องเปลี่ยนชุด พาให้โดนคนเป็นแม่ดุเข้าไปอีกคิดมาถึงตรงนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงสถานการณ์เมื่อคืน ที่อาหนุ่มและเธอนอนกอดกันกลมเกลียว จนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน"ให้อากอดไม้ได้จริงๆ หรอ""ไม่ได้ค่ะ ห้ามเด็ดขาด!""ถ้าไม่ให้คืนนี้ หลังจากทำธุระเสร็จ ให้อากอดให้หายคิดถึงได้ไหม""ทำไมเป็นคนหื่นหนักแบบนี้คะอา""ถ้าไม่ให้ อาก็จะกอดคืนนี้""ไม่เอานะคะ.....ก็ได้ค่ะ หลังจากธุระเสร็จ ค่อยทำก็ได้ค่ะ"บทสนทนาของเธอและอาหนุ่มที่ผุดขึ้นมาในหัว พาให้เธอต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าที่เริ่มกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเมื่อคืนแค่บอกปัดไปก่อน รอแก้ผ้าเอาหน้ารอดเมื่อเวลานั้นมาถึง แต่พอคิดดูอีกที คงไม่พ้น
"ลูกเจี๊ยบ ถือดีๆ เดี๋ยวหก""รับทราบค่ะคุณนายขา"ความวุ่นวายเล็กน้อยในยามค่ำของมื้ออาหารเย็น ที่บัดนี้ถูกทำให้พิเศษกว่าวันไหนๆ เนื่องจากเป็นวันส่งท้ายนักศึกษาฝึกงาน ที่ตอนนี้ฝึกครบสามเดือนเต็มเป็นที่เรียบร้อยอย่างพสิกา"มาค่ะคุณนาย เดี๋ยวจุ๋มช่วยค่ะ"ทั้งคุณนายคำผกา คุณคริสโตเฟอร์ นายเป้า จุ๋ม และล
ร่างหนาออกตัววิ่งด้วยความเร็ว ตรงไปยังห้องพักผู้ป่วยอย่างสุดแรง ไม่สนแม้กระทั่งสายตาของผู้คนโดยรอบที่หันมามองเป็นตาเดียว“พสิกา!”เสียงของการุณภพดังขึ้นทันที ที่วิ่งเข้าไปภายห้องพักผู้ป่วย เสียงหอบหายใจของคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำคร่ำเครียด ทำเอาคนในห้องหันมามองเป็นตาเดียว โดยเฉพาะค
"งั้นพายกลับนะคะพี่จุ๋ม""กลับดีๆ นะพาย"เสียงล่ำลาของคนที่เริ่มสนิทชิดเชื้อกันดังออกมาจากแปลง เรียกสายตาคู่คมที่สงบนิ่งของคนที่รออยู่บนรถให้เหลือบไปมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนสายตากลับมาด้านหน้าเช่นเดิม"ฮึบ!"พสิกาหย่อนตัวลงนั่ง วันนี้น่าแปลก ที่อาหนุ่มไม่ได้หันมาทักทายด้วยนัยน์ตาคู่วาวเหมือ
พระอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ เคลื่อนตัวขึ้นบนฟากฟ้า จนแสงนวลส่องสว่างไปทั่วบริเวณไร่ใหญ่แห่งนี้อย่างไร่การุณ ร่างหนาของคนที่พึ่งจัดการตัวเองเสร็จ เดินลงมายังด้านล่างที่เงียบสงัดเหมือนทุกวัน นัยย์ตาคู่คมหันมองดูนาฬิกา และพบว่าเป็นเวลาหกโมงครึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเวลาอาหารเช้า เจ็ดโมงตรงต้องออกไปทำงาน เขาแจ้ง





![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

