로그인ตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์คนรักแต่ถูกเซอร์ไพรส์กลับ เพราะคนรักที่เธอผลักดันจนเป็นถึงพระเอกแนวหน้ากำลังกินแซ่บกับเพื่อนสาวคนสนิทแถมยังถูกทั้งสองคนฆ่าตาย กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนมาสวมร่างนางร้ายที่ถูกเกลียด
더 보기บรรยากาศในห้องแคสบทเงียบกริบราวกับเวลาหยุดเดินก่อนหน้านั้นพราวดาราดาวรุ่งที่กำลังมีกระแสมาแรงทำได้ดีเสียจนทีมงานพากันชื่นชมไม่หยุดปาก ผู้กำกับเชิดศักดิ์ยังเอ่ยชมด้วยความพอใจ และทุกคนพากันมั่นใจแล้วว่าบทของ 'คุณหญิงแม้นวาด' ใน 'รอยรักข้ามภพ' ตกเป็นของเธอแน่ ๆแต่พอเสียงเรียกชื่อของเอมีเลียซึ่งเป็นหมายเลขสุดท้ายดังขึ้นทุกคนก็หันไปจับจ้องทันที เธอก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เมื่อเธอเริ่มเล่น เสียงพูดแผ่วเบาและแววตาเปี่ยมด้วยอารมณ์นั้นกลับกลืนเข้ากับบรรยากาศในฉากที่มีกลิ่นอายย้อนยุคคงไว้ซึ่งเป็นแนวพีเรียด ทุกประโยคทุกการขยับร่างกายทุกท่วงท่าล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดบทคุณหญิงแม้นวาดในอดีตที่เฝ้ารอคนรักที่ไม่มีวันสมหวัง เป็นการแสดงผ่านสายตาที่สื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเงียบ....ทีมงานไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่น้อยบางคนถึงขั้นลืมหายใจเลยทีเดียว เพราะในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็เห็นเงาร่างของประกายดาวผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผ่านร่างของเอมีเลียอย่างน่าขนลุก"พระเจ้า! เหมือนถูกประกายดาวเข้าสิงเลย" เสียงผู้ช่วยผู้กำกับ พูดอ
ป้าแววที่เดินตามเจ้าของบ้านเข้ามา พอเห็นสภาพของเขาเธอก็ร้องไห้ตาม ก่อนจะพูดในสิ่งที่เกิดขึ้น เธออยากให้เขารู้ว่าทำไมคนที่รักลูกอย่างเอมีเลียถึงสติหลุดออกจากบ้านไปไม่ยอมคุยกับเจ้าตัว“คุณคีรินป้าขอพูดตรง ๆ นะคะ อย่าหาว่าป้าแส่ไม่เข้าเรื่องเลยแต่ป้าก็อยากให้คุณรู้ไว้หากป้าพูดอะไรแล้วคุณไม่พอใจอยากไล่ป้าออกก็แล้วแต่คุณ” เพราะอยากให้เจ้าของบ้านหนุ่มรู้ความจริงเอาไว้บ้าง"ครับ ป้ามีอะไรจะพูดก็พูดเถอะ" เพราะคงไม่มีอะไรที่ทำให้เขาเสียใจมากกว่าลูกและเมียหนีออกจากบ้านไปแล้วล่ะ"คือ ก็ตั้งแต่ที่คุณแคลกับเพื่อนของเธอเข้ามาในบ้านครั้งก่อน หลังจากที่คุณเอมี่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ป้าเห็นมาตลอดว่าเธอก็อดทนเพราะรู้ว่าคุณแคลเป็นน้องสาวของคุณเธอไม่เคยเถียงอะไรออกมาเลยถึงจะโดนแซะโดนว่า คุณเอมี่ก็แค่ยิ้มรับทั้งที่คำพูดเหล่านั้นมันไม่น่าฟังเลยสักนิด" ป้าแววยังคิดว่าหากเป็นแต่ก่อนที่คุณเอมีเลียความจำเสื่อมคงมีตบกันไปแล้ว"จนมาถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่คุณเอริร้องไห้ คืนนั้นที่ป้าเอานมไปให้คุณเอมี่ ตัวของคุณเอริมีรอยหยิกตรงท้องแขน ป้าไม่อยากจะใส่ร้ายใคร แต่ป้ารู้อ
"เอริ... เอริเป็นอะไรลูก...หือออ ตัวร้อน!"เสียงสะอื้นเบา ๆ ของลูกน้อยที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้เอมีเลียสะดุ้งตื่น ฝ่ามือบางลูบเพื่อต้องการปลอบให้ลูกนอนแต่เพียงแค่สัมผัสเท่านั้นความร้อนผ่าวของเด็กตัวน้อยก็ทำเอาเธอตกใจไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้นทันที ใบหน้าของเด็กน้อยแดงก่ำกระสับกระส่าย ริมฝีปากเล็กขยับครางอยู่ตลอด เอมีเลียวางมือที่หน้าผากของลูกสาวความร้อนสูงจนน่ากลัว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพื่อระบายความร้อนก่อนจะรีบอุ้ม ลูกไว้แนบอกน้ำตาร่วงเผาะบนแก้มเล็กโดยไม่รู้ตัว"ไม่เป็นไรนะลูกเดี๋ยวแม่จะพาไปหาหมอ" เธอพูดเสียงสั่นก่อนจะรีบคว้าเสื้อคลุมหยิบกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวใส่เข้าไปในนั้นแล้วพาเอริออกจากบ้านทันทีโดยไม่คิดจะบอกใครเพราะความโกรธความน้อยใจและความผิดหวังที่มันยังค้างคาเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เพียงแค่บอกว่าเด็กน้อยมีไข้สูงเจ้าหน้าที่ก็รีบพาเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทันทีเธอวิ่งตามตัว หวาดกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ถูกพยาบาลดักเอาไว้หน้าห้องฉุกเฉินทำให้เธอได้แต่เดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องเธอยกมือกอดอกแน่นเล็บจิกเข้าไปในเนื้อด้วยเครี
ผลั๊กกก!!"เธอทำอะไรลูกสาวฉัน!" เสียงของเอมีเลียตวาดลั่นก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปผลักพราวจนล้มกระแทกพื้นแล้วเข้าไปอุ้มลูกสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น น้องเอริผวาเมื่อเห็นแม่ก็กอดคอคนเป็นแม่แน่นร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังจนตัวสั่น มือเล็ก ๆ กำเสื้อคลุมของแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อยเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คีรินก้าวเข้ามาพอดีน้ำเสียงของเขาเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น!"เขารีบพุ่งเข้ามาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภรรยาในชุดคลุมเปียกชื้นกำลังอุ้มลูกสาวที่ยังร้องไห้จ้าไม่หยุดข้างล่างมีพราวนั่งอยู่กับที่ใบหน้าขาวซีดมือจับข้อเท้าแสดงอาการเจ็บปวด“ฮึก! พี่คิน...” เสียงของพราวสั่นเครือพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วย “พราว...พราวแค่อยากอุ้มน้องเองค่ะแต่น้องร้องขึ้นมาแล้วคุณเอมี่ก็วิ่งเข้ามาผลัก พราวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ พราวแค่อยากอุ้มหลาน”เสียงสะอื้นกับใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความเจ็บทำให้คีรินรีบเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาที่กำลังโกรธกับเรื่องข่าวคู่จิ้นของเอมีเลียและตอนที่เห็นภาพตรงหน้าเหมือนกับตอกย้ำ
“หมายความว่ายังไงนะครับผู้หญิงคนนี้ความจำเสื่อม?”คีรินถามย้ำคุณหมออีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งมองเขาตาแป๋วมองเขาสลับกับคุณหมออยู่บนเตียง“ครับ อย่างที่ผมบอก การที่เธอถูกดมยาสลบที่ไม่ได้มาตรฐานส่งผลให้สมองส่วนหนึ่งถูกทำลาย ส่วนอาการสมองเสื่อมเป็นในช่วงระยะ
เอมีเลียทรุดนั่งอยู่หน้าร้านอาหารด้วยหัวใจแตกสลายไม่เคยคิดเลยว่าคีรินจะเกลียดชังเธอถึงเพียงนี้ความรักที่เธอทุ่มเททำมาตลอดเริ่มกลายเป็นความเกลียดชังและเคียดแค้นในวินาทีนั้นเองเธอตัดสินใจจะเอาคืนเขา‘ในเมื่อเขาไม่รัก เธอก็จะไม่เอาเด็กนี่ไว้’ ความคิดตื้นเขินและหัวใจที่ดำมืด เธออยู่กับความเคียดแค้นยิ
แต่เพราะนั่นไม่ใช่เธอยังไงล่ะประกายดาว เมื่อย้อนกลับไปอีกนิดหลังจากผ่านพ้นการแต่งงานกันเงียบเหงา เอมีเลียก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้าหาเขา พยายามปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อให้เขามองมา ขนาดลงทุนไปเรียนทำอาหารเพื่อให้ตนเองกลายเป็นแม่บ้านแม่เรือนแถมยังคอยดูแลทุกอย่างภายในบ้านเพื่อวันหนึ่งเขา
"ฆาตกรอย่างเธอ เจ็บเป็นด้วยเหรอ?""หืมมม..." เธอพึมพำมึนงง เสียงของเขายังดังวิ้ง ๆ อยู่ในหูทั้งที่ตอนนี้เขาเดินสะบัดตูดออกไปแล้ว เอาจริงคือเธอยังมองเห็นหน้าเขาไม่ชัดเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้สมองพร่าเบลอไปหมด ทั้งยังเจ็บแขนที่ถูกบีบ เธอยกมือขึ้นมาบีบนวดตรงรอยแดงจากปลายนิ้วที่ถูกกำแน่น พร้อมกับความเจ็บแป





