Masukตอนที่ 2
นมพี่นุ่มจังเลยครับ
เอมิกาตอบตกลงไปในทันทีโดยแทบไม่ได้หยุดคิด ประสาทสัมผัสทุกอย่างของเธอจดจ่ออยู่กับความอยู่รอดทางการเงินเพียงอย่างเดียว นาทีนี้ต่อให้รางวัลของเขาจะเป็นอะไร เธอก็พร้อมจะรับปากไปก่อนเพื่อให้สถานการณ์ตรงหน้าคลี่คลาย
"ตกลงค่ะ พี่ตกลง... ขอแค่กายตั้งใจสอบให้ผ่านก็พอ" เธอรีบพูดรัวเร็ว หวังเพียงให้เขาผละออกไปจากระยะประชิดที่ทำให้เธอเริ่มจะเสียการควบคุมตัวเอง
แต่เธอยังไม่รู้เลยว่า รางวัลที่กายหมายถึงนั้นไม่ใช่แค่ขนมหรือของขวัญธรรมดาอย่างที่เด็กวัยรุ่นทั่วไปจะขอ ในหัวของเด็กหนุ่มเจ้าเล่ห์กลับวางแผนไปไกลกว่านั้นมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเอมิกาในตอนนี้คือการรักษาอาชีพติวเตอร์นี้ไว้ให้มั่นคง จนกว่ากายจะเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ และเงินก้อนโตที่จะช่วยต่อลมหายใจให้ชีวิตของเธอจะถูกโอนเข้าบัญชี
กายผละออกมาเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างผู้ชนะ เขามองดูติวเตอร์สาวด้วยแววตาพราวระยับ
"จำคำพูดของพี่ไว้ให้ดีนะครับพี่เอม... เพราะถ้าถึงวันนั้น พี่จะถอนคำพูดไม่ได้แล้วนะ"
ตลอดสัปดาห์หลังจากนั้น กายเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทำตัวเป็นเด็กเรียนที่ตั้งอกตั้งใจจนพ่อแม่ของเขาแปลกใจ แต่ในทุกครั้งที่เอมิกาก้มลงตรวจงาน เขามักจะลอบมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายแฝงเสมอ เป็นสายตาที่บอกว่าเขากำลังนับถอยหลัง รอวันที่จะได้รับรางวัลที่เขาปรารถนาที่สุด
ในที่สุดก็ถึงวันสอบผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อประกาศผลออกมา กายก็ทำได้คะแนนท็อป
เย็นวันนั้น เอมิกามาถึงบ้านของกายด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น และได้รับคำชมจากพ่อแม่ของกายอย่างดี จนเมื่อเธอก้าวเข้าไปในห้องเพื่อเตรียมสอนตามปกติ กายกลับล็อกประตูห้องทันทีที่เธอเดินพ้นประตู
ความดีใจที่ได้รับคำชมจากพ่อแม่ของเด็กหนุ่มพร้อมกับการยืนยันเรื่องงานทำเอาเอมิกายิ้มแก้มปริ เธอเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของลูกศิษย์หนุ่มด้วยหัวใจที่พองโต ความกังวลเรื่องค่าเทอมมหาลัยที่เคยหนักอึ้งดูเหมือนจะเบาบางลงไปทันตาเห็น
"กาย นายเก่งมากเลยนะ พี่ดีใจที่สุดเลยที่นายทำได้" เอมพูดขึ้นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เธอเห็นกายยืนรออยู่กลางห้องด้วยท่าทางนิ่งสงบ
"มาค่ะ วันนี้เรามาเริ่มหัวข้อถัดไปกันเลยดีกว่า พี่เตรียมบทสรุปมาให้กายเพียบเลย"
เธอกำลังจะเดินไปที่โต๊ะเรียนเหมือนทุกครั้ง แต่ฝ่ามือหนาของกายกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบา ๆ ก่อนที่เขาจะดึงให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้า
"พี่ยังไม่ได้ให้รางวัลผมเลยนะ" เสียงทุ้มต่ำของเขานิ่งเรียบแต่กลับทรงพลังอย่างประหลาด
"อ๋อ... ใช่ ๆ พี่เกือบลืมไปเลย" เอมหัวเราะแห้ง ๆ แก้เขิน เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ
"แล้วกายอยากได้อะไรล่ะจ๊ะ"
กายไม่ตอบ เขาขยับมือไปถอดแว่นสายตากรอบหนาออกช้า ๆ เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่ไม่มีอะไรบดบัง แววตาของเขาในยามนี้มันมืดมิดและลุ่มลึกจนเอมิการู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เขาขยับกายเข้าหาเธอจนหน้าอกอวบอิ่มเกือบจะชิดกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายหนุ่มที่ร้อนผ่าวแผ่ออกมาจนเอมิกาเริ่มหน้าแดงซ่าน
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากแทบจะแตะกับใบหูของเธอ เอมิกายืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกมาข้างนอก เธอตั้งใจฟังคำขอของเขาด้วยความตื่นเต้นและประหม่าไปพร้อมกัน
"ผมขอ... จับหน้าอกพี่เอมนะครับ"
คำพูดที่แสนจาบจ้วงและตรงไปตรงมานั้นทำให้สมองของเอมิกาขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความร้อนแรงจากประโยคเมื่อครู่แล่นริ้วไปทั่วร่างจนเธอยืนแทบไม่อยู่
"กะ...กาย พูดอะไรออกมาน่ะ" เธออุทานออกมาด้วยเสียงที่สั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่
ทว่าสายตาของเด็กหนุ่มกลับไม่ได้ดูล้อเล่นแม้แต่น้อย เขามองต่ำลงมาที่ความอวบอิ่มภายใต้เสื้อนักศึกษาที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหอบหายใจของเธอ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตาเธออย่างท้าทาย
"พี่รับปากผมแล้ว..."
พริบตาที่คำขออันจาบจ้วงหลุดจากปาก กายไม่รอให้ติวเตอร์สาวได้ตั้งตัวหรือโต้แย้ง เขาขยับมือหนาทั้งสองข้างขึ้นมาตะปบลงบนความอวบอิ่มที่ดันเสื้อนักศึกษาจนตึงเปรี๊ยะนั้นทันที
"กะ...กาย!"
เอมิกาอุทานเสียงหลง ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก สมองสั่งการให้ขยับหนีแต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด มือแกร่งของเด็กหนุ่มบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล เขาเริ่มออกแรงบีบเคล้นหนักสลับเบา จนเนื้อสาวที่อัดแน่นอยู่ภายใต้ชุดปริ้นไปตามร่องนิ้วของเขา
เสียงลมหายใจของกายเริ่มหอบกระชั้น เขาจ้องมองผลงานของตัวเองผ่านสายตาที่กระหายอยาก ปลายนิ้วร้ายกาจจงใจสะกิดผ่านยอดอกที่เริ่มชูชันผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเอมิกาต้องแอ่นอกรับอย่างลืมตัว
"พี่เอม... นุ่มจังเลยครับ" เขาครางเสียงพร่า ขยับเข้าไปเบียดเสียดจนเอมิการู้สึกได้ถึงความแข็งขืนกลางลำตัวของเขาที่ดันทับกระโปรงทรงเอของเธออยู่
ให้ตายเถอะ. เอมิกาอยากจะดุด่า อยากจะปัดมือเขาออก แต่น่าประหลาดที่ความรู้สึกรัญจวนกลับแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย สัมผัสหยาบโลนจากฝ่ามือร้อนผ่าวของเด็กหนุ่มที่เธอเคยปรามาสว่าอ่อนประสบการณ์ กลับทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านจากการถูกบีบเคล้นทำให้เธออ่อนระทวยจนต้องใช้มือยันอกหนาของเขาไว้เพื่อพยุงตัว
แทนที่จะห้าม เธอกลับเผลอพ่นลมหายใจร้อน ๆ ออกมาทางปาก ปล่อยให้ศิษย์หนุ่มจอมเจ้าเล่ห์รุกรานร่างกายเธอตามใจชอบ ราวกับว่าบทเรียนพิเศษนี้ เธอเองก็เต็มใจที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกับเขา
"อืมม... กาย..."
เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดจากริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่น เอมิกาหลับตาพริ้ม ร่างกายขยับแอ่นเข้าหาฝ่ามือร้อนระอุที่ยังคงบีบเคล้นทรวงอกของเธออย่างเมามัน ความเสียวซ่านที่แล่นริ้วทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่าเลือน ความเขินอายในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่ลึก ๆ
กายกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นท่าทางอ่อนระทวยของติวเตอร์สาว เขาขยับใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวอย่างหิวกระหาย ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เอมิกาถึงกับใจสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม
"ผมขอลองดูด หน่อยนะครับพี่เอม"
เขาผละใบหน้าออกมาสบตาเธอ ดวงตาคมกริบที่ไร้กรอบแว่นบัดนี้เต็มไปด้วยความเถื่อนดิบของชายหนุ่มที่พร้อมจะข้ามเส้นศีลธรรม มือหนึ่งของเขายังคงนวดเฟ้นความนุ่มหยุ่นอย่างหนักหน่วง ขณะที่อีกมือกำลังเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอออกทีละเม็ดช้า ๆ
คำขอที่ตรงไปตรงมาและหยาบโลนนั้นทำเอาเอมิกาหายใจไม่ออก สายตาของกายที่จ้องมองมาอย่างรอคอยคำตอบนั้นมันช่างทรงพลังจนเธอไม่อาจปฏิเสธ ลมหายใจร้อน ๆ ของเขาที่เป่ารดเนินอกที่เริ่มโผล่พ้นสาบเสื้อออกมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะละลาย
เธอรู้ดีว่านี่คือข้อตกลงที่อันตราย... แต่ความรู้สึกวาบหวามที่เขามอบให้ประกอบกับโจทย์เรื่องคะแนนสอบที่เขาเอามาล่อใจ ทำให้กำแพงความถูกต้องในใจของเธอพังครืนลงมาอย่างง่ายดาย
"มะ...ไม่ เดี๋ยวใครมาเห็นมันจะไม่ดี" เอมิกาพยายามเค้นเสียงทัดทาน พลางหันมองไปทางประตูห้องที่ปิดสนิทด้วยความพะวง แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมา
"ไม่ต้องกลัวครับ... พ่อกับแม่ผมออกไปแล้ว ส่วนพวกแม่บ้านพวกนั้น จะไม่ขึ้นมาถ้าผมไม่เรียก" กายตอบเสียงพร่า สายตาจดจ้องอยู่ที่ความงดงามเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ
"นะ...นะครับพี่เอม "
มือหนาของเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น เพียงชั่วครู่สาบเสื้อก็แยกออกจากกัน เผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มขาวผ่องที่ทะลักล้นออกมาจนแทบจะหลุดจากขอบบราเซียลูกไม้สีหวาน ความนุ่มหยุ่นที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
"ซี้ดดด... กาย..." เอมิกาซูดปากด้วยความเสียวซ่าน เมื่อปลายนิ้วร้อนของเขาลูบไล้ไปตามเนินอกนวลเนียน
"นาย... นายต้องสัญญาว่าต้องตั้งใจเรียนนะ"
"ครับ... ผมสัญญา ผมจะเป็นเด็กดีของพี่คนเดียว" กายตอบรับพร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ร่องอกอิ่ม กลิ่นหอมกรุ่นของสาวสะพรั่งทำเอาเขาแทบคลั่ง
"อืมมม กาย"
สิ้นเสียงที่สั่นพร่า เอมิกาก็หลับตาลงพร้อมกับแอ่นอกรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอปล่อยให้ศิษย์หนุ่มจอมเจ้าเล่ห์จัดการรับรางวัล ของเขาตามใจชอบ
ร่างสูงประคองร่างที่สั่นเทาของติวเตอร์สาวให้เอนหลังพิงกับขอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ก่อนจะใช้มือหนาเกี่ยวรั้งบราเซียลูกไม้สีหวานให้เลื่อนลงไปกองอยู่ที่ใต้ฐานอก ส่งผลให้ความงดงามที่ขาวผ่องและอวบอัดดีดตัวออกมาปรากฏแก่สายตาอย่างเต็มตัว
"สวย... สวยที่สุดเลยครับพี่เอม"
กายครางออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทายลมหายใจของเขา เด็กหนุ่มไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ความอ่อนนุ่มนั้นทันที ลิ้นร้อน ๆ เริ่มตวัดเลียรอบฐานอกช้าๆ ก่อนจะครอบครองยอดปทุมถันเข้าสู่โพรงปากอุ่นรุ่ม
"อ๊ะ.. กาย... อื้อออ" เอมิกาสะดุ้งเฮือก มือเรียวทั้งสองข้างขยำเส้นผมของเด็กหนุ่มไว้แน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรง ลิ้นของกายตวัดรัวเร็วและหนักสลับเบา ราวกับทารกที่หิวกระหายแต่กลับมีความช่ำชองแบบบุรุษเพศที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน เขาดูดเม้มจนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด
ความร้อนแรงจากริมฝีปากของลูกศิษย์หนุ่มทำเอาเอมิกาบิดเร้ากายไปมา เธอรู้สึกได้ถึงแรงดูดดึงที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกายให้พลุ่งพล่าน จนเผลอแอ่นหน้าอกเข้าหาปากของเขาอย่างลืมตัว
"อืมมม... กาย... เบา ๆ หน่อย... พี่เสียว" เธอกระซิบเสียงแผ่วพร่า ใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นพร้อมหอบหายใจหนักหน่วง
กายไม่ได้ฟังคำทัดทาน เขาเปลี่ยนไปปรนเปรอหน้าอกอีกข้างอย่างเท่าเทียมกัน มือหนาข้างหนึ่งบีบเคล้นเต้าทรวงนุ่มหยุ่นจนล้นมือ นิ้วโป้งคลึงยอดอกไว้อย่างเป็นจังหวะ ส่วนปากก็ยังคงทำหน้าที่ชิม รางวัลอย่างเร่าร้อน แรงตัณหาของเด็กหนุ่มที่เพิ่งเคยสัมผัสของจริงครั้งแรกนั้นรุนแรงและเร่าร้อนจนเอมิการู้สึกเหมือนกำลังจะมอดไหม้
"อ๊าส์... กาย... พะ...พอแล้ว อื้อออ"
คำพูดห้ามปรามนั้นสวนทางกับความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง ยามที่ลิ้นสากของเขาตวัดรัวที่ยอดอกสีหวาน เอมิกากลับยิ่งแอ่นอกรับสัมผัสอย่างมัวเมา เสียงดูดดึงดังสนั่นสลับกับเสียงครางกระเส่าของติวเตอร์สาวทำให้บรรยากาศในห้องเรียนส่วนตัวร้อนระอุราวกับมีกองไฟสุมอยู่
กายเองก็คุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ความนุ่มนิ่มที่เขาฝันถึงมาตลอดบัดนี้ได้สัมผัสด้วยลิ้นจริง ๆ มันทั้งหวานและเร้าอารมณ์จนเขาอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว มือหนึ่งของเขายังคงนวดเฟ้นหน้าอกอวบอัดอย่างหนักหน่วงจนมันบี้แบนไปตามแรงมือ ส่วนอีกมือเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบไล้จากเอวคอดกิ่วต่ำลงไปตามสะโพกผายก่อนจะสอดหายเข้าไปภายใต้กระโปรงทรงเอที่แสนจะคับแน่น
"พี่เอม... ผมไม่ไหวแล้ว... ผมอยากได้มากกว่านี้" กายผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือด้วยความกระหาย แววตาที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยแรงราคะที่ปิดไม่มิด
เอมิกาหอบหายใจจนอกกระเพื่อม เธอจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาที่ตอนนี้ดูเหมือนนักล่าตัวจริง สายตาของเธอพร่าเลือนด้วยกามอารมณ์ที่ถูกปลุกให้ตื่น ความถูกต้องในหัวสมองถูกเผาทำลายไปพร้อมกับแรงราคะที่ชายหนุ่มปรนเปรอให้
"กาย... จะทำอะไร... อ๊ะ!"
เธอร้องออกมาอีกครั้งเมื่อมือหนาของเขาขยับสอดนิ้วเข้าไปสัมผัสกับเนื้อต้นขาด้านใน และกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอที่ตอนนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการที่เธอก็ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ตอนที่ 11 อยู่เคียงคู่กับข้าตลอดไปได้หรือไม่จื่อเย่วค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอดที่รัดแน่นของเขา นางใช้มือนุ่มทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมสันของจอมมารเอาไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยลูบไปที่แก้มของเขาอย่างทะนุถนอม นางส่งยิ้มหวานให้เขา เป็นรอยยิ้มที่พยายามจะปลอบประโลมหัวใจที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาคู่สวยกลับสั่นไหวและฉายแววเศร้าสร้อยอย่างที่สังเกตเห็นได้ชัด"ท่านจะกังวลไปทำไมเจ้าคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่ว เบาหวิวราวกับสายลมพัดผ่าน "ในเมื่อตอนนี้ข้ายังอยู่ตรงนี้ ยังอยู่ในอ้อมกอดของท่าน... เราเอาเวลาที่ยังมีอยู่ ใช้มันให้มีความสุขที่สุดไม่ดีกว่าหรือ"นางโน้มศีรษะเข้าไปหน้าผากชนกับหน้าผากของเขา หลับตาลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่ยังคงมีอยู่จริงในขณะนี้"อนาคตจะเป็นอย่างไร มิติจะพรากเราจากกันวันไหน นั่นเป็นเรื่องของโชคชะตา... แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ ท่านมีข้า และข้าก็มีท่าน แค่นี้มันยังไม่พออีกหรือเจ้าคะ"คำพูดของนางเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความสับสนในใจเฟยเทียน แต่มันก็เป็นน้ำเย็นที่แฝงไปด้วยความขมขื่น เพราะยิ่งนางบอกให้ใช้เวลาให้มีความสุข มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าเวลาที่พวกเขามีร่วมกันนั้นอาจจะมีจุ
ตอนที่ 10ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวันจื่อเย่วส่งเสียงอุทานแผ่วเบาในลำคอ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของนางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่อัดแน่นและผิวที่ร้อนผ่าวของเฟยเทียน ไอน้ำที่ลอยกรุ่นบดบังทัศนียภาพรอบกายจนดูเหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงนางและเขา ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ยามราตรีที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวน"ทะ... ท่าน..." นางเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นพร่า สองมือเล็กเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้จมลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขากำลังก่อ"สนมรัก... เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าต้องใช้ความอดทนมากเพียงใด" เฟยเทียนกระซิบเสียงแหบพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าลงบนไหล่เนียนละเอียด "ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวัน... กลิ่นของเจ้า รสสัมผัสของเจ้า มันทำให้ข้าแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว""อื้อออ..."คำพูดออดอ้อนปนเอาแต่ใจของเขาถูกกลืนหายไปทันที เมื่อเฟยเทียนจัดการพลิกตัวนางให้หันกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะจู่โจมมอบจูบที่เร่าร้อนและดุดันปานจะสูบวิญญาณ ริมฝีปากของเขาบดเบียดลงมาอย่างโหยหา ลิ้นร้อนรุกรานเกี่ยวกระหวัดจนจื่อเย่วแทบสำลักความหวานที่แฝงไปด้วยอำนาจของจอมปีศาจหางจิ้งจอกทั้งเก้าที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ต่างโบกสะบัดพริ้วไหวอยู่รอบตัวพวกเขาราวกับจะสร้างกำแพงขน
ตอนที่ 9ชวนจอมปีศาจไปแช่น้ำหลังจากจัดการทั้งราเมงเผ็ดและไดฟูกุหวานนุ่มจนหมดจาน เฟยเทียนก็ไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่จื่อเย่วกำลังจะเก็บจาน รวบเอวบางของนางเข้ามานั่งบนตักแกร่งทันที และกอดรัดไว้อย่างถือสิทธิ์"ท่านนี่นะ... ถึงเนื้อถึงตัวข้าตลอดเลย" จื่อเย่วบ่นอุบแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจัง"ก็ข้าอยาก..." เฟยเทียนกระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าเริ่มจะนำทางไปสู่เรื่องอย่างว่าอีกครั้ง ทว่ามือน้อย ๆ ของจื่อเย่วกลับยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากหนาของเขาเป็นการเบรก"หยุดเลยเจ้าค่ะ เรามาคุยทำความรู้จักกันก่อนดีไหม"จอมปีศาจขัดใจเล็กน้อยที่โดนขัดจังหวะความหิวรอบใหม่ แต่เมื่อสบตาอ้อน ๆ ของนาง เขาก็ยอมถอนหายใจแล้วพยักหน้า "ได้... เจ้าว่ามา"จื่อเย่วเริ่มเล่าเรื่องราวของนางอย่างเจื้อยแจ้ว ทั้งเรื่องที่นางอายุเท่าไร ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีเทคโนโลยี มีตึกสูง มีอาหารแปลก ๆ แบบที่เขาเพิ่งกินไป และการที่นางหลุดมาที่นี่อย่างไม่คาดฝัน เสียงของนางที่เจื้อยแจ้วท่ามกลางสายลมเย็น ๆ ที่ศาลากลางน้ำ ทำให้เฟยเทียนถึงกับเผลอเท้าคางจ้องมองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ขยับเขยื้อนด้วยความหลงใหล"เอาละ ทีนี้ตาของท่านบ้าง" นางใช้นิ้วชี้ม
ตอนที่ 8อาหารของโลกมนุษย์เมื่อจื่อเย่วก้เข้ามาในห้องเครื่องอีกครั้ง นางก็ต้องตกตะลึงกับความวิเศษที่ซ่อนอยู่ ภายในห้องครัวกว้างขวางลึกลับแห่งนี้ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับมิติที่ไม่มีวันสิ้นสุด นางลองออกปากถามหาเครื่องเทศแปลก ๆ หรือผักที่หาได้ยากในยุคโบราณ พ่อครัวปีศาจที่มีรูปร่างสูงใหญ่แต่ท่าทางนอบน้อมกลับหามาประเคนให้ได้ทุกอย่างราวกับมีตาทิพย์"ที่นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว!" จื่อเย่วอุทานพลางลูบไปบนเคาน์เตอร์หินอ่อนที่สะอาดกริบนางเริ่มนึกถึงรสชาติที่ถวิลหาในยุคปัจจุบัน เมนูที่ทั้งเผ็ดร้อนและนัวลิ้นจนต้องซี๊ดปาก นางหันไปสั่งการพ่อครัวด้วยแววตามุ่งมั่น "ข้าอยากได้เส้นสีเหลืองที่เหนียวนุ่ม เนื้อไก่หั่นเต๋า พริกป่นรสจัดจ้าน แล้วก็ชีส... เจ้าพอจะหาของที่รสชาติมันเข้ม ๆ หนึบ ๆ เหมือนนมที่กลายเป็นก้อนได้หรือไม่?"พ่อครัวปีศาจไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วสงสัย เขาเพียงแค่สะบัดมือเบา ๆ เหนือโต๊ะไม้ตัวยาว พลันบังเกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นเพียงครู่เดียว วัตถุดิบทุกอย่างที่จื่อเย่วต้องการก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้ง เส้นราเมงสดใหม่ เนื้อไก่ส่วนที่นุ่มที่สุด และ ชีสชั้นเลิศ ที่ส่งกลิ่นหอมมันราวกับเสกออกมาจากอากาศธาตุ
ตอนที่ 7 จอมปีศาจคลั่งรักแสงแดดรำไรลอดผ่านม่านไหมเข้ามาในห้องบรรทม จื่อเย่วขยับกายตื่นขึ้นไม่ใช่เพราะแสงสว่าง แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่น ไก่ย่างที่หอมยั่วน้ำลายจนท้องเจ้ากรรมเริ่มประท้วง นางขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เพราะจำได้แม่นยำว่าเมื่อวานนางเดินสำรวจจนทั่วแล้ว แต่วังปีศาจแห่งนี้กลับไม่มีครัวหรือแม้แต่เงาของอาหารมนุษย์เลยแม้แต่น้อย“หรือว่าข้าจะหิวจนจมูกเพี้ยนไปเอง?” นางพึมพำกับตัวเอง พลางคว้าเสื้อคลุมผ้าไหมมาสวมทับร่างกายที่ยังมีรอยรักจาง ๆทว่าเมื่อนางก้าวเท้าหมายจะเดินตามกลิ่นหอมนั้นออกไปทางประตูตำหนัก กลับต้องชะงักกึก! เมื่อจู่ๆ ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบประหลาดหลายคนเดินออกมาจากมุมมืด พวกนางมีการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบราวกับไร้ตัวตน "พระสนม โปรดหยุดก่อนเจ้าค่ะ" หนึ่งในนางกำนัลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดก่อนที่จื่อเย่วจะได้เอ่ยปากถามอะไร พวกนางก็รุมล้อมพานางไปยังห้องวารีที่อยู่ถัดไป กลิ่นหอมของมวลบุปผาลอยฟุ้ง จื่อเย่วถูกจับเปลื้องผ้าลงแช่ในน้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ทิพย์ พวกนางช่วยกันขัดผิวกายของนางอย่างเบามือ จนผิวที่ขาวนวลอยู่แล
ตอนที่ 6หางทั้งเก้า...ช่างรู้งานจื่อเย่วโน้มกายลงต่ำจนใบหน้าอยู่ห่างจากความยิ่งใหญ่เพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวของนางที่รินรดลงบนส่วนหัวที่ปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใส ทำเอาเฟยเทียนถึงกับเผลอเกร็งหน้าท้องจนลอนกล้ามเนื้อขึ้นรูปเด่นชัด มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างโอบรอบโคนแท่งเนื้อร้อนระอุเอาไว้ ก่อนที่นางจะเริ่มใช้ลิ้นเล็กสีชมพูละเลียดเลียลงไปที่ส่วนปลายอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังชิมขนมหวานรสเลิศ"ซี้ดดด... สนมรัก..." จอมมารครางต่ำในลำคอ เมื่อลิ้นนุ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวที่ไวต่อสัมผัสที่สุดนางไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น จื่อเย่วอ้าปากออกกว้างแล้วค่อย ๆ ครอบครองส่วนหัวอันเขื่องเข้าไปอย่างเชื่องช้า ความอุ่นชื้นภายในช่องปากที่บีบรัดและดูดดึงทำเอาเฟยเทียนถึงกับต้องแหงนหน้าขึ้น สันกรามคมกริบเกร็งแน่น มือหนาขยำลงบนเส้นผมสลวยของนางเพื่อระบายความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรง"อื้มมม..." เสียงครางอย่างพอใจของจื่อเย่วดังอู้อี้อยู่ในลำคอ นางเริ่มขยับศีรษะเข้าออกเป็นจังหวะ ปล่อยให้ความยิ่งใหญ่ของเขาชอนไชลึกเข้าไปจนถึงโคนลิ้น ลิ้นเล็กยังคงซุกซนด้วยการตวัดไล้ไปตามเส้นะรอยแยกที่พาดผ่านลำกายอย่างรู้งานจมูกของนางกดท




![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


