แชร์

พิมพ์ครั้งที่ ๑

ผู้เขียน: 1037
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-10-22 02:29:04

รศ.๑๑๖

เสียงนกร้องยามเช้าตรู่ให้หนาหู แม้นแผ่นฟ้าทั้งผืนจะยังดับมืดไม่ต่างจากเวลากลางคืน หากแต่เหล่าข้าทาสบริวารกลับลุกขึ้นทำงานกันอย่างขะมักเขม้นให้สมกับข้าวแดงแกงร้อนที่เจ้าของเรือนมีพระคุณแบ่งให้ยาไส้

บ่าวทาสในเรือนทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ทุกอย่างก็เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณที่คุ้มกะลาหัวพวกมันอยู่ หากไม่ได้เจ้านายที่ใจดีเยื่องนายเรือนนี้ เห็นทีคงได้ตายอดตายยากอยู่ที่ใดก็หาได้รู้

“ต้มยาบำรุงให้คุณแก้วอยู่รึบัว”

“จ้ะ อีกประเดี๋ยวคุณแก้วก็คงตื่นแล้ว กลัวจะไม่ทันท่าน”

แม่บัวพูดตอบระหว่างที่สายตายังคงจ้องหม้อปรุงยาบนเตาฟืน เป็นตลอดเกือบเดือนที่เธอได้รับหน้าที่ปรุงยาบำรุงครรภ์ให้คุณแก้ว หล่อนมีข่าวดีเมื่อเดือนก่อนว่ากำลังมีบุตรคนแรกให้ท่านขุน และทั้งเรือนต่างดีใจกันยกใหญ่กับข่าวดีที่สุดในรอบหลายปี

แม่แก้วมีศักดิ์เป็นเมียเล็กของขุนเอกก็จริง หากแต่เมื่อใดที่ทารกในครรภ์คลอดออกมา คงจักได้เลื่อนยศฐาเป็นเมียกลางเมือง[1] ของท่านในไม่ช้า แม้จะมีเมียอีกหลายคนที่ตั้งหน้ารออุ้มท้องลูกของท่าน แต่ก็เป็นไปตามกฎที่เจ้าของเรือนได้ให้ไว้เมื่อครั้งอดีต หากเมียใดมีลูกคนแรกให้ท่านได้ก่อน ก็จักถูกแต่งตั้งเป็นใหญ่ในเรือนหลังคลอดทันที

“เสียดายนัก สองปีให้หลังท่านขุนหลงเอ็งอย่างกะอะไร ถ้าเอ็งมีลูกให้ท่านได้ก่อนคุณแก้ว คงจะดีไม่น้อยเลยนะ”

“ข้าไม่หวังเป็นใหญ่ในเรือนของท่านหรอกจ้ะ เพียงแค่สิ่งที่ท่านให้ข้าทุกวันนี้ ก็เป็นบุญหัวมากแล้ว”

บัวไม่ได้ปด เธอพูดออกมาตามสิ่งที่รู้สึก จากทาสไร้ค่าที่ไม่รู้จะถูกนายขายให้ซ่องวันใด กลับได้กินอยู่สบายเหนือบ่าวทาสคนอื่น ๆ ในเรือนด้วยตำแหน่งเมียทาสที่ได้รับจากท่าน นั่นก็ดูมากเกินพอสำหรับชีวิตบัวแล้ว

“ถ้าเหล่าเมียทาสของท่านขุนคิดเยื่องเอ็ง เรือนคงจะสงบสุขมากกว่านี้นะ เอาเถอะข้าจะไปดูคุณหญิงแสเสียหน่อย ป่านนี้ท่านคงตื่นแล้วกระมัง”

“จ้ะป้าศรี” ป้าศรีเป็นบ่าวที่ดูแลคุณหญิงแส ตั้งแต่บัวเกิดก็เห็นจะเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่แรก คุณหญิงท่านเป็นแม่ของขุนเอกอีกทอด คนที่ใหญ่สุดในเรือนก็เห็นจะมีท่านอีกคน

ถามหาสามีคุณหญิงแส ก็ตอบได้เลยว่าท่านจากโลกไปนานเสียจนจำปีไม่ได้ ด้วยพ่อขุนเอกนั้นเป็นถึงขุนน้ำขุนนางยศใหญ่ ได้รับพระราชดำรัสให้ตามเสด็จในวังไปประพาสป่าเพียงคราเดียว หลังจากกลับมาไม่นานท่านก็ป่วยเป็นไข้ป่ารุนแรง ก่อนจะเสียชีวิตลงท่ามกลางความโศกเศร้าของทุกคนในเรือน

หลังจากที่บัวปรุงยาเสร็จ เธอก็ตะเตรียมข้าวของเพื่อขึ้นไปดูแลคุณแก้วต่อทันที แม้จะได้อยู่ในตำแหน่งเมียทาสของท่านขุน หากแต่ก็ยังไม่ได้มีวาสนาได้นอนบนเรือนเหมือนเมียเล็ก ที่เปรียบได้ว่าเป็นเจ้านายอีกคน เพราะเหตุนี้ทำให้บัวต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างหอนอนเมียทาส และเรือนใหญ่อยู่ตลอดเวลา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณแก้ว ตื่นหรือยังเจ้าคะ?”

“แม่บัวรึ?” เพราะบัวเป็นเมียอีกคนของท่านขุนสามีของแม่แก้ว ทำให้การเรียกขานเลยเป็นเช่นนี้ แม้แต่เมียทาสคนอื่น ๆ ก็ด้วย

“เจ้าค่ะ อิฉันปรุงยามาให้เจ้าค่ะ”

“เข้ามาสิ” มือเล็กดันประตูไม้เข้าไปด้านในอย่างเบาแรง ประตูบานนี้ไม่ได้ขัดดาล[2] ไว้ แสดงว่าคุณแก้วคงจะตื่นได้สักพักแล้ว หล่อนไม่มีบ่าวที่ตามมารับใช้จากตระกูลที่ส่งมา หนำซ้ำพอย้ายมาอยู่ในเรือนแล้วก็ยังไม่มีบ่าวรู้ใจเป็นของตนอีก

เจ้าของหอนอนนั่งอยู่กลางเตียงรอให้คนมาเยือนได้เดินเข้าหา พูดตามตรงว่าตั้งแต่ประกาศกร้าวว่าตั้งครรภ์ให้สามีได้ เธอก็ไม่กล้าแม้จะขยับไปไหนมาไหนแรง ๆ เนื่องด้วยกลัวว่าลูกจะหลุดออกไปเสียก่อน

“ยาบำรุงเจ้าค่ะ แล้วอิฉันจะไปเตรียมเครื่องนุ่งไว้ให้คุณแก้วได้ผลัดผ้านะเจ้าคะ” วันนี้เป็นวันพระใหญ่ เห็นว่าเป็นวันพระที่ดีที่สุดหลารอบปี เจ้านายทั้งเรือนเลยจะพากันไปวัดทำบุญ และหนึ่งในทาสที่จะติดสอยห้อยตามไปด้วยก็คงไม่พ้นบัว ที่จะต้องตามไปดูแลคุณแก้วอีกที

“แม่บัวไม่ต้องดูแลฉันก็ได้ แม่ไม่ใช่บ่าวที่จะต้องมาดูแลฉันเสียหน่อย”

“ท่านขุนไว้ใจบัวให้ดูแลคุณแก้ว นับว่าเป็นบุญของบัวมากกว่าเจ้าค่ะ อีกอย่างคุณแก้วกำลังท้องกำลังไส้ มีคนดูแลน่าจะดีกว่า”

“ขอบใจแม่มากนะ หากเป็นเมียของท่านขุนคนอื่น ๆ ฉันก็ไม่ไว้ใจเหมือนกัน หากแต่เป็นแม่ ฉันก็วางใจไปมาก”

ตกเย็นของวันเดียวกัน ถึงเวลาจะผ่านไปจวนตะวันจะลับขอบฟ้า หากแต่บ่าวทาสทุกคนก็ยังทำงานกันไม่หยุดหย่อน บ่าวผู้ชายก็จะหนักไปด้านงานใช้กำลังเป็นหลัก แบกหามน้ำจากท่ามาใส่ในตุ่มบ้าง แบกฟืนเฟืองสำหรับใช้ทำครัวก็มี ส่วนบ่าวผู้หญิงเวลานี้ ทุกคนต่างรวมตัวกันอยู่ในครัวไฟเสียส่วนใหญ่ ด้วยหน้าที่เดียวคือการเตรียมสำรับให้นาย อีกไม่นานท่านขุนเอกคงจะเดินทางกลับจากว่าราชการแล้ว ครั้นบุตรชายเพียงคนเดียวกลับเรือน คุณหญิงแสคงไม่วายสั่งตั้งสำรับโดยพลัน

อีกส่วนสำคัญของบ้านที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือเหล่าเจ้านายที่อยู่บนเรือนกงนู้น ป่านนี้พวกท่านคงจะนั่งพับดอกบัว ร้อยมาลัยสำหรับไหว้พระวันพรุ่ง ให้เห็นชัดว่าวิถีของคนสองชนชั้นนั่นต่างกันอย่างสิ้นเชิงไม่ผิด

“ฝีมือร้อยมาลัยเอ็งงามขึ้นนะบัว อีกไม่นานคงจะงามเกินกว่าฝีมือข้ากระมัง”

“ฝีมือของบ่าวยังอ่อนหัดนัก ดูทีคงจะไม่มีวันเทียบเทียมฝีมือของคุณหญิงได้เจ้าค่ะ” ทั้งเรือนมีนายอยู่สองคน คือคุณหญิงแส และคุณแก้ว พร้อมกับเมียบ่าวของท่านขุนอีกสี่คนเห็นจะได้ เรื่องงานฝีมือสำหรับบัวนับว่าเป็นเรื่องที่ยากถนัด เธอไม่ได้สนใจของพรรค์นี้ด้วยซ้ำไป หากแต่พอได้เลื่อนเป็นเมียทาสของท่านขุน เลยจำต้องให้เปลี่ยนความคิด และคนที่ฝึกฝนให้ก็คือคุณหญิงแสนั้นแล

“อย่าถ่อมตัวนักเลย แม่บัวฝึกไม่นานยังงามเพียงนี้ ดูอย่างฉันสิ ฝึกเท่าใดก็ยังไม่งามเท่า” แม่แก้วพูดพร้อมกับก้มมองมาลัยร้อยในมือของตนที่ยังไม่เสร็จดี เห็นเช่นนี้พอเสร็จแล้วก็คงจักไม่งามอีกตามเคย

“แต่คุณแก้วก็ปักผ้างามนักเจ้าค่ะ” ทุกบทสนทนาคล้ายว่ามีเพียงสามคนอยู่บนเรือนนี้ไม่ผิด เห็นเมียบ่าวคนอื่น ๆ เป็นตอเห็ดหรืออย่างไรกัน!? แต่ก็หาได้สนใจ เพราะสิ่งที่พวกหล่อนต้องการหาใช่ความสนใจจากแม่ผัว ที่ทำ ๆ กันอยู่ก็เพื่อเอาใจแต่ท่านขุนผู้เดียว หากท่านกลับมาเห็นหน้าค่าตาเหล่าเมีย ๆ โชคหล่นทับก็อาจจะถูกเรียกให้ไปรับใช้บนเตียงบ้างเท่านั้นเอง

“ท่านขุน ท่านขุนกลับมาแล้วเจ้าคะคุณหญิง”

เมียบ่าวหนึ่งในนั้นพูดขึ้นเสียงดัง ก่อนทุกคนบนเรือนจะหันไปให้ความสนใจต่อคนที่กำลังเดินขึ้นเรือนมา จากใบหน้าบูดเบี้ยวเบื่อหน่ายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มเร็วเสียน่าตกใจ

“กลับมาแล้วหรือพ่อเอก”

“ลูกไหว้ขอรับ” ทุกคู่สายตามองไปจุดเดียวกันดั่งต้องมนต์ เป็นโชคดีของบัวนัก ที่วันนี้ได้นั่งอยู่ใกล้ท่านมากกว่าคนผู้อื่น บัวค่อย ๆ เงยหน้ามองคนด้านบนก็พาให้ใจหวิว ขุนเอกนั้นรูปงามจนยากอธิบาย ไม่แปลกที่หญิงทั่วเมืองจะหลงรูปลักษณ์ของท่าน ขนาดคนเป็นเมีย ยังรักยังหลงท่านอยู่ร่ำไป

“กลับมาเหนื่อย ๆ นั่งพักเถิด ประเดี๋ยวแม่จะสั่งให้บ่าวตั้งสำรับให้”

“เวลานี้ลูกขอเอนหลังพักที่หอนอนก่อนดีกว่า ขอตัวนะขอรับ”

“คุณพี่เจ้าคะ”

ไม่ทันที่ขุนเอกจะเดินเข้าหอนอนของตนก็ถูกแม่แก้วทัดทานเอาไว้เสียก่อน กลับมาเรือนทั้งทีแต่กลับไม่มีถ้อยคำถามไถ่ถึง แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดมองว่าเป็นความผิดของท่าน หากแต่คุณแก้วเองจะเป็นคนที่เสนอให้แก่ผัว

“มีอันใดหรือแม่แก้ว”

“น้องขอเข้าไปปรนนิบัติคุณพี่ได้หรือไม่เจ้าคะ หากได้นวดเสียหน่อยคงจะผ่อนคลายไม่น้อย” เมียคนอื่นที่ก็ต้องการปรนนิบัติท่านต่างพากันมองตาเป็นมัน คุณแก้วนี่ก็ใช่จะใสซื่อ เป็นถึงลูกขุนนางชั้นสูงแต่กลับไม่ละอายใจที่จะเอ่ยปากเสนอตัว เห็นทีจะมีเพียงแค่บัวที่ยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่ผู้เดียว

“แม่แก้วกำลังตั้งท้องลูกของพี่อยู่ อย่าได้ออกแรงมากเลย เป็นเอ็งแล้วกันบัว เข้าไปปรนนิบัติข้าที”

แน่นอนว่าคุณแก้วเสียหน้า หากแต่ก็แสดงออกอะไรได้ไม่มาก นอกจากรับคำของสามี บัวหันไปมองหน้าเธออยู่หลายที กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจตนผิด หากแต่พอเห็นคุณแก้วผงกหัวให้ก็สบายใจขึ้นมาได้หน่อย

แล้วแม่แก้วทำใจได้จริงงั้นหรือ ยามที่ต้องเห็นเมียคนอื่นได้เดินตามผัวเข้าหอนอนไป ทั้งที่ตนเองก็อยากเป็นคนผู้นั้นเสียจนตัวสั่น

“ท่านขุนอยากผลัดผ้าก่อนหรือไม่เจ้าคะ”

“เปลื้องผ้าของเอ็งออกเสีย”

“......”

“ข้าไม่ได้หมายให้เอ็งเข้ามานวดให้ข้าหรอกหนา”

[1] เมียหลวง

[2] ลงกลอนประตู

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งสุดท้าย (จบบริบูรณ์)

    “เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” “ทะ ทำไมคุณถึงถามฉันแบบนั้นล่ะคะ” ไม่เพียงแค่คนที่รอคำตอบ หากแต่คนที่ถูกถามก็ใจเต้นแรงไปไม่ต่างกัน หรือว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกับเธอเหมือนกัน แต่เรื่องทุกอย่างมันจะบังเอิญมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ? “ขอโทษทีครับ ผมได้เห็นหน้าคุณก็รู้สึกว่าเราเคยเจอกันมาก่อน เรื่องนี้มันทำให้ผมนอนไม่หลับ จนต้องขับรถออกมาไกลถึงที่นี่” “ฉันเคยเจอใบหน้าแบบคุณค่ะ แต่เขาไม่ใช่คุณ” “เขาคือคุณพระเอกใช่ไหมครับ?” “......” บัวนิ่งไปอย่างไม่เชื่อหู คนตรงหน้าเอ่ยชื่อคนรักของเธอ หากแต่ยศที่ใช้นำหน้านั้นต่างออกไป เจ้าของร่างเล็กกระอักกระอ่วนพูดอะไรไม่ออก คล้ายว่าความรู้สึกของเธอทั้งหมดตอนนี้กำลังไหลมารวมกันอยู่ที่กลางอกอย่างไรอย่างนั้น “ใจเย็น ๆ นะครับ คุณหน้าซีดมากแล้ว” ศิระเข้ามาช่วยพยุงคนที่กำลังเซล้มไปด้านหลัง เพียงแค่เขาเอ่ยชื่อบรรพบุรุษต้นตระกูล หญิงสาวก็มีสีหน้าอย่างที่เห็น อย่างนั้นแล้วสิ่งที่คิดก็ไม่ผิด ว่าเธอคือคนที่เขาเคยเจอมาจริง ๆ “เราไปคุยกันต่อที่ห้องของฉันดีกว่าค่ะ” “......” “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ คุณอย่า....” “ไม่ครับ ผมไม่ได้คิดอะไร”

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๒๐

    ๒ เดือนต่อมา ชีวิตของวาดจันทร์วนลูปอยู่กับความคิดถึงตลอดหลายเดือน นอกจากจะไม่ฝันถึงเขาเลย แม้แต่เสียงฮัมเพลงที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เคยแว่วมาให้ได้ยินอีก แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การยอมรับความเป็นจริงว่าเขาได้หายออกจากชีวิตของเธอแล้ว นั่นเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ “มีของมาส่งครับ” “ค่า” เจ้าของร้านละมือออกจากเงินที่กำลังนั่งนับหลังปิดร้านได้ไม่นาน เพื่อมารับพัสดุจากพนักงานขนส่ง วาดจันทร์ตัดสินใจเปิดร้านใหม่เป็นของตัวเองอย่างที่ไม่มีหุ้นส่วน เป็นร้านเล็ก ๆ และอยู่ใกล้คอนโดที่เธอพักอาศัยง่ายต่อการเดินทาง “คุณวาดจันทร์นะครับ” “ใช่ค่ะ” “รบกวนเซ็นรับตรงนี้ด้วยนะครับ” วาดจันทร์รับปากกาพร้อมกับเอกสารมาเซ็นรับให้ตามคำขอ เป็นแมสเซนเจอร์ส่งของด่วนภายในกรุงเทพฯ ส่งตรงมาจากจิตกรที่เธอขอให้เขาวาดภาพขุนเอกออกมาให้ หลังจากเสร็จจากทุกอย่าง วาดจันทร์จึงนำกล่องภาพวาดนั้นเข้าไปในร้านของเธอเอง ภายในใจเต้นตุบตับอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่ก่อนหน้าก็เคยได้เห็นภาพวาดของเขาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ไปครั้งหนึ่งแล้ว เหตุผลที่เธอสั่งวาดรูปของเขาขึ้น เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ได้ระลึกถึง การไปพบปะกันคราวนั้น เธ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๙

    เปลือกตาสวยหนักอื้อยากจะลืมตื่น ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของเธอถึงรู้สึกเจ็บระบมได้มากขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อคืนเธอและขุนเอกได้มีอะไรกันตามประสาคนรัก หากแต่ความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดูจะไม่ใช่เจ็บจากความรุนแรงของอีกฝ่ายเลยนี่นา “วาด! วาดได้ยินเจตไหม?” “......” ทุกอย่างต้องฝันไปแน่ ๆ ทำไมวาดจันทร์ถึงได้เห็นเจต อดีตคนรักที่เคยหักหลังกันอยู่ข้าง ๆ เธอในตอนนี้ได้ เจ้าของดวงตากลมสาดมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างที่เห็นทำให้เธอมั่นใจแล้วว่าที่นี่โรงพยาบาลในยุคปัจจุบันแน่ไม่ผิด “วาดเป็นอะไร? ทำไมเอาแต่ทำหน้าแบบนั้นล่ะ รู้ไหมว่าเจตเป็นห่วงมากแค่ไหน” ไม่จริง....เธอย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือนี่จะเป็นความฝัน วาดจันทร์ที่เห็นสายน้ำเกลือติดอยู่ที่แขนเลยลงมือทำสิ่งที่คิด! “วาด! ทำอะไรน่ะ เห็นหรือเปล่าเลือดออกแล้ว...พยาบาลครับ คนไข้ห้องห้าฟื้นแล้วครับ ตอนนี้เธอดึงสายน้ำเกลือออกแล้วด้วย” “เจตปล่อยวาด! ฮึก ไม่จริง ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ฮือ” เจตยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับว่าที่ภรรยากันแน่ เขาเข้ามากอดวาดจันทร์ไว้ไม่ปล่อย เมื่อหญิงสาวพยายามลงจากเตียงให้ได้ ทั้งยังเอาแต่โวยวายอะไรไม่รู้ตั้ง

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๘

    ตั้งแต่วันนั้นก็ลากยาวมาถึง ๒ วันแล้วที่บัวยังไม่ให้คำตอบเรื่องไถ่ตนออกจากทาส คุณหญิงแสยื่นข้อเสนอให้ทั้งเธอ และแม่จำปาออกจากการเป็นทาสพร้อมกัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่บัวลังเล เพราะสิ่งที่เธอลังเลจริง ๆ คือการที่ตัวเองจะสามารถอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหนมากกว่า เจ้าของร่างเล็กนั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำหน้าเรือนในช่วงตกเย็นของวัน เพราะทำงานของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงใช้เวลาที่เหลือมานั่งอยู่ตรงนี้ ด้วยเห็นว่ามันเงียบดี พอได้อยู่ในพื้นที่สงบเธอก็จะได้มีเวลาคิดเรื่องในใจไปด้วย “ขนาดมาที่นี่ยังไม่รู้ตัวเลยว่าต้องมา แล้วถ้าวันไหนต้องกลับไป จะมีสัญญาณอะไรบอกก่อนล่วงหน้าหรือเปล่า?” พูดได้อย่างเต็มปากว่าเธอนั้นก็รักท่านขุนไปแล้ว ไม่ใช่แค่รู้สึกรักเพียงเพราะได้ปะหน้ากันในตอนที่ย้อนเวลามาได้ แต่ความรู้สึกรักนั้นมีมานานมากแล้วด้วยซ้ำไป หากแต่วาดจันทร์ก็ตอบไม่ได้ว่ามันนานมากขนาดไหน คงจะ ๑๒๗ ปีล่ะมั้ง “แม่บัว” “คุณพี่...” คำเรียกของบัวเปลี่ยนไปตามคำขอของขุนเอก เพราะเธอจำเป็นต้องช่วยชีวิตของอดีตเมียทาสคนอื่น ๆ ไม่ให้ต้องถูกขาย หลังจากที่บัวกลับมาเรียกเขาว่าคุณพี่...เมียทาสพวกนั้นก็ไม่ถูกขายจริง ๆ แ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๗

    ตลอดทั้งวันนับว่าอิ่มเอมใจ แม้จะกลับมาถึงเรือนแล้ว บัวก็ยังไม่อาจหุบยิ้มลงได้กับสิ่งที่อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ยบอก หากว่าบัวตัวจริงรู้ว่าตอนนี้ผัวของเธอรัก และหลงเธอมากเพียงใด คงจะมีความสุขไม่น้อย แม้แต่วาดจันทร์ที่ย้อนกลับมาเป็นเธอในยุคนี้ยังเผลอหลงระเริงใจได้ง่าย ๆ ตะวันลาลับฟ้าก่อนดวงจันทร์ขนาดใหญ่จะขึ้นมาแทนที่ บ่าวทาสทุกคนต่างแยกย้ายหลับนอนให้เต็มอิ่ม ตื่นมาวันพรุ่งจะได้มีเรี่ยวแรงทำงานให้นายกันต่อ บัวและแม่จำปาเองก็เช่นกัน ทว่าก็เกิดเรื่องขึ้นเสียได้ “แม่บัว ฮือ ข้าขอร้องล่ะ” “เสียงผู้ใดมาเอะอะอยู่หน้าเรือน?” “เดี๋ยวฉันออกไปดูเองจ้ะ” “เดี๋ยวข้าไปด้วย หากมีเรื่องใดจะได้ช่วยกัน” ทั้งบัวและแม่จำปาลุกออกจากที่นอนก่อนเดินออกมาดูหน้าเรือนนอนของกลุ่มทาส จำไม่ผิดคนพวกนี้เป็นเมียทาสของขุนเอกไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงได้มานั่งคร่ำครวญกันอยู่กงนี้ได้ “แม่บัว! แม่บัวช่วยพวกข้าด้วยนะ ฮึก” “แม่จ๊ะ” เธอทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าเกิดกระไรขึ้นกับนางพวกนี้ เห็นเอาแต่นั่งร้องห่มร้องไห้ทั้งยังคลานเข่าเข้ามากอดแข้งกอดขาบัวไว้ท่าเดียว แม่จำปาเห็นเช่นนั้น เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามแทนลูกสาว “พวกเอ็งเป็นก

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๖

    “บัวเอ้ย! ท่านขุนเรียกหาเอ็ง ไปพบท่านเสียหน่อยเถอะลูก” “จ้ะแม่” บัวลามือออกจากขนมหวานที่กำลังทำ แม้แม่บัวตัวจริงจะไม่มีความสามารถในการปรุงอาหารเลย อย่างน้อยวาดจันทร์ที่เป็นเชฟอยู่ยุคโน้นก็ยังพยายามปรับนู่นแต่งนี่ จนรสมือของเธอนั้นเริ่มดูดีขึ้น ถึงของคาวจะยังไม่เป็นที่ต้องปาก แต่ของหวานนับว่าเอร็ดอร่อยอยู่มากโข “แล้วก็อย่าไปทำอันใดให้ท่านโกรธเข้าล่ะ” “นี่แม่เห็นบัวเป็นคนยังไงจ๊ะ หน้าตาสวยราวเทพธิดาปานนี้ ใครเห็นต่างก็อารมณ์ดีทั้งนั้นแหละจ้ะ” “ขอให้เทวดาท่านลงโทษเอ็ง” พูดจบคนเป็นแม่ก็เดินห่างออกไปเลยทันที ไหงมาแช่งลูกสาวสุดสวยของตัวเองเยื่องนั้นเล่า ตลอดเดือนมานี้ชีวิตของบัวคล้ายว่าจะสงบสุขนัก นอกจากจะไม่ต้องใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงแล้ว ชีวิตรักก็ดูจะราบรื่นมาก ๆ เหมือนกัน บัวเดินไปหาขุนเอกตามที่อีกฝ่ายเรียก เขานั่งรอท่าอยู่ตรงศาลากลางน้ำหน้าเรือนใหญ่ เดินผ่านไปตรงนั้นจึงได้ปะหน้ากันพอดี เจ้าของร่างเล็กกำลังนั่งลงไปกับพื้นด้านล่างด้วยว่าทราบถึงฐานะระหว่างกันดี หากแต่ก็ถูกขุนเอกทัดทานเอาไว้เสียก่อน “เข้ามานั่งข้างบนกับข้าเถอะ” “เจ้าค่ะ” เธอไม่คิดปฏิเสธ ขยับตัวขึ้นไปนั่งชั้นบนร่วมก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status