LOGIN“อาไม่ได้เลี้ยงอันนาเพื่อให้ใครคาบไปกิน!” “อันนาจะดื้อ ถ้าอากรไม่จับจองสักที”
View Moreแนะนำตัวละคร
ทิวากร ชายวัยสามสิบแปด มาดขรึมหล่อรวยมีเสน่ห์แต่ไม่มีเมีย คนมักลือกันว่าเขาเป็นเกย์เพราะไม่เคยเห็นเขาควงหญิงมีแต่อยู่กับเพื่อนผู้ชาย
อันนา สาวน้อยวัยยี่สิบสองนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ลูกเลี้ยงของชาวีพี่ชายของทิวากรที่อยากมีลูกเลยรับเธอมาเลี้ยงดูพอมีลูกอิจฉา ทางครอบครัวก็ไม่ต้องการเด็กคนนี้ ทิวากรจึงรับมาเลี้ยงตั้งแต่เธออายุสิบสาม
เกริ่นนำ
“อากรเป็นเกย์จริงเหรอคะ”
“ไปฟังใครพูดอะไรมา?”
“อันนาแค่สงสัยว่าทำไมอากรถึงไม่มีเมีย”
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” เขาทำเสียงดุคล้ายตำหนิสาวน้อยตรงหน้า
“อันนาไม่เด็กแล้วนะคะ” หน้าสวยง้ำงอโผขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักแกร่ง ทิวากรตกใจแทบสร่างเมาหัวใจเต้นแรง
“ลงไปจากตัวอา” เขาทำหน้าดุกลบเกลื่อนความรู้สึกหวั่นไหวที่มีให้เธอตั้งแต่ตอนโตเป็นสาวแรกรุ่นหากใกล้ชิดมากกว่านี้กลัวว่าจะเผลอใจทำอะไรที่ไม่ควร
“อันนาอยากรู้ว่าอากรไม่ชอบผู้หญิงจริงมั้ย”
“ผู้หญิงน่ะชอบแต่ไม่ชอบหลานตัวเอง”
“เราไม่ใช่อาหลานทางสายเลือดจริง ๆ สักหน่อย” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอมยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วค่อย ๆ แกะกระดุมชุดนอนกระโปรงออกทีละเม็ดเผยเนินอกขาวเนียน นัยน์ตาคมเบิกโพลงกายร้อนวูบวาบรีบจับกุมมือหลานให้หยุด
“อันนา.....อย่าดื้อ.....” เสียงทุ้มกดต่ำทำหน้าดุให้เธอแต่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ อันนาจ้องตาคุณอาที่รักก่อนจะโน้มเข้าใกล้อกอิ่มแนบชิดกับอกแกร่ง หน้าสวยแนบข้างแก้มสาก
“อยากห้ามจริงเหรอคะ อันนารู้นะว่าคืนที่เจ็บข้อเท้าอากรทำอะไร.....” ริมฝีปากบางยกยิ้มเห็นตอนที่เขากลืนน้ำลายลงคอเนื้อตัวที่ชิดใกล้รู้สึกถึงหัวใจของคนทั้งสองเต้นแรง เขาขบกรามแน่นพยายามอดกลั้นความต้องการที่ไม่ควรเกิดและตกใจที่อันนารู้ตัวว่าเขาลวนลามเธอตอนหลับ
“อุ้ย! อากร.....” อันนารู้สึกได้ถึงเป้ากางเกงที่แข็งตุงเลยผละตัวออกห่างแต่แขนแกร่งกลับรวบรัดเอวเธอไว้แน่น
“ใครสอนให้หัดยั่วผู้ชาย หรือว่าอันนาของอาเป็นของคนอื่นไปแล้ว” สายตาคมหวานเยิ้มน้ำเสียงแหบพร่าจนเธอขนลุก
“ไม่บอกค่ะ ถ้าอยากรู้อากรต้องพิสูจน์เอง” ก่อนจะกัดริมฝีปากล่างยั่วยวนยกนิ้วชี้ขึ้นกรีดกรายริมฝีปากหนาแผ่วเบา
ตอนที่ 1 จ๊ะเอ๋ใครเอ่ย
บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นสีเทาสลับขาวล้อมรอบด้วยกระจกบานใหญ่สีดำสนิทมองเห็นวิวข้างนอกแต่คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นข้างใน พื้นบ้านสีขาวสะอาดเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเน้นความเรียบหรูและพื้นที่โล่งกว้าง
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเวลาตีห้าครึ่ง
ร่างแกร่งนอนคว่ำศีรษะกับบ่าแกร่งโผล่พ้นผ้านวมสีน้ำเงินเข้ม มือหนาเอื้อมไปกดปิดนาฬิกาปลุกพลิกตัวนอนหงายลืมตาก่อนจะยันตัวขึ้นนั่งลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าเดินสวมกางเกงขายาวเปลือยท่อนบนเดินไปออกกำลังยามเช้าวันละครึ่งชั่วโมงที่ห้องออกกำลังกายที่แบ่งโซนเชื่อมต่อกัน ก่อนจะเข้าไปชำระร่างกายแต่งตัวเพื่อออกไปทำงาน กายหนาเดินมาหน้ากระจกเงาสูงเท่าตัวบานใหญ่สำรวจดูความเรียบร้อยจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่กระจกสะท้อนเงาทิวากรเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคิ้วดกดำนัยน์ตาคมจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากหนาหยักได้สีผิวน้ำผึ้งกับใบหน้าคมเข้มทำให้ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลเป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ไฮโซนางแบบเข้ามาพัวพันแต่ไม่ชายตาแลทำให้ร่ำลือกันว่าเขาไม่มองหญิง
ภายในห้องอาหารกว้างสีขาวสะอาดโต๊ะอาหารสีขาวยาวไปสุดท้ายห้องมีเก้าอี้ทรงสูงสีดำวางเรียงเป็นทางยาวเสมอโต๊ะ ทิวากรนั่งที่หัวโต๊ะหยิบมีดส้อมเตรียมหั่นอาหารเช้าที่เป็นไข่ไส้กรอกและเบคอน
“จ๊ะเอ๋ ใครเอ่ย” มือขาวนุ่มปิดดวงตาคมกริบส่งน้ำเสียงหวานสดใสข้างแก้มสาก
“ชาลอน เอ็มม่า นาตาลี” ริมฝีปากหนายกยิ้มแกล้งเอ่ยชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่หลานสาว
“พอแล้วค่ะ แกล้งทายแต่ดาราที่ตัวเองชอบ” อันนาหน้ามุ่ยคลายมือออกแล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ เขาชำเลืองมองหลานสาวแสนสวยหน้าตาบ้องแบ๊วผิวขาวเนียนละเอียดน่ารักสดใสอย่างเอ็นดู หางตาเห็นกระเป๋าลากใบใหญ่วางอยู่บนพื้นข้างขาของหลานสาว
“หอบกระเป๋าใบใหญ่จะไปไหน?”
“วันนี้ไปเก็บตัวเชียร์ลีดเดอร์ไงคะ อากรลืมเหรอ”
“อ๋อ วันนี้เอง......” เสียงทุ้มลากยาวทำกลบเกลื่อนเพราะเขาจำไม่ได้ว่าเป็นวันนี้
“ลืมก็บอกมาเถอะค่ะไม่เนียนเลย” เธอโน้มหน้าเข้าไปใกล้ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างคาดคั้น ทิวากรชะงักมองใบหน้าสวยหวานใจเต้นรัวก่อนจะหลบตาลงเอนกายถอยเล็กน้อย
“ช่วงนี้งานเยอะ”
“งานเยอะหรือเที่ยวเยอะคะ เมื่อคืนไปเที่ยวกับอาทศ อาพีกลับมาเกือบตีหนึ่งแหนะ” อันนาผละออกบ่นพึมพำหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาหั่นไส้กรอก
“มันก็ต้องมีบ้าง.......” มือหนาเอื้อมไปหยิบขวดซอสมะเขือเทศเหยาะลงข้างจานของหลานสาว อันนาจิ้มไส้กรอกจุ่มลงซอสมะเขือเทศแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวไปคุยไป
“ไว้วันหลังอันนาขอไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนบ้างนะคะ อยากรู้ว่าสนุกแค่ไหนอากรกับเพื่อน ๆ ถึงชอบไปบ่อย ๆ ”
“ไม่ได้!”
“ทำไมล่ะคะ เพื่อนชวนมาตั้งแต่ปีสองแล้วอันนายังไม่เคยไปเลย” เธอหันมองด้วยความสงสัยหลายครั้งที่ขอไปเที่ยวกลางคืนก็ถูกปฏิเสธ
“สถานที่คับแคบคนเบียดเสียดพวกผู้ชายชอบเนียนแต๊ะอั๋งผู้หญิงหนักหน่อยก็มอมเหล้าแล้วหิ้วไปทำไม่ดี”
“น่าลองนะคะเผื่อจะโดนหิ้ว”
“อย่าดื้อ ถ้าพี่วีรู้ก็โดนดุอีกแค่เรื่องเป็นเชียร์ลีดเดอร์อาก็โดนบ่นจนหูชามากพอแล้ว” เขาสวนกลับทันควันลืมคิดไปว่าหากพูดถึงพี่ชายของเขาเมื่อไหร่หลานสาวจะหงอยทุกที
“ดุอย่างเดียว แต่ไม่เคยสนใจชีวิตอันนาเลย” น้ำเสียงสดใสเมื่อครู่อ่อนลงหลบสายตามองอาหารในจาน ทิวากรรู้ตัวว่าพูดผิดทำให้บรรยากาศการสนทนาระหว่างอาหลานชะงักเลยนึกหาเรื่องคุยอย่างอื่น
“ว่าแต่จะไปเก็บตัวกี่วัน?”
“ห้าวันค่ะ ซ้อมหนักหน่อยมีรายการแข่งอาทิตย์หน้า”
“ทำให้เต็มที่นะ อันนาหลานอาเก่งอยู่แล้ว” มือหนาลูบศีรษะหลานสาวแผ่วเบาอย่างเอ็นดู อันนายิ้มเล็กน้อยรู้ว่าอาเปลี่ยนเรื่องคุยให้เธอสบายใจ
“ตอนคุณพ่อพลาด แต่งงานกับคุณแม่แล้วใช่ไหมคะ”“แต่งหลายปีแล้วแต่ไม่มีลูก ตอนเลี้ยงอันนาแรก ๆ พี่ยารักอันนามากแต่พอรู้เรื่องก็รับไม่ได้”“ไม่น่าคุณแม่ถึงเกลียดอันนา ไม่มีใครรับได้ที่สามีนอกกาย อันนาเข้าใจคุณแม่แล้ว” เสียงหวานสั่นเครือสงสารแม่บุญธรรมจับใจความจริงคือเธอเป็นลูกเมียน้อยที่คุณแม่ต้องมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะถูกสามีหลอกถ้าเป็นเธอก็รับไม่ได้เหมือนกัน“พี่วีก็รักอันนานะ ถึงจะไม่ค่อยใกล้ชิดแต่เขาก็ห่วงทุกอย่างที่เกี่ยวกับอันนา วางแผนการศึกษาเรียนเสริมต่าง ๆ ที่อันนาคิดว่าถูกบังคับแต่ที่จริงคือหวังดี” ทิวากรพูดต่อเพื่อให้เธอเข้าใจพ่อว่าไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด“ที่อันนาเคยคิดว่าตัวเองถูกกระทำฝ่ายเดียวมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยใช่ไหมคะ” หน้าสวยแดงก่ำแววตาเศร้าเธอเคยคิดว่าทุกเกลียดไม่เป็นที่ต้องการถูกทำร้ายจิตใจซ้ำ ๆ ที่จริงคุณแม่ต้องเจ็บช้ำยิ่งกว่าที่ต้องทนมองลูกเมียน้อยอย่างเธอ“ใช่ พี่ยายังเอ็นดูอันนาอยู่บ้างถ้าเขาเอาจริงอันนาไม่ได้โตมาถึงตอนนี้หรอก”“ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะคะ พอได้รู้ความจริงอันนาถึงได้เข้าใจคุณแม่มากขึ้น” ร่างบางโผกอดกายหนาน้ำตาร่วงสะเทือนใจที่ได้รับรู้ความจริงและเข้าใจค
สองอาทิตย์ผ่านไป อันนาอยู่อพาร์ทเม้นท์หรูเริ่มมีเพื่อนมากขึ้นได้พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติทั้งเอเชียอังกฤษและยุโรปเธอหัดขึ้นรถโดยสารสาธารณะกินฟาสต์ฟู้ดและทำอาหารกินเองในบางวันชีวิตเรียบง่ายตัวคนเดียวก็ทำให้เธอสุขแบบเหงา ๆ แต่อีกไม่นานก็คงก็ชินเพราะนี่คือสิ่งที่เธอเลือกเองหลังเลิกเรียนอันนาพยายามติดต่อหาทิวากรหลังจากที่ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่เช้าปกติเขาจะติดต่อมาเช้ากลางวันเย็นและก่อนนอนแต่วันนี้โทรศัพท์เงียบผิดปกติทำให้กังวลว่าเขาจะเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเลยติดต่อไปหาพ่อก็บอกว่าเขาปกติดีไม่ได้เป็นอะไรอีกเดี๋ยวคงติดต่อกลับ อันนาเลยได้แต่กระวนกระวายใจอยู่ไกลกันความเป็นห่วงมันมากแบบนี้นี่เองอพาร์ทเม้นท์หรู อันนาเดินห่อเหี่ยวใจลอยขึ้นบันไดไปห้องพักชั้นสามระหว่างที่เดินอยู่บริเวณชั้นสองเพื่อนชาวอังกฤษเปิดประตูออกมาแล้วกระซิบบอกอันนาว่ามีชายเอเชียตัวสูงผิวขาวผมดำอยู่ที่ห้องของอันนา ๆ รู้สึกกลัวถามอีกครั้งให้แน่ใจว่าเป็นห้องเธอแน่ใช่ไหมเพื่อนบอกว่าใช่เลยชวนกันข
หลังจากหายเข้าไปตั้งสติในห้องน้ำ ทิวากรก้าวเดินออกเชื่องช้ารู้ตัวว่าอาละวาดเกินเหตุ อันนากอดอกจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง เขาเดินตัวลีบยิ้มแห้งค่อย ๆ นั่งลงข้างอันนา“ทีหลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะคะ” เสียงหวานกระเง้ากระงอดรู้ว่าเขาโมโหร้ายแต่ไม่ควรทำกับเธอเพราะเธอกลัว เขาพยักหน้าเบา ๆ รู้สึกผิด อันนาเขยิบตัวเข้าใกล้แล้วนั่งลงบนตักแกร่งโอบกอดลำคอหนาเอนซบหน้าลงไหล่กว้างออดอ้อน วงแขนแกร่งโอบล้อมกายบาง“อันนารักอากรมากนะคะ”“อารู้ พูดประชดเพราะโมโห ขอโทษที่ทำให้เสียใจ” เขาก้มมองหน้าสวยที่เอนซบแล้วเกลี่ยแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม“รับคำขอโทษค่ะ” อันนาเงยมองสบตาคนรัก“แล้วเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังล่ะ”“อ๋อ..........คือพี่หมอกเสนอตัวช่วยพวกเราเพราะไม่อยากถูกทางบ้านพาไปจับคู่กับผู้หญิงคนอื่นเลยร่วมมือกับอันนาบอกที่บ้านว่าจะหมั้นกันและไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ไม่ได้จะหมั้นจริงแค่พูดเอาตัวรอดพวกเราจะออกเดินทางอีกสองอาทิตย์ข้างหน้ายังไงฤกษ์หมั้นก็ไม่ทันอยู่ดี พี่ห
วันแถลงข่าว นักข่าวจากหลายสำนักรุมล้อมอยู่บริเวณหน้าโต๊ะยาวมีผ้าคลุมสีขาวและไมโครโฟนจัดเตรียมไว้สำหรับการแถลงข่าวของบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่กำลังเป็นข่าวเด่นในโลกโซเชียลชาวี กับทิวากรสวมสูทผูกเนกไทเรียบหรูกำลังเดินมาที่โต๊ะแล้วนั่งลงเพื่อทำการแถลงข่าว ทิวากรสีหน้าเรียบเฉยใบหน้าหล่อแต่งเติมรองพื้นปกปิดรอยช้ำแววตาของเขาหมองเศร้าอยากเปิดเผยเรื่องของเขาและอันนาให้ทุกคนรับรู้แต่ทำไม่ได้เพราะเรื่องราวจะบานปลายระหว่างที่นั่งจัดการแถลงข่าวทิวากรได้ประกาศชัดว่าอันนากับเขาเป็นเพียงอาหลานที่เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เธอมาตั้งแต่อายุสิบสามปีไม่ได้มีความสัมพันธ์กันฉันชู้สาวอย่างที่เป็นข่าว ทั้งคู่สนิทสนมกันมากอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดด้านนักข่าวถามข้อมูลที่ได้ทราบมากันเป็นระยะทิวากรก็ตอบกลับไปได้หมดอย่างฉะฉาน ก่อนที่จะมีนักข่าวคนหนึ่งที่ได้รับกระดาษใบเล็ก ๆ เขียนข้อความบางอย่างไว้ นักข่าวคนนั้นนั่งอ่านแล้วรีบยกมือขึ้นสูงเพื่อแทรกคำถาม“คนที่ให้ข้อมูลระบุว่าความสัมพันธ์
แนะนำตัวละครทิวากร ชายวัยสามสิบแปด มาดขรึมหล่อรวยมีเสน่ห์แต่ไม่มีเมีย คนมักลือกันว่าเขาเป็นเกย์เพราะไม่เคยเห็นเขาควงหญิงมีแต่อยู่กับเพื่อนผู้ชายอันนา สาวน้อยวัยยี่สิบสองนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ลูกเลี้ยงของชาวีพี่ชายของทิวากรที่อยากมีลูกเลยรับเธอมาเลี้ยงดูพอมีลูกอิจฉา ทางครอบครัวก็ไม่ต้องการเด็กค
“กร!” ปรียาหน้าตาขึงขังไม่พอใจน้องสามีพูดถึงอดีต ทิวากรยกยิ้มสะใจได้กระตุ้นต่อมโมโหพี่สะใภ้เหยียดแต่คนอื่นไม่ดูการกระทำของตัวเอง“ผมไม่น่าพาหลานมาให้พวกพี่ทับถม ผมกับหลานคงต้องขอตัวกลับ” เขาคว้ามืออันนาดึงให้ลุกขึ้น อันนาลุกยืนรวดเร็วกำลังจะเดินตามทิวากรออกไปจากโต๊ะอาหาร“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื
ด้านอันนาเก็บของแล้วเปลี่ยนชุดจะลงไปว่ายน้ำที่สระกับเพื่อนที่นัดกันไว้ เธอดูเวลายังเหลืออีกสามสิบนาทีเลยบอกเบลว่าจะไปที่ห้องของอากรก่อนแล้วจะกลับมาหาลงไปว่ายน้ำพร้อมกัน เบลพยักหน้ายืนถ่ายรูปตัวเองสวมชุดบิกินนี่ในมุมต่าง ๆ ของห้องและวิวด้านหลังที่เป็นทะเลอันนาเดินมาเคาะประตูห้องคอนเนคก่อนจะบิดกลอนป
“วันนี้ไม่มีความสุขเลย กว่าจะสลัดความทุกข์ลุกอาบน้ำได้ก็หลายชั่วโมง” อันนาออดอ้อนสีหน้าหมองเศร้า คนตัวโตใจเต้นรัวเหงื่อผุดไรผมสติกระเจิดกระเจิงเพราะความนุ่มนิ่มที่สัมผัสกับแผ่นหลัง“ได้....อานอนบนโซฟานะ” เขารีบแกะมือเธอออกจากเอวหนาแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวเล็กตรงข้ามเตียงนอนรีบนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนัก