เข้าสู่ระบบ'การุณภพ' เป็นเจ้าของไร่องุ่นใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ ในช่วงอายุของชายหนุ่มวัยกลัดมันสามสิบห้าปีเศษ เขาทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงาน งาน และงาน จนไม่มีใครในเมืองเชียงใหม่ที่ไม่รู้จักพ่อเลี้ยงการุณภพ หรือพ่อเลี้ยงภพ
เขาทำตัวเหมือนถือศีลอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยควงผู้หญิงที่ไหนเข้าไร่แม้แต่คนเดียว ถึงขนาดหยอกล้อกันขำขันในหมู่คนรู้จัก ว่าแม้แต่ม้าตัวเมียก็คงไม่พ้นมีป้ายห้ามเข้าติดหราอยู่หน้าไร่ จะมีก็เพียงแต่คนเป็นแม่อย่างคุณนาย 'คำผกา' ที่คะยั้นคะยอให้ลูกชายลงหลักปักฐานอยู่ไม่เว้นวัน เที่ยวเฟ้นหาหญิงสาวหน้าตาสะสวย ฐานะเพียบพร้อมมาประเคนให้ลูกชายถึงไร่ แต่ก็ไม่พ้นโดนการุณภพไล่ตะเพิดไปคนละทิศละทาง จนหาทางออกจากไร่แทบไม่เจอ "ไร่สวยนะภพ รู้แบบนี้คงจะหาเวลาว่างพาคุณชุมาเที่ยวตั้งนานแล้ว" อัศนัยทอดสายตามองไร่ขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา เห็นว่าเป็นไร่องุ่น แต่แม้แต่ที่นั่งกันอยู่บนชั้นสองของบ้านไม้สวยนี้ เขาก็ยังไม่ยักจะเห็นแปลงองุ่นสักแปลง นั่นหมายความว่าไร่แห่งนี่คงกินพื้นที่ไปไกลสุดลูกหูลูกตา "จริงๆ ผมพึ่งมารับช่วงต่อจากคุณพ่อไม่กี่ปีมานี้เองครับ ท่านเกษียณไปอยู่บ้านกับคุณแม่ ไร่ก็เลยต้องบูรณะใหม่หลายอย่าง แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ครับ" อัศนัยและชุลีถึงกับหันมองหน้ากัน หลายปีที่ว่าแต่ยังไม่สมบูรณ์งั้นหรือ เท่าที่เห็นไร่นี้ก็ดูไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ทั่งยังโด่งดังอย่างกับอะไรดี ไม่รู้ว่ารุ่นน้องหนุ่มคนนี้จะบ้างานไปถึงไหน "พักบ้างนะภพ เวลาส่วนตัวก็สำคัญ อีกหน่อยจะขึ้นคานไม่รู้ตัว" ชุลีอดไม่ได้ที่จะปรามๆ รุ่นน้องหนุ่มเรื่องงานบ้าง ดูไปในหัวของชายหนุ่มคงมีเเต่เรื่องงาน ไม่เว้นเหลือไว้สำหรับพื้นที่ส่วนตัว หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าจะขึ้นคานไปจนแก่แทน "ดีสะอีกครับ เบื่อเรื่องผู้หญิงจะแย่แล้ว" มือเล็กของพายหอมจิ้มสเต๊กเข้าปาก หูก็ฟังบทสนทนาของผู้ใหญ่บนโต๊ะไปด้วย เธอลอบมองใบหน้าคมของอาหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเล็กน้อยอย่างนึกสนใจใคร่รู้ เขาเป็นชายวัยกลางคน ที่ดูดีอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นคนเป็นพ่อบอกว่าเขาเป็นลูกครึ่งไทย-ดัตช์ หน้าตาเลยดูหล่อคม ผิวคมเข้มสีน้ำตาลอ่อนจากการตากแดด และร่างกายที่สูงใหญ่กำยำเกินมาตรฐานชายไทยที่เธอเคยพบเห็น ทำเอาหญิงสาวละสายตาจากเขาไม่ได้ "พี่ว่าจะมารบกวนสักสองอาทิตย์ สะดวกไหม" ใบหน้าคมพยักรับกับคำถามของอัศนัยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วที่ไร่การุณไม่มีแขกคนสนิทมาเยี่ยมเยือน ถือเป็นการดีที่จะได้รับฟีดแบคจากรุ่นพี่นักธุรกิจที่มีฝีมือ เผื่อว่าจะช่วยแนะนำอะไรเพิ่มเติมให้กับไร่ของเขาได้บ้าง "ดีเลยครับ ผมจะได้มีนักบริหารระดับประเทศ ช่วยติชมไร่ ว่าต้องปรับแก้อะไรด้วย" อัศนัยหัวเราะร่วน โบกมือไปมาเป็นเชิงไม่เห็นด้วยกับคำพูดรุ่นน้องหนุ่ม "ตอนที่ไปลงหลักสูตรบริหารที่อเมริกาด้วยกัน มีแต่นายนั่นแหละที่ช่วยดึงพี่ขึ้น จะมาถ่อมตัวอะไรกันภพ" ใบหน้าคมของพ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มขำ ตอบกลับเรียบๆ "ถ้าไม่มีพี่นัยกับพี่ชุ ผมคงหงอยตายที่อเมริกาไปแล้วด้วยซ้ำครับ" "ก็นายเอาพวกพี่เป็นไม้กันหมา กันสาวๆ ออกจากตัวไปหมดเลยนี่นา ฮ่าๆ" เสียงหัวเราะเฮฮารำลึกความหลัง ทำเอาคนตัวเล็กอย่างพสิหา ต้องเคี้ยวเนื้อในปากเอื่อยๆ ด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนเธอจะขอตัวไปพักในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี ปล่อยให้พ่อ แม่ และอาหนุ่มรำลึกความหลังกันตามประสา แกร็ก! ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง นัยน์ตาคู่สวยก็ต้องเป็นประกาย เธอไม่คิดเลยว่าในไร่กันดานแบบนี้ การตกแต่งและจัดแจงห้องจะดูเรียบหรู น่ามองได้ขนาดนี้ ทั้งเตียงสีขาวสะอาดตา และโต๊ะไม้คู่กับเก้าอี้สีเดียวกัน โคมไฟเล็กๆ สีขาวบนหัวเตียงและยังมีกระถางต้นไม้เล็กๆ ตกแต่งอย่างน่ามองบนโต๊ะอีกด้วย "น่ารักจัง" หญิงสาวอมยิ้ม รีบปิดประตูลงและเดินเข้าไปในห้องอย่างตื่นเต้น เธอหยุดลงตรงหน้าต่างที่มีม่านสีขาวเล็กๆ ทอดมองวิวจากด้านล่างและไกลออกไปสุดสายตา มันทั้งดูร่มรื่น สบายตา และบรรยากาศก็บริสุทธิ์กว่าที่กรุงเทพเป็นไหนๆ พสิกาสูดอากาศเข้าปอดพลางหลับตารับลมตรงหน้าต่างสักพัก ก่อนจะหันมาจัดการข้าวของในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่่างอารมณ์ดี "อย่างน้อยสองอาทิตย์นี้ ฉันก็ยังมีห้องนอนที่พออยู่ได้ล่ะนะ" ก๊อก!ๆ "อือ....." คนที่นอนหลับพริ้มสบายใจอยู่บนเตียงครางเสียงอื้ออึงอย่างไม่พอใจ เมื่อถูกรบกวนจากใครบางคนที่เคาะประตูหน้าห้องไม่หยุดหย่อน จนคิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นปม ก๊อก!ๆ พรึ่บ! ร่างเล็กของเด็กสาวดีดตัวขึ้นด้วยความหงุดหงิด เปลือกตาเล็กเปิดขึ้นงัวเงีย ตวัดสายตามองไปที่ประตูบานใหญ่อย่างขัดใจ แต่ก็ต้องลุกเดินจำใจไปเปิดประตู และทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็พบกับร่างของอาหนุ่มในชุดเสื้อยืดสบายตา และกางเกงขายาวสีดำที่กำลังยืนมองเธอนิ่ง ใบหน้าคมของเขาไร้สีหน้าอารมณ์จนคิ้วสวยของหญิงสาวยิ่งขมวดเข้าหากันเป็นปม "หลับหรอ" การุณภพถามเสียงราบเรียบ ร่างเล็กถอนหายใจเบาๆ พยายามปรับสีหน้าที่หงุดหงิดจากการถูกรบกวนจากการนอนที่สำคัญ ให้เป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆ แต่ก็เหมือนจะสายไปสักนิด เพราะนัยน์ตาคู่คมของอาหนุ่มได้มองมันเต็มสองตาไปแล้ว "ค่ะ พายหลับ อามีอะไรรึเปล่าคะ" เธอถามเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนสายตาจะมองผ่านลำตัวหนาไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง เธอน่าจะเผลอหลับไปช่วงบ่าย ยาวจนถึงค่ำ "ลงมาคุยกันหน่อย อามีเรื่องจะคุยด้วย" สรรพนามที่เขาแทนตัวเองด้วยคำว่าอา พร้อมกับเดินหันหลังนำออกไป ทำให้เธอเกิดความฉงนเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเขาไปเงียบๆ ตาก็มองหาคนเป็นพ่อและแม่ไปตามทางตลอดเวลาที่เดินลงไปชั้นล่าง แต่ไม่ว่าจะมองหายังไง ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนเป็นพ่อและแม่อย่างอัศนัยและชุลี ราวกับในบ้านที่เริ่มเปิดไฟสว่างไสวนี้ในความมืดมิด มีเพียงเธอและอาหนุ่มสองคน "คุณพ่อกับคุณแม่ไปไหนหรอคะ" การุณภพไม่ได้ตอบคำถาม เขาหย่อนตัวลงนั่งบนโต๊ะอาหารที่มีอาหารกลิ่นหอมฉุยเตะจมูกจัดแจงเอาไว้ พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ สองจาน ทำให้เธอหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามตาม "แล้วทำไมมีข้าวแค่สองจานคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้มากินมื้อค่ำด้วยกันหรอคะ" พสิกาถามอาหนุ่มไป ตาก็สอดส่ายหาคนเป็นพ่อแม่ซ้ายทีขวาที จนอาหนุ่มพูดอธิบายสถานการณ์เสียงเรียบ "พ่อกับแม่ของเธอติดธุระด่วนที่บริษัท ตอนนี้เลยต้องรีบกลับไปที่กรุงเทพ" ทันทีที่เธอได้ยิน คิ้วของหญิงสาวก็ขมวดเป็นปมด้วยใบหน้าไม่สู้ดี หมายความว่ายังไงที่ว่าพ่อกับแม่ของเธอกลับกรุงเทพไปแล้ว ทั้งๆ ที่พึ่งมาได้ยังไม่ถึงครึ่งค่อนวันเสียด้วยซ้ำ "นี่อาล้อพายเล่นใช่ไหมคะ ทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ไม่บอกพาย หรือพาพายกลับไปด้วยล่ะคะ" เธอถามเขาอย่างไม่เข้าใจ อย่างน้อยๆ ก็ควรมาบอก หรือไม่ก็พาเธอกลับกรุงเทพไปด้วยเสียเลย ไม่ใช่ปล่อยเธอไว้กับอาหนุ่มที่พึ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกกันสองคนแบบนี้! "ธุระมันด่วนมาก อีสองสามวันก็กลับมา ไม่อยากให้เธอไปๆ มาๆ เลยฝากไว้กับอาที่นี่ก่อน จัดการธุระเสร็จแล้วจะรีบกลับ" ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น คำอธิบายของอาหนุ่มทำเอาเธอพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ถ้าเธอไม่ผลอยหลับแล้วอยู่กับพ่อแม่ตลอด ป่านนี้เครื่องก็คงแลนด์จนถึงคฤหาสน์สุทธาธิรักษ์แล้ว ติ้ง! เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู เรียกความสนใจของเธอให้หันไปเปิดมันขึ้นมากวาดสายตาอ่านสักพัก ก่อนจะนิ่งงันไปเล็กน้อย รู้สึกน้อยใจคนเป็นพ่อกับแม่ขึ้นมา "พายลูก พ่อกับแม่ต้องรีบมาดูบริษัทด่วน ขอโทษที่ไม่ได้พาลูกกลับมาด้วยนะ เห็นลูกนอนสบายพ่อเลยไม่อยากกวน พ่อกับแม่จะรีบเคลียร์งานให้เสร็จ อีกสองสามวันจะรีบไปหานะลูก พ่อกับแม่รักลูกนะพาย" มือเล็กวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าที่ดูอย่างไร การุณภพก็คงอนุมาณได้ว่าเธอแอบน้อยใจคนเป็นพ่อแม่อยู่หน่อยๆ ซึ่งก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ไม่ยากนัก "อาสั่งให้คนทำอาหารรสอ่อน ไม่แน่ใจว่าเธอกินเผ็ดได้รึเปล่า" หญิงสาวมองอาหารสี่อย่างที่กลิ่นหอมฉุยเตะจมูก มิหนำซ้ำสีสันยังน่าทานราวกับอยู่ในภัทตราคารหรู ผัดผักห้าสหาย แกงเลียงกุ้งสด ไข่ต้มน้ำพริกผักสด และเนื้อย่างกลิ่นหอมวางคู่กับกับสลัดสีสดน่าทาน เมื่อเห็นว่าอาหนุ่มเริ่มตักอาหารลงจาน และกินเงียบๆ เธอก็ไม่รอช้า เริ่มตักเนื้อย่าง และใช้ช้อนตักกุ้งสดลงบนจานพร้อมกับเริ่มกินไปในบรรยากาศเงียบๆเช่นกัน การุณภพที่ลอบมองแม่หลานสาวกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับลืมเรื่องที่น้อยอกน้อยใจพ่อแม่ไปเมื่อครู่ไปสนิท ทำเอาริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนสายตาจะเตะกับอาหารในจานของเธอ ที่มีแต่เนื้อ ไข่ และกุ้ง ไม่มีแม้แต่เศษผักอยู่ในจาน "ไม่กินผักหรอ" มือเล็กของเธอที่กำลังจะจิ้มกุ้งเข้าปากชะงักเล็กน้อย มองอาหนุ่มที่มองมาราวกับผู้ปกครองที่กำลังดุบุตรหลานที่ไม่ยอมกินผักที่มีประโยชน์ "ไม่กินค่ะ ไม่อร่อย" แต่มีหรือคนหัวรั้นที่แม้จะอยู่กับพ่อแม่ยังเอาแต่ใจจะเกรงใจ หรือหวาดกลัวสายตาของอาหนุ่ม เธอกินต่ออย่างสบายใจ ไม่ได้สนใจการุณภพ ที่บัดนี้ใบหน้าคมเรียบนิ่งเสียยิ่งกว่าอะไร "เอ๊ะ" เสียงหวานร้องท้วง หยุดเคี้ยวอาหารเต็มแก้มทันควัน เมื่อมือหนาของอาหนุ่มพึ่งตักผัดผักลงในจานให้เธอช้อนโต "กินผักด้วย" เขาพูดเสียงเข้ม เหมือนกำลังดุที่เธอเลือกกิน ไม่กินให้ครบสารอาหารสำคัญ "พายไม่ชอบค่ะ พายไม่กิน" หญิงสาวว่าเสียงอู้อี้ ปากก็เคี้ยวไปพลางๆ แต่มือวางช้อนลงในจานด้วยใบหน้าบูดบึ้ง วันนี้ทั้งวันเธอโดนบังคับจนจะบ้าอยู่แล้ว ทั้งโดนบังคับให้มาที่ไร่การุณภพของอาหนุ่ม ถูกมัดมือชกให้อยู่ที่นี่กับเขาลำพัง และเขายังจะมาบังคับให้เธอกินผักกลิ่นฉุนๆ พวกนี้อีก "อย่าดื้อนะพสิกา" น้ำเสียงของเขากดลงต่ำ พร้อมกับนัยน์ตาคู่คมที่วาววับขึ้นเล็กน้อยจนเธอชะงัก เผลอหลบสายตาคู่คมของเขาโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมคนที่ไม่เคยกลัวใครอย่างเธอ ถึงรู้สึกหวาดกลัวสายตาของเขาขึ้นมาดื้อๆ "ของทุกอย่างเก็บมาจากไร่ สด สะอาด รสชาติดี อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ใช้แต่ของในไร่ เพราะฉะนั้นห้ามกินทิ้งกินขว้าง อาไม่ชอบ" ริมฝีปากสวยของคนโดนดุเม้มเข้าหากันเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้าส้อมด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน สุดท้ายก็ต้องจำใจจิ้มผักเข้าปาก เคี้ยวเร็วๆ โดยที่ตาปิดลงแน่น การุณภพมองภาพของหลานสาว ที่กำลังทำหน้าแหยๆ เหมือนผักสดพวกนั้นเป็นอาหารขยะ ก็ถอนหายใจยาวๆ ดูเหมือนว่าตลอดระยะเวลาที่เธออยู่ที่นี่ เขาต้องทำหน้าที่เป็นอาที่ดี คอยขัดเกลาเธอเสียหน่อย เพชรเม็ดงามตรงหน้า เมื่อออกสู่โลกภายนอก จะได้ทั้งงาม และเพรียบพร้อม ให้ไม่เสียชื่อพี่ชายและพี่สาวที่เขาเคารพอย่างอัศนัยและชุลี และไม่เสียชื่อคุณหนูตระกูลสุทธาธิรักษ์ ที่เธอต้องสานต่อไปอีกนาน“ยังปวดอยู่รึเปล่า” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงึก ได้แต่ปล่อยให้คนตัวโตบีบนวดไหล่เล็กไล่ความเมื่อยล้า จากศึกหนักเมื่อคืนที่กินเวลาไปหลายชั่วโมง จนวันนี้ต้องตื่นกันเที่ยง แม้จะพึ่งกินข้าวเสร็จ แต่เธอยังรู้สึกว่าร่างกายพลังงานยังไม่กลับมาดีสักนิด “เย็นนี้อาจะพาออกไปกินข้าว” พสิกาเลิกคิ้ว หันมองใบหน้าคมด้วยรอยยิ้มหวาน ซึ่งอาหนุ่มเองก็ไม่ต่างกัน ความสัมพันธ์ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพียงแค่ไม่กี่วัน มันช่างหอมหวาน เต็มอิ่ม และอบอุ่นเหลือเกิน “ลองเปิดดูสิ” คนตัวโตเอนตัวไปคว้ากล่องหรูใบหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะยื่นมาให้ พสิการับไว้ในมือด้วยความสงสัย พลางเปิดมันออกช้าๆ ก่อนนัยน์ตาคู่สวยจะแวววาวเต็มไปด้วยความดีใจ รีบเอาเดรสออกมากาง พิจารณามันด้วยรอยยิ้ม “สวยจังค่ะอา” การุณภพมองภาพคนตัวเล็กอย่างนึกเอ็นดู “เมื่อคืนอาห้ามใจแทบตาย ไม่งั้นบนตัวคงมีแต่รอยอาไปแล้ว” พสิกาที่พึ่งนึกได้ก็พยักหน้าหงึกหงัก เพราะแบบนี้นี่เอง เมื่อคืนบทรักของเขามันถึงได้ดูน่าประหลาดใจอยู่บางช่วง พอจะก้มลงดูดดุนลำคอเธอเหมือนทุกครั้ง เขาก็ชะงักไปดื้อๆ และหันไปสนใจหน้าอกอวบแทน “เก่งมากค่ะอา แบบนี้ต้องได้รางวัล” จุ้บ!
ครืด.....ครืด......เสียงโทรศัพท์สั่น เรียกสายตาคมของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา คว้ามันขึ้นมากดรับหลังจากที่พึ่งอุ้มคนตัวเล็ก ส่งบนเตียงและห่มผ้าให้เสร็จสรรพ"ครับพี่ชุ""พายอยู่กับภพใช่รึเปล่า""ใช่ครับ โทษทีนะครับ ลืมบอกไปเลย"เสียงถอนหายใจของคนเป็นแม่ ดังมาตามสายเบาๆ"จะรีบไปไหนห้ะ รู้รึเปล่าว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่มันตั้งตัวไม่ทันเนี่ย"ชุลีว่าขึ้นเสียงระอา อยากจะลากคอว่าที่ลูกเขยมาคุยกันให้รู้เรื่องสักที เรื่องหมั้นก็เรื่องหนึ่ง เรื่องพาลูกเธอไปค้างอ้างแรมก็เรื่องหนึ่ง"ถ้าไม่เห็นแก่พสิกา ผมคงยกขันหมากไปที่สุทธาธิรักษ์แล้วล่ะครับ"การุณภพว่าขำๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง ชนิดที่ชุลีและอัศนัยที่ฟังอยู่ พูดไม่ออกเพราะความอึ้งตามๆ กันไป"ลูกพี่มีบุญหรือมีกรรมกันแน่ล่ะเนี่ย""พี่ชุรับปากเองนะครับ ว่ารอพสิกาเรียนจบก่อน แล้วจากนั้นจะว่ายังไงก็ให้พวกเราจัดการกันเอง""รู้แล้วๆ เธอเนี่ยจริงๆ เลยนะภพ ครั้งหน้าจะทำอะไรก็บอกก่อนหน่อยเถอะ เดี๋ยวหัวใจวาย เป็นลมเป็นแล้งขึ้นมานายจะว่ายังไง ช่างเถอะ เอาเป็นว่าดูแลพายด้วยล่ะ พี่กลับบ้านก่อนแล้วกัน"ชุลีว่าเสียงระอา เพราะการุณภพไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หวงแหนลูกสาวเล
“แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ค่ะอา”คนตัวเล็กว่าด้วยสีหน้าเป็นกังวล มือก็ควงลำแขนหนาเอาไว้แน่น หลังจากที่เสร็จกิจแสนวาบหวาบกับอาหนุ่มลง เธอก็ต้องยอมให้ลำแขนของเขาพยุงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของตนเองอย่างจำใจแต่สิ่งที่ทำให้กังวลมากกว่าอะไร คือการที่อาหนุ่มกำลังจะทำการเปิดตัวเธอในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า แก่สายตาของทุกคนในงาน เธอที่ไม่ได้เตรียมตัวมาสำหรับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ได้แต่บอกเขาไปหลายครั้ง ว่าเธอคิดว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี แต่เขาก็ค้านเธอกับประโยคที่ว่า‘ประธานบริษัทใหญ่ และคุณหนูตระกูลสุทธาธิรักษ์ อยู่ในห้องน้ำกันตามลำพังสองต่อสอง แบบนี้ฟังดูดีกว่ารึเปล่า’และนั่นก็เป็นเหตุผล ที่ทำให้เธอต้องหายใจไม่เป็นจังหวะ จะโทษก็คงต้องโทษที่เขาเดินตามเข้ามา ทำให้เรื่องมันวุ่นวายหนักกว่าเก่า แบบนี้สายตาคนในงานจะมองเขาอย่างไรก็ไม่แน่ใจ น่างอนเสียให้เข็ด พสิกาคิด เอี้ยวมองเขาอย่างไม่พอใจ ซึ่งอาหนุ่มที่รู้ตัวก็รีบยิ้มรับพลางประตูก็เปิดออกช้าๆร่างทั้งสองร่างเดินออกจากห้องน้ำหรู โดยที่ใบหน้าของคนตัวเล็กยังคงก้มลงมองต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองสายตาของผู้คนในงาน“เชิดหน้าขึ้นหน่อย อย่าลืมว่าเป็นคู่หมั้นอา”คนตั
“อ้าปากสิ”คำสั่งของอาหนุ่ม ทำเอาใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นพัลวัน พสิกาเม้มปากเล็กน้อย ได้แต่จ้องมองแท่งมหึมา ที่ตั้งตรงตระหง่าน ชี้หน้าเธอด้วยความแข็งขัน จนลำคอของเธอเริ่มแห้งผากขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ริมฝีปากสวยอ้าออกช้าๆ เรียกเสียงพอใจในลำคอของคนตัวโตได้เป็นอย่างดี ปากเล็กค่อยๆ ครอบลงบนส่วนหัว ด้วยดวงตาที่ปิดลงแน่น สัมผัสของเจ้าแท่งเนื้อที่คับแน่นอยู่ในปาก ทั้งอุ่น และคับแน่นจนเธอหายใจแทบไม่ออกนัยน์ตาคู่คมจรดจ้องใบหน้าสวย ที่บัดนี้ดูทรมาณจากความไม่คุ้นชินจากเจ้าแกนใหญ่ ที่อยู่ในโพรงปากอุ่นแม้จะยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความยาวของมัน“อย่าให้โดนฟัน”เสียงทุ้มพูดขึ้นบาๆ ใช้นิ้วปัดผมลอนสลวยสีน้ำตาลอ่อนไปทางด้านหลัง เด็กสาวพยายามเรียนรู้อย่างเร็วรี่ แม้จะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกก็ตามแต่ ริมฝีปากสวยค่อยๆ ขยับเข้าออก ตามที่เธอเคยเห็นในหนังโป๊ที่รินรดาเคยเอามาให้ดู และศึกษาด้วยตัวเองอยู่บ้างในบางครั้ง แม้จะเป็นครั้งแรกที่ไม่ช่ำชองนัก แต่มันก็เรียกให้คนตัวโตซี้ดออกมาได้เบาๆ และนั่นก็ยิ่งเรียกความมั่นใจให้เธอเป็นเท่าตัวอ๊อก!ๆๆๆเสียงแกนลำยาวที่ถูกผงกหัวเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ อยู่ในสายตาคู่คมของคนตัว
“เป็นอะไร”เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง จนร่างเล็กชะงักกึก ก่อนจะเงยหน้ามองในกระจกทั้งน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลอาบแก้ม เมื่อพบว่าบัดนี้อาหนุ่มยืนอยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับใบหน้าคมที่นิ่งเรียบ จ้องมองเธอผ่านกระจกนิ่ง “ปะ…เปล่าค่ะ”เธอรีบก้มหน้าลง ใช้มือซับน้ำตาลวกๆ ตอบเขาเสียงสั่น มือหนาคว้าลำแขนเล็ก ดึงให้เธอหันไปปะทะกับอกของเขาเบาๆ นัยน์ตาทั้งสองคู่สบกันแน่นิ่ง หากแต่นัยน์ตาคู่สวยของคนตัวเล็ก บัดนี้กลับแวววาว เต็มไปด้วยน้ำสีใสอย่างน่าสงสาร ระคนน่าเอ็นดูจับใจ“ตอบอา”การุณภพดึงดันถามต่อเสียงเรียบ มือหนาก็ยกขึ้นเกลี่ยคราบน้ำตาที่ยังคงเปียกชื้น บนพวงแก้มนุ่มออกไปอย่างเบามือ“พายไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ”“โกรธที่อาไม่ได้บอกเรื่องนี้ใช่ไหม”ใบหน้าสวยส่ายไปมาเบาๆ จนคิ้วหนาของการุณภพต้องเลิกขึ้นด้วยความสงสัย ทั้งๆ ที่ในหัวเขาคิดเอาไว้ ว่าคนตัวเล็กน่าจะไม่โอเคกับเรื่องธุรกิจพวกนี้ของเขา ที่ไม่ได้บอกเธอก่อน“งั้นเรื่องอะไร”“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะอา”“พายหอม”เขาเรียกเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้น้ำเสียงของอาหนุ่มดุขึ้นเล็กน้อย จนคนตัวเล็กต้องชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมตอบเขาออกไปเสียงอ่อย“ทำไมถึงเอาแต่แจกยิ้
"อืม....พอดีเด้ะเลยแฮะ"เสียงหวานว่าขึ้นเบาๆ หมุนตัวซ้ายทีขวาที ทอดมองตนเองในชุดเดรสสีขาวตัวหรูเปิดไหล่บนกระจก ที่คนเป็นแม่สั่งตัดมาให้ พร้อมกับชุดเครื่องประดับเพชรน้ำงามระยิบระยับเข้ากันอย่างหรูหรา แต่เธอเลือกจะวางกล่องเครื่องเพชรนั้นไว้ที่เดิม สวมเพียงสร้อยจี้องุ่นเส้นสีเงินสวยจากอาหนุ่มเท่านั้นพสิกาพิจารณาช่วงลำคอและเนินอก ยังดีที่รองพื้นยังพอกลบรอยคมเขี้ยวและรอยจูบพวกนั้นได้มิด ไม่อย่างนั้นคงต้องเปลี่ยนชุด พาให้โดนคนเป็นแม่ดุเข้าไปอีกคิดมาถึงตรงนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงสถานการณ์เมื่อคืน ที่อาหนุ่มและเธอนอนกอดกันกลมเกลียว จนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน"ให้อากอดไม้ได้จริงๆ หรอ""ไม่ได้ค่ะ ห้ามเด็ดขาด!""ถ้าไม่ให้คืนนี้ หลังจากทำธุระเสร็จ ให้อากอดให้หายคิดถึงได้ไหม""ทำไมเป็นคนหื่นหนักแบบนี้คะอา""ถ้าไม่ให้ อาก็จะกอดคืนนี้""ไม่เอานะคะ.....ก็ได้ค่ะ หลังจากธุระเสร็จ ค่อยทำก็ได้ค่ะ"บทสนทนาของเธอและอาหนุ่มที่ผุดขึ้นมาในหัว พาให้เธอต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าที่เริ่มกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเมื่อคืนแค่บอกปัดไปก่อน รอแก้ผ้าเอาหน้ารอดเมื่อเวลานั้นมาถึง แต่พอคิดดูอีกที คงไม่พ้น
"เร็วๆ สิลูกเจี๊ยบ" สาวใช้ที่โดนเร่งจากคุณนายคำผกา รีบหอบข้าวของวางลงบนโต๊ะ จัดแจงนำอาหารมากมายใส่จานตามคำสั่งอย่างเร็วรี่ นานแล้วที่คำผกาไม่ได้ลงครัวด้วยตัวเอง วันนี้นับว่าเป็นโอกาสพิเศษ เลยไม่รอช้าที่จะลงมือจัดแจงทำกับข้าวมากมาย โดยมีสาวใช้ข้างกายอย่างลูกเจี๊ยบคอยหยิบจับช่วยอีกมือ "เดี๋ยวฉัน
พสิกาคว้าผ้าขนหนู สาวเท้าเดินออกมาจากห้อง ตรงไปยังห้องน้ำด้วยดวงตาที่จะปิดไม่ปิดแหล่ ทำเอาคนเป็นอาที่เดินขึ้นมาบนชั้นสองของตัวบ้าน ถึงกับกอดอก ยืนมองพลางยกยิ้มขำกับภาพตรงหน้ามือเล็กของเธอทุบไปยังไหล่ตัวเองไปมา ความเมื่อยล้ากำลังกัดกินพลังงานอันน้อยนิด จนตอนนี้เธอเหมือนจะเหลือแต่วิญญาณเสียด้วยซ้ำไป
ในอดีต ไร่การุณเป็นไร่ที่ถูกดูแลโดยพ่อของการุณภพอย่างที่ทราบกัน ระบบระเบียบการดูแลของพ่อกับลูกก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง คุณคริสโตเฟอร์ผู้เป็นพ่อนั้นเรียนจบปริญญาตรีจากเนเธอแลนด์ก็จริง แต่ไม่ได้จบสายงานบริหารมาโดยตรง ทำให้เมื่อมาอยู่ไทย ใช้เงินที่มีติดตัวกว้านซื้อที่ดินเมืองเชียงใหม่มามากมาย และเปลี่ยน
"อือ...."คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงใหญ่พลิกตัวไปมาเล็กน้อย เมื่อแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ยามอรุณ กระทบกับเปลือกตา จนพาให้ต้องเบ้หน้าลงเล็กน้อยหญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่เหมือนจะสดชื่น น่าจะเป็นเหตุมาจากการนอนที่เต็มอิ่ม ไม่เหมือนเมื่อครั้งอยู่เมืองกรุง ที่ส่วนมากจะใช้เวลาไปกับการปั่นงานมหาลัย และการ




![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


