تسجيل الدخولตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์คนรักแต่ถูกเซอร์ไพรส์กลับ เพราะคนรักที่เธอผลักดันจนเป็นถึงพระเอกแนวหน้ากำลังกินแซ่บกับเพื่อนสาวคนสนิทแถมยังถูกทั้งสองคนฆ่าตาย กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนมาสวมร่างนางร้ายที่ถูกเกลียด
عرض المزيدค่ำคืนหลังงานประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ผ่านไปอย่างสวยงาม พร้อมกับภาพความประทับใจที่ถ่ายทอดสู่สายตาประชาชนทั่วทั้งประเทศ ร่างระหงของดาราสาวในชุดหรูหราที่เพิ่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ พร้อมกับเสียงแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม เดินออกมาจากสถานที่จัดงานด้วยสีหน้าชื่นมื่น แม้ว่าจะได้แค่บทนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไม่ใช่รางวัล “ซูเปอร์สตาร์แห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดที่ใช้เป็นเครื่องหมายการันตีความสำเร็จของนักแสดงหญิงแถวหน้าตามที่หวัง แต่ตอนนี้ก็ดีมากแล้วสำหรับดาราดาวรุ่งอย่างเธอ
แม้ว่าในใจของทุกคนจะยังกังขากับนักแสดงสาวอีกท่านที่ได้รับไปก็ตาม เพราะในสายตาของผู้คนนั้นรู้ดีว่าการแสดงของ 'ประกายดาว' และคาแรคเตอร์ของเธอนั้นเหมาะสมกับรางวัล ซูเปอร์สตาร์แห่งปี แห่งปีมากกว่าใครแต่ในเมื่อประกาศผลออกมาอย่างเป็นทางการแล้วทุกคนก็ได้แต่ยอมรับมันรวมถึงประกายดาวเองก็ด้วย และแน่นอนว่าเธอต้องพัฒนาการแสดงให้ก้าวกระโดดมากกว่าเดิม
ในระหว่างที่เธอเดินออกมาจากงานเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อแฟนหนุ่มแต่โทรหาเท่าไหร่ก็โทรไม่ติดเธอได้แต่หงุดหงิดในใจก่อนจะตัดสินใจให้คนขับรถขับตรงไปที่คอนโดของคนเพื่อจะแอบไปเซอร์ไพรส์คนรัก แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากงานประกาศรางวัลและดีใจกับรางวัลที่ได้มา แต่ในใจของเธอนั้นรู้สึกตงิดในใจแปลกๆ
รถหรูแล่นฝ่าความมืดของค่ำคืนในเมืองใหญ่มุ่งตรงไปยังคอนโดหรูใจกลางเมือง เมื่อมาถึงคอนโด เธอก็เดินขึ้นคอนโดอย่างเปิดเผยเพราะที่นี่ก็เป็นคอนโดที่เธอซื้อเอาไว้เช่นเดียวกัน หากแม้มีคนสงสัยเธอก็บอกได้ว่าที่นี่คือห้องของตัวเอง เพราะเรื่องการคบหากับแฟนหนุ่มของเธอนั้นยังคงเป็นความลับเพราะเขาต้องการปิดไว้ก่อนเนื่องจากหน้าที่การงาน คงเป็นเพราะด้วยเพิ่งเริ่มก้าวเข้ามาวงการ ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ขัดข้องนัก อีกทั้งตลอดหนึ่งปีที่คบกันมา เขาไม่เคยทำให้เธอระแวงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขาดูแลเอาใจใส่อย่างดีเสมอ ก็เห็นจะมีเพียงวันนี้เท่านั้นแหละที่มาแปลกเพราะตั้งแต่เธอออกจากฮอลล์มาก็ยังติดต่อเขาไม่ได้เลย
แต่อีกใจก็พยายามแย้งว่าปกติเวลาเธอออกงานจะไม่ค่อยติดต่อใคร แต่วันนี้งานประกาศรางวัลกันเลื่อนเร็วขึ้น เขาเลยไม่ทันตั้งตัวว่าเธอจะติดต่อไปหรือเปล่า แต่เหตุผลเหล่านั้นกลับถูกปัดตกไปเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ตีเข้ามาในอก
เมื่อก้าวมาถึงหน้าห้องคนรักหัวใจของเธอก็พลันเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวที่ถือคีย์การ์ดสั่นเทาเล็กน้อยรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างประหลาดอาจเป็นเพราะสัญชาตญาณบางอย่างในตัวก็เป็นได้ สุดท้ายแล้วเธอก็สูดลมหายใจลึกและตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
ทันทีที่ประตูเปิดออกเธอก็เจอเข้ากับรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงวางเคียงอยู่ข้างรองเท้าหนังของคนรักแทนที่เธอ
หัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาแต่มาถึงขั้นนี้แล้วเธอก็ไม่มีทางหันหลังกลับ เธอยกมือสั่น ๆ ขึ้นทาบอกกดทับหัวใจที่เต้นแรงเพราะสิ่งที่ไม่เคยคิดดันเกิดขึ้นจริง เสียงร้องครางกระเส่าที่ดังเล็ดลอดออกมาจากประตูบานใหญ่ที่เปิดแง้มเอาไว้เรียกสายตาของเธอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภายในนั้นกำลังทำกิจกรรมอะไรกัน ขาเรียวหนักอึ้งขึ้นมาฉับพลัน เธอพยายามลากเท้าเดินตรงไปยังประตูที่แง้มออกมาเพียงเล็กน้อย ยิ่งเธอเดินเข้าไปเสียงพูดคุยเสียงร้องครวญครางแสลงหูก็ยิ่งดังขึ้นแถมยังรู้สึกคุ้นเคยมาก ๆ
เมื่อมาหยุดอยู่หน้าประตูเธอยื่นมือขึ้นไปผลักมันเปิดออกช้า ๆ สุดท้ายสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ร่างของเธอเย็นเฉียบสองขาตรึงนิ่งอยู่กับที่มองภาพตรงหน้าจนแทบจะหยุดหายใจ ราวกับโลกกำลังถล่มตรงหน้าเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุดกำลังอยู่ในอ้อมกอดของคนรักที่เธอทั้งรักและเชื่อใจมาตลอด เธอยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกขึ้นมาในลำคอน้ำตาไหลอาบเป็นทางยาวและนั่นทำให้ทั้งสองคนที่กำลังฟัดกันนัวหันมามองด้วยความตกใจ
“ว๊ายยย….เธอมาได้ยังไง” เสียงกรีดร้องตกใจของเพื่อนดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอปรากฏตัว
ประกายดาวหันไปมองเพื่อนสนิทที่เธอเชื่อใจด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าคนรักที่หน้าซีดเผือด ดวงตาคู่คมไหววูบด้วยความหวาดหวั่นแต่ไม่ใช่เพราะละอายต่อการทรยศที่แอบกินเพื่อนแฟนสาวลับหลัง แต่เป็นเพราะเขากลัวว่าความลับที่พยายามปิดบังมาตลอดถูกเปิดเผยออกมา เพราะหากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปเขามีหวังจบเห่ในวงการบันเทิงแน่
ประกายดาวกำหมัดแน่นมองคนทรยศด้วยความเสียใจและความโกรธจัด ใบหน้าของเธอแดงก่ำริมฝีปากบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล
“คนเลว! คุณตอบแทนคนที่ช่วยคอยผลักดันจนโด่งดังขึ้นมาด้วยการทรยศฉันแบบนี้อย่างนั้นเหรอ” ไม่ใช่เสียงตวาดแต่เป็นเสียงต่ำด้วยแรงอารมณ์เธอถามขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ดาวคุณฟังก่อนมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
“เข้าใจผิดเหรอ นี่คุณคิดว่าฉันโง่มากขนาดนี้เลยเหรอ ทั้ง ๆ ที่ฉันเห็นอยู่กับตาว่าคุณ…” เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อหันไปมองเพื่อนสนิทที่มองเธอยิ้ม ๆ หยิบชุดขึ้นมาสวมใส่อย่างช้า ๆ ราวกับไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดกับสิ่งที่ทำมีเพียงแค่อาการตกใจในครั้งแรกเท่านั้น
“พวกเธอสองคนทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ทรยศฉันมานานเท่าไหร่แล้ว”
“เธอคิดว่ายังไงล่ะดาว” เพื่อนสนิทยิ้มเยาะแล้วเอ่ยถาม
“เงียบน่า” 'กวิน' หันไปตวาดใส่เพื่อนสนิทของแฟนสาวที่แอบคั่วลับหลัง เพราะเขาไม่ต้องการให้มันเป็นเรื่องใหญ่ตอนนี้ต้องทำให้คนรักเขาเชื่อใจอีกครั้ง
“ดาว เชื่อผมนะมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ ผมอธิบายได้”
“อธิบายยังไง จะบอกว่าการที่คุณมามีอะไรกับเพื่อนสนิทของฉันเป็นการเข้าใจผิดนี่คุณคิดดีแล้วเหรอ?” ทั้งที่เห็นคาตาแบบนี้ใครเชื่อเขาก็โง่เต็มที และประกายดาวเองก็ไม่ได้โง่
“นั่นสิ! แล้วทำไมเธอถึงถามคำถามโง่ ๆ อยู่ล่ะ” เสียงหยันเย็นชาของ 'ฟ้าใส' ดังขึ้นเมื่อมองอยู่นานก่อนจะหันไปทางกวินเป็นเชิงส่งซิกให้ เมื่อมาถึงทางตันกวินเองก็ไม่อยากตกต่ำในตอนนี้ทำให้เขาเดินก้าวไปหาประกายดาวอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าถมึงทึงความอ่อนโยนและความรักที่เคยมีให้ตอนนี้ไม่มีเหลือแม้แต่เศษเสี้ยวในสายตามีแต่ความเย็นชาและดุกร้าวราวกับคนแปลกหน้า
ตอนนี้ประกายดาวเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น เธอพยายามถอยหนีโดยอัตโนมัติและหันหลังเตรียมตัวจะวิ่งหนีแต่ก็ช้าเกินไป เพราะกวินตามมาล็อกตัวเอาไว้จากด้านหลัง
“ปล่อยฉันนะ! กวิน…!” เธอพยายามดิ้นสุดแรงด้วยความหวาดกลัวแต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกดแขนเธอเอาไว้แน่นจนเธอขยับไม่ได้
จากนั้นสิ่งที่ประกายดาวไม่เคยคิดเลยก็คือเพื่อนสาวคนสนิทที่ไว้ใจเข้ามาประชิดในทันที ใบหน้าที่เคยส่งยิ้มให้เธอตอนนี้เหยียดยิ้มเย็นไร้ความปรานี มือของฟ้าใสยื่นมาบีบแก้มใสของประกายดาวจนริมฝีปากเผยอออกแล้วกรอกยาที่อยู่ในกระปุกเข้าไปในปากของเธออย่างรวดเร็วเธอ พยายามจะหันหน้าหนี แต่ฝ่ามือของฟ้าใสกลับปิดแน่นทับริมฝีปากเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้คายออกมาแม้แต่นิดเดียว
ด้านหลังของเธอยังถูกกวินล็อกเอาไว้ทำให้ไม่สามารถดิ้นหนีไปได้ สุดท้ายแล้วเธอก็กลืนยากำนั้นเข้าไปจนหมด ดวงตากลมโตเบิกกว้างน้ำตาไหลทะลักเมื่อรับรู้สิ่งโหดร้ายที่สุด จากคนรักและเพื่อนสนิทเพียงไม่นานทุกอย่างก็ดำมืดไปหมดจากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
“นี่ฉัน…กำลังจะตายแล้วจริง ๆ เหรอ”
เธอคิดในใจก่อนจะถูกความมืดกลืนลงไป
เฮือกกก!!
ประกายดาวสะดุ้งเฮือก ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ หัวใจของเธอเต้นแรงจนเจ็บไปทั้งอก ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะที่ยกมือขึ้นล้วงปากโดยสัญชาตญาณเพื่อจะคายยาที่เพิ่งถูกกรอกเข้าไป
"ไม่มีนี่!"
เธอพึมพำเสียงสั่น หันมองไปรอบตัวอย่างงุนงง หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ยาที่เธอเพิ่งถูกบังคับให้กินก็หายไปแล้วร่างกายก็ไม่เจ็บไม่แน่นหน้าอกอย่างเป็นก่อนหน้านั้น แต่เสียงตวาดที่ดังขึ้นพร้อมกับภาพความทรงจำของใครบางคนก็ถาโถมเข้ามาในหัวไม่หยุด ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของ ร่างนี้ คนที่เธอรู้จักดี 'เอมีเลีย’ ดารานางร้ายที่เป็นคู่ปรับของตัวเอง แต่ในร่างนี้เจ้าของร่างแต่งงานกับผู้ชายหนึ่ง เป็นการแต่งงานที่เกิดจากการบังคับ แต่ไม่ใช่จากฝ่ายหญิงแต่เป็นฝ่ายชายต่างหาก แถมแต่งงานมาสามียังไม่รัก มีแต่ความเกลียดชังให้
'นี่ฉัน…อยู่ในร่างของเธอจริง ๆ งั้นเหรอ…เป็นไปได้ยังไง?' ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้สมองของเธอปวดจี๊ด ราวกับถูกเข็มแหลมนับพันทิ่มแทง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเองไหลทะลักเข้ามาในหัวเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกราก ร่างกายที่ไม่คุ้นเคยนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกแยกจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ความเจ็บปวดแล่นบีบรัดในหัวจนเธอแทบทนไม่ไหว
แต่เสียงทุ้มต่ำ ดุและแข็งกร้าวที่ดังขึ้นทะลุความเจ็บปวดกับฝ่ามือใหญ่ที่กระชากแขนเธอแล้วบีบอย่างแรง เหมือนเอาความเจ็บปวดทุกอย่างมาลงที่เธอและมันเจ็บมากจนเธอต้องร้องออกมา
“อ๊ะ…เจ็บ!”
"ฆาตกรอย่างเธอ เจ็บเป็นด้วยเหรอ?"
"หืมมม..."
“หมายความว่ายังไงนะครับผู้หญิงคนนี้ความจำเสื่อม?”คีรินถามย้ำคุณหมออีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งมองเขาตาแป๋วมองเขาสลับกับคุณหมออยู่บนเตียง“ครับ อย่างที่ผมบอก การที่เธอถูกดมยาสลบที่ไม่ได้มาตรฐานส่งผลให้สมองส่วนหนึ่งถูกทำลาย ส่วนอาการสมองเสื่อมเป็นในช่วงระยะสั้นหรืออาจจะเสื่อมตลอดไปก็ยังไม่แน่ใจครับเพราะตอนนี้ยังไม่มีเคสเปรียบเทียบเดี๋ยวหมอจะส่ง CT Scan นะครับ”“ฝากด้วยครับคุณหมอ” เมื่อคีรินได้ยินแบบนั้นก็ให้คุณหมอลงมือทำทันทีคีรินมองผลตรวจในมือกับนั่งฟังที่หมอพูดอย่างใจเย็น สรุปแล้วผู้หญิงคนนั้นความจำเสื่อมจริง ฟังหมอพูดเรื่องการดูแลรักษาผู้ป่วยซึ่งมันไม่ค่อยได้เข้าหูนักเพราะเขาฟังมันไปแบบแกน ๆ“ขอบคุณครับคุณหมอ”พูดแค่นั้นคีรินก็เดินออกมาจากโรงพยาบาลโดยมีคนสนิทที่ทิ้งไว้เฝ้าเธออยู่หน้าห้องส่วนประกายดาวตอนนี้เธอก็นอนพักผ่อนอย่างสบายใจหลังจากที่หมอยืนยันมาแล้วว่าเธอความจำเสื่อมจริง เธอจะได้กลายเป็นตัวของตัวเองอย่างที่ไม่มีใครมาสงสัยอะไรสองวันต่อมาคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ เนื่องจากตรวจสอบอย่างละเอีย
เอมีเลียทรุดนั่งอยู่หน้าร้านอาหารด้วยหัวใจแตกสลายไม่เคยคิดเลยว่าคีรินจะเกลียดชังเธอถึงเพียงนี้ความรักที่เธอทุ่มเททำมาตลอดเริ่มกลายเป็นความเกลียดชังและเคียดแค้นในวินาทีนั้นเองเธอตัดสินใจจะเอาคืนเขา‘ในเมื่อเขาไม่รัก เธอก็จะไม่เอาเด็กนี่ไว้’ ความคิดตื้นเขินและหัวใจที่ดำมืด เธออยู่กับความเคียดแค้นยิ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นออเซาะกับคีรินมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งอยากแก้แค้นเขามากเท่านั้น ทำให้หญิงสาวตัดสินใจไปสถานที่ที่หนึ่งร่างสูงโปร่งของหญิงสาวที่อยู่ในชุดคลุมปิดหน้าปิดตาอย่างมิดชิดเธอเดินเข้าไปในคลีนิคทำแท้งเถื่อน เธอก็ถูกพยาบาลสาววัยกลางคนก็รีบจัดการเรื่องการจ่ายเงิน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็พาเธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพามายังห้องห้องนึง เจ้าของร่างเดิมที่เห็นเตียงนอนสำหรับทำแท้งนั้นเธอก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาแต่พยาบาลคนนั้นก็รีบดันให้เธอขึ้นไปนอนบนเตียง เมื่อขึ้นไปนอนบนเตียงเย็นเฉียบเจ้าของร่างเดิมก็รู้สึกไม่ดีเธอพยายามที่จะลุกขึ้นแต่กลับถูกพยาบาลคนนั้นจับมัดเอาไว้ เพราะคิดว่าหญิงสาวอาจจะกลัวเหมือนคนอื่น ๆ เธอเลยพูดเกลี้ยกล่อม“ไม่เป็นไรแป๊บเดียวก็เสร็จ แล้วคุณจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างที่คุณต้องการ
แต่เพราะนั่นไม่ใช่เธอยังไงล่ะประกายดาว เมื่อย้อนกลับไปอีกนิดหลังจากผ่านพ้นการแต่งงานกันเงียบเหงา เอมีเลียก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้าหาเขา พยายามปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อให้เขามองมา ขนาดลงทุนไปเรียนทำอาหารเพื่อให้ตนเองกลายเป็นแม่บ้านแม่เรือนแถมยังคอยดูแลทุกอย่างภายในบ้านเพื่อวันหนึ่งเขาจะยอมรับว่าเธอคือภรรยาของเขาอย่างภาคภูมิใจ แต่เธอไม่ได้ทำแค่นั้นเธอยังพยายามเอาชีวิตไปผูกติดกับเขาอยู่ตลอดเวลาคีรินอยู่บริษัทเธอก็มักจะแวะเวียนไปหาอยู่บ่อย ๆ แม้แต่ในตอนที่เขาออกไปเจรจาธุรกิจเธอก็มักจะโผล่ไปที่นั่นอยู่เสมอกลายเป็นว่าเธอพยายามแสดงตัวตนให้คนอื่นรับรู้ว่าเธอเป็นภรรยาของเขาและมันทำให้คีรินรู้สึกอึดอัดและรำคาญ จนต้องสั่งห้ามเธออย่างเด็ดขาดไม่ให้ไปวุ่นวายที่บริษัทและทุกที่ที่เขาต้องออกไปพบลูกค้า แม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจแต่เธอก็ไม่อยากให้เขาเกลียดเธอมากกว่าเดิมเธอเลยจำยอมต้องรับปากถึงยังงั้นเธอก็ไม่ยอมแพ้หลังจากออกไปเรียนทำอาหารเธอก็เริ่มลงมือฝึกอย่างจริงจัง หวังว่าความเอาใจใส่เล็กๆ น้อย ๆ นี้จะสร้างความรู้สึกดีให้กับคีรินบ้าง เธอเข้าครัวทุกวันทำทุกอย่างทั้งที่ไม่เคยถนัดเรื่องแบบนี้ม
"ฆาตกรอย่างเธอ เจ็บเป็นด้วยเหรอ?""หืมมม..." เธอพึมพำมึนงง เสียงของเขายังดังวิ้ง ๆ อยู่ในหูทั้งที่ตอนนี้เขาเดินสะบัดตูดออกไปแล้ว เอาจริงคือเธอยังมองเห็นหน้าเขาไม่ชัดเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้สมองพร่าเบลอไปหมด ทั้งยังเจ็บแขนที่ถูกบีบ เธอยกมือขึ้นมาบีบนวดตรงรอยแดงจากปลายนิ้วที่ถูกกำแน่น พร้อมกับความเจ็บแปลบในหัวที่ยังคงปวดอยู่เป็นระยะ ทำให้คิดอะไรได้ไม่ดีนักทุกอย่างมันยังคงสับสนวุ่นวายไปหมด มันรู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝันอันยาวนาน แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นฝันดีหรือฝันร้ายกันแน่ทุกอย่างข้างในมันอึดอัดช้ารวนไปหมด เหมือนกับสมองของเธอยังอ๊อง ๆ จากฤทธิ์ยาสลบความทรงจำอันเลือนลางที่ผุดมาแบบไม่ปะติดปะต่อขึ้นมาในหัว แต่ก็ทำให้เธอเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น ร่างเดิมนี้เพิ่งถูกลากตัวออกมาจากคลินิกทำแท้งเถื่อน เมื่อเธอเข้าไปที่นั่นอย่างที่ตัดสินใจมาดีแล้วในขณะที่ดมยาสลบเจ้าของร่างกลับแพ้ยาสลบช็อกจนเสียชีวิตอยู่ตรงนั้น นั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้เธอ ‘ประกายดาว’ กลับมาเกิดใหม่ในร่างนี้“นี่มันเป็นเพราะเธอคิดจะทำบาป คิดจะพรากชีวิตเด็กคนหนึ่งใช่ไหมเอมีเลีย เวรกรรมถึงได้สนองเธอได้นอบสนองทันควันแบบนั้นแต่ทำไมฉันต้องมาเผช





