อากรขา...อันนาอย่าดื้อ

อากรขา...อันนาอย่าดื้อ

last updateLast Updated : 2026-06-24
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
36Chapters
602views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“อาไม่ได้เลี้ยงอันนาเพื่อให้ใครคาบไปกิน!” “อันนาจะดื้อ ถ้าอากรไม่จับจองสักที”

View More

Chapter 1

1.จ๊ะเอ๋ใครเอ่ย

แนะนำตัวละคร

ทิวากร ชายวัยสามสิบแปด มาดขรึมหล่อรวยมีเสน่ห์แต่ไม่มีเมีย คนมักลือกันว่าเขาเป็นเกย์เพราะไม่เคยเห็นเขาควงหญิงมีแต่อยู่กับเพื่อนผู้ชาย

อันนา สาวน้อยวัยยี่สิบสองนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ลูกเลี้ยงของชาวีพี่ชายของทิวากรที่อยากมีลูกเลยรับเธอมาเลี้ยงดูพอมีลูกอิจฉา ทางครอบครัวก็ไม่ต้องการเด็กคนนี้ ทิวากรจึงรับมาเลี้ยงตั้งแต่เธออายุสิบสาม

เกริ่นนำ

“อากรเป็นเกย์จริงเหรอคะ”

“ไปฟังใครพูดอะไรมา?”

“อันนาแค่สงสัยว่าทำไมอากรถึงไม่มีเมีย”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” เขาทำเสียงดุคล้ายตำหนิสาวน้อยตรงหน้า

“อันนาไม่เด็กแล้วนะคะ” หน้าสวยง้ำงอโผขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักแกร่ง ทิวากรตกใจแทบสร่างเมาหัวใจเต้นแรง

“ลงไปจากตัวอา” เขาทำหน้าดุกลบเกลื่อนความรู้สึกหวั่นไหวที่มีให้เธอตั้งแต่ตอนโตเป็นสาวแรกรุ่นหากใกล้ชิดมากกว่านี้กลัวว่าจะเผลอใจทำอะไรที่ไม่ควร

“อันนาอยากรู้ว่าอากรไม่ชอบผู้หญิงจริงมั้ย”

“ผู้หญิงน่ะชอบแต่ไม่ชอบหลานตัวเอง”

“เราไม่ใช่อาหลานทางสายเลือดจริง ๆ สักหน่อย” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอมยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วค่อย ๆ แกะกระดุมชุดนอนกระโปรงออกทีละเม็ดเผยเนินอกขาวเนียน นัยน์ตาคมเบิกโพลงกายร้อนวูบวาบรีบจับกุมมือหลานให้หยุด

“อันนา.....อย่าดื้อ.....” เสียงทุ้มกดต่ำทำหน้าดุให้เธอแต่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ อันนาจ้องตาคุณอาที่รักก่อนจะโน้มเข้าใกล้อกอิ่มแนบชิดกับอกแกร่ง หน้าสวยแนบข้างแก้มสาก

“อยากห้ามจริงเหรอคะ อันนารู้นะว่าคืนที่เจ็บข้อเท้าอากรทำอะไร.....” ริมฝีปากบางยกยิ้มเห็นตอนที่เขากลืนน้ำลายลงคอเนื้อตัวที่ชิดใกล้รู้สึกถึงหัวใจของคนทั้งสองเต้นแรง เขาขบกรามแน่นพยายามอดกลั้นความต้องการที่ไม่ควรเกิดและตกใจที่อันนารู้ตัวว่าเขาลวนลามเธอตอนหลับ

“อุ้ย! อากร.....” อันนารู้สึกได้ถึงเป้ากางเกงที่แข็งตุงเลยผละตัวออกห่างแต่แขนแกร่งกลับรวบรัดเอวเธอไว้แน่น

“ใครสอนให้หัดยั่วผู้ชาย หรือว่าอันนาของอาเป็นของคนอื่นไปแล้ว” สายตาคมหวานเยิ้มน้ำเสียงแหบพร่าจนเธอขนลุก

“ไม่บอกค่ะ ถ้าอยากรู้อากรต้องพิสูจน์เอง” ก่อนจะกัดริมฝีปากล่างยั่วยวนยกนิ้วชี้ขึ้นกรีดกรายริมฝีปากหนาแผ่วเบา

ตอนที่ 1 จ๊ะเอ๋ใครเอ่ย

   บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นสีเทาสลับขาวล้อมรอบด้วยกระจกบานใหญ่สีดำสนิทมองเห็นวิวข้างนอกแต่คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นข้างใน พื้นบ้านสีขาวสะอาดเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเน้นความเรียบหรูและพื้นที่โล่งกว้าง

   เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเวลาตีห้าครึ่ง

   ร่างแกร่งนอนคว่ำศีรษะกับบ่าแกร่งโผล่พ้นผ้านวมสีน้ำเงินเข้ม มือหนาเอื้อมไปกดปิดนาฬิกาปลุกพลิกตัวนอนหงายลืมตาก่อนจะยันตัวขึ้นนั่งลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าเดินสวมกางเกงขายาวเปลือยท่อนบนเดินไปออกกำลังยามเช้าวันละครึ่งชั่วโมงที่ห้องออกกำลังกายที่แบ่งโซนเชื่อมต่อกัน ก่อนจะเข้าไปชำระร่างกายแต่งตัวเพื่อออกไปทำงาน กายหนาเดินมาหน้ากระจกเงาสูงเท่าตัวบานใหญ่สำรวจดูความเรียบร้อยจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่กระจกสะท้อนเงาทิวากรเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคิ้วดกดำนัยน์ตาคมจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากหนาหยักได้สีผิวน้ำผึ้งกับใบหน้าคมเข้มทำให้ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลเป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ไฮโซนางแบบเข้ามาพัวพันแต่ไม่ชายตาแลทำให้ร่ำลือกันว่าเขาไม่มองหญิง

   ภายในห้องอาหารกว้างสีขาวสะอาดโต๊ะอาหารสีขาวยาวไปสุดท้ายห้องมีเก้าอี้ทรงสูงสีดำวางเรียงเป็นทางยาวเสมอโต๊ะ ทิวากรนั่งที่หัวโต๊ะหยิบมีดส้อมเตรียมหั่นอาหารเช้าที่เป็นไข่ไส้กรอกและเบคอน

“จ๊ะเอ๋ ใครเอ่ย” มือขาวนุ่มปิดดวงตาคมกริบส่งน้ำเสียงหวานสดใสข้างแก้มสาก

“ชาลอน เอ็มม่า นาตาลี” ริมฝีปากหนายกยิ้มแกล้งเอ่ยชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่หลานสาว

“พอแล้วค่ะ แกล้งทายแต่ดาราที่ตัวเองชอบ” อันนาหน้ามุ่ยคลายมือออกแล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ เขาชำเลืองมองหลานสาวแสนสวยหน้าตาบ้องแบ๊วผิวขาวเนียนละเอียดน่ารักสดใสอย่างเอ็นดู หางตาเห็นกระเป๋าลากใบใหญ่วางอยู่บนพื้นข้างขาของหลานสาว

“หอบกระเป๋าใบใหญ่จะไปไหน?”

“วันนี้ไปเก็บตัวเชียร์ลีดเดอร์ไงคะ อากรลืมเหรอ”

“อ๋อ วันนี้เอง......” เสียงทุ้มลากยาวทำกลบเกลื่อนเพราะเขาจำไม่ได้ว่าเป็นวันนี้

“ลืมก็บอกมาเถอะค่ะไม่เนียนเลย” เธอโน้มหน้าเข้าไปใกล้ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างคาดคั้น ทิวากรชะงักมองใบหน้าสวยหวานใจเต้นรัวก่อนจะหลบตาลงเอนกายถอยเล็กน้อย

“ช่วงนี้งานเยอะ”

“งานเยอะหรือเที่ยวเยอะคะ เมื่อคืนไปเที่ยวกับอาทศ อาพีกลับมาเกือบตีหนึ่งแหนะ” อันนาผละออกบ่นพึมพำหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาหั่นไส้กรอก

“มันก็ต้องมีบ้าง.......” มือหนาเอื้อมไปหยิบขวดซอสมะเขือเทศเหยาะลงข้างจานของหลานสาว อันนาจิ้มไส้กรอกจุ่มลงซอสมะเขือเทศแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวไปคุยไป

“ไว้วันหลังอันนาขอไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนบ้างนะคะ อยากรู้ว่าสนุกแค่ไหนอากรกับเพื่อน ๆ ถึงชอบไปบ่อย ๆ ”

“ไม่ได้!”

“ทำไมล่ะคะ เพื่อนชวนมาตั้งแต่ปีสองแล้วอันนายังไม่เคยไปเลย” เธอหันมองด้วยความสงสัยหลายครั้งที่ขอไปเที่ยวกลางคืนก็ถูกปฏิเสธ

“สถานที่คับแคบคนเบียดเสียดพวกผู้ชายชอบเนียนแต๊ะอั๋งผู้หญิงหนักหน่อยก็มอมเหล้าแล้วหิ้วไปทำไม่ดี”

“น่าลองนะคะเผื่อจะโดนหิ้ว”

“อย่าดื้อ ถ้าพี่วีรู้ก็โดนดุอีกแค่เรื่องเป็นเชียร์ลีดเดอร์อาก็โดนบ่นจนหูชามากพอแล้ว” เขาสวนกลับทันควันลืมคิดไปว่าหากพูดถึงพี่ชายของเขาเมื่อไหร่หลานสาวจะหงอยทุกที

“ดุอย่างเดียว แต่ไม่เคยสนใจชีวิตอันนาเลย” น้ำเสียงสดใสเมื่อครู่อ่อนลงหลบสายตามองอาหารในจาน ทิวากรรู้ตัวว่าพูดผิดทำให้บรรยากาศการสนทนาระหว่างอาหลานชะงักเลยนึกหาเรื่องคุยอย่างอื่น

“ว่าแต่จะไปเก็บตัวกี่วัน?”

“ห้าวันค่ะ ซ้อมหนักหน่อยมีรายการแข่งอาทิตย์หน้า”

“ทำให้เต็มที่นะ อันนาหลานอาเก่งอยู่แล้ว” มือหนาลูบศีรษะหลานสาวแผ่วเบาอย่างเอ็นดู อันนายิ้มเล็กน้อยรู้ว่าอาเปลี่ยนเรื่องคุยให้เธอสบายใจ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
36 Chapters
1.จ๊ะเอ๋ใครเอ่ย
แนะนำตัวละครทิวากร ชายวัยสามสิบแปด มาดขรึมหล่อรวยมีเสน่ห์แต่ไม่มีเมีย คนมักลือกันว่าเขาเป็นเกย์เพราะไม่เคยเห็นเขาควงหญิงมีแต่อยู่กับเพื่อนผู้ชายอันนา สาวน้อยวัยยี่สิบสองนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ลูกเลี้ยงของชาวีพี่ชายของทิวากรที่อยากมีลูกเลยรับเธอมาเลี้ยงดูพอมีลูกอิจฉา ทางครอบครัวก็ไม่ต้องการเด็กคนนี้ ทิวากรจึงรับมาเลี้ยงตั้งแต่เธออายุสิบสามเกริ่นนำ“อากรเป็นเกย์จริงเหรอคะ”“ไปฟังใครพูดอะไรมา?”“อันนาแค่สงสัยว่าทำไมอากรถึงไม่มีเมีย”“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” เขาทำเสียงดุคล้ายตำหนิสาวน้อยตรงหน้า“อันนาไม่เด็กแล้วนะคะ” หน้าสวยง้ำงอโผขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักแกร่ง ทิวากรตกใจแทบสร่างเมาหัวใจเต้นแรง“ลงไปจากตัวอา” เขาทำหน้าดุกลบเกลื่อนความรู้สึกหวั่นไหวที่มีให้เธอตั้งแต่ตอนโตเป็นสาวแรกรุ่นหากใกล้ชิดมากกว่านี้กลัวว่าจะเผลอใจทำอะไรที่ไม่ควร“อันนาอยากรู้ว่าอากรไม่ชอบผู้หญิงจริงมั้ย”“ผู้หญิงน่ะชอบแต่ไม่ชอบหลานตัวเอง”“เราไม่ใช่อาหลานทางสายเลือดจริง ๆ สักหน่อย” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอมยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วค่อย ๆ แกะกระดุมชุดนอนกระโปรงออกทีละเม็ดเผยเนินอกขาวเนียน นัยน์ตาคมเบิกโพลงกายร้อนวูบวาบรีบจับกุมมือหลา
Read more
2.อาอยู่นี่แล้ว
โดมเชียร์กีฬา มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง รถคอมมูเตอร์สีดำคันหรูแล่นมาจอดบริเวณโดมกีฬาที่มีเหล่านักศึกษาชายหญิงนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันมีกระเป๋าใบใหญ่วางกองรวมกันข้างสนาม อันนาลงจากรถเอื้อมไปหยิบกระเป๋าลากใบใหญ่ที่วางอยู่ตรงที่วางเท้าด้านหลัง ทิวากรเอื้อมมือไปช่วยจับหูกระเป๋าแต่ดันจับไปที่มือนุ่มของหลานสาว เขารีบดึงมือออกอย่างตกใจแต่เก็บอาการ“อันนา” เบลสาวน้อยร่างเล็กหน้าตาสวยคมเพื่อนสนิทของอันนารีบวิ่งมารับเพื่อน“เบล” อันนาหันขวับไปยิ้มให้เบล บาสกับเป้วิ่งตามมาสมทบด้วย ทิวากรเขยิบตัวลงจากรถคอมมูเตอร์ เพื่อน ๆ ของหลานต่างยกมือไหว้คุ้นเคยเพราะทิวากรมารับส่งและซื้ออาหารมาสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ เป็นประจำ“สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ”“ฝากอันนาด้วยนะเด็ก ๆ อาจะส่งเสบียงให้กำลังใจนะ” ทิวากรยิ้มให้เพื่อนของหลานทุกคนอย่างเป็นมิตร“ได้เลยครับอากร” บาสกระตือรือร้นรับคำพลางนึกถึงเมนูอาหารที่อาของอันนาจะสั่งมาให้มักเป็นอาหารขึ้นห้างราคาสูงทั้งนั้น“อากลับนะ คนเก่งของอา” ทิวากรแตะของหลานสาว อันนายิ้มหวานหันไปกอดร่างหนาแล้วผละออกยกมือบ๊ายบาย เบลยืนมองอาหลานร่ำลากันอย่างสนิทสนม ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินขึ้นไ
Read more
3.หักห้ามใจ
บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น ทิวากรอุ้มหลานสาวไว้ในอ้อมกอดแล้วพาไปส่งในห้องนอนสีขาวเฟอร์นิเจอร์สีขาวสลับสีชมพูราวกับห้องเจ้าหญิง“อากรพาไปห้องน้ำได้ไหมคะ อันนาเหนียวตัวอยากอาบน้ำ” เสียงหวานอ่อนแรงใบหน้าหม่นเศร้า“ได้สิ”เขาอุ้มร่างบางไปเข้าห้องน้ำก่อนจะออกมาหยิบชุดนอนเสื้อเชิ้ตแขนยาวขายาวลายการ์ตูนเข้าชุดมาวางไว้บนหินอ่อนข้างอ่างล้างมือ“ระวังข้อเท้าด้วยนะ ทำอะไรช้า ๆหน่อย” เขาเหลือบมองที่ข้อเท้าเล็กอยากให้ระมัดระวังเพราะอันนาค่อนข้างซนกระโดกกระเดกไม่ค่อยระวังเดินชนโน่นชนนี่อยู่บ่อยครั้ง“ค่ะ”อันนาพยักหน้าเนือย ๆ หยิบเสื้อผ้ากะเผลกเข้าไปในพื้นที่อาบน้ำ เขาเลยเดินออกมานั่งรอบนโซฟาตรงปลายเตียง เสียงน้ำตกกระทบพื้นดังลอดออกมาจากภายในห้องน้ำ ชายไร้เมียจินตนาการไปถึงสายน้ำที่ไหลรินบนเรือนร่างขาวเนียนละเอียดแล้วใจสั่นเมื่อได้สติก็รีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนเช็คข่าวสารอัปเดตต่าง ๆ ลดความหมกหมุ่น“ติ้ง!”เสียงข้อความดังขึ้นนัยน์ตาคมเหล่มองไปทางห้องน้ำก่อนจะเปิดอ่านข้อความขึ้นรูปเนินอกอวบอิ่มขาวเนียนประคองด้วยชุดชั้นในสีดำข้อความจากปลายทาง “มาหาไหมคะ?”ข้อคว
Read more
4.อยากได้อากร
“อื้อ.......” เสียงหวานครางในลำคอ เขาชะงักค่อย ๆ ดึงมือออกจากกางเกงขายาวอันนาพลิกตัวออกจากอ้อมกอดมานอนหงายหายใจสม่ำเสมอ ทิวากรทำตัวนิ่งจ้องมองใบหน้าสวยไล่ลงเรือนร่างเพรียวระหงในชุดนอนเชิ้ตแขนยาว บรรยากาศพาไปทำให้ตัณหาเข้าครอบงำความคิดและจิตสำนึก เขาไม่พะวงถึงความเหมาะสมแต่กลับมองหลานสาวที่เลี้ยงมาด้วยสายตาแพรวพราวก่อนจะโน้มลงประกบจูบริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวลมือหนาแกะกระดุมชุดนอนออกหนึ่งเม็ด สองเม็ดแล้วแทรกมือเข้าเคล้นคลึงความอวบอิ่มภายใน ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่มกวัดเลียกวาดความหอมอย่างหื่นกระหาย“อื้อ! อื้อ!” คิ้วเรียวขมวดหายใจแรงส่งเสียงประท้วงในลำคอ เขารีบถอนจูบดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมตัวหลานสาวแล้วเขยิบตัวลุกนั่งทันทีมือหนากำขอบที่นอนแน่นพยายามห้ามใจไม่ให้ล่วงเกิน“อากร.....”เสียงเรียกงัวเงียค่อย ๆ ปรือตามองกายหนาที่หันหลังให้ เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเอียงมองเชื่องช้า“ว่าไง?”“อันนาหายใจไม่ออก.........”“เมื่อกี้คงนอนหน้าฟุบหมอนมั้ง”“น่าจะใช่”“อากลับห้องนะ มีอะไรโทรหาได้ตลอด” กายหนาเหยียดยืนมองหญิงสะลืมสะลือแล้วหลับใหลอีกครั้ง ทิวากรขบกรามแน่นหักห้ามใจรีบกลับไปห้องตัวเองด้วย
Read more
5.เล่นกับความรู้สึก
“กร!” ปรียาหน้าตาขึงขังไม่พอใจน้องสามีพูดถึงอดีต ทิวากรยกยิ้มสะใจได้กระตุ้นต่อมโมโหพี่สะใภ้เหยียดแต่คนอื่นไม่ดูการกระทำของตัวเอง“ผมไม่น่าพาหลานมาให้พวกพี่ทับถม ผมกับหลานคงต้องขอตัวกลับ” เขาคว้ามืออันนาดึงให้ลุกขึ้น อันนาลุกยืนรวดเร็วกำลังจะเดินตามทิวากรออกไปจากโต๊ะอาหาร“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่” ชาวีน้ำเสียงเรียบเฉยเงยมองน้องชายที่ดูเหมือนว่าตอนนี้ใครก็คงรั้งไว้ไม่อยู่“เล่นกับความรู้สึกของคนอื่น คนพูดสนุกปากแต่คนถูกกระทำเขาไม่สนุกด้วยนะครับ” ทิวากรบอกกับพี่ชายก่อนจะพาอันนาออกจากสถานที่โอ่โถงแห่งนี้ ภายในห้องอาหารเงียบกริบปรียาขบกรามแน่น ชาวีนั่งเงียบไม่พูดไม่จา ส่วนลูก ๆ ก็นั่งหน้าเจื่อนวันพบญาติที่ควรจะมีความสุขดูกร่อยเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา..........หลังจากมื้อเย็นแสนอึดอัดชาวีกลับเข้าไปในห้องทำงาน ปรียายังเคืองน้องสามีเหน็บเธอเลยเดินตามเข้าไปบ่นกับสามี“น้องคุณปกป้องอันนาเกินหน้าเกินไป ไม่ใช่แอบกินกันแล้วนะ!”“พูดบ้าอะไรคุณยา!” ชาวีหันขวับตะคอกกลับทันควัน“ก็มันน่าคิด กรเป็นลูกติดท้องเมียน้อยของคุณพ่อ ส่วนอันนาก็แค่เด็กกำพร้าที่เราเอามาเลี้ยง สองคนนั้นไม่ใช่อา
Read more
6.ไม่อยากอยู่คนเดียว
“วันนี้ไม่มีความสุขเลย กว่าจะสลัดความทุกข์ลุกอาบน้ำได้ก็หลายชั่วโมง” อันนาออดอ้อนสีหน้าหมองเศร้า คนตัวโตใจเต้นรัวเหงื่อผุดไรผมสติกระเจิดกระเจิงเพราะความนุ่มนิ่มที่สัมผัสกับแผ่นหลัง“ได้....อานอนบนโซฟานะ” เขารีบแกะมือเธอออกจากเอวหนาแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวเล็กตรงข้ามเตียงนอนรีบนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนักพิง อันนามองงงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำท่าทางลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ“อากรไม่สบายหรือเปล่าคะ” กายบางนั่งลงข้าง ๆ เอื้อมมือแตะหน้าผากเปียกชื้น ทิวากรคว้าข้อมือเธอแล้วเหวี่ยงออกห่าง“อาง่วง ไปนอนเถอะ”“ค่ะ” อันนานิ่วหน้าสงสัยลุกเดินไปยังเตียงนอนนั่งมองทิวากรนอนหันหลังให้อยู่สักพักก็เอนกายนอนบนที่นอนข่มตาหลับพยายามลืมความทุกข์ทีรบกวนภายในใจ…เกือบรุ่งสางอันนาตื่นขึ้นมารู้สึกว่าอากาศเย็นเฉียบ เธอหันมองทิวากรนอนขดตัวหันหลังท่าเดิมจึงหยิบผ้านวมอีกผืนในตู้เก็บของใช้เอามาห่มให้เบา ๆ ไม่ให้เขาตื่น กายบางคุกเข่าชะเง้อมองใบหน้าหล่อหลับใหลเขาผู้เป็นทุกอย่างเสมือนแสงสว่างในชีวิตหากไม่มีเขาเธอคงจบชีวิตตัวเองไปตั้งแต่อายุสิบสามไม่ได้มีโอกาสรอดมาถึงตอนนี้ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันความผูกพันสนิทสนมก่อตัวขึ้นในใจกลาย
Read more
7.ไม่ชอบผู้หญิง
หน้าตึกสิบชั้นล้อมด้วยกระจกสีฟ้า อันนาเดินมาถึงหน้าตึกเธอเงยมองตึกสูงสิบชั้นขนาดใหญ่ตรงหน้าบริษัทย่อยที่ดูไม่เล็กเอาเสียเลย แต่หากเปรียบเทียบกับบริษัทหลักของครอบครัวก็ต่างกันลิบลับ ฐานะทางบ้านผู้อุปการะเธอมาเลี้ยงช่างน่าอิจฉาคงมีแค่เธอที่อยากจะหนีจากครอบครัวนี้ไปให้ไกล.......ภายในห้องประชุมขนาดเล็ก อันนา เบล บาส มาฝึกงานตำแหน่งสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กรเหมือนกัน หัวหน้าฝ่ายบุคคลเปิดวิดีโอภาพรวมขององค์กรฉายขึ้นหน้าจอบอกกฎการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมในสถานที่ทำงาน ก่อนจะพาเด็กฝึกงานทั้งสามไปยังแผนกสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร อันนากับเพื่อน ๆ ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากพี่พนักงานประจำช่วยแนะนำสอนงานอย่างเป็นมิตร เด็กฝึกงานก็ตั้งใจทำงานกันเต็มที่ช่วงพักกลางวันที่ร้านอาหารตามสั่งข้างบริษัท พนักงานในแผนกพาน้องฝึกงานมากินข้าวร่วมกันเพื่อสร้างความสนิทสนม มายพนักงานสาวแซ่บทาปากสีแดงแป้ดแต่งหน้าจัดเต็มนั่งดูดน้ำระหว่างรออาหารตามสั่งเหลือบเห็นนาฬิกาข้อมือของอันนา“นาฬิกาแบบนี้เห็นในกลุ่มป้ายยาว่าเป็นคอลเลคชั่นใหม่ ราคาหลายแสนเลยนะ ตลาดนัดเอามาขายเร็วจัง ไปซื้อที่ตลาดไหนเหรอพี่จะไปซื้อมาใส่บ้าง
Read more
ตอนที่ 8 อันนาอย่าดื้อ
เย็นหลังเลิกงาน อันนาเดินมายืนรอลุงหมึกขับรถมารับที่ป้ายรถเมล์ หน้าสวยหม่นหมองดูห่อเหี่ยวไม่สดใสเหมือนทุกวัน ลุงหมึกเหลือบมองกระจกหลังเป็นระยะ“วันนี้คุณกรกลับดึกนะครับ”“ค่ะ” อันนาตอบรับสั้น ๆ ช่วงบ่ายทิวากรส่งข้อความมาบอกแล้วว่าจะไปกินเลี้ยงงานวันเกิดของลูกค้ารายใหญ่“ฝึกงานเป็นยังไงบ้างครับ?”“ดีค่ะ” เสียงหวานตอบแผ่วเบาสีหน้าเหม่อลอย ลุงหมึกกังวลว่าที่ทำงานมีปัญหาอะไรทำไมคุณหนูของเขาถึงได้ดูซึมตั้งแต่วันแรกที่ฝึกงานรถคอมมูเตอร์คันหรูแล่นเข้ามาในรั้วบ้านหลังใหญ่ อันนาเดินเข้ามาในบ้านยกมือไหว้ป้าพัดแม่บ้านเก่าแก่ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันได“วันนี้หนูไม่กินข้าวเย็นนะคะ ขอนมแก้วเดียวพอ” เธอลากเสียงเหนื่อยอ่อนแรงแล้วหันหลังเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องนอน ป้าพัดกับลุงหมึกต่างมองหน้ากันงง ๆ“คุณอันนาเป็นอะไร?” ป้าพัดรีบหันไปถามสามี“ไม่รู้สิถามคำตอบคำ ซึม ๆ หงอย ๆ”“ตอนไปรับคุณกรก็เล่าให้คุณกรฟังด้วย” ป้าพัดพูดกับลุงหมึกแล้วหันไปมองคุณหนูอาภัพรู้สึกเป็นห่วงอาการไร้เรี่ยวแรงสิ้นหวังแบบนี้ป้าไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้วค่ำคืนเงียบสงัด อันนาข่มตานอนให้หลับพยายามไม่คิดฟุ้งซ่านเรื่องอากร เธอนอนกระสั
Read more
ตอนที่ 9 หลันฝันดีนะคนเก่ง NC เบาๆ
“อันนา........” กายหนาสั่นเทาเมื่อถูกกระตุ้น อันนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกหนึ่งเม็ดกดริมฝีปากแทะเล็มจากลำคอลงไปที่หน้าอกหนา กายแกร่งร้อนวูบวาบเสียวกระสันหายใจหอบแรงยกสองมือขึ้นประคองดวงหน้าสวยให้เงยขึ้นมองสบตาแล้วโน้มฉกจูบริมฝีปากบางหื่นกระหายลิ้นหนาสอดแทรกเข้าในโพรงปากนุ่มกวาดเลียความหอมหวานของหญิงสาวไร้เดียงสาที่พยายามตวัดหยอกอย่างไม่ประสา ลมหายใจอุ่นรดแก้มเนียนแขนแกร่งโอบล้อมกายบางไว้แน่นดันสาวน้อยนอนลงบนที่นอนนุ่มกดจูบบบดขยี้เร่าร้อนไม่แผ่ว มือหนาเคลื่อนลูบไล้เรือนร่างบางอันนาเริ่มหายใจติดขัดยังไม่เคยชินกับการหายใจขณะจูบและรู้สึกวาบหวามกับสัมผัสของมือหนาที่กำลังรุกล้ำสอดเข้าไปในกระโปรงชุดนอนแล้วเคลื่อนเข้าใกล้ช่องทางรักเต็มที ริมฝีปากหนาผละออกอย่างรู้งานมองสบตากันหวานซึ้ง มืออุ่นสัมผัสกับช่องทางรักคิ้วเรียวขมวดตื่นตกใจ“อากร.........” เสียงหวานแผ่วเบายกมือเรียวลูบแก้มสากจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายที่รัก นิ้วแกร่งกรีดเกลี่ยความอ่อนนุ่มลากไล้ไปมา อันนาเสียวซ่านหายใจหอบกระสัน เขายกยิ้มชอบใจก่อนจะโน้มลงซุกไซ้เนินอกขาวเนียนแล้วใช้ปากงับดึงกระดุมชุดกระโปรงที่บดบังหน้าอกอวบ อันนาเคลื่อนมือล
Read more
ตอนที่ 10 เมื่อคืนอาทำอะไร
   รถยุโรปสีดำคันหรูขับไปส่งอันนาทำงานที่บริษัทย่อย ทิวากรเปลี่ยนมาใช้รถที่ไม่ได้ใช้ประจำเพราะไม่อยากให้พนักงานในบริษัทจำได้ว่าเป็นรถของเจ้าของบริษัท อันนานั่งนิ่งเงียบต่างจากปกติที่จะได้เสียงเธอพูดแจ๋ว ๆ อยู่ตลอดเวลาที่เดินทาง ทิวากรเหลือบมองหลานบ่อยครั้ง จนเมื่อรถคันหรูเข้าลานจอดที่หน้าบริษัท อันนายังคงนั่งนิ่งแววตาเหม่อลอยเขาเลยเอื้อมมือจะไปถอดสายเข็มขัดนิรภัยให้เธอ ร่างหนาที่โถมใกล้ชิดใบหน้าสวยทำให้อันนาสะดุ้งหน้าตาตื่นเบี่ยงตัวหนีหลังกระแทกประตูรถดัง “ปึก”“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น” ทิวากรชะงักที่หลานทำท่าสะดุ้งมองหวาดอย่างกับเขาเป็นคนอื่น“กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ค่ะ”“อาจะปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้” กายหนาเขยิบตัวเข้าใกล้อีกครั้ง อันนาหายใจแรงตื่นเต้นหัวใจเต้นรัว“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอรีบหันไปกดล็อกเข็มขัดนิรภัยเองแล้วอึกอักไม่กล้าหันไปมอง“หนูไม่พอใจที่อา...” ทิวากรสีหน้าลังเลพอเขาจะพูดต่อเธอก็หันมาพูดแทรก“อันนามีเรื่องอยากถาม?”“ว่า”
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status