تسجيل الدخولตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์คนรักแต่ถูกเซอร์ไพรส์กลับ เพราะคนรักที่เธอผลักดันจนเป็นถึงพระเอกแนวหน้ากำลังกินแซ่บกับเพื่อนสาวคนสนิทแถมยังถูกทั้งสองคนฆ่าตาย กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนมาสวมร่างนางร้ายที่ถูกเกลียด
عرض المزيدค่ำคืนหลังงานประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ผ่านไปอย่างสวยงาม พร้อมกับภาพความประทับใจที่ถ่ายทอดสู่สายตาประชาชนทั่วทั้งประเทศ ร่างระหงของดาราสาวในชุดหรูหราที่เพิ่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ พร้อมกับเสียงแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม เดินออกมาจากสถานที่จัดงานด้วยสีหน้าชื่นมื่น แม้ว่าจะได้แค่บทนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไม่ใช่รางวัล “ซูเปอร์สตาร์แห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดที่ใช้เป็นเครื่องหมายการันตีความสำเร็จของนักแสดงหญิงแถวหน้าตามที่หวัง แต่ตอนนี้ก็ดีมากแล้วสำหรับดาราดาวรุ่งอย่างเธอ
แม้ว่าในใจของทุกคนจะยังกังขากับนักแสดงสาวอีกท่านที่ได้รับไปก็ตาม เพราะในสายตาของผู้คนนั้นรู้ดีว่าการแสดงของ 'ประกายดาว' และคาแรคเตอร์ของเธอนั้นเหมาะสมกับรางวัล ซูเปอร์สตาร์แห่งปี แห่งปีมากกว่าใครแต่ในเมื่อประกาศผลออกมาอย่างเป็นทางการแล้วทุกคนก็ได้แต่ยอมรับมันรวมถึงประกายดาวเองก็ด้วย และแน่นอนว่าเธอต้องพัฒนาการแสดงให้ก้าวกระโดดมากกว่าเดิม
ในระหว่างที่เธอเดินออกมาจากงานเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อแฟนหนุ่มแต่โทรหาเท่าไหร่ก็โทรไม่ติดเธอได้แต่หงุดหงิดในใจก่อนจะตัดสินใจให้คนขับรถขับตรงไปที่คอนโดของคนเพื่อจะแอบไปเซอร์ไพรส์คนรัก แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากงานประกาศรางวัลและดีใจกับรางวัลที่ได้มา แต่ในใจของเธอนั้นรู้สึกตงิดในใจแปลกๆ
รถหรูแล่นฝ่าความมืดของค่ำคืนในเมืองใหญ่มุ่งตรงไปยังคอนโดหรูใจกลางเมือง เมื่อมาถึงคอนโด เธอก็เดินขึ้นคอนโดอย่างเปิดเผยเพราะที่นี่ก็เป็นคอนโดที่เธอซื้อเอาไว้เช่นเดียวกัน หากแม้มีคนสงสัยเธอก็บอกได้ว่าที่นี่คือห้องของตัวเอง เพราะเรื่องการคบหากับแฟนหนุ่มของเธอนั้นยังคงเป็นความลับเพราะเขาต้องการปิดไว้ก่อนเนื่องจากหน้าที่การงาน คงเป็นเพราะด้วยเพิ่งเริ่มก้าวเข้ามาวงการ ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ขัดข้องนัก อีกทั้งตลอดหนึ่งปีที่คบกันมา เขาไม่เคยทำให้เธอระแวงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขาดูแลเอาใจใส่อย่างดีเสมอ ก็เห็นจะมีเพียงวันนี้เท่านั้นแหละที่มาแปลกเพราะตั้งแต่เธอออกจากฮอลล์มาก็ยังติดต่อเขาไม่ได้เลย
แต่อีกใจก็พยายามแย้งว่าปกติเวลาเธอออกงานจะไม่ค่อยติดต่อใคร แต่วันนี้งานประกาศรางวัลกันเลื่อนเร็วขึ้น เขาเลยไม่ทันตั้งตัวว่าเธอจะติดต่อไปหรือเปล่า แต่เหตุผลเหล่านั้นกลับถูกปัดตกไปเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ตีเข้ามาในอก
เมื่อก้าวมาถึงหน้าห้องคนรักหัวใจของเธอก็พลันเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวที่ถือคีย์การ์ดสั่นเทาเล็กน้อยรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างประหลาดอาจเป็นเพราะสัญชาตญาณบางอย่างในตัวก็เป็นได้ สุดท้ายแล้วเธอก็สูดลมหายใจลึกและตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
ทันทีที่ประตูเปิดออกเธอก็เจอเข้ากับรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงวางเคียงอยู่ข้างรองเท้าหนังของคนรักแทนที่เธอ
หัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาแต่มาถึงขั้นนี้แล้วเธอก็ไม่มีทางหันหลังกลับ เธอยกมือสั่น ๆ ขึ้นทาบอกกดทับหัวใจที่เต้นแรงเพราะสิ่งที่ไม่เคยคิดดันเกิดขึ้นจริง เสียงร้องครางกระเส่าที่ดังเล็ดลอดออกมาจากประตูบานใหญ่ที่เปิดแง้มเอาไว้เรียกสายตาของเธอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภายในนั้นกำลังทำกิจกรรมอะไรกัน ขาเรียวหนักอึ้งขึ้นมาฉับพลัน เธอพยายามลากเท้าเดินตรงไปยังประตูที่แง้มออกมาเพียงเล็กน้อย ยิ่งเธอเดินเข้าไปเสียงพูดคุยเสียงร้องครวญครางแสลงหูก็ยิ่งดังขึ้นแถมยังรู้สึกคุ้นเคยมาก ๆ
เมื่อมาหยุดอยู่หน้าประตูเธอยื่นมือขึ้นไปผลักมันเปิดออกช้า ๆ สุดท้ายสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ร่างของเธอเย็นเฉียบสองขาตรึงนิ่งอยู่กับที่มองภาพตรงหน้าจนแทบจะหยุดหายใจ ราวกับโลกกำลังถล่มตรงหน้าเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุดกำลังอยู่ในอ้อมกอดของคนรักที่เธอทั้งรักและเชื่อใจมาตลอด เธอยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกขึ้นมาในลำคอน้ำตาไหลอาบเป็นทางยาวและนั่นทำให้ทั้งสองคนที่กำลังฟัดกันนัวหันมามองด้วยความตกใจ
“ว๊ายยย….เธอมาได้ยังไง” เสียงกรีดร้องตกใจของเพื่อนดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอปรากฏตัว
ประกายดาวหันไปมองเพื่อนสนิทที่เธอเชื่อใจด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าคนรักที่หน้าซีดเผือด ดวงตาคู่คมไหววูบด้วยความหวาดหวั่นแต่ไม่ใช่เพราะละอายต่อการทรยศที่แอบกินเพื่อนแฟนสาวลับหลัง แต่เป็นเพราะเขากลัวว่าความลับที่พยายามปิดบังมาตลอดถูกเปิดเผยออกมา เพราะหากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปเขามีหวังจบเห่ในวงการบันเทิงแน่
ประกายดาวกำหมัดแน่นมองคนทรยศด้วยความเสียใจและความโกรธจัด ใบหน้าของเธอแดงก่ำริมฝีปากบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล
“คนเลว! คุณตอบแทนคนที่ช่วยคอยผลักดันจนโด่งดังขึ้นมาด้วยการทรยศฉันแบบนี้อย่างนั้นเหรอ” ไม่ใช่เสียงตวาดแต่เป็นเสียงต่ำด้วยแรงอารมณ์เธอถามขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ดาวคุณฟังก่อนมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
“เข้าใจผิดเหรอ นี่คุณคิดว่าฉันโง่มากขนาดนี้เลยเหรอ ทั้ง ๆ ที่ฉันเห็นอยู่กับตาว่าคุณ…” เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อหันไปมองเพื่อนสนิทที่มองเธอยิ้ม ๆ หยิบชุดขึ้นมาสวมใส่อย่างช้า ๆ ราวกับไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดกับสิ่งที่ทำมีเพียงแค่อาการตกใจในครั้งแรกเท่านั้น
“พวกเธอสองคนทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ทรยศฉันมานานเท่าไหร่แล้ว”
“เธอคิดว่ายังไงล่ะดาว” เพื่อนสนิทยิ้มเยาะแล้วเอ่ยถาม
“เงียบน่า” 'กวิน' หันไปตวาดใส่เพื่อนสนิทของแฟนสาวที่แอบคั่วลับหลัง เพราะเขาไม่ต้องการให้มันเป็นเรื่องใหญ่ตอนนี้ต้องทำให้คนรักเขาเชื่อใจอีกครั้ง
“ดาว เชื่อผมนะมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ ผมอธิบายได้”
“อธิบายยังไง จะบอกว่าการที่คุณมามีอะไรกับเพื่อนสนิทของฉันเป็นการเข้าใจผิดนี่คุณคิดดีแล้วเหรอ?” ทั้งที่เห็นคาตาแบบนี้ใครเชื่อเขาก็โง่เต็มที และประกายดาวเองก็ไม่ได้โง่
“นั่นสิ! แล้วทำไมเธอถึงถามคำถามโง่ ๆ อยู่ล่ะ” เสียงหยันเย็นชาของ 'ฟ้าใส' ดังขึ้นเมื่อมองอยู่นานก่อนจะหันไปทางกวินเป็นเชิงส่งซิกให้ เมื่อมาถึงทางตันกวินเองก็ไม่อยากตกต่ำในตอนนี้ทำให้เขาเดินก้าวไปหาประกายดาวอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าถมึงทึงความอ่อนโยนและความรักที่เคยมีให้ตอนนี้ไม่มีเหลือแม้แต่เศษเสี้ยวในสายตามีแต่ความเย็นชาและดุกร้าวราวกับคนแปลกหน้า
ตอนนี้ประกายดาวเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น เธอพยายามถอยหนีโดยอัตโนมัติและหันหลังเตรียมตัวจะวิ่งหนีแต่ก็ช้าเกินไป เพราะกวินตามมาล็อกตัวเอาไว้จากด้านหลัง
“ปล่อยฉันนะ! กวิน…!” เธอพยายามดิ้นสุดแรงด้วยความหวาดกลัวแต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกดแขนเธอเอาไว้แน่นจนเธอขยับไม่ได้
จากนั้นสิ่งที่ประกายดาวไม่เคยคิดเลยก็คือเพื่อนสาวคนสนิทที่ไว้ใจเข้ามาประชิดในทันที ใบหน้าที่เคยส่งยิ้มให้เธอตอนนี้เหยียดยิ้มเย็นไร้ความปรานี มือของฟ้าใสยื่นมาบีบแก้มใสของประกายดาวจนริมฝีปากเผยอออกแล้วกรอกยาที่อยู่ในกระปุกเข้าไปในปากของเธออย่างรวดเร็วเธอ พยายามจะหันหน้าหนี แต่ฝ่ามือของฟ้าใสกลับปิดแน่นทับริมฝีปากเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้คายออกมาแม้แต่นิดเดียว
ด้านหลังของเธอยังถูกกวินล็อกเอาไว้ทำให้ไม่สามารถดิ้นหนีไปได้ สุดท้ายแล้วเธอก็กลืนยากำนั้นเข้าไปจนหมด ดวงตากลมโตเบิกกว้างน้ำตาไหลทะลักเมื่อรับรู้สิ่งโหดร้ายที่สุด จากคนรักและเพื่อนสนิทเพียงไม่นานทุกอย่างก็ดำมืดไปหมดจากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
“นี่ฉัน…กำลังจะตายแล้วจริง ๆ เหรอ”
เธอคิดในใจก่อนจะถูกความมืดกลืนลงไป
เฮือกกก!!
ประกายดาวสะดุ้งเฮือก ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ หัวใจของเธอเต้นแรงจนเจ็บไปทั้งอก ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะที่ยกมือขึ้นล้วงปากโดยสัญชาตญาณเพื่อจะคายยาที่เพิ่งถูกกรอกเข้าไป
"ไม่มีนี่!"
เธอพึมพำเสียงสั่น หันมองไปรอบตัวอย่างงุนงง หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ยาที่เธอเพิ่งถูกบังคับให้กินก็หายไปแล้วร่างกายก็ไม่เจ็บไม่แน่นหน้าอกอย่างเป็นก่อนหน้านั้น แต่เสียงตวาดที่ดังขึ้นพร้อมกับภาพความทรงจำของใครบางคนก็ถาโถมเข้ามาในหัวไม่หยุด ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของ ร่างนี้ คนที่เธอรู้จักดี 'เอมีเลีย’ ดารานางร้ายที่เป็นคู่ปรับของตัวเอง แต่ในร่างนี้เจ้าของร่างแต่งงานกับผู้ชายหนึ่ง เป็นการแต่งงานที่เกิดจากการบังคับ แต่ไม่ใช่จากฝ่ายหญิงแต่เป็นฝ่ายชายต่างหาก แถมแต่งงานมาสามียังไม่รัก มีแต่ความเกลียดชังให้
'นี่ฉัน…อยู่ในร่างของเธอจริง ๆ งั้นเหรอ…เป็นไปได้ยังไง?' ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้สมองของเธอปวดจี๊ด ราวกับถูกเข็มแหลมนับพันทิ่มแทง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเองไหลทะลักเข้ามาในหัวเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกราก ร่างกายที่ไม่คุ้นเคยนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกแยกจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ความเจ็บปวดแล่นบีบรัดในหัวจนเธอแทบทนไม่ไหว
แต่เสียงทุ้มต่ำ ดุและแข็งกร้าวที่ดังขึ้นทะลุความเจ็บปวดกับฝ่ามือใหญ่ที่กระชากแขนเธอแล้วบีบอย่างแรง เหมือนเอาความเจ็บปวดทุกอย่างมาลงที่เธอและมันเจ็บมากจนเธอต้องร้องออกมา
“อ๊ะ…เจ็บ!”
"ฆาตกรอย่างเธอ เจ็บเป็นด้วยเหรอ?"
"หืมมม..."
บรรยากาศในห้องแคสบทเงียบกริบราวกับเวลาหยุดเดินก่อนหน้านั้นพราวดาราดาวรุ่งที่กำลังมีกระแสมาแรงทำได้ดีเสียจนทีมงานพากันชื่นชมไม่หยุดปาก ผู้กำกับเชิดศักดิ์ยังเอ่ยชมด้วยความพอใจ และทุกคนพากันมั่นใจแล้วว่าบทของ 'คุณหญิงแม้นวาด' ใน 'รอยรักข้ามภพ' ตกเป็นของเธอแน่ ๆแต่พอเสียงเรียกชื่อของเอมีเลียซึ่งเป็นหมายเลขสุดท้ายดังขึ้นทุกคนก็หันไปจับจ้องทันที เธอก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เมื่อเธอเริ่มเล่น เสียงพูดแผ่วเบาและแววตาเปี่ยมด้วยอารมณ์นั้นกลับกลืนเข้ากับบรรยากาศในฉากที่มีกลิ่นอายย้อนยุคคงไว้ซึ่งเป็นแนวพีเรียด ทุกประโยคทุกการขยับร่างกายทุกท่วงท่าล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดบทคุณหญิงแม้นวาดในอดีตที่เฝ้ารอคนรักที่ไม่มีวันสมหวัง เป็นการแสดงผ่านสายตาที่สื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเงียบ....ทีมงานไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่น้อยบางคนถึงขั้นลืมหายใจเลยทีเดียว เพราะในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็เห็นเงาร่างของประกายดาวผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผ่านร่างของเอมีเลียอย่างน่าขนลุก"พระเจ้า! เหมือนถูกประกายดาวเข้าสิงเลย" เสียงผู้ช่วยผู้กำกับ พูดอ
ป้าแววที่เดินตามเจ้าของบ้านเข้ามา พอเห็นสภาพของเขาเธอก็ร้องไห้ตาม ก่อนจะพูดในสิ่งที่เกิดขึ้น เธออยากให้เขารู้ว่าทำไมคนที่รักลูกอย่างเอมีเลียถึงสติหลุดออกจากบ้านไปไม่ยอมคุยกับเจ้าตัว“คุณคีรินป้าขอพูดตรง ๆ นะคะ อย่าหาว่าป้าแส่ไม่เข้าเรื่องเลยแต่ป้าก็อยากให้คุณรู้ไว้หากป้าพูดอะไรแล้วคุณไม่พอใจอยากไล่ป้าออกก็แล้วแต่คุณ” เพราะอยากให้เจ้าของบ้านหนุ่มรู้ความจริงเอาไว้บ้าง"ครับ ป้ามีอะไรจะพูดก็พูดเถอะ" เพราะคงไม่มีอะไรที่ทำให้เขาเสียใจมากกว่าลูกและเมียหนีออกจากบ้านไปแล้วล่ะ"คือ ก็ตั้งแต่ที่คุณแคลกับเพื่อนของเธอเข้ามาในบ้านครั้งก่อน หลังจากที่คุณเอมี่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ป้าเห็นมาตลอดว่าเธอก็อดทนเพราะรู้ว่าคุณแคลเป็นน้องสาวของคุณเธอไม่เคยเถียงอะไรออกมาเลยถึงจะโดนแซะโดนว่า คุณเอมี่ก็แค่ยิ้มรับทั้งที่คำพูดเหล่านั้นมันไม่น่าฟังเลยสักนิด" ป้าแววยังคิดว่าหากเป็นแต่ก่อนที่คุณเอมีเลียความจำเสื่อมคงมีตบกันไปแล้ว"จนมาถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่คุณเอริร้องไห้ คืนนั้นที่ป้าเอานมไปให้คุณเอมี่ ตัวของคุณเอริมีรอยหยิกตรงท้องแขน ป้าไม่อยากจะใส่ร้ายใคร แต่ป้ารู้อ
"เอริ... เอริเป็นอะไรลูก...หือออ ตัวร้อน!"เสียงสะอื้นเบา ๆ ของลูกน้อยที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้เอมีเลียสะดุ้งตื่น ฝ่ามือบางลูบเพื่อต้องการปลอบให้ลูกนอนแต่เพียงแค่สัมผัสเท่านั้นความร้อนผ่าวของเด็กตัวน้อยก็ทำเอาเธอตกใจไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้นทันที ใบหน้าของเด็กน้อยแดงก่ำกระสับกระส่าย ริมฝีปากเล็กขยับครางอยู่ตลอด เอมีเลียวางมือที่หน้าผากของลูกสาวความร้อนสูงจนน่ากลัว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพื่อระบายความร้อนก่อนจะรีบอุ้ม ลูกไว้แนบอกน้ำตาร่วงเผาะบนแก้มเล็กโดยไม่รู้ตัว"ไม่เป็นไรนะลูกเดี๋ยวแม่จะพาไปหาหมอ" เธอพูดเสียงสั่นก่อนจะรีบคว้าเสื้อคลุมหยิบกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวใส่เข้าไปในนั้นแล้วพาเอริออกจากบ้านทันทีโดยไม่คิดจะบอกใครเพราะความโกรธความน้อยใจและความผิดหวังที่มันยังค้างคาเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เพียงแค่บอกว่าเด็กน้อยมีไข้สูงเจ้าหน้าที่ก็รีบพาเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทันทีเธอวิ่งตามตัว หวาดกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ถูกพยาบาลดักเอาไว้หน้าห้องฉุกเฉินทำให้เธอได้แต่เดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องเธอยกมือกอดอกแน่นเล็บจิกเข้าไปในเนื้อด้วยเครี
ผลั๊กกก!!"เธอทำอะไรลูกสาวฉัน!" เสียงของเอมีเลียตวาดลั่นก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปผลักพราวจนล้มกระแทกพื้นแล้วเข้าไปอุ้มลูกสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น น้องเอริผวาเมื่อเห็นแม่ก็กอดคอคนเป็นแม่แน่นร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังจนตัวสั่น มือเล็ก ๆ กำเสื้อคลุมของแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อยเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คีรินก้าวเข้ามาพอดีน้ำเสียงของเขาเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น!"เขารีบพุ่งเข้ามาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภรรยาในชุดคลุมเปียกชื้นกำลังอุ้มลูกสาวที่ยังร้องไห้จ้าไม่หยุดข้างล่างมีพราวนั่งอยู่กับที่ใบหน้าขาวซีดมือจับข้อเท้าแสดงอาการเจ็บปวด“ฮึก! พี่คิน...” เสียงของพราวสั่นเครือพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วย “พราว...พราวแค่อยากอุ้มน้องเองค่ะแต่น้องร้องขึ้นมาแล้วคุณเอมี่ก็วิ่งเข้ามาผลัก พราวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ พราวแค่อยากอุ้มหลาน”เสียงสะอื้นกับใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความเจ็บทำให้คีรินรีบเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาที่กำลังโกรธกับเรื่องข่าวคู่จิ้นของเอมีเลียและตอนที่เห็นภาพตรงหน้าเหมือนกับตอกย้ำ
**เนื่องจากประกายดาวสวมในร่างเอมีเลียเต็มตัว ต่อไปนี้จะเป็นการใช้ชื่อเอมีเลียนะคะ**เอมีเลียอาศัยอยู่อย่างสงบในบ้านไม่สุงสิงกับใคร เธออยู่อย่างเงียบ ๆ อย่างที่รับปากกับเมธาไว้ ไม่ใช่เพราะเชื่อคำพูดไร้สาระอะไรนั่น แต่เพราะการใช้ชีวิตของเอมีเลียถ้าไม่ต้องไปถ่ายละคร หรื
ไม่แก่อย่างเดียวปากหมาด้วย!อันที่จริงไม่ได้เป็นอย่างที่ประกายดาวคิดแม้แต่น้อยเป็นเพราะว่าคีรินนั้นโมโหจนแทบอยากจะฆ่าเธอได้เขาพยายามระงับอารมณ์สุดขีดไม่ให้เข้าไปบีบคอหญิงสาวที่มองเขาด้วยสีหน้าไร้เดียงสาสายตาราวกับมองคนแปลกหน้า แต่ว่าทำไมสายตาไร้เดียงสาแบบนั้น
"สวัสดีค่ะ สแกนยอดค่าใช้จ่ายตรงนี้แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลยค่ะ"หญิงวัยกลางคนที่คาดว่าเป็นพยาบาลเร่งเร้าให้หญิงสาวจ่ายเงินก่อนจะยื่นชุดยัดมือใส่ให้เธอ เมื่อเห็นว่า หญิงสาวสแกนจ่ายยอดเงินเรียบร้อยแล้วเธอก็ดันให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ในห้องน้ำที่อยู่ข้าง ๆประกายดาวที่ตามเอมีเลี
เมื่อกลับมาถึงบ้าน...บ้านที่ใหญ่มากสายตาคู่สวยมองไปรอบ ๆ บ้านที่จะเรียกบ้านก็กระดากปาก ควรจะเรียกว่าคฤหาสน์จะดีกว่า ทุกอย่างรอบตัวใหญ่โตกว้างขวางมากไม่รู้ว่าถ้าสถานะของ 'ประกายดาว' เธอจะทำงานอีกสักกี่ปีถึงจะได้มีคฤหาสน์ใหญ่โตขนาดนี้"ขอบคุณค่ะ"เธอกล่าวขอบคุณเมธา