Masukบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคฮั่นตะวันตกจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (หลิวเช่อ) ครองราชย์ 141 - 87 ปีก่อนคริสตกาลเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และเป็นหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน (54 ปี)ความสำคัญ: รัชสมัยของพระองค์ถือเป็นยุคทองของราชวงศ์ฮั่น มีการขยาย
การเดินทางบนเส้นทางสายไหมในครั้งนั้นของคณะหลิวหยุนจิงใช้เวลาหลายปีในการบุกเบิก สำรวจ และสร้างสัมพันธ์ทางการค้า มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานจากที่หลิวหยุนจิงเคยคาดไว้พวกเขาล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านอันตรายนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งจากธรรมชาติอันโหดร้าย โจรป่า และความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า แต่ด้วยความรู้ ความสาม
"เจ้ามีเรื่องใดในใจเช่นนั้นหรือ" ฮั่วหยุนถามพลางโอบนางเข้ามาในวงแขนอย่างแผ่วเบา"ท่านจำเรื่องที่ข้าเคยเกริ่นไว้เนิ่นนานมาแล้วถึงเรื่องขององค์รัชทายาทได้หรือไม่เจ้าคะ" คำกล่าวของคนในอ้อมแขนทำให้ฮั่วหยุนมองนางพลางพยักหน้ารับ"จำได้ ว่าแต่เจ้าเอ่ยเรื่องนี้มาเพราะเหตุใดหรือว่ามีข่าวจากทางเมืองหลวงว่าฝ่า
ในระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนขบวนลึกเข้าไปในดินแดนทางตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทะเลทรายแสนเวิ้งว้างและแนวเขาหินสีน้ำตาลแดงมากกว่าเดิมอากาศในตอนกลางวันเองก็ร้อนระอุขึ้นแต่ทว่าในตอนกลางคืนกลับหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ พวกเขาต้องเดินทางผ่านเมืองน้อยใหญ่รวมถึงโอเอซิสขนาดเล็กและ
ห้าปีผ่านไปไวราวสายลมพัด... ฤดูใบไม้ผลิอีกคราได้เวียนมาเยือน ทุ่งหญ้าชายแดนเริ่มผลิดอกออกใบขับไล่ความแห้งแล้งของฤดูหนาวให้จางหายไปขบวนเดินทางขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ประกอบด้วยทหารคุ้มกันหลายสิบนายและรถม้าขนสัมภาระกำลังเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองนอกด่านของเมืองเตี้ยนหวงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเส้นทางเบื้อ
แม้จะมีบางคำถามที่เขาลังเลไปบ้าง ถึงกระนั้นเขาก็ผ่านด่านสุดท้ายไปได้ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"เอาละ ๆ ข้ายอมให้ผ่านก็ได้!" หลิวหานซินกับซูอันหัวเราะร่าเปิดประตูให้เจ้าบ่าวเข้าไปแต่โดยดี ซึ่งฮั่วหยุนไม่ได้เอะใจกับสองพี่น้องที่กำลังยักคิ้วให้แก่กันฮั่วหยุนถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางปา
“ท่านลุงข้ารู้สึกไม่วางใจต่อคนผู้นั้นนัก ท่านคิดว่าข้าควรนำเรื่องนี้ไปบอกกับใครเพื่อให้ถึงหูขององค์จักรพรรดิโดยตรงดีเจ้าคะ” คำพูดของเด็กน้อยในอ้อมแขนทำให้ซุนเหวินเลิกคิ้วสูงมองนางอย่างเข้าใจ“มีคนผู้หนึ่งที่ข้าคิดว่าเขาจะช่วยเจ้าได้”“ใครหรือเจ้าคะ”“ท่านเว่ยชิง พยัคฆ์แห่งซีเป่ยอย่างไรเล่า” น้ำเสียง
จูเซวียนกล่าวด้วยรอยยิ้มบางทว่าดวงตากลับมิได้แฝงไว้ด้วยความจริงใจเลยแม้แต่น้อย เขากวาดตามองหลิวหยุนจิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะปรายสายตามองไปทางซุนเหวินด้วยความระแวงหลิวหยุนจิงไม่ได้ตอบรับถ้อยคำเสแสร้งของอีกฝ่ายนางเพียงเดินไปหยุดตรงกลางห้องโถงประสานมือคารวะตามมารยาทและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ได้! ถ้าอย่างนั้นข้าจะพาเจ้าไปเอง เหม่ยจูเจ้ารอพวกเราอยู่ที่นี่เถอะนะ หากให้เจ้ากลับจวนตามลำพังข้าไม่วางใจ” ซุนเหวินพูดพลางมองสบเข้าไปในดวงตาของนาง“ตกลง ข้าจะรอท่านกับลูกอยู่ที่นี่” หลิวอวี้เฟยพูดขึ้นแต่เมื่อรู้ตัวว่าได้พูดคำผิดไปใบหน้าของนางก็เจือสีระเรื่ออย่างไม่อาจควบคุมทว่าหลังจากเห็
“ร้อนแรงสมชื่อ” เขากล่าวชม ก่อนจะลองชิมสุราเหม่ยฮวาต่อ รสชาติหอมหวานละมุนละไมต่างจากจอกแรกโดยสิ้นเชิง“อืม… สุรานี้กลับให้รสชาติอ่อนโยนกว่าที่ข้าคิดไว้ นี่เป็นสูตรของใครหรือ”หลิวหยุนจิงยิ้มกว้าง “เป็นสูตรที่ข้าและท่านตาช่วยกันปรับปรุงเจ้าค่ะ สุราเหม่ยฮวาเน้นความนุ่มละมุนเหมาะกับสุภาพบุรุษและสุภาพสต







