LOGINวันนั้นอ่อนโยนแต่ไม่อบอุ่น วันนี้อบอุ่นแต่ไม่อ่อนโยน เขาเป็นบุรุษที่อ่อนโยนแต่กลับปล่อยให้นางหนาวเหน็บไปทั้งใจ กระทั่งนางตัดสินใจจากไป เขากลับตามตื้อเพื่อยื้อนางไว้ด้วยความอบอุ่นแต่ไม่อ่อนโยน *** “เจ้ากล้ายั่วยวนข้า ต้องรับผิดชอบ!” ภายใต้ม่านมุ้งพลิ้วไหว ท่ามกลางความเร่าร้อนของสองร่างสอดประสานบนเตียงนอนที่ยับย่น คนสองคนรู้ดีแก่ใจว่าต่างฝ่ายต่างเป็นคนแรกของกันและกัน แต่จะเป็นคนสุดท้ายหรือไม่นั้น ยังคงเป็นปริศนา...
View Moreบุรุษหากยังไม่แต่งงานจะใช้ชีวิตสำราญปานใดล้วนทำได้ บุปผางามตระการล้วนมากมี พึงเชยชมได้เต็มที่ เสพสมให้ทั่วถึง แต่เมื่อใดที่มีภรรยาเป็นตัวเป็นตน คนต้องรักเดียวใจเดียว มิอาจข้องเกี่ยวหญิงใดอีก ดังนั้นบุรุษสำราญเช่นเราอย่าเผลอใจไปกับสตรีที่เพียงร่วมสำราญแต่มิได้แต่งงานด้วยเด็ดขาด
อี้หาน[1]ปรมาจารย์ศาสตร์บนเตียงของจ้าวฉีเสวียน
***
สตรีหากเป็นแค่เครื่องมือปรนเปรอความสำราญแก่บุรุษแล้วอย่างไร ขอเพียงเขายังไม่แต่งงาน เราจะเรียกร้องสัมผัสรักใคร่จากเขาเท่าใดก็ได้ ใช่ว่าเขาสุขสมฝ่ายเดียว ดังนั้น สตรีผู้ช่ำชองต้องกอบโกยพลังหยางเอาไว้ แต่ห้ามเผลอใจรักเด็ดขาด
เสี่ยวเหยา[2]ปรมาจารย์ศาสตร์บนเตียงของหวงลี่ฟาง
******************
อารัมภบท
งานชุมนุมชาวยุทธ์ประจำปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เหตุเพราะท่านอ๋องน้อยให้เกียรติมาร่วมการประชัน
เขานั่งโดดเด่นอยู่เหนือสุดบนแท่นประธานการชุมนุม เด็กหนุ่มผู้นี้อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ เพียงเขานั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนั้นกลับชวนให้คนลุ่มหลงมัวเมาอย่างที่สุด เพียงได้เห็นแค่ไกลๆ ก็ยังปิดความกร้าวแกร่งทรงพลังแห่งบุรุษเพศไว้ไม่มิด
ทั้งหล่อเหลาคมคาย เรือนกายสง่างาม ผิวขาวราวแท่งหยก เรียกได้ว่ารูปงามยากพานพบ องอาจผ่าเผยเปี่ยมเสน่ห์สมบูรณ์แบบ ทว่าภายใต้ความงามทรงเสน่ห์นั้นทุกคนมอบสามวาจาให้เขา
เย็นชาสูงศักดิ์ เย่อหยิ่งทะนงตน และเข้าถึงยาก
เขาคือชินอ๋องซื่อจื่อแห่งผิงโจว
แต่ท่วงท่าสูงส่งเย็นชาและเย่อหยิ่งทะนงตนยากเข้าถึงนั้น หาได้มีสตรีใดนำพาไม่ พวกนางพากันมองเขาด้วยดวงตาหวั่นไหว เนื้อตัวสั่นระริก ตื่นเต้นไม่หยุด
สตรีทั้งหลายต่างก็อยากรู้เสียจริงว่าภายใต้ความเย็นชานั้น กล้ามแน่นๆ จะร้อนระอุปานใด ยามอยู่บนเตียงจะร้อนแรงแค่ไหน เพราะเพียงมองจากระยะสายตาไกลๆ พวกนางต่างก็รู้สึกได้ถึงรัศมีแห่งความเร่าร้อนแผ่ซ่านออกมาจากกายแกร่งปานนั้น คนย่อมมีจินตนาการบรรเจิดเพริดแพร้วอย่างควบคุมมิได้
เขาคือบุรุษที่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามเกินขีดจำกัดโดยแท้ แค่นั่งเฉยๆ ยังทำสตรีรุ่มร้อนปานนี้...หากได้อยู่ใกล้ สูดกลิ่นกาย คงต้านทานความยั่วยวนไม่ไหวเป็นแน่
เหล่าสตรีทั้งหลายใกล้หลอมละลายเต็มที
ทุกคนต่างมีความคิดพร่างพราวตรงกันโดยมิได้นัดหมาย และพยายามทำตัวเองให้งดงามโดดเด่นที่สุดในสายตาเขา
ท่ามกลางสตรีเหล่านี้ที่พยายามเปิดเผยตัวตนให้โดดเด่นหมายเข้าไปอยู่ในสายตาชินอ๋องซื่อจื่อ มีเพียงสตรีนางเดียวที่พยายามหลบแล้วหลบอีก แต่หลบไม่ทัน
นางจึงทำได้แค่ปรับสีหน้าแล้วมองเขาด้วยดวงตาเรียบเฉย เหมือนไม่เคยรู้สึกอันใดต่อกันเลย แต่กลับเป็นเขาที่มองลงมา
เนิ่นนานที่มองนางด้วยสองตาคมกริบแต่นุ่มลึกสั่นไหว
เมื่อสบตา หวงลี่ฟางพลันนึกถึงค่ำคืนอันเปลี่ยวเหงา
นางจุดตะเกียงรอเขาทั้งราตรี แต่เขากลับอยู่ที่ห้องหนังสือกับสตรีอื่น ตื่นเช้ามาก็ออกไปด้วยกัน ทิ้งนางไว้กับกระต่ายตัวหนึ่งที่อยู่ในกรงคล้ายตอกย้ำตนเองที่ถูกขัง อีกครั้งก็คือตอนที่เขาพาสาวงามคนใหม่เข้าคฤหาสน์ แล้วพากันค้างแรมในเรือนปีกซ้าย
ครั้งสุดท้ายก็ตอนที่นางเลี้ยงกระต่ายขาวอย่างเดียวดาย เขากลับเดินเคียงสตรีข้างกายที่สูงส่งเทียมกันอย่างหวานชื่น
หากท่านมีใครอื่นในใจ โปรดจำไว้ว่าสติปัญญาข้ามิใช่มีไว้เพื่อแย่งชิงท่าน
หลังจากที่นางตื่นจากฝันเฟื่องอันยาวนาน การจองจำหัวใจพลันบังเกิด เป็นนางที่จองจำเขา คนที่เผลอใจรักมิใช่นาง
แต่เป็นเขา จ้าวฉีเสวียน
สองตาสบประสาน ทั้งนางและเขาต่างไม่มีใครหลบเลี่ยง นางชิงชังเหินห่าง แต่เขาปักใจใฝ่หา ปรารถนาชิดใกล้เฉกวันวาน
บุรุษหนุ่มเริ่มหน้าบึ้ง แววตาฉายประกายดุดันข่มขวัญ มองจากหอคอยยังน่าเกรงขามปานนั้น เดิมที่เย็นชาดุจเกล็ดน้ำแข็งกลับทวีความร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงบรรลัยกัลป์
เตือนตนแล้วว่าอย่าผูกพัน พอต้องจากกันมันเจ็บ!
***************
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้ไม่อ้างอิงประวัติศาสตร์ชาติใด
ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง
ทุกตัวอักษรเกิดจากจินตนาการทั้งหมด
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ขอให้ทุกท่านมีความสุขและสนุกกับจินตนาการ
ด้วยรัก
หลี่หง
[1] อี้หาน จากนิยายเรื่อง ‘เพียงรักฝังใจ’
[2] เสี่ยวเหยา จากนิยายเรื่อง ‘เพียงรักฝังใจ’
รุ่ยเหยียนไม่ใส่ใจอาการตัวเอง นางเริ่มพร่างพรูอย่างอัดอั้น“ลี่ลี่ เจ้าอย่าคิดอะไรตื้นเขินเด็ดขาด ปัญหาของแม่คือมีลูกให้เสิ่นหยวนไม่ได้ ในขณะที่ปัญหาของเสิ่นหยวนล้วนเป็นเขาเองที่ดื้อรั้นไม่ยอมมีลูกกับศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่น ใช่เรื่องที่บุตรสาวต้องแบกรับหรือไร แม่ทำทุกทางเพื่อให้เจ้าได้แต่งงานอย่างถูกต้องเพื่อให้เจ้ามีอำนาจมีเงินทองจะได้มาหนุนหลังแม่ก็จริง แต่ทั้งหมดก็เพื่อความสุขทั้งชีวิตของเจ้าเป็นที่ตั้ง”นางเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจเอ่ยต่อ“ลี่ลี่ แม่ผิดที่ทิ้งเจ้าหนีตามชายอื่นมา ความผิดนี้ยากอภัย แต่บางทีแม่อาจชะล่าใจ คิดไปเองว่าพ่อเจ้าจะมีเหตุมีผลมากพอ เขาแค่ตัดพ้อเพื่อมิให้เจ้าคิดถึงแม่ด้วยความรักเพราะมันทรมาน คิดไปเองว่าพ่อเจ้าจะไม่ทำให้เจ้าเกลียดแม่มากเกินไป แต่แม่ไม่รู้ว่าพ่อเจ้าเป่าหูเจ้าว่าอย่างไรบ้าง ตอนนี้เจ้าลองฟังแม่สักคราเถิด ความจริง...”หลังจากเล่าจบ รุ่ยเหยียนก็ให้รู้สึกผิดขึ้นมา นางรู้ดีว่า หวงลี่ฟางรักและเคารพเชื่อฟังบิดามาก หวงหมิงห้าวเองก็รักและหวังดีต่อบุตรสาวมากเช่นกันหวงลี่ฟางให้รู้สึกหัวใจสลายจริงๆ ดั่งที่รุ่ยเหยียนกลัว ตอนนี้ความรู้สึกที่มีต่อบิดาที่รั
สิ้นเสียงกระบี่ที่ตกกระทบพื้น เสิ่นหยวนก็กระอักเลือดอีก เขากุมหน้าอกตนไว้ แขนขาไร้เรี่ยวแรงอย่างมิอาจลุกขึ้นยืนได้ ครานี้กลับเป็นรุ่ยเหยียนที่ได้รับการปกป้องก็กระอักเลือดเช่นกัน ตำแหน่งบาดเจ็บของนางเป็นเฉกเดียวกับเสิ่นหยวนทุกประการ โลหิตที่ไหลนองออกจากปากรุ่ยเหยียนจนแดงฉานทำหวงลี่ฟางตกใจนัก นางรีบพยุงมารดาเอาไว้อย่างเร็ว ความรู้สึกน้อยใจและเคืองขุ่นที่มีมาอย่างยาวนานพลันเลือนรางจางหาย“ท่านแม่”เมื่อครู่นางยืนดูมารดาตาไม่กะพริบ มั่นใจว่าอีกฝ่ายมิได้ถูกทำร้าย แต่เหตุใดถึงมีสภาพย่ำแย่กะทันหันหวงลี่ฟางให้รู้สึกใจเสียขึ้นมาฉับพลันเสิ่นหยวนเองที่ยังไม่ทันสิ้นสติพลันเบิกตากว้างอย่างตกใจ และใช่ ทะเลาะเบาะแว้งกันเนิ่นนาน ต่อสู้กันหลายกระบวนท่า เขาไม่เคยลงมือกับรุ่ยเหยียนได้จริงๆ สักครา ทว่าอาการบาดเจ็บที่เสมือนถ่ายโอนให้กันและกันเช่นนี้ หรือว่า...เห็นแววตาคล้ายคนเพิ่งประจักษ์สำนึกรู้ของเสิ่นหยวน รุ่ยเหยียนเพียงแค่นยิ้มเย็น เย้ยหยันตนเอง ผีเสื้อพิษที่ใส่ให้เขาคือ ‘พิษตรึงวิญญาณ’ มันมีฤทธิ์เดชฉกาจสามารถควบคุมวิญญาณจากคนผู้หนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง แต่ผลข้างเคียงของมันกลับรุนแรงมาก
สำนักหูเตี๋ยที่มักอึมครึมเย็นเยือกบัดนี้ร้อนระอุยิ่งกว่าเพลิงผลาญ เหตุเพราะผู้เป็นนายทั้งสองที่คงภาพลักษณ์สุขุม ต่างประลองกำลังกันจนสะเทือนไปถึงม่านฟ้าสภาพของเสิ่นหยวนยามนี้กระเซอะกระเซิงอย่างยิ่ง เส้นผมดำยาวไร้สายรัดสยายพลิ้วตามแรงลมและสะบัดตามแรงโทสะทั้งหมดที่มี ชายหนุ่มวาดกระบี่ขึ้นชี้หน้าภรรยา“เจ้าควรรู้ไว้ ครั้งหวงหมิงห้าวข้าไม่เคยใช้ผีเสื้อใดกับเขา ตอบข้ามา เจ้ายังรักเขา ใช่หรือไม่?"รุ่ยเหยียนกระชับกระบี่ในมือแน่น เหลือบมองเสิ่นหยวน พลางเอ่ยเสียงเย็น “ข้าหมดสิ้นเยื่อใยไร้ความรักต่อหวงหมิงห้าว ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน ข้าจะไม่พูดอีก”เสียงของเสิ่นหยวนเจือแววเยาะ “ไม่รักเขา แต่กับข้า เจ้าถึงกับใช้ผีเสื้อพิษ เจ้าบอกว่าไม่รักเขา คิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?”รุ่ยเหยียนได้แต่นิ่งเงียบไม่ต่อวาจา เสิ่นหยวนแค่นเสียงหึ พูดจากราดเกรี้ยวเดือดดาล “เสียดายที่ข้ารักเพียงเจ้า คำนึงถึงแต่เจ้า คิดแทนเจ้าทุกอย่าง เห็นเจ้าเอาแต่คิดถึงบุตรสาวทุกวัน ข้าก็หาวิธีให้นางมาอยู่กับเจ้า แล้วข้าผิดมากหรือที่อยากได้ทายาทสืบทอดจากสายเลือดของเจ้า นางมาอยู่ด้วยล้วนดีต่อทุกฝ่าย เ
ไม่แปลกเลยที่ท่านชายใหญ่จะลุ่มหลงรักใคร่ภรรยามาก มีคนกล่าวว่าหากต้องการครองใจบุรุษให้กุมกระเพาะของเขาก่อน แต่พี่สะใภ้หลินซูซินมิได้ครองแค่กระเพาะสามี ทว่านางคือเทพธิดาแห่งการทำอาหารสำหรับพี่น้องจวนชินอ๋องแห่งนี้ ทั้งจ้าวฉีเสวียน และจ้าวเล่อเสียล้วนยอมสยบให้ทุกครา เพียงนางบอกว่ามีอาหารชนิดใหม่ที่เพิ่งคิดค้นได้ให้ทุกคนลองชิม แค่ได้ยินทุกคนก็ตั้งตารอหวงลี่ฟางมีโอกาสได้รับวาสนาชิมรสแล้วเมื่อไม่นานมานี้ และนั่นทำให้นางรู้ว่าสวรรค์เมตตาต่อนางยิ่งนักที่ทำให้คนผู้หนึ่งเกิดมามีปากกับลิ้นติดกายมาด้วยภายในห้องครัวมีบรรยากาศชื่นมื่นแห่งครอบครัวอันอบอุ่น“ท่านแม่มีพี่สะใภ้รองอยู่ในจวนด้วยกันแล้ว มีพี่สะใภ้ใหญ่ไปมาหาสู่โดยสะดวก ต่อไปข้าย่อมแต่งงานออกเรือนไปแดนไกลได้อย่างสบายใจไร้กังวล นับว่าดียิ่ง” จ้าวเล่อเสียออดอ้อนมารดาเพ่ยหนิงยกนิ้วจิ้มจมูกบุตรสาวอย่างเข่นเขี้ยว“เจ้ารีบยกข้าให้ลี่ฟางกับซูซินดูแลเพราะอยากแต่งงานกับคุณชายโจวก็บอกมาเถอะ”“อ๊า! ถูกรู้ทันจนได้” จ้าวเล่อเสียโอดครวญ “โธ่! ท่านแม่! ปีนี้ข้าอายุสิบเก้าแล้วนะ”เพ่ยหนิงหัวเราะ แสร้งทำเสียงดุ “เจ้ารอเขามาได้ตั้





