แชร์

พิมพ์ครั้งที่ ๒

ผู้เขียน: 1037
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-10-22 02:29:34

“ชะ ช่วยด้วยเจ้าคะ ช่วยด้วย!!”

เสียงโหวกเหวกบนเรือนใหญ่พาให้ทุกคนต้องแตกตื่นในรุ่งสางของวันใหม่ ทั้งเหล่านาย และข้าทาสต่างให้ความสนใจยังเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังเอิกเกริกไม่ขาดสาย เห็นทีจะมาจากเรือนฝั่งทางขวากงนู้น

“หอนอนแม่แก้วไม่ใช่รึ นางเป็นอันใดหรือไม่ถึงได้ส่งเสียงคร่ำครวญเช่นนั้น มา ๆ พวกเอ็ง พยุงข้าไปดูนางที!?”

คุณหญิงแสที่ตื่นมาไม่นานเรียกบ่าวคนสนิทให้ช่วยพยุงตนลุกขึ้น คงจะมีเรื่องใหญ่โข ไม่เช่นนั้นคงไม่ร้องลั่นปานมีคนกำลังถูกฆ่าแกง หลังจากที่ย่างเท้าผ่านธรณีประตูมาได้ ก็เจอเข้ากับบุตรชายเพียงคนเดียวของตนทันที

“คุณแม่เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ?”

เพราะหอนอนฝั่งทางนี้ล้วนเป็นหญิงที่อยู่บนเรือน ส่วนขุนเอกได้แยกออกไปอยู่อีกฝั่ง ถามว่าเป็นผัวเมียกันหาต้องแยกห้อง ใครบอกว่าแม่แก้วเป็นเมียเอกของเขาล่ะ ชายหนุ่มมองเมียทุกคนเป็นเพียงหญิงผู้ผลิตลูกเท่านั้นเอง

“แม่หาได้เป็น เห็นทีจะเป็นแม่แก้วนะพ่อเอก”

“งั้นคุณแม่ตามไปนะขอรับ ลูกขอไปดูน้องก่อน”

คนเป็นแม่พยักหน้ารับลูกชาย ก่อนที่เขาจะเดินแยกออกไปก่อนเป็นคนแรก พร้อมกับบ่าวชายคนสนิท แต่ทุกอย่างกลับเลวร้ายกว่าที่คิด เมื่อเรื่องที่เขา และคนในเรือนต่างดีใจที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้มันกำลังเป็นเพียงฝัน

อีกฝั่งของเรือนหลังใหญ่ เช้านี้บัวก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองไม่ตกขาด เธอยังคงหมกตัวอยู่ในครัวไฟ เพื่อต้มยาบำรุงครรภ์ให้คุณแก้วเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา ไม่นานก่อนที่เสียงดังลั่นจากหลายบุคคลจะดังขึ้นเรียกความสนใจของบัวเป็นอย่างมาก แต่ก็หาได้รู้ถึงความจริงของที่มาเสียงนั้น กระทั่ง

“บัว! แย่แล้ว เอ็งเร่งหนีไปเสีย แฮ่ก ๆ!”

“แม่ใจเย็นก่อนจ้ะ เดี๋ยวจะลมจับเอานะจ๊ะ”

บัวยังมีแม่ และคนที่วิ่งหน้าตั้งจวนลมแทบจับมาบอก ก็เป็นแม่ของเธอ หญิงสาวที่เห็นว่าแม่ดูท่าจะหน้ามืด เลยรีบจับท่านมานั่งให้อาการดีขึ้นมากกว่านี้ก่อน หากแต่เรื่องที่ต้องการวิ่งมาบอกลูกสาว กลับสำคัญมากกว่าอาการที่เธอกำลังเป็น

“เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ แล้วเมื่อครู่เสียงอะไรจ๊ะแม่”

“คุณแก้ว แฮ่ก ๆ คุณแก้วตกลูก!”

“!!!”

บัวหน้าซีดเผือด รู้สึกตกใจกับเรื่องร้ายที่ได้รับในเช้านี้ เกิดอะไรขึ้นกับหล่อน เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้ได้!? ขนาดบัวยังรู้สึกตกใจปานนี้ แล้วคนที่ตั้งหวังอยากจะมีลูกอย่างท่านขุน คงจะเสียใจอยู่มากโข

“แม่นั่งอยู่นี่ก่อนนะจ๊ะ ฉันขอไปดูคุณแก้วก่อนจ้ะ!”

“เอ็งหาต้องไป ไม่ช้าคงมีคนมารับเอ็งไปให้ท่านขุนซักเป็นแน่ เอ็งไม่รอดแน่บัว! หนีไปเถอะลูก”

แม่เริ่มมีอาการที่ดีขึ้น แต่ความกังวลว่าลูกจะถูกลงโทษกลับกำลังเข้ามาแทนที่ บัวมีสีหน้าที่ยังไม่เข้าใจ จนกระทั่งผู้เป็นแม่ต้องยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ลูกสาวรับฟัง

“คุณแก้วให้โทษว่าที่ตกลูกก็เพราะยาที่เอ็งปรุงให้ ตอนนี้ท่านขุนเลยโทสะจัด หามีใครหยุดท่านได้แล้ว เอ็งเร่งหนีไปเสียเถอะนะ แม่จะรับโทษแทนเอ็งเอง ฮึก เอ็งหนีไปให้ไกลที่สุด อย่าให้ใครจับได้ เข้าใจหรือไม่บัว!”

จะเป็นเพราะยาที่เธอปรุงให้ได้อย่างไร ในเมื่อยาทุกตัวเป็นยาที่หมอจัดเตรียมให้เองทั้งหมด บัวได้หาเอาสิ่งอื่นไปให้คุณแก้วดื่ม อีกอย่างจะให้แม่รับโทษแทนไม่ได้เด็ดขาดเลย

“แต่ฉันไม่ได้ทำนะจ๊ะแม่!”

“แม่เชื่อว่าลูกของแม่ไม่ได้ทำเยื่องนั้นเป็นแน่ หากแต่ใครเล่าจะเชื่อเอ็ง ฮึก เอ็งเชื่อแม่สักคราเถอะนะ”

“ไม่จ้ะ ฉันไม่อาจหนีไปแล้วให้แม่ต้องถูกโบยแทนหรอกนะจ๊ะ!”

พ.ศ.๒๕๖๗

ท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองหลวงของกรุงเทพฯ ไม่เว้นแม้แต่ เช้า กลางวัน หรือเย็น ทุกช่วงเวลาของที่นี่ก็ล้วนมีแต่ความวุ่นวายอยู่เต็มไปหมด เช้านี้ก็เช่นเดียวกัน

“สวัสดีค่ะคุณวาด พวกเราเตรียมร้านให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะ วาดไม่คิดว่ารถจะติดมากขนาดนี้”

วาดจันทร์ เจ้าของร้านอาหารไทยขึ้นชื่อ แม้ว่าร้านของเธอจะเพิ่งเปิดใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หากแต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากคนในเมือง ด้วยฝีมือการทำอาหารของเธอนั้นถือว่าครบเครื่อง รสชาติ กลิ่น และหน้าตา

อีกทั้งพอรู้ว่าหนึ่งในเชฟเป็นเจ้าของร้านที่ลงครัวทำเอง ก็ทำให้ใครต่อใคร อยากแวะเข้ามาลิ้มชิมรสอยู่เสมอ พอได้รับอาหารของวาดจันทร์เข้าท้อง พวกเขาก็จะกลับบ้านกันอย่างอิ่มเอมใจ และกลับมาที่ร้านอีกทุกครั้งที่มีโอกาส นี่แหละซิกเนเจอน์ของร้านเธอ

“ยินดีด้วยนะคะคุณวาด”

“คะ? อ๋อ ฮ่า ๆ ขอบคุณค่ะ”

ตอนแรกก็ยังไม่เข้าใจว่าลูกจ้างทุกคนในร้านต่างหมายถึงอะไรกัน แต่พอหนึ่งในนั้นชี้ที่นิ้วนางข้างซ้ายถึงรู้เรื่อง ว่าทั้งหมดกำลังร่วมแสดงความยินดีกับเธอเรื่องการแต่งงาน

สองวันก่อน ทั้งวาดจันทร์ และแฟนหนุ่ม ได้บินลัดฟ้าไปเที่ยวไกลถึงเกาหลี ตั้งใจจะไปพักผ่อนเพียงเท่านั้น หากแต่ชายหนุ่มที่คบหากันมาร่วมสี่ปี กลับคุกเข่าขอเธอแต่งงานเสียได้

‘ต่อไปนี้เจตขอเป็นทั้งหุ้นส่วนร้าน และหุ้นส่วนชีวิตกับวาดได้ไหม? แต่งงานกับเจตนะวาด’

วาดจันทร์ยังคงจำคำขอนั้นได้เป็นอย่างดี ร้านที่เธอทำอยู่เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะแฟนหนุ่มชักชวนให้ทำ ทั้งคู่ได้ร่วมลงทุนสร้างร้านนี้ด้วยกันกล่าวว่าก็เพื่อสร้างอนาคตของทั้งคู่ พอมาวันนี้ความสัมพันธ์กำลังจะถูกเติมเต็มครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว

“อ้าว มาแล้วเหรอ ทำไมวันนี้สีหน้าไม่ค่อยสดใสเลยล่ะ ทั้งที่กำลังมีข่าวดีแท้ ๆ” เป็นเพื่อนสาวของวาดจันทร์เอง ทั้งคู่เรียนมาด้วยกัน และสนิทกันมากถึงขั้นว่าเธอที่เป็นเจ้าของร้านร่วมกับแฟนหนุ่ม ได้เอ่ยชักชวนให้มะลิมาทำงานด้วยกันที่นี่

ทั้งคู่เป็นคนดูแลเรื่องอาหารคาวเป็นหลัก เพราะเรียนสายนี้มาโดยตรง หากให้ไปทำของหวานก็คงจะทำได้ไม่ดีเท่า

“อย่าบอกนะว่าฝันร้ายเรื่องเดิมอีกแล้ว”

สนิทกันถึงขั้นรู้ว่าวาดจันทร์มีความฝันที่แปลก เพื่อนสาวมักฝันเรื่องเดิมอยู่ซ้ำ ๆ ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัยปีแรก จนตอนนี้ที่ก็ไม่รู้ว่าเรียนจบมากี่ปีแล้ว วาดจันทร์พยักหน้ารับ หลังจากแยกตัวเข้ามาในห้องครัวของร้านแล้ว

“เมื่อคืนไม่ได้ฝันเรื่องเดิมแล้ว แต่ก็ยังฝันเกี่ยวกับคน ๆ เดิมอยู่”

มันน่าแปลกที่ทุกทีวาดจันทร์จะฝันเพียงว่ามีหญิงสาวแต่งตัวคล้ายทาสถูกโบยจนเจ็บจะขาดใจ แต่ครั้งนี้ไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อคืนเธอฝันว่าหญิงสาวคนเดียวกันกำลังมีความสุขอยู่กับชายผู้หนึ่ง ทั้งเธอและเขาต่างรักใคร่จนวาดจันทร์รู้สึกถึงความรักนั้นไปด้วย แต่เธอก็ไม่เคยได้เห็นหน้าชายคนนั้นเสียที มีเพียงแค่น้ำเสียงที่คุ้นหูอยู่ร่ำไร ครั้นนึกก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหน

“ออร์เดอร์แรกมาพอดี เธอไปพักก่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวลูกค้ารายนี้ฉันจัดการเอง”

“ไม่เป็นไรฉันช่วยเธอดีกว่า จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านด้วย”

“นี่ ยังไงก็ยินดีกับเรื่องแต่งงานด้วยนะ ฉันเห็นพวกเธอคบกันมาหลายปี จะเห็นเพื่อนเป็นฝั่งเป็นฝาก็รู้สึกดีใจไปด้วย”

“ฉันก็ต้องขอบคุณเธอเหมือนกันนะ เพราะเธอเลยที่เป็นแม่ชักแม่สื่อให้ฉันกับเจต” การที่เจตกล้าจีบเธอ ก็เพราะได้รับคำแนะนำของมะลิ ถ้าไม่มีมะลิในวันนั้น วาดก็คงจะไม่ได้คบกับเจตเหมือนกัน

RRRR

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกความสนใจของทั้งคู่ในห้องครัวได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ของวาดจันทร์ งั้นก็เป็นของมะลิแน่ไม่ผิด ช่วงนี้เพื่อนสาวดูจะมีคนโทรเข้ามาบ่อย สงสัยได้ว่าคงกำลังจะมีแฟนอยู่เป็นแน่ แต่วาดก็ไม่ได้ถามไถ่อะไร เนื่องด้วยเป็นเรื่องส่วนตัว

“เธอรับสายเถอะ ฉันจัดการเอง”

“งั้นแป๊บหนึ่งนะ”

วาดจันทร์พยักหน้ารับ ก่อนเดินไปหยิบเอาผ้ากันเปื้อนมาสวมทับ ระหว่างที่มะลิก็กำลังกดรับสายที่โทรเข้ามา อีกคนไม่ได้เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่อื่นเหมือนทุกครั้ง เห็นทีสายนี้คงจะไม่ใช่แฟนของเพื่อนสาว

“สวัสดีค่ะ...ใช่ค่ะ กำลังพูดสายค่ะ”

เพราะขนาดห้องครัวไม่ได้ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เล็กจนอึดอัด ทำให้ทุกถ้อยคำที่เพื่อนสาวพูดวาดจันทร์ที่อยู่ร่วมห้องก็ได้ยินด้วย แม้ว่าเธอจะไม่ได้สนใจเอาแต่ทำงานของตัวเองอย่างตั้งหน้า สุดท้ายก็ได้ยินอยู่ดี

“....”

เสียงสนทนาเงียบหายไป หากแต่สีหน้าของคนที่เพิ่งรับสายเมื่อครู่กลับกำลังซีดเผือด วาดจันทร์ยังไม่ทันได้สังเกต เพราะคิดว่าอาจจะยุ่งเรื่องของเพื่อนมากเกินไป

“วะ วาด ฉันออกไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะ”

“ได้สิ”

พอหันมาอีกทีเพื่อนที่พูดด้วยก็เดินหันหลังออกจากห้องครัวไปแล้ว ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรหนักใจหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพื่อนอย่างเธอก็คงจะอดห่วงไม่ได้อยู่ดี

หลังจากเรื่องเมื่อเช้าที่มะลิแยกออกไปคุยโทรศัพท์ พอเดินกลับมาเพื่อนสาวก็มีสีหน้าที่ไม่ได้ดูดีขึ้น วาดจันทร์เลยเลือกที่จะถามออกไปตรง ๆ ว่ามีเรื่องใดให้ช่วยหรือเปล่า หากแต่มะลิก็ตอบกลับมาทันทีว่าไม่เป็นไร ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเธอทั้งนั้น

ตั้งแต่ตอนนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ถูกพูดถึงอีกเลย ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันทำงานตามปกติ กระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนค่ำของวันเดียวกัน พนักงานทุกคนช่วยกันปิดร้านพร้อมสรรพ ก่อนพากันแยกย้ายกับบ้านใครบ้านมัน ระหว่างที่วาดจันทร์กำลังอาบน้ำแต่งตัวใหม่ อยู่ในห้องพักที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกห้องในร้านอาหารของเธอเอง

เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง เวลาที่ทำงานเสร็จแล้วจะกลับบ้านทั้งเนื้อตัวมีแต่กลิ่นอาหารก็ใช่ที เธอเลยลงทุนสร้างห้องพักขนาดกลางไว้ เพื่อเวลาทำงานเสร็จจะได้ชำระล้างร่างกายก่อนกลับบ้าน

“ค่ะเจต ถึงไหนแล้วคะ?”

(เจตถึงร้านแล้วนะ วาดแต่งตัวเสร็จหรือยัง?)

“งั้นรอวาดสักแป๊บนะคะ หรือเจตจะเข้ามาหาวาดที่ห้องก็ได้นะ”

เธอไม่ได้เปิดทางให้เข้ามาทำเรื่องอย่างว่า ถึงจะเป็นแฟนคบกันมาหลายปีจวนจะแต่งงานกันแล้ว แต่ก่อนหน้าวาดจันทร์ได้เอ่ยขอกับชายหนุ่มคนรัก ว่าขอให้พวกเขาได้เข้าห้องหอกันก่อน วันนั้นมาถึงทั้งใจและกายของเธอ จะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

(เจตรอวาดในร้านดีกว่า กลัวว่าถ้าได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองจะพาให้อดใจไม่ไหว)

“เจตล่ะก็ โอเคค่ะ งั้นวาดจะรีบให้มากที่สุดนะคะ”

เพราะวันนี้มีนัดทานข้าวด้วยกันอีกครั้งหลังจากถูกขอแต่งงาน ทำให้วาดจันทร์อยากมั่นใจว่าเธอตอนนี้ดูดีสำหรับเขาแล้วจริง ๆ การแต่งตัวเลยค่อนข้างนานมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

เวลาผ่านไปไม่เกินครึ่งชั่วโมง ต่อให้จะอยากดูดีแค่ไหนในสายตาว่าที่สามี แต่วาดจันทร์ก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องรอนาน หากแต่พอเดินเข้าร้านมาแล้วก็ยังไม่เห็นเงาของแฟนหนุ่มด้วยซ้ำ

“ไหนบอกว่ารอในร้านล่ะ ไปอยู่ที่ไหนนะ”

วาดจันทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเจต หลังจากที่ต่อสายไปไม่นาน เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น

“ห้องครัว เจตเข้าไปทำอะไรในห้องครัว?” วาดจันทร์ไม่รู้ว่าเขามีเซอร์ไพรส์อะไรอีกหรือเปล่า ได้แต่เดินตามเสียงเรียกเข้านั้นไปอย่างเงียบ ๆ กลัวว่าตัวเองจะทำแผนของแฟนหนุ่มแตกจนเสียบรรยากาศ ทว่าสิ่งที่เจตเตรียมไว้ให้เธอ มันก็เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มากจริง ๆ

“อย่าไปนะ ขอร้องล่ะอย่าไป ฮึก”

“วาดโทรมาแล้ว อีกไม่นานก็คงจะมาที่นี่ เรื่องนี้เอาไว้คุยกันวันอื่น”

วาดจันทร์ขมวดเรียวคิ้วขึ้นอยู่หลังประตูที่แง้มเอาไว้ ทั้งก้อนเนื้อกลางอกยังเต้นตุบตับ เธอไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มกำลังสนทนาอยู่กับใคร เพราะวาดไม่เห็นหน้าของอีกฝ่าย ทั้งเสียงก็ไม่คุ้นหูเนื่องด้วยคนคนนั้นเอาแต่ร้องไห้จนฟังไม่ชัด หากแต่อีกคนเป็นเสียงของเจตแน่ไม่ผิด

พร้อมทั้งร่างหนาของแฟนหนุ่มที่เธอเคยเป็นคนเดียวที่สามารถโอบกอดได้ ตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เธออีกแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน!

“จะคุยวันอื่นได้ยังไง นี่มันเรื่องสำคัญมากเลยนะเจต ฮือ เราขอร้องล่ะ”

“นี่! บอกให้ปล่อยไง อย่างี่เง่าได้หรือเปล่า” วาดจันทร์ปล่อยให้สายที่โทรหาเจตหลุดไปในที่สุด มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่น เธอเองก็ไม่เคยเห็นว่าแฟนหนุ่มจะมีอารมณ์ด้านนี้ด้วย กระทั่งตอนนี้

“จะว่าเรางี่เง่าก็ได้ ฮือ แต่เราท้อง เราท้องกับเจต เจตต้องรับผิดชอบ!”

!!!

ท้องงั้นเหรอ วาดจันทร์ได้ยินไม่ผิด อีกฝ่ายบอกว่าเธอกำลังตั้งท้อง และต้องการให้เจตรับผิดชอบ หมายความว่าว่าที่สามีของวาด กำลังทำผู้หญิงอีกคนท้องอย่างนั้นเหรอ!?

“มะลิ! หุบปากซะ ถ้าวาดมาได้ยินเราได้จบเห่กันทั้งคู่แน่!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งสุดท้าย (จบบริบูรณ์)

    “เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” “ทะ ทำไมคุณถึงถามฉันแบบนั้นล่ะคะ” ไม่เพียงแค่คนที่รอคำตอบ หากแต่คนที่ถูกถามก็ใจเต้นแรงไปไม่ต่างกัน หรือว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกับเธอเหมือนกัน แต่เรื่องทุกอย่างมันจะบังเอิญมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ? “ขอโทษทีครับ ผมได้เห็นหน้าคุณก็รู้สึกว่าเราเคยเจอกันมาก่อน เรื่องนี้มันทำให้ผมนอนไม่หลับ จนต้องขับรถออกมาไกลถึงที่นี่” “ฉันเคยเจอใบหน้าแบบคุณค่ะ แต่เขาไม่ใช่คุณ” “เขาคือคุณพระเอกใช่ไหมครับ?” “......” บัวนิ่งไปอย่างไม่เชื่อหู คนตรงหน้าเอ่ยชื่อคนรักของเธอ หากแต่ยศที่ใช้นำหน้านั้นต่างออกไป เจ้าของร่างเล็กกระอักกระอ่วนพูดอะไรไม่ออก คล้ายว่าความรู้สึกของเธอทั้งหมดตอนนี้กำลังไหลมารวมกันอยู่ที่กลางอกอย่างไรอย่างนั้น “ใจเย็น ๆ นะครับ คุณหน้าซีดมากแล้ว” ศิระเข้ามาช่วยพยุงคนที่กำลังเซล้มไปด้านหลัง เพียงแค่เขาเอ่ยชื่อบรรพบุรุษต้นตระกูล หญิงสาวก็มีสีหน้าอย่างที่เห็น อย่างนั้นแล้วสิ่งที่คิดก็ไม่ผิด ว่าเธอคือคนที่เขาเคยเจอมาจริง ๆ “เราไปคุยกันต่อที่ห้องของฉันดีกว่าค่ะ” “......” “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ คุณอย่า....” “ไม่ครับ ผมไม่ได้คิดอะไร”

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๒๐

    ๒ เดือนต่อมา ชีวิตของวาดจันทร์วนลูปอยู่กับความคิดถึงตลอดหลายเดือน นอกจากจะไม่ฝันถึงเขาเลย แม้แต่เสียงฮัมเพลงที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เคยแว่วมาให้ได้ยินอีก แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การยอมรับความเป็นจริงว่าเขาได้หายออกจากชีวิตของเธอแล้ว นั่นเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ “มีของมาส่งครับ” “ค่า” เจ้าของร้านละมือออกจากเงินที่กำลังนั่งนับหลังปิดร้านได้ไม่นาน เพื่อมารับพัสดุจากพนักงานขนส่ง วาดจันทร์ตัดสินใจเปิดร้านใหม่เป็นของตัวเองอย่างที่ไม่มีหุ้นส่วน เป็นร้านเล็ก ๆ และอยู่ใกล้คอนโดที่เธอพักอาศัยง่ายต่อการเดินทาง “คุณวาดจันทร์นะครับ” “ใช่ค่ะ” “รบกวนเซ็นรับตรงนี้ด้วยนะครับ” วาดจันทร์รับปากกาพร้อมกับเอกสารมาเซ็นรับให้ตามคำขอ เป็นแมสเซนเจอร์ส่งของด่วนภายในกรุงเทพฯ ส่งตรงมาจากจิตกรที่เธอขอให้เขาวาดภาพขุนเอกออกมาให้ หลังจากเสร็จจากทุกอย่าง วาดจันทร์จึงนำกล่องภาพวาดนั้นเข้าไปในร้านของเธอเอง ภายในใจเต้นตุบตับอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่ก่อนหน้าก็เคยได้เห็นภาพวาดของเขาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ไปครั้งหนึ่งแล้ว เหตุผลที่เธอสั่งวาดรูปของเขาขึ้น เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ได้ระลึกถึง การไปพบปะกันคราวนั้น เธ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๙

    เปลือกตาสวยหนักอื้อยากจะลืมตื่น ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของเธอถึงรู้สึกเจ็บระบมได้มากขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อคืนเธอและขุนเอกได้มีอะไรกันตามประสาคนรัก หากแต่ความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดูจะไม่ใช่เจ็บจากความรุนแรงของอีกฝ่ายเลยนี่นา “วาด! วาดได้ยินเจตไหม?” “......” ทุกอย่างต้องฝันไปแน่ ๆ ทำไมวาดจันทร์ถึงได้เห็นเจต อดีตคนรักที่เคยหักหลังกันอยู่ข้าง ๆ เธอในตอนนี้ได้ เจ้าของดวงตากลมสาดมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างที่เห็นทำให้เธอมั่นใจแล้วว่าที่นี่โรงพยาบาลในยุคปัจจุบันแน่ไม่ผิด “วาดเป็นอะไร? ทำไมเอาแต่ทำหน้าแบบนั้นล่ะ รู้ไหมว่าเจตเป็นห่วงมากแค่ไหน” ไม่จริง....เธอย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือนี่จะเป็นความฝัน วาดจันทร์ที่เห็นสายน้ำเกลือติดอยู่ที่แขนเลยลงมือทำสิ่งที่คิด! “วาด! ทำอะไรน่ะ เห็นหรือเปล่าเลือดออกแล้ว...พยาบาลครับ คนไข้ห้องห้าฟื้นแล้วครับ ตอนนี้เธอดึงสายน้ำเกลือออกแล้วด้วย” “เจตปล่อยวาด! ฮึก ไม่จริง ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ฮือ” เจตยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับว่าที่ภรรยากันแน่ เขาเข้ามากอดวาดจันทร์ไว้ไม่ปล่อย เมื่อหญิงสาวพยายามลงจากเตียงให้ได้ ทั้งยังเอาแต่โวยวายอะไรไม่รู้ตั้ง

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๘

    ตั้งแต่วันนั้นก็ลากยาวมาถึง ๒ วันแล้วที่บัวยังไม่ให้คำตอบเรื่องไถ่ตนออกจากทาส คุณหญิงแสยื่นข้อเสนอให้ทั้งเธอ และแม่จำปาออกจากการเป็นทาสพร้อมกัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่บัวลังเล เพราะสิ่งที่เธอลังเลจริง ๆ คือการที่ตัวเองจะสามารถอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหนมากกว่า เจ้าของร่างเล็กนั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำหน้าเรือนในช่วงตกเย็นของวัน เพราะทำงานของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงใช้เวลาที่เหลือมานั่งอยู่ตรงนี้ ด้วยเห็นว่ามันเงียบดี พอได้อยู่ในพื้นที่สงบเธอก็จะได้มีเวลาคิดเรื่องในใจไปด้วย “ขนาดมาที่นี่ยังไม่รู้ตัวเลยว่าต้องมา แล้วถ้าวันไหนต้องกลับไป จะมีสัญญาณอะไรบอกก่อนล่วงหน้าหรือเปล่า?” พูดได้อย่างเต็มปากว่าเธอนั้นก็รักท่านขุนไปแล้ว ไม่ใช่แค่รู้สึกรักเพียงเพราะได้ปะหน้ากันในตอนที่ย้อนเวลามาได้ แต่ความรู้สึกรักนั้นมีมานานมากแล้วด้วยซ้ำไป หากแต่วาดจันทร์ก็ตอบไม่ได้ว่ามันนานมากขนาดไหน คงจะ ๑๒๗ ปีล่ะมั้ง “แม่บัว” “คุณพี่...” คำเรียกของบัวเปลี่ยนไปตามคำขอของขุนเอก เพราะเธอจำเป็นต้องช่วยชีวิตของอดีตเมียทาสคนอื่น ๆ ไม่ให้ต้องถูกขาย หลังจากที่บัวกลับมาเรียกเขาว่าคุณพี่...เมียทาสพวกนั้นก็ไม่ถูกขายจริง ๆ แ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๗

    ตลอดทั้งวันนับว่าอิ่มเอมใจ แม้จะกลับมาถึงเรือนแล้ว บัวก็ยังไม่อาจหุบยิ้มลงได้กับสิ่งที่อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ยบอก หากว่าบัวตัวจริงรู้ว่าตอนนี้ผัวของเธอรัก และหลงเธอมากเพียงใด คงจะมีความสุขไม่น้อย แม้แต่วาดจันทร์ที่ย้อนกลับมาเป็นเธอในยุคนี้ยังเผลอหลงระเริงใจได้ง่าย ๆ ตะวันลาลับฟ้าก่อนดวงจันทร์ขนาดใหญ่จะขึ้นมาแทนที่ บ่าวทาสทุกคนต่างแยกย้ายหลับนอนให้เต็มอิ่ม ตื่นมาวันพรุ่งจะได้มีเรี่ยวแรงทำงานให้นายกันต่อ บัวและแม่จำปาเองก็เช่นกัน ทว่าก็เกิดเรื่องขึ้นเสียได้ “แม่บัว ฮือ ข้าขอร้องล่ะ” “เสียงผู้ใดมาเอะอะอยู่หน้าเรือน?” “เดี๋ยวฉันออกไปดูเองจ้ะ” “เดี๋ยวข้าไปด้วย หากมีเรื่องใดจะได้ช่วยกัน” ทั้งบัวและแม่จำปาลุกออกจากที่นอนก่อนเดินออกมาดูหน้าเรือนนอนของกลุ่มทาส จำไม่ผิดคนพวกนี้เป็นเมียทาสของขุนเอกไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงได้มานั่งคร่ำครวญกันอยู่กงนี้ได้ “แม่บัว! แม่บัวช่วยพวกข้าด้วยนะ ฮึก” “แม่จ๊ะ” เธอทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าเกิดกระไรขึ้นกับนางพวกนี้ เห็นเอาแต่นั่งร้องห่มร้องไห้ทั้งยังคลานเข่าเข้ามากอดแข้งกอดขาบัวไว้ท่าเดียว แม่จำปาเห็นเช่นนั้น เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามแทนลูกสาว “พวกเอ็งเป็นก

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๖

    “บัวเอ้ย! ท่านขุนเรียกหาเอ็ง ไปพบท่านเสียหน่อยเถอะลูก” “จ้ะแม่” บัวลามือออกจากขนมหวานที่กำลังทำ แม้แม่บัวตัวจริงจะไม่มีความสามารถในการปรุงอาหารเลย อย่างน้อยวาดจันทร์ที่เป็นเชฟอยู่ยุคโน้นก็ยังพยายามปรับนู่นแต่งนี่ จนรสมือของเธอนั้นเริ่มดูดีขึ้น ถึงของคาวจะยังไม่เป็นที่ต้องปาก แต่ของหวานนับว่าเอร็ดอร่อยอยู่มากโข “แล้วก็อย่าไปทำอันใดให้ท่านโกรธเข้าล่ะ” “นี่แม่เห็นบัวเป็นคนยังไงจ๊ะ หน้าตาสวยราวเทพธิดาปานนี้ ใครเห็นต่างก็อารมณ์ดีทั้งนั้นแหละจ้ะ” “ขอให้เทวดาท่านลงโทษเอ็ง” พูดจบคนเป็นแม่ก็เดินห่างออกไปเลยทันที ไหงมาแช่งลูกสาวสุดสวยของตัวเองเยื่องนั้นเล่า ตลอดเดือนมานี้ชีวิตของบัวคล้ายว่าจะสงบสุขนัก นอกจากจะไม่ต้องใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงแล้ว ชีวิตรักก็ดูจะราบรื่นมาก ๆ เหมือนกัน บัวเดินไปหาขุนเอกตามที่อีกฝ่ายเรียก เขานั่งรอท่าอยู่ตรงศาลากลางน้ำหน้าเรือนใหญ่ เดินผ่านไปตรงนั้นจึงได้ปะหน้ากันพอดี เจ้าของร่างเล็กกำลังนั่งลงไปกับพื้นด้านล่างด้วยว่าทราบถึงฐานะระหว่างกันดี หากแต่ก็ถูกขุนเอกทัดทานเอาไว้เสียก่อน “เข้ามานั่งข้างบนกับข้าเถอะ” “เจ้าค่ะ” เธอไม่คิดปฏิเสธ ขยับตัวขึ้นไปนั่งชั้นบนร่วมก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status