Se connecter
ในคืนวันแต่งงานของเพื่อนรักอย่างจิโอวาโน่ กับไอรดา แทนที่เขาจะได้อยู่ชื่นมื่นรื่นรมย์ในงาน แต่เลโอนาร์ดกลับต้องมาขลุกอยู่กับคนเมาอย่างสุดที่รัก แต่จะว่าไปที่เธอต้องเมาไม่ได้สติแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขานี่แหละ
“ยัยซื่อบื้อ ดื่มไม่เป็นก็ยังจะดื่มเข้าไป เป็นไงล่ะ เมาเหมือน…เฮ้อ ฉันเลยพลอยซวยไปด้วย ฮึ่ย! ยัยเมรีขี้เมา” เลโอนาร์ดบ่นกระปอดกระแปด เมื่อต้องรับหน้าที่ดูแลคนเมา แทนที่จะได้ไปร่วมสนุกในงานแต่งงานของเพื่อนอย่างที่ควรจะเป็น
“อืม! เสียงใครวะ หนวกหูชะมัด คนจะหลับจะนอนเห่าอยู่ได้” เขาถึงกับกัดฟันกรอด เมื่อจู่ๆ คนเมาก็ลุกขึ้นมาโวยวายหาว่าเขาเป็นหมา
“เธอนี่มัน ให้ตายสิ! ถือว่าเธอเมาหรอกนะ ไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่” เขาได้แต่ขู่ฟ่อ เมื่อทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเฝ้า
“คราย ครายเมา ฉานม่ายด้ายเมาสักหน่อย ไปเอาเหล้ามาอีกสิ เดี๋ยวแม่ดื่มโชว์ให้ดูเลย” สุดที่รักบอกเสียงอ้อแอ้พร้อมกับยกแขนขาปัดป่ายไปมาก่อนพยุงร่างเมาแอ๋ของตัวเองลุกขึ้นมา เดือดร้อนให้เขาต้องเข้าไปห้ามไว้อีก เพราะถ้าขืนปล่อยให้คนเมาลุกขึ้นมาเดินอย่างที่ต้องการแล้วล่ะก็ มีหวังได้ล้มหัวทิ่มกันบ้าง
“นี่อยู่นิ่งๆ ไม่ได้รึไงเล่า เมาแล้วก็นอนเฉยๆ สิ” เขาพยายามกดเธอให้นอนลงบนเตียงตามเดิม
“อื้อ! เหม็นชะมัด นี่เธอดื่มหรืออาบกันแน่ โว้ย! อยากจะบ้าตาย ทำไมต้องเป็นกูด้วยวะเนี่ย” เขาเอามือปิดจมูกทันทีที่ได้กลิ่นเหล้าเหม็นคละคลุ้งมาจากเสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่
“เอาวะ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ยัยนี่ต้องเน่าแน่ๆ” เขาถอนหายใจหนักก่อนหันไปคว้าผ้าห่มผืนใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆ มาคลุมตัวเธอไว้ จากนั้นก็สอดมือเข้าไปจัดการกับเสื้อผ้าของเธอ แต่ขณะที่เขากำลังง่วนและมุ่งมั่นกับการปลดปกระดุเสื้อให้เธออย่างยากลำบาก จู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“โอ๊ย!” เขาร้องเสียงหลง เมื่อคนเมาดันยกขาขึ้นมาถีบที่หน้าอกเขาอย่างจัง ทำเอาคนไม่ทันตั้งตัวถึงกับล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นด้วยความโมโห
“ฤทธิ์เยอะนักนะยัยตัวดี ดี! ในเมื่ออุตส่าห์หวังดีแต่เธอไม่ชอบ ก็ถอดมันทั้งอย่างนี้แหละ” เขากระชากผ้าห่มผืนเดิมทิ้งไปอย่างไม่ใยดี จากนั้นจึงพยายามปล้ำถอดชุดนั้นของเธอออกอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะแม่คุณดันไม่ให้ความร่วมมือ มิหนำซ้ำยังต่อต้านด้วยการดิ้นไปดิ้นมา สุดท้ายก็เลย…
แควก...! ชุดตัวสวยกลายเป็นผ้าขี้ริ้วไปในบัดดล แต่ก็ใช่ว่าเขาจะสน ยังคงตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับชุดสุดจะน่ารำคาญของเธอต่อ และกว่าที่ชุดนั้นจะถูกปลดเปลื้องออกไป ก็ทำเอาเขาถึงกับเหงื่อท่วม แล้วก็ยิ่งท่วมมากขึ้น เมื่อได้หยุดมองเธอชัดๆ
“เวรเอ๊ย! หาเรื่องใส่ตัวแล้วไหมล่ะ” เขาสบถเบาๆ พลางลอบกลืนน้ำลายกับภาพตรงหน้า ก็ทั้งเนื้อทั้งตัวแม่คุณเหลือแค่ชั้นในตัวจิ๋วแค่สองชิ้น อา…! ให้ตายสิ ชั้นในสีเข้มที่ตัดกับผิวขาวๆ ทำเอาเขาถึงกับเสียการอาการ จนต้องเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองด้วยการหาผ้ากับน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้ แต่ใครจะคิดว่า
และเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกระวนกระวายจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เขาจำต้องดึงความสนใจออกไปจากภาพเย้ายวนนี้ซะ ชายหนุ่มรีบไปหาผ้ากับน้ำอุ่นๆ มาเช็ดเนื้อตัวของให้ แต่ทันทีที่เริ่มลูบไล้ เชื้อไฟที่กำลังจะมอดดับกลับรุกโหมกระพือขึ้นมา สายตาคู่คมกวาดมองไปทั่วนวลเนื้อโดยไม่รู้ตัว
“เฮ้ย!” เขาผุดลุกทันควันพร้อมกับสะบัดหน้าไปมาแรงๆ อย่างพยายามขับไล่ความฟุ้งซ่านก่อนหน้าให้มลายหายไป ก่อนจะตวัดผ้านวมผืนใหญ่มาคลุมร่างเกือบเปลือยของเธอไว้
“เฮ้อ!” ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจหนักๆ ขณะมองคนที่ทำให้เขาต้องเสียแรงไปตั้งเยอะ ดังนั้นจึงอยากนอนพักเอาแรงบ้าง แต่ยังไม่ทันจะได้หย่อนก้นบนโซฟา คนที่หลับไปแล้วในคราแรกทำให้เขาต้องเด้งตัวขึ้นมาอีกครั้ง
“เฮ้ย! นั่นเธอจะไปไหน ทำไมถึงได้วุ่นวายขนาดนี้วะ” เขารีบเข้าไปขวางเธอไว้ เมื่อเห็นว่าเธอลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่าทางลนลาน จึงกลัวว่าเธอจะหกล้มจนได้รับอันตรายอีก
“อื้อๆๆ” แต่ดูเหมือนสุดที่รักจะไม่ยอมตอบอะไรนอกจากส่งเสียงอู้อี้ออกมา พร้อมกันนั้นก็ยังพยายามผลักเขาให้พ้นทางอีก แต่มีหรือที่เขาจะยอมให้เธอทำได้อย่างใจ นอกจากเขาจะไม่ยอมปล่อยแล้วเขายังกอดเธอเอาไว้แน่น เพื่อไม่ให้เธอก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก แล้วแรงหญิงขี้เมาอย่างเธอหรือจะสู้แรงชายชาตรีอย่างเขาได้ และในเมื่อเธอไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ก็คือต้องปล่อยมันออกมาให้หมดนั่นเอง
อ๊วก...! ตูม...! สุดที่รักอาเจียนออกมาจนหมดเมื่อไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้อย่างที่ต้องการ ยังผลให้ทั้งงเธอและเขาเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว ที่สำคัญกลิ่นของมันยังทำให้เขาทำท่าสะอิดสะเอียนจนอยากจะผลักเธอออกไปซะเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่กลัวว่าเธอจะหงายหลังล้มตึงแล้วก็เป็นภาระให้เขาในภายหลังอีกล่ะก็ เธอได้ลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแน่ๆ งานนี้
“ฮึ่ย! เหม็นชะมัด เธอนี่มันตัวซวยจริงๆ ให้ตายสิ” เขาสบถพร้อมกับลากเธอให้เข้าไปในห้องน้ำพร้อมกัน จากนั้นจึงเปิดน้ำจากฝักบัวให้ชะล้างคราบอาเจียนที่เธอฝากเอาไว้ จนคนเมาที่ทำท่าจะสิ้นฤทธิ์ไปแล้วต้องงแผลงฤทธิ์ขึ้นมาด้วยการดิ้นขลุกขลักและพยายามจะเดินออกมาจากน้ำเย็นๆ นั้นให้ได้ แต่ก็ถูกเขารั้งเอาไว้พร้อมกับปลดชั้นในตัวน้อยทั้งสองชิ้นของเธอไปด้วย ทำเอาคนที่หนาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงกับผวากอดเขาเอาไว้แน่นเพื่อหาความอบอุ่นทันที
“เธอเล่นกอดฉันแบบนี้ แล้ววันนี้จะได้อาบกันไหมเล่า” เขาว่าพร้อมกับดันตัวเธอให้ถอยออกห่าง เพื่อจัดการอาภรณ์ของตัวเองบ้าง จนกระทั่งทั้งคู่อยู่ในสภาพเดียวกันแล้วนั่นล่ะ เขาจึงจัดการกับความสกปรกของทั้งเธอและเขาไปพร้อมกันได้ ในขณะที่กำลังจัดการกับร่างกายตัวเอง แต่สายตากลับไม่ยอมละจากใบหน้าของเธอแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นเธอยืนสั่นสะท้านพร้อมกับเสียงฟันที่กระทบกันดังกึกๆ ก็ยิ่งปลุกความปรารถนาในร่างกายของเขาให้พลุ่งพล่านมากขึ้นอีก และครั้งนี้เขาคงไม่อาจทำใจให้ปล่อยเธอไปเฉยๆ ได้อีก
เลโอนาร์ดกระชากร่างบางเข้าหาตัวเองแรงๆ พร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนปากนุ่มๆ ของเธออย่างเรียกร้อง ความต้องการที่กำลังปะทุมากขึ้นทุกที เรียกร้องให้เขาต้องยื่นมือไปสัมผัสเนื้อตัวของเธอเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของตัวเอง
“อือ...!” สุดที่รักครางเสียงแผ่วพร้อมกับลูบไล้สัมผัสเขาเช่นเดียวกับที่เขาสัมผัสเธอ ยังผลให้คนที่ฮึกเหิมอยู่แล้วยิ่งลำพองขึ้นอีก เพราะไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะฤทธิ์จากน้ำเมาหรือจิตใต้สำนึกของเธอกันแน่ ที่ทำให้เธอเร่าร้อนและตอบสนองทุกสัมผัสของเขาทั้งๆ ที่ไม่ประสาแบบนี้ แต่ให้ตายเถอะ เธอกำลังจะทำให้เขาหยุดตัวเองไม่ได้ซะแล้ว
ความจริงไม่ได้คิดว่าภาพมันจะออกมาดูดีกว่าที่คิดเอาไว้มากแบบนี้ (ภาพชายหญิงนอนกอดกันด้วยสภาพเปลือยเปล่าเนี่ยนะ ดูดี) ก็ภาพแบบนี้มันอธิบายทุกอย่างด้วยตัวของมันเองอยู่แล้วนี่นา “เฮ้อ! จริงๆ แล้วผมไม่น่าพูดอะไรตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละ เพราะยังไงๆ มัมก็สรุปทุกอย่างเองแล้ว เอาเป็นว่าจะจัดการยังไงก็แล้วแต่มัมจะเห็นสมควรแล้วกันครับ” เลโอนาร์ดขยี้ผมตัวเองแรงๆ เมื่อเสียท่าให้คนเป็นแม่จนได้ ถึงว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เงียบผิดปกติ เพราะวางแผนเอาไว้แต่แรกแล้วนี่เอง เพราะถ้าเป็นเวลาปกติแล้ว คนหูตากว้างขวางเป็นสับปะรดอย่างมาดามเดียน่า ถ้าลองได้รู้ได้เห็นว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองออกไปกับผู้หญิงแล้วล่ะก็ เป็นได้อาละวาดเกือบทุกครั้งไป แต่สำหรับรายนี้คงถูกใจมากแน่ๆ ถึงได้ลงมือวางแผนด้วยตัวเองแบบนี้ “อืม! ใครมาส่งเสียงเอะอะโวยวายแต่เช้าเนี่ย คนจะหลับจะนอนไม่รู้รึไง โอย! ปวดหัวชะมัด ทำไมมันปวดแบบนี้เนี่ย” สุดที่รักที่กำลังงัวเงียบ่นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เดี๋ยวเธอจะปวดหัวมากกว่านี้อีก ถ้าขืนยังไม่รีบตื่นล่ะก็” เลโอนาร์ดหันไปบอกคนที่เอาแต่หลับตาอยู่อย่างนั้น
“ฟาเบียน แกรู้ใช่ไหมว่าเจ้านายแกพักอยู่ห้องไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้” ขณะที่ฟาเบียนกำลังหอบเอาเสื้อผ้าถุงใหญ่ตามที่เจ้านายโทรสั่งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ยังไม่ทันจะได้ขึ้นไปยังห้องที่เจ้านายพักก็ต้องมาเจอกับแม่เจ้านายซะก่อน “เอ่อ! คือ ให้กระผมเรียนถามนายก่อนดีไหมครับ” ฟาเบียนถามด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หาทางออกไม่เจอ เมื่อคนหนึ่งก็เจ้านาย อีกคนหนึ่งก็แม่เจ้านาย “ก็ลองโทรสิ ถ้าแกไม่อยากทำงานกับฉันแล้ว” มาดามเดียน่าบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผิดกับคนฟังที่กำลังเบิกตาโพลง “มะๆ ไม่ครับ ผมจะพาไปเดี๋ยวนี้ครับ เชิญมาดามทางนี้ครับ” ในที่สุดฟาเบียนก็ต้องยอมจำนนกับเหตุผลหรือจะเรียกว่าคำขู่ก็คงไม่ผิด แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ขึ้นไปยังห้องเป้าหมาย มาดามเดียน่าก็หันไปเห็นแก้วมุกดาที่กำลังเดินมากับผู้หญิงอีกคน จึงรีบทักขึ้น “เอ้า! หนูแก้ว หนูมาทำอะไรที่นี่แต่เช้าจ๊ะเนี่ย” มาดามเดียน่าเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแกมเอ็นดู “เอ่อ! สวัสดีค่ะมาดาม คือแก้ว” แก้วมุกดายกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม แต่ก็ไม่กล้าบอกว่าตนมาที่นี่ทำไ
จากเรียวปากนุ่มชุ่มชื้นของเธอที่เขาแสนจะหลงใหล ไล่เรื่อยลงมาจนถึงลำคอระหง ปลายลิ้นร้อนๆ ยังคงทำหน้าที่สำรวจนวลเนื้อของเธออย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะเมื่อมันลากผ่านมายังแอ่งชีพจรและมาหยุดอยู่ตรงทรวงสล้างงดงามล่อตาล่อใจให้ภมรหนุ่มอย่างเขาต้องรีบกระโจนเข้าใส่ แล้วลิ้นร้ายกาจก็ไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง เมื่อมันจู่โจมดูดตอดรัดทรวงสล้างของเธอจนเจ้าตัวยังต้องแหงนเงยใบหน้าเมื่อถูกความซ่านเสียวจู่โจม ไม่ใช่แค่ทรวงสล้างของเธอเท่านั้นที่กำลังถูกลิ้นร้ายกาจของเขาจู่โจม แต่ทุกส่วนทุกอณูในร่างกายของเธอเขาก็จะไม่ยอมละเว้นเช่นกัน แต่สถานที่อันคับแคบแบบนี้คงทำอะไรได้ไม่ถนัดนัก เขาจึงใช้ผ้าขนหนูที่วางพาดอยู่ห่อหุ้มพร้อมกับอุ้มร่างบอบบางของเธอออกมาวางบนเตียง เพื่อสานต่อในสิ่งที่ตัวเองทำค้างเอาไว้ “อืม...!” เธอครางเสียงแผ่วอีกครั้งเมื่อถูกเขาจู่โจม แต่ครั้งนี้เขากลับเริ่มจู่โจมเธอตั้งแต่ปลายเท้าเรื่อยมาผ่านเรียวขาสลักเสลา และยังคงไปต่อเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ความงามแห่งอิสตรีที่เธอหวงแหน เพียงแค่ถูกลิ้นร้อนๆ ของเขาแตะต้องลงไป ทำให้เธอถึงกับสะดุ้งพร้อมกันนั้นก็ยังแอ่นสะโพกยกสูงข
ในคืนวันแต่งงานของเพื่อนรักอย่างจิโอวาโน่ กับไอรดา แทนที่เขาจะได้อยู่ชื่นมื่นรื่นรมย์ในงาน แต่เลโอนาร์ดกลับต้องมาขลุกอยู่กับคนเมาอย่างสุดที่รัก แต่จะว่าไปที่เธอต้องเมาไม่ได้สติแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขานี่แหละ “ยัยซื่อบื้อ ดื่มไม่เป็นก็ยังจะดื่มเข้าไป เป็นไงล่ะ เมาเหมือน…เฮ้อ ฉันเลยพลอยซวยไปด้วย ฮึ่ย! ยัยเมรีขี้เมา” เลโอนาร์ดบ่นกระปอดกระแปด เมื่อต้องรับหน้าที่ดูแลคนเมา แทนที่จะได้ไปร่วมสนุกในงานแต่งงานของเพื่อนอย่างที่ควรจะเป็น “อืม! เสียงใครวะ หนวกหูชะมัด คนจะหลับจะนอนเห่าอยู่ได้” เขาถึงกับกัดฟันกรอด เมื่อจู่ๆ คนเมาก็ลุกขึ้นมาโวยวายหาว่าเขาเป็นหมา “เธอนี่มัน ให้ตายสิ! ถือว่าเธอเมาหรอกนะ ไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่” เขาได้แต่ขู่ฟ่อ เมื่อทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเฝ้า “คราย ครายเมา ฉานม่ายด้ายเมาสักหน่อย ไปเอาเหล้ามาอีกสิ เดี๋ยวแม่ดื่มโชว์ให้ดูเลย” สุดที่รักบอกเสียงอ้อแอ้พร้อมกับยกแขนขาปัดป่ายไปมาก่อนพยุงร่างเมาแอ๋ของตัวเองลุกขึ้นมา เดือดร้อนให้เขาต้องเข้าไปห้ามไว้อีก เพราะถ้าขืนปล่อยให้คนเมาลุกขึ้นมาเดินอย่างที่ต้องการแล้วล่ะ







