LOGIN“ฟาเบียน แกรู้ใช่ไหมว่าเจ้านายแกพักอยู่ห้องไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้” ขณะที่ฟาเบียนกำลังหอบเอาเสื้อผ้าถุงใหญ่ตามที่เจ้านายโทรสั่งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ยังไม่ทันจะได้ขึ้นไปยังห้องที่เจ้านายพักก็ต้องมาเจอกับแม่เจ้านายซะก่อน
“เอ่อ! คือ ให้กระผมเรียนถามนายก่อนดีไหมครับ” ฟาเบียนถามด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หาทางออกไม่เจอ เมื่อคนหนึ่งก็เจ้านาย อีกคนหนึ่งก็แม่เจ้านาย
“ก็ลองโทรสิ ถ้าแกไม่อยากทำงานกับฉันแล้ว” มาดามเดียน่าบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผิดกับคนฟังที่กำลังเบิกตาโพลง
“มะๆ ไม่ครับ ผมจะพาไปเดี๋ยวนี้ครับ เชิญมาดามทางนี้ครับ” ในที่สุดฟาเบียนก็ต้องยอมจำนนกับเหตุผลหรือจะเรียกว่าคำขู่ก็คงไม่ผิด แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ขึ้นไปยังห้องเป้าหมาย มาดามเดียน่าก็หันไปเห็นแก้วมุกดาที่กำลังเดินมากับผู้หญิงอีกคน จึงรีบทักขึ้น
“เอ้า! หนูแก้ว หนูมาทำอะไรที่นี่แต่เช้าจ๊ะเนี่ย” มาดามเดียน่าเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแกมเอ็นดู
“เอ่อ! สวัสดีค่ะมาดาม คือแก้ว” แก้วมุกดายกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม แต่ก็ไม่กล้าบอกว่าตนมาที่นี่ทำไม เพราะเกรงว่าเพื่อนจะพลอยเสียชื่อไปด้วย
“มาดงมาดามอะไรกัน เรียกป้าสิจ๊ะหนูแก้ว” มาดามเดียน่าขัดขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ
“เอ่อค่ะคุณป้า เอ้อ! คุณป้าคะ นี่คุณสุทินีหรือแม่นีแม่ของยาหยีค่ะ” มาดามเดียน่าหันไปทักทายด้วยความยินดี ความจริงท่านรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวทั้งสองคนมาก ยิ่งสุดที่รักที่รู้จากปากลูกชายของตัวเองว่าถูกไอรดาเจ้าสาวของงานเมื่อคืนนี้จับให้เป็นคู่ตุนาหงันกันแบบมัดมือชก แต่มันก็ไม่ได้เป็นทางการ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้
แม้กระทั่งแม่ของฝ่ายหญิงเองก็ยังไม่รู้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ท่านต้องลงมือจัดการด้วยตัวเองซะแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณสุทินี ดีใจจริงๆ ที่วันนี้ได้พบคุณ ฮันนี่ลูกสาวของคุณเขาน่ารักมากค่ะ คงจะดีไม่น้อยถ้าฉันมีลูกสาวน่ารักๆ แบบนี้บ้าง” คุณสุทินีได้แต่ยิ้มบางๆ ตอบกลับไป เพราะตอนนี้ได้แต่พะวงเรื่องความปลอดภัยของลูกสาวมากกว่าอะไรทั้งนั้น
“สวัสดีค่ะมาดาม ขอบคุณมากค่ะที่เอ็นดูยาหยี ถ้าแกได้ยินคงดีใจมาก” คุณสุทินีตอบกลับไปด้วยเสียงอ่อนโยน
“เอ่อ! คุณป้าคะ ถ้ายังไงเราสองคนต้องขอตัวก่อนนะคะ พอดีวันนี้เรามีธุระบางอย่างต้องรีบจัดการ ไว้วันหน้าถ้ามีโอกาสเราคงได้คุยกันมากกว่านี้นะคะ” แก้วมุกดหาทางปลีกตัว เพราะอยากจะรีบตามหาเพื่อนรัก
“บอกได้ไหมเอ่ยว่าธุระเรื่องอะไร เผื่อป้าจะได้ช่วยด้วยอีกแรง ถึงที่นี่จะเป็นเมืองไทย แต่ป้าก็กว้างขวางพอตัวนะ” มาดามเดียน่ายังพยายามรั้งทั้งคู่เอาไว้อีก ทำให้แก้วมุกดารู้สึกลำบากใจไม่น้อย แต่เวลาแบบนี้เธอควรจะห่วงความปลอดภัยมากกว่าหน้าตาของเพื่อน ยิ่งเมื่อหันไปถามความเห็นทางคุณสุทินีแล้ว รายนั้นพยักหน้ากลับมา เธอจึงไม่รอช้าอีก
“ก็ได้ค่ะ คือเรามาตามหายาหยีค่ะคุณป้า แก้วคิดว่าหยีเขาน่าจะพักอยู่ที่นี่น่ะค่ะ” มาดามเดียน่าพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ไปให้
“อืม! เรื่องนั้นเดี๋ยวป้าจะจัดการให้ แต่ตอนนี้ทั้งสองคนรีบตามป้ามาทางนี้ดีกว่านะ” มาดามเดียน่าจับจูงให้แก้วมุกดาเดินตามไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนคุณสุทินีต้องเดินตามไปด้วยอย่างงงๆ
“คุณป้าพาเราสองคนมาที่นี่ทำไมคะ” แก้วมุกดาทำหน้าสงสัย เมื่ออีกฝ่ายพาพวกเธอมาหยุดอยู่ตรงห้องพักห้องหนึ่งของโรงแรม
“ถ้าอยากรู้ก็รีบตามป้าเข้ามาสิจ๊ะ ฟาเบียนเปิดประตู” มาดามเดียน่าหันมาสั่งฟาเบียนที่เดินตามมาเงียบๆ ซึ่งฝ่ายนั้นได้แต่ทำท่าละล้าละลัง ‘ตอนแรกแค่มาดามคนเดียวหัวไอ้ฟาเบียนก็จะขาดอยู่แล้ว ตอนนี้มาทั้งโขยง ตายอีกกี่ชาติวะกู ฟาเบียนเอ๊ย! ฟาเบียน นายเอามึงตายแน่’
“ถ้าไม่เปิดแกก็ตายเหมือนกัน เลือกเอาว่าอยากจะตายแบบไหน” มาดามเดียน่าบอกเสียงเฉียบ เมื่อพอจะเดาได้ว่าฟาเบียนกำลังคิดอะไร ‘เอาวะเปิดก็ตาย ไม่เปิดก็ตาย ขอเปิดละกัน อย่างน้อยก็ได้กินเผือกก่อนตาย ไม่เสียชาติเกิดแล้วมึงเอ๊ย’ ด้วยความอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ฟาเบียนจึงตัดสินใจเปิดประตูให้ในที่สุด แล้วกุญแจที่อยู่ในมือของฟาเบียนตอนนี้ก็ได้มาจากฝีมือของมาดามเดียน่าอีกตามเคย ก็บอกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ท่านก็แค่ยื่นคำขาดให้ไปหากุญแจไขห้องนี้ให้ได้ ถ้าไม่อยากตกงาน เวรกรรมก็เลยต้องตกอยู่ที่ผู้น้อยอย่างฟาเบียนน่ะสิ แต่เรื่องกุญแจสำหรับฟาเบียนแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด ที่ยากกว่าก็คือเรื่องเอาชีวิตให้รอดหลังจากนี้ดีกว่า
“ขอบใจ แกทำงานดีมาก ฉันจะบอกให้เลโอขึ้นเงินเดือนให้แกนะฟาเบียน” มาดามเดียน่ายิ้มพึงใจ ต่างกับสีหน้าของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง
“เปลี่ยนจากเงินเดือน เป็นขอให้นายไว้ชีวิตผมจะดีกว่าไหมครับ อ้อ! นี่ครับมาดาม ฝากให้นายด้วยนะครับ” ฟาเบียนบอกพร้อมกับยื่นถุงกระดาษที่มีเสื้อผ้าอยู่สองสามชุดไปให้
“อืม! ขอบใจ” มาดามเดียน่ารับไว้ จากนั้นจึงเดินเข้าไปภายในห้อง ซึ่งมันคือห้องสวีทที่ได้รับการตกแต่งจนน่ามอง แต่ให้ตายเถอะ ตอนนี้คงไม่มีใครอยากชื่นชมความน่ามองที่ว่านั่นหรอก เพราะทุกสายตาต่างกำลังจับจ้องมองไปยังเตียงที่มีหนุ่มสาวนอนกอดกันอยู่
“เฮ้ย! หยี” เป็นแก้วมุกดาที่ร้องอุทานออกมาเสียงดัง เรียกให้คุณสุทินีต้องมองให้ชัดๆ เต็มตาด้วยอีกคน
“ยาหยี” แล้วก็เป็นคุณสุทนีที่ต้องร้องออกมาด้วยอีกคน แล้วเสียงของทั้งสองสาวก็ทำให้คนที่กำลังหลับลึกอย่างเลโอนาร์ดรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
“เฮ้ย!” แล้วเขาก็เป็นอีกคนที่ร้องอุทานออกมา เมื่อภายในห้องที่เขาใช้นอนเมื่อคืนนี้ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขาและเธออีกต่อไปแล้ว
“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนะพ่อตัวดี ไหนแกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหมเลโอ ฉันจะแกได้มีโอกาสพูดบ้าง ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่ยุติธรรมอีก” เลโอนาร์ดหันไปมองหน้าคนเป็นแม่นิดนึงก็พอจะเดาออกทันที ว่านี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่
“แล้วมัมคิดว่าไงล่ะครับ” เขาลองถามหยั่งเชิงดู ว่าเป็นอย่างที่คิดเอาไว้รึเปล่า
“ภาพมันฟ้องซะขนาดนี้ จะให้คิดอะไรได้นอกจากว่าแกรังแกน้องเมื่อคืนนี้ หรือแกจะเถียงห๊าเลโอ นี่อย่าบอกนะว่าแกจะปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้น่ะ” มาดามเดียน่าแสร้งขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ ซึ่งความจริงทั้งหมดนี้ท่านรู้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เพราะท่านให้คนแอบตามลูกชายมาห่างๆ ทันทีที่เห็นว่าเขาพยุงใครออกมาจากงาน เพื่อดูให้แน่ใจว่าพ่อลูกชายตัวดีจะไม่ออกจากห้องจนกว่าจะเช้า ก็บอกแล้วว่าเอ็นดูเด็กคนนี้ และจะต้องจัดการให้การหมั้นแบบจับพลัดจับผลูกลายเป็นเรื่องจริงที่ผู้ใหญ่รับรู้ด้วย ซึ่งดูท่าว่ามันจะสำเร็จแล้วล่ะ
ความจริงไม่ได้คิดว่าภาพมันจะออกมาดูดีกว่าที่คิดเอาไว้มากแบบนี้ (ภาพชายหญิงนอนกอดกันด้วยสภาพเปลือยเปล่าเนี่ยนะ ดูดี) ก็ภาพแบบนี้มันอธิบายทุกอย่างด้วยตัวของมันเองอยู่แล้วนี่นา “เฮ้อ! จริงๆ แล้วผมไม่น่าพูดอะไรตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละ เพราะยังไงๆ มัมก็สรุปทุกอย่างเองแล้ว เอาเป็นว่าจะจัดการยังไงก็แล้วแต่มัมจะเห็นสมควรแล้วกันครับ” เลโอนาร์ดขยี้ผมตัวเองแรงๆ เมื่อเสียท่าให้คนเป็นแม่จนได้ ถึงว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เงียบผิดปกติ เพราะวางแผนเอาไว้แต่แรกแล้วนี่เอง เพราะถ้าเป็นเวลาปกติแล้ว คนหูตากว้างขวางเป็นสับปะรดอย่างมาดามเดียน่า ถ้าลองได้รู้ได้เห็นว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองออกไปกับผู้หญิงแล้วล่ะก็ เป็นได้อาละวาดเกือบทุกครั้งไป แต่สำหรับรายนี้คงถูกใจมากแน่ๆ ถึงได้ลงมือวางแผนด้วยตัวเองแบบนี้ “อืม! ใครมาส่งเสียงเอะอะโวยวายแต่เช้าเนี่ย คนจะหลับจะนอนไม่รู้รึไง โอย! ปวดหัวชะมัด ทำไมมันปวดแบบนี้เนี่ย” สุดที่รักที่กำลังงัวเงียบ่นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เดี๋ยวเธอจะปวดหัวมากกว่านี้อีก ถ้าขืนยังไม่รีบตื่นล่ะก็” เลโอนาร์ดหันไปบอกคนที่เอาแต่หลับตาอยู่อย่างนั้น
“ฟาเบียน แกรู้ใช่ไหมว่าเจ้านายแกพักอยู่ห้องไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้” ขณะที่ฟาเบียนกำลังหอบเอาเสื้อผ้าถุงใหญ่ตามที่เจ้านายโทรสั่งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ยังไม่ทันจะได้ขึ้นไปยังห้องที่เจ้านายพักก็ต้องมาเจอกับแม่เจ้านายซะก่อน “เอ่อ! คือ ให้กระผมเรียนถามนายก่อนดีไหมครับ” ฟาเบียนถามด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หาทางออกไม่เจอ เมื่อคนหนึ่งก็เจ้านาย อีกคนหนึ่งก็แม่เจ้านาย “ก็ลองโทรสิ ถ้าแกไม่อยากทำงานกับฉันแล้ว” มาดามเดียน่าบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผิดกับคนฟังที่กำลังเบิกตาโพลง “มะๆ ไม่ครับ ผมจะพาไปเดี๋ยวนี้ครับ เชิญมาดามทางนี้ครับ” ในที่สุดฟาเบียนก็ต้องยอมจำนนกับเหตุผลหรือจะเรียกว่าคำขู่ก็คงไม่ผิด แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ขึ้นไปยังห้องเป้าหมาย มาดามเดียน่าก็หันไปเห็นแก้วมุกดาที่กำลังเดินมากับผู้หญิงอีกคน จึงรีบทักขึ้น “เอ้า! หนูแก้ว หนูมาทำอะไรที่นี่แต่เช้าจ๊ะเนี่ย” มาดามเดียน่าเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแกมเอ็นดู “เอ่อ! สวัสดีค่ะมาดาม คือแก้ว” แก้วมุกดายกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม แต่ก็ไม่กล้าบอกว่าตนมาที่นี่ทำไ
จากเรียวปากนุ่มชุ่มชื้นของเธอที่เขาแสนจะหลงใหล ไล่เรื่อยลงมาจนถึงลำคอระหง ปลายลิ้นร้อนๆ ยังคงทำหน้าที่สำรวจนวลเนื้อของเธออย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะเมื่อมันลากผ่านมายังแอ่งชีพจรและมาหยุดอยู่ตรงทรวงสล้างงดงามล่อตาล่อใจให้ภมรหนุ่มอย่างเขาต้องรีบกระโจนเข้าใส่ แล้วลิ้นร้ายกาจก็ไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง เมื่อมันจู่โจมดูดตอดรัดทรวงสล้างของเธอจนเจ้าตัวยังต้องแหงนเงยใบหน้าเมื่อถูกความซ่านเสียวจู่โจม ไม่ใช่แค่ทรวงสล้างของเธอเท่านั้นที่กำลังถูกลิ้นร้ายกาจของเขาจู่โจม แต่ทุกส่วนทุกอณูในร่างกายของเธอเขาก็จะไม่ยอมละเว้นเช่นกัน แต่สถานที่อันคับแคบแบบนี้คงทำอะไรได้ไม่ถนัดนัก เขาจึงใช้ผ้าขนหนูที่วางพาดอยู่ห่อหุ้มพร้อมกับอุ้มร่างบอบบางของเธอออกมาวางบนเตียง เพื่อสานต่อในสิ่งที่ตัวเองทำค้างเอาไว้ “อืม...!” เธอครางเสียงแผ่วอีกครั้งเมื่อถูกเขาจู่โจม แต่ครั้งนี้เขากลับเริ่มจู่โจมเธอตั้งแต่ปลายเท้าเรื่อยมาผ่านเรียวขาสลักเสลา และยังคงไปต่อเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ความงามแห่งอิสตรีที่เธอหวงแหน เพียงแค่ถูกลิ้นร้อนๆ ของเขาแตะต้องลงไป ทำให้เธอถึงกับสะดุ้งพร้อมกันนั้นก็ยังแอ่นสะโพกยกสูงข
ในคืนวันแต่งงานของเพื่อนรักอย่างจิโอวาโน่ กับไอรดา แทนที่เขาจะได้อยู่ชื่นมื่นรื่นรมย์ในงาน แต่เลโอนาร์ดกลับต้องมาขลุกอยู่กับคนเมาอย่างสุดที่รัก แต่จะว่าไปที่เธอต้องเมาไม่ได้สติแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขานี่แหละ “ยัยซื่อบื้อ ดื่มไม่เป็นก็ยังจะดื่มเข้าไป เป็นไงล่ะ เมาเหมือน…เฮ้อ ฉันเลยพลอยซวยไปด้วย ฮึ่ย! ยัยเมรีขี้เมา” เลโอนาร์ดบ่นกระปอดกระแปด เมื่อต้องรับหน้าที่ดูแลคนเมา แทนที่จะได้ไปร่วมสนุกในงานแต่งงานของเพื่อนอย่างที่ควรจะเป็น “อืม! เสียงใครวะ หนวกหูชะมัด คนจะหลับจะนอนเห่าอยู่ได้” เขาถึงกับกัดฟันกรอด เมื่อจู่ๆ คนเมาก็ลุกขึ้นมาโวยวายหาว่าเขาเป็นหมา “เธอนี่มัน ให้ตายสิ! ถือว่าเธอเมาหรอกนะ ไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่” เขาได้แต่ขู่ฟ่อ เมื่อทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเฝ้า “คราย ครายเมา ฉานม่ายด้ายเมาสักหน่อย ไปเอาเหล้ามาอีกสิ เดี๋ยวแม่ดื่มโชว์ให้ดูเลย” สุดที่รักบอกเสียงอ้อแอ้พร้อมกับยกแขนขาปัดป่ายไปมาก่อนพยุงร่างเมาแอ๋ของตัวเองลุกขึ้นมา เดือดร้อนให้เขาต้องเข้าไปห้ามไว้อีก เพราะถ้าขืนปล่อยให้คนเมาลุกขึ้นมาเดินอย่างที่ต้องการแล้วล่ะ







