FAZER LOGIN"หน้าที่ของเธอคือรับใช้ฉัน... ไม่ว่าฉันจะสั่งให้ทำอะไร หรือ 'ท่า' ไหนก็ตาม"
Ver maisแสงไฟจากวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์ของห้องพูลวิลล่าสวีท
อุ่น จริยา เดินเข้ามาในห้องด้วยอาการประหม่า มือบางบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อขณะก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของชายผู้เป็นเจ้าของห้องคืนนี้ ร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกมองสายน้ำอยู่หันกลับมา เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมออกสองเม็ด "มาช้านะ...อุ่น" น้ำเสียงทุ้มต่ำ "คุณอวัช...ใช้หนี้ให้อาของอุ่นจริงๆ เหรอคะ" เธอถามออกไป เสียงสั่นพร่า อวัชกระตุกยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย "คนอย่างฉัน...เคยมีประวัติเป็นเด็กเลี้ยงแกะด้วยหรือไง" "แลกกับอะไรคะ" "เธอรู้ดีกว่าใครอุ่น...รู้ว่าฉันลงทุนไปขนาดนี้เพราะต้องการอะไรจากเธอ" ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยคางมนขึ้น สบตาคู่สวยที่สั่นระริกเหมือนกระต่ายที่กำลังจะถูกนักล่าขย้ำ อุ่นพยายามรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายถามออกไป "แค่...ครั้งเดียวใช่ไหมคะ" อวัชหัวเราะในลำคอ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่อบอุ่น แต่มันคือเสียงของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า เขาเอียงคอมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาตรงหน้าด้วยสายตาประเมินและเหยียดหยามอยู่ในที "สองล้าน...ฉันยอมเสียเงินสองล้านเพื่อปลดหนี้ให้อาเธอ" เขาขยับเข้าใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างใบหู "เธอมีค่าขนาดที่ทำให้ฉันพอใจได้ในครั้งเดียวเลยงั้นเหรอ...อุ่น" "ให้อุ่นหาเงินมาใช้หนี้คืนให้ได้ไหมคะ... อุ่นจะไปทำงานพิเศษ จะพยายามหามาผ่อนจ่ายให้ครบทุกบาท" จริยาละล่ำละลักบอก เธอรู้ดีว่ามันไร้ค่านักเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายอย่างเขา แต่ความหวังเฮือกสุดท้ายก็ทำให้เธอกล้าที่จะอ้อนวอน ทว่าอวัชกลับไม่ได้มีสีหน้าเห็นใจแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปหาจนแผ่นหลังของเด็กสาวถอยไปชิดกับผนังห้อง "อย่าดึงเวลา... อุ่น" ฝ่ามือหนาเท้าลงกับผนัง กักขังเธอไว้ในวงแขนที่ไร้ทางออก "ฉันอยากเห็นวิวแม่น้ำยามค่ำคืน... ระหว่างที่ฉันกำลังเข้าไปอยู่ในตัวเธอ" น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่หนักแน่น ปลายนิ้วเรียวของเขาเริ่มขยับไล้ไปตามปกเสื้อนักศึกษาอย่างคุกคาม จริยาหลับตาลงรับชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มขณะที่แสงไฟสีแดงจากมุมมืดกำลังทำงานกว่ารถสปอร์ตคันหรูจะฝ่าการจราจรที่ติดขัดอย่างสาหัสหลังเวลาเลิกงานมาถึงโรงพยาบาล RRJ ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดี ทันทีที่ล้อรถหยุดนิ่งสนิทหน้าทางเข้าประตูห้องฉุกเฉิน จริยาก็พุ่งตัวออกจากรถทันทีโดยไม่สนใจจะหันกลับมาขอบคุณคนขับที่อุตส่าห์เหยียบคันเร่งลัดเลาะพามาส่งถึงที่จริยาวิ่งถลามาจนถึงหน้าห้องไอซียู หญิงสาวรีบพุ่งเข้าไปเกาะเคาน์เตอร์พยาบาล อ้อนวอนขอเข้าไปพบแม่ทั้งน้ำตาพรั่งพรู แต่กลับได้รับเพียงการปฏิเสธตามระเบียบที่เข้มงวดอวัชเดินตามมาจนถึง เขาหยุดยืนซ้อนอยู่ที่แผ่นหลังบางที่สั่นเทาจนน่าสงสาร มองดูจริยาที่พูดจารัวเร็วสะอึกสะอื้นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปจนชิดก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็น"หมดเวลาเยี่ยม... ก็คือเข้าไม่ได้"เขาตัดบทอย่างไม่ไยดีต่อความรู้สึกคนฟัง ก่อนจะหันไปสบตาพยาบาลนิ่งๆ ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า "อาการเป็นยังไงบ้าง""ตอนนี้ยังห้าสิบห้าสิบค่ะ มีเลือดออกในสมองและต้องเฝ้าระวัง อาจารย์หมอจะประเมินเรื่องการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งพรุ่งนี้เช้าค่ะ" พยาบาลตอบอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันมาทางจริยา "หนูเป็นลูกสาวใช่ไหม... อายุเท่าไหร่แล้วจ้ะ"เป็นคำถามที่ทำให้อวัชขยับเข้ามาใกล้กว่า
จริยาดีดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกของร้อน ความตื่นตระหนกทำให้เธอก้าวถอยหลังจนล้มพับลงไปกองกับพื้นห้องสโมสรฯ อย่างแรง ทำให้กระโปรงพลีทเลิกถลกขึ้นมาจนเกือบถึงหน้าอก โชว์เรียวขาขาวเนียนสะดุดตาต่อหน้าสายตาคนทั้งห้อง"ว้าย!"เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจดังลั่นไปทั่วบริเวณ มือบางสั่นเทาพยายามตะครุบปิดชายกระโปรงพัลวัน ใบหน้าหวานที่เคยขาวนวลกลับแดงก่ำไปจนถึงใบหูด้วยความอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทว่าสายตาที่น่ากลัวที่สุดกลับเป็นสายตาคู่คมที่ยืนค้ำหัวเธออยู่... อวัชไม่ได้ยื่นมือมาช่วยพยุงเป็นครั้งที่สอง เขามีเพียงท่าทีนิ่งเฉย ทอดสายตามองความทุลักทุเลของยัยเด็กถ้ำมองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่มุมปากกลับหยักยิ้มขึ้นเพียงนิดราวกับกำลังรื่นรมย์กับภาพความอัปยศตรงหน้า"ตายแล้ว อุ่น เป็นยังไงบ้าง" วันใหม่หน้าตื่นรีบเข้าไปช่วยพยุงเพื่อนให้ลุกขึ้นยืน"ไม่... ไม่เป็นไร เราออกไปกันเถอะใหม่" จริยารีบบอกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า จนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอับอาย ทำให้เธอไม่สนอะไรอีกต่อไป หญิงสาวรีบสะบัดตัววิ่งหนีออกจากห้องสโมสรนักศึกษาไปอย่างไม่คิดชีวิต โดยไม่สนใจเสียงเรียกตะ
เสียงกรีดร้องแผ่วเบาในลำคอประสานไปกับเสียงหวีดร้องอย่างลืมตัวของเหล่านักศึกษาสาวคณะสังคมสงเคราะห์ที่กำลังทำกิจกรรมรับน้องอยู่ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสี่หรือเฟรชชี่หน้าใสที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้ว มหาวิทยาลัย RRJ มหาวิทยาลัยเอกชนระดับท็อปที่ขึ้นชื่อว่าค่าเทอมแพงที่สุดและโอ่อ่าที่สุดบนพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯต้นเหตุของความโกลาหลขนาดย่อมนั้นหนีไม่พ้นร่างสูงสง่าในชุดนักศึกษา ของกลุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกวิศวกรรมการบินชั้นปีที่สี่ทั้งห้าคนที่กำลังก้าวเท้าผ่านลานกิจกรรมทว่าท่ามกลางกลุ่มคนหนุ่มที่ดูดีจนลืมหายใจ หนึ่งในนั้นกลับโดดเด่นจนกลบรัศมีคนรอบข้างได้อย่างสิ้นเชิง อวัช เรืองฤทธิ์เดชสกุล หลานชายเจ้าของมหาวิทยาลัยเจ้าของส่วนสูงเฉียดร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ก้าวเดินด้วยท่วงท่าราบเรียบทว่าทรงอำนาจ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งเฉยราวกับรูปสลักนั้นเป็นดั่งแม่เหล็กที่ดึงดูดสายตาจากทุกสารทิศ... และเขาก็รู้ดีว่าตนเองนั้นมีอิทธิพลมากแค่ไหนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้"นั่นพี่วัช..." รุ่นพี่ปีสองรีบกระซิบกระซาบพร้อมกับสะกิดแขนเพื่อนข้างกายรัวๆ สายตาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ขณะมองกลุ่มลูกรักพ
แสงไฟจากวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์ของห้องพูลวิลล่าสวีท อุ่น จริยา เดินเข้ามาในห้องด้วยอาการประหม่า มือบางบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อขณะก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของชายผู้เป็นเจ้าของห้องคืนนี้ร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกมองสายน้ำอยู่หันกลับมา เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมออกสองเม็ด"มาช้านะ...อุ่น" น้ำเสียงทุ้มต่ำ"คุณอวัช...ใช้หนี้ให้อาของอุ่นจริงๆ เหรอคะ" เธอถามออกไป เสียงสั่นพร่าอวัชกระตุกยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย "คนอย่างฉัน...เคยมีประวัติเป็นเด็กเลี้ยงแกะด้วยหรือไง""แลกกับอะไรคะ""เธอรู้ดีกว่าใครอุ่น...รู้ว่าฉันลงทุนไปขนาดนี้เพราะต้องการอะไรจากเธอ"ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยคางมนขึ้น สบตาคู่สวยที่สั่นระริกเหมือนกระต่ายที่กำลังจะถูกนักล่าขย้ำ อุ่นพยายามรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายถามออกไป"แค่...ครั้งเดียวใช่ไหมคะ"อวัชหัวเราะในลำคอ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่อบอุ่น แต่มันคือเสียงของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า เขาเอียงคอมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาตรงหน้าด้วยสายตาประเมินและเหยียดหยามอยู่ในที"สองล้าน...ฉันยอมเสียเงินสองล้านเพื่อปลดห











