LOGINรวมเรื่องสั้น PWP NC25+ นิยายรักผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป ชื่อตัวละคร สถานที่ เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น เพื่อความบรรเทิงเท่านั้น
View Moreท่ามกลางฝุ่นคลุ้งและเสียงเครื่องจักรที่แผดคำราม เบิ้ม แรงงานหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้า ยืนปาดเหงื่อที่ไหลซึมเข้าตา รูปร่างของเขาดูราว กับหล่อขึ้นมาจากเหล็กกล้า แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดจากการแบกหามอิฐปูน
ลำแขนหนาปูดโปนด้วยเส้นเลือดที่คืบคลานไปตามผิวสีเข้มจัดที่ไหม้แดด ใบหน้าคมสันมีหนวดเคราเขียวครึ้มที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน ยิ่งขับให้แววตาของเขาดูดุดันและกร้าวแกร่งอย่างชายฉกรรจ์ที่ตรากตรำงานหนัก
สองเดือนเต็มที่เขาถวายชีวิตให้ไซต์ก่อสร้างแห่งนี้ แต่นอกจากค่าอาหารประทังชีวิตแล้ว เบิ้มยังไม่ได้เห็นเงินค่าแรงแม้แต่บาทเดียว เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่ดึงออกมาใช้ก่อนก็ร่อยหรอลงจนแทบไม่เหลือเช่า ความจนมันบีบคั้นให้หมาจนตรอกอย่างเขาเริ่มหมดความอดทน
"ไป... วันนี้กูต้องเอาเงินออกมาให้ได้" เบิ้มคำรามบอกเพื่อนคนงานอีกสามสี่คนที่สภาพไม่ต่างกัน พวกเขารวบรวมความกล้าเดินมุ่งหน้าไปยังตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานท่ามกลางแสงโพล้เพล้ของเย็นวันเสาร์
ปัง!
ร่างหนาผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักค้าง กลิ่นเหล้าและกลิ่นน้ำหอมคละคลุ้ง
วิเชียร เจ้าของบริษัทและโฟร์แมนคุมงานร่างท้วม กำลังนัวเนียอยู่กับหญิงบริการบนโต๊ะทำงานในสภาพอุจาดตา เสียงครางระงมที่ดังขึ้นในตอนแรกถูกขัดจังหวะด้วยความโกรธแค้นของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินเข้ามา
"พวกมึงเข้ามาทำซากอะไรวะ” วิเชียรตะโกนด่า พลางรีบคว้ากางเกงมาสวม หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโมโห
"พวกผมมาทวงเงินครับหัวหน้า สองเดือนแล้ว... พวกผมไม่มีจะกินแล้ว" เบิ้มพยายามข่มใจ เจรจาด้วยน้ำเสียงที่ยังพอมีความใจเย็น
"ไม่มีก็เรื่องของมึงสิ งานยังไม่จบจะเอาเงินที่ไหนมาเบิกวะ ไอ้พวกโง่ ออกไปให้พ้นหน้ากู ก่อนที่กูจะไล่พวกมึงออกให้หมด แล้วเงินสักบาทก็ไม่ได้" วิเชียรด่ากราดอย่างไร้เยื่อใย คำด่าดูถูกเหยียดหยามพ่นออกมาจากปากของคนที่เป็นหัวหน้าคน
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนเกือบจะมีการวางมวย เสียงโทรศัพท์ของวิเชียรก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดกลับนุ่มนวลจนน่าสะอิดสะเอียน
"จ๊ะ... หนูเนตร คนดีของพ่อ พ่อกำลังจะกลับแล้วจ๊ะ เตรียมของโปรดไว้ให้พ่อด้วยนะคนสวย"
เบิ้มยืนนิ่ง กัดฟันแน่นจนกรามปูดโปน หนูเนตร หรือ เนตรนภา ลูกสาวสุดที่รักที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของวิเชียร ชื่อนี้เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจของเบิ้ม
พอวางสาย วิเชียรก็หันมาถลึงตาใส่กลุ่มของเขาอีกครั้ง
"เห็นไหม ลูกกูโทรตามแล้ว พวกมึงไสหัวไปซะ พรุ่งนี้ค่อยมาคุยใหม่... ถ้ากูอารมณ์ดีน่ะนะ"
เบิ้มกำหมัดแน่นจนสั่น เขามองหน้าวิเชียรด้วยแววตาที่อาฆาตแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาและพรรคพวกเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกที่พ่ายแพ้ แต่ในหัวของเขา กลับไม่ได้คิดเรื่องการอ้อนวอนอีกต่อไป
ในเมื่อมึงรักลูกมึงมาก... กูอยากจะรู้นักว่าถ้าลูกสาวมึงต้องมาชดใช้แทนมึง มึงจะยังทำหน้ากร่างแบบนี้ได้อยู่อีกไหม
เบิ้มยืนมองพรรคพวกที่เดินคอตกแยกย้ายกันกลับแคมป์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและคั่งแค้น
แผ่นหลังหนาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อพิงเข้ากับมุมตึกมืด ๆ สายตาคมกริบดุจเสือร้ายจ้องมองรถยนต์คันงามของวิเชียรที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากไซต์งาน
"มึงมีเงินหาความสุขใส่ตัว แต่ไม่มีเงินจ่ายพวกกู..." เข้มพ่นน้ำลายลงพื้น กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
เขาสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คันเก่าเสียงดังกระหึ่ม ขับทิ้งระยะห่างตามรถของวิเชียรไปอย่างเงียบเชียบ ลมเย็นยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนของเขาสงบลงเลย ยิ่งเห็นวิเชียรขับรถเข้าสู่เขตบ้านจัดสรรหรูหรา
ความรู้สึกอยุติธรรมยิ่งบีบคั้นหัวใจ เบิ้มกำแฮนด์รถแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่ลำแขนกำยำ
วิเชียรเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่มีรั้วรอบขอบชิด ร่างหนาจอดรถไว้ห่างออกไปในมุมมืด เดินลัดเลาะตามกำแพงบ้านเข้าไปอย่างระมัดระวัง พละกำลังที่เคยใช้แบกหามอิฐปูนบัดนี้ถูกใช้ในการปีนป่ายรั้วไม้ระแนงได้อย่างแคล่วคล่อง
เขาทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้านุ่มนิ่มในรั้วบ้าน สายตามองลอดหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้าไปเห็นภาพวิเชียรที่กำลังสวมกอดหญิงสาวร่างบางคนหนึ่งอย่างรักใคร่
นั่นคือ เนตรนภา ลูกสาวที่มันเชิดชูนักหนา...
ผิวของเธอขาวผ่องดุจหยาดน้ำค้างใต้แสงไฟในบ้าน ท่าทางออดอ้อนและรอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์นั่นยิ่งทำให้เข้มรู้สึกคลื่นไส้ ความขาวสะอาดของเธอช่างตัดกับมือที่สกปรกกร้านงานของเขาเหลือเกิน
‘ถ้าพ่อมึงมันชั่ว... ลูกสาวอย่างมึงก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างนางฟ้า’
ร่างใหญ่ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ในเงามืดข้างพุ่มไม้ใหญ่ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลิ่นดินกลิ่นหญ้าผสมกับกลิ่นอายความแค้นที่รุนแรง
เขาจะยังไม่ทำอะไรตอนนี้ เขาจะรอ... รอให้ไอ้วิเชียรตายใจ รอให้แสงไฟในบ้านดับลง และรอเวลาที่จะเข้าไปเรียกเก็บดอกเบี้ย ที่พ่อของเธอติดค้างเขาไว้ด้วยวิธีที่มันจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
เบิ้มอาศัยจังหวะที่ทุกคนหลับใหล ย่องเข้าไปในตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ เขาเคลื่อนกายผ่านห้องโถงหรูหรา มุ่งหน้าไปยังชั้นสองตามเป้าหมายที่เขาล็อกไว้ตั้งแต่ตอนอยู่นอกหน้าต่าง
มือหนาที่หยาบกร้านบิดลูกบิดประตูห้องนอนของ เนตรนภา อย่างเบามือที่สุด... แกรก... ประตูเปิดออกช้า ๆ
แสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนส่องให้เห็นร่างบางที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปประชิดขอบเตียง กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนแป้งเด็กลอยมากระทบจมูก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นักล่าอย่างเขาถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
บนเตียงกว้าง เนตรนภานอนหลับสนิทพริ้มเพรา แต่สิ่งที่ขัดตาที่สุดคือชุดนอนลายการ์ตูนสีหวานที่เธอสวมใส่ มันเป็นชุดที่ดูไร้เดียงสาเกินกว่าจะเป็นชุดของผู้หญิงวัยยี่สิบกว่า ๆ
ชายหนุ่มมองร่างที่ดูบอบบางและบริสุทธิ์นั่นด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งในอก ความไร้เดียงสาของเธอในชุดนอนลายการ์ตูนนั้นมันช่างน่าถนุถนอม แต่ในขณะเดียวกัน ความแค้นที่ถูกไอ้วิเชียรโกงกินหยาดเหงื่อแรงงานมาตลอดสองเดือนก็พลุ่งพล่านขึ้นมากลบทุกอย่าง
‘พ่อมึงทำให้กูไม่มีจะกิน... แต่ลูกสาวมันกลับนอนสบายในชุดนอนปัญญาอ่อนนี่เหรอ’
เขากัดฟันจนกรามปูด สองมือกำแน่นข้างลำตัว สายตาคมกริบจ้องมองไปที่ลำคอระหงและทรวงอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบในห้องเริ่มทวีความกดดัน เบิ้มค่อย ๆ นั่งลงบนขอบเตียงอย่างช้าๆ จนฟูกหนายุบตัวลงตามน้ำหนักตัวของชายฉกรรจ์
"ตื่นมาดูผลงานที่พ่อคุณทำไว้หน่อยเป็นไง... หนูเนตร"
เขากระซิบเสียงพร่าต่ำข้างใบหูของคนที่กำลังหลับไหล ก่อนจะใช้นิ้วมือที่ด้านและสากลูบไล้ไปตามพวงแก้มใสอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความคุกคาม
สัมผัสที่จมลึกลงบนฟูกหนาทำให้นลินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นเงาร่างทะมึนของชายแปลกหน้ากุมอำนาจอยู่เหนือร่างกายเธอ
"กรี๊ดดด! ช่วย..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้อง มือหนาที่หยาบกร้านดุจกระดาษทรายของ เบิ้มก็ตะครุบเข้าที่ปากของเธอจนมิด เสียงกรีดร้องถูกกักขังอยู่เพียงในลำคอ กลายเป็นเพียงเสียงอู้อี้ที่ไม่มีใครได้ยิน
ผนังห้องนอนที่พ่อของเธอทุ่มเงินจ้างช่างมาบุอย่างดีเพื่อกันเสียงรบกวนจากภายนอก บัดนี้มันกลายเป็นกรงขังที่ตัดขาดเธอจากความช่วยเหลืออย่างสิ้นเชิง
"ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอกคุณหนู... ห้องนี้มันเก็บเสียงดีไม่ใช่เหรอ" เบิ้มคำรามเสียงต่ำ แววตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
เนตรนภาดิ้นรนสุดแรงเกิด ร่างบอบบางใต้ชุดนอนลายการ์ตูนบิดเร้าเพื่อหวังจะหลุดจากพันธนาการ ทว่าพละกำลังของสาวน้อยบอกบางหรือจะสู้แรงของชายฉกรรจ์ที่ตรากตรำแบกหามมาทั้งชีวิต
การดิ้นขัดขืนอย่างรุนแรงทำให้กระดุมเสื้อนอนเม็ดเล็ก ๆ ทนรับแรงดึงรั้งไม่ไหว มันขาดกระเด็นหลุดออกจากกัน
จนกระทั่งเสื้อนอนตัวบางแหวกออกเผยให้เห็นทรวงอกขาวนวลเนียนที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ เนื่องจากไม่ได้สวมชั้นในเวลานอน ยอดอกสีหวานชูชันเด่นหราสู้สายตาคมกริบของเบิ้มที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย
"หึ... ขาวดีนี่"
สายตาของเบิ้มที่มองมาทำให้เนตรนภารู้สึกเหมือนถูกแผดเผา ความแค้นในใจของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นความต้องการที่รุนแรงกว่าเดิม เขากดไหล่บางทั้งสองข้างลงบนเตียงนุ่มด้วยน้ำหนักมหาศาล จนเนตรนภาจมลึกลงไปในผืฟุกนุ่ม
ร่างกายกำยำของเขาทาบทับลงมาจนเธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวและมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งที่เบียดเสียดกับผิวเนื้ออ่อนนุ่มของเธอ
น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลพรากอาบแก้ม แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดของร่างกายที่ไม่เคยสัมผัสชายใดมาก่อน กลับทำให้ส่วนลึกในกายของเนตรนภาสั่นสะท้านอย่างประหลาด...
เบิ้มโน้มหน้าลงไปจนหน้าผากแทบจะชนกัน แววตาของเขาที่วาวโรจน์ในความมืดทำให้เนตรนภาต้องนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนกลางใจ
"คุณหนูรู้ไหม... ว่าไอ้เดรสสวย ๆ ที่คุณหนูใส่ หรือแม้แต่แอร์เย็น ๆ ในห้องนี้ มันแลกมาด้วยอะไร" เบิ้มกระซิบข้างใบหูพลางบดเบียดร่างกายกำยำลงไป
"มันแลกมาด้วยความอดอยากของคนงานที่ไซต์งานไง พ่อคุณหนูมันเบี้ยวเงินค่าแรง จนคนงานแทบจะอดตาย"
"ไม่จริง... คุณพ่อไม่มีทางทำแบบที่คุณพูด..." เนตรนภาส่ายหน้าพยายามจะปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พัก
"ไม่จริงเหรอ เย็นนี้ผมยังเห็นพ่อคุณหนูนั่งเริงร่าอยู่กับอีตัวบนโต๊ะทำงาน ในขณะที่พวกผมเดินไปขอเงินแค่ไม่กี่ร้อยบาทไปประทังชีวิต แต่พ่อคุณหนูเขากลับไล่พวกผมเหมือนหมูเหมือนหมา"
เบิ้มเค้นเสียงหัวเราะอย่างสมเพช
"ในวันที่คุณหนูมีกินมีใช้ มีความสุขในโลกสวย ๆ ของคุณหนู... พ่อของคุณหนูกำลังเหยียบหัวพวกผมเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงดูคุณหนูให้เป็นนางฟ้าอยู่บนวิมานนี้ไงล่ะ"
มือหนาบีบข้อมือเล็กแรงขึ้นจนเธอเริ่มนิ่วหน้า
"แล้วตอนนี้... นางฟ้าอย่างคุณหนูจะบอกว่าสิ่งที่พ่อทำมันถูกงั้นเหรอ จะบอกว่าพวกผมที่ทำงานจนมือแตกเลือดซิบไม่ควรได้เงินสักบาท แต่ควรจะมายืนดูคุณหนูเสวยสุขแบบนี้ต่อไปงั้นสิ"
"ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่องด้วย ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ " เธอเริ่มสะอื้น เสียงเถียงที่เคยเก่งเริ่มแผ่วเบาลงเพราะความจริงที่ถูกสาดเข้าใส่หน้าอย่างจัง
"ไม่รู้เรื่องก็ต้องรู้ซะวันนี้แหละ" เบิ้มคำราม
"ในเมื่อพ่อมึงเอาแรง ของกูไปฟรี ๆ กูก็จะเอาตัว ของมึงมาเป็นค่าจ้างแทน... ดูซิว่านางฟ้าที่พ่อมึงเทิดทูนนักหนา ถ้าต้องมาตกนรกอยู่ใต้ร่างไอ้คนงานก่อสร้างอย่างกู มันจะยังดูสะอาดอยู่ไหม"
ตอนที่ 7พ่อบ้านคนโปรดรอยขยับขึ้นไปนั่งคร่อมทับบนเรียวขาเนียนนุ่มของเกสรเบา ๆ ฝ่ามือที่ชโลมน้ำมันจนชุ่มลูบไล้เค้นคลึงบั้นท้ายงอนงามที่อาบไปด้วยแสงไฟสลัวจนขึ้นเงาวับนิ้วแกร่งเริ่มซุกซนถูไถวนรอบรอยแยกสีหวาน ที่บัดนี้เปียกแฉะไปด้วยน้ำหวานของเธอเอง ผสมโรงกับน้ำมันหอมระเหยจนแยกไม่ออก เกสรเริ่มครางฮือในลำคอ ร่างกายสั่นระริกพร้อมกับสะโพกที่เริ่มกระดกงอนขึ้นรับสัมผัสจากนิ้วของเขาอย่างเผลอตัว"ซี้ดด... รอย... อื้มมม"พ่อบ้านหนุ่มเร่งความเร็วของปลายนิ้ว ถูไถบดคลึงจนเกิดเสียงแฉะ สะท้อนกับความเงียบของห้องนอน และในจังหวะที่เกสรกำลังเผลอตัวเคลิ้มไปกับรสสัมผัส รอยก็สอดนิ้วกลางพรวดเข้าไปในรูเสียวที่บีบรัดแน่นทันที"อ่าาา... รอยจ๋า ซี้ดดด" เกสรสะดุ้ง หน้าซุกลงกับหมอนพลางครางกระเส่าพ่อบ้านหนุ่มไม่รอช้า เขาขยับข้อมือกระแทกนิ้วรัวเข้าออกในร่องสวาทของนายหญิงอย่างดุดัน น้ำมันที่ชโลมจนทั่วช่วยให้การมุดเข้าออกลื่นไหล นิ้วของเขางัดแงะบดขยี้จุดกระสันด้านในจนเกสรบิดกายเร่า ขาเรียวทั้งสองข้างสั่นระริกพยายามจะหนีบเข้าหากันแต่กลับถูกรอยกดทับไว้แน่น"รูคุณนาย... ทั้งลื่นทั้งตอดนิ้วผม" รอยคำรามพลางเร่งจังหวะนิ้วใ
ตอนที่ 6ผมจะนวดให้ ถึงใจเลยครับคุณนาย เกสรยิ้มพราย ดวงตาฉ่ำวาวจดจ้องไปยังเป้ากางเกงที่สั่นระริก มือเรียวบางเอื้อมไปปลดหัวเข็มขัดกางเกงสแล็คของรอยออกช้า ๆ ก่อนจะรูดซิปลงจนสุดแล้วร่นกางเกงและชั้นในของพ่อบ้านหนุ่มลงมาเผยให้เห็นท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่แม้จะยังไม่แข็งตัวเต็มที่ แต่ก็ดูน่าเกรงขามจนเกสรต้องลอบกลืนน้ำลาย เธอใช้มือนุ่มกำรอบโคนแล้วเริ่มบีบนวด รูดรั้งขึ้นลงเน้นจังหวะจนเส้นเลือดปูดโปนขยายตัวพองคับมือ รอยหอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นอกแกร่งกระเพื่อมไหวรัวแรง"ซี้ดดด... คุณนาย" รอยครางเสียงต่ำพลางเงยหน้าพิงพนักโซฟาเกสรยิ้มกริ่มเมื่อเห็นพ่อบ้านหนุ่มผู้เคร่งขรึมตกอยู่ในกำมือของเธออย่างสมบูรณ์ เธอใช้มือเรียวชักรูดลำเอ็นหนาขึ้นลงในจังหวะที่เชื่องช้าแต่เน้นย้ำ บีบเน้นที่ส่วนหัวหยักจนน้ำเสียวใสไหลปริ่มออกมาเคลือบมือนุ่ม"ซี้ดดด... คุณนาย... คุณจะฆ่าผมชัด ๆ" รอยครางเสียงหลง ร่างกายสั่นระริกพยายามจะแอ่นสะโพกสวนเข้าหามือเธอ แต่เกสรกลับขยับมือหนีอย่างยั่วเย้า"รอยจ๋า... ฉันเปล่านะ" เธอส่งสายตาปรือปรอยปนจิกกัดเบา ๆ มือยังคงชักรูดช้า ๆ แกล้งให้เขาค้างคาจนแทบคลั่ง "ฉันแค่กำลังนวด ให้นายไงจ๊ะ""ซี้ด
ตอนที่ 5นวดด้วยปากรอยคำรามต่ำในลำคอ พร้อมกับที่สะโพกสอบเริ่มขยับเนิบนาบช้า ๆ เขาถอนตัวตนที่เปียกชุ่มออกมาจนเกือบสุด แล้วกดกระแทกสวนกลับเข้าไปเน้น ๆ จนน้ำกามที่เพิ่งฉีดเข้าไปย้อนสวนออกมาตามโคนขาขาว"อื้อออ... ซี้ดดด... รอย.. อ่าส์"เกสรครางลั่นพร้อมกับร่อนสะโพกรับการจู่โจมครั้งใหม่ที่ดูเหมือนจะดุดันกว่าเดิม เมื่อพ่อบ้านหนุ่มเร่งจังหวะการขยับสะโพกให้ถี่ขึ้น แรงกระแทกแต่ละครั้งทำเอาร่างบางสั่นคลอนไปทั้งตัว ความเร่าร้อนยกที่สองเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วรอยถอนท่อนเนื้อร้อนผ่าวออกอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียง ก่อนจะคว้าเอวบางจับร่างของคุณนายสาว พลิกคว่ำหน้าลงกับเตียงนุ่มในท่าหมอบคลานอย่างรวดเร็ว มือหนาทรงพลังกระชากสะโพกมนให้ยกสูงขึ้นจนบั้นท้ายงอนงามเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างตะปบลงบนแก้มก้นแน่น ๆ บีบเค้นอย่างมันเขี้ยวจนเนื้อนุ่มล้นง่ามนิ้ว รอยจ้องมองกลีบเนื้อสีหวานที่ปลิ้นออกมาทางด้านหลัง ซึ่งบัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำกามสีขาวขุ่นของเขาที่เพิ่งฉีดเข้าไป ผสมปนเปกับน้ำเสียวใส ๆ ของคุณนายจนฉ่ำแฉะไปทั้งร่องสวาท"อ๊ะ... รอย... เร็วเข้า... เสียบเข้ามาสักที" เกสรครางกระเส่าพลางเหลียวห
ตอนที่ 4เสียบเข้ามาเถอะนะเกสรมองดูภาพตรงหน้าด้วยสายตาหยาดเยิ้ม พ่อบ้านหนุ่มของเธอที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าดูเย้ายวนจนเธอแทบหยุดหายใจ ลำเอ็นยักษ์ที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือดดูน่ากลัวแต่น่าลิ้มลองในเวลาเดียวกัน รูรักของเธอขมิบตอดอากาศถี่รัวด้วยความรัญจวนจนน้ำเสียวไหลเอ่อออกมาอาบง่ามขาจนฉ่ำวาว"ผมไม่ได้เตรียมถุงยางมานะครับ" รอยเปรยเสียงพร่า ขณะที่มือกำลังสาวลำเอ็นร้อนผ่าวขึ้นลงเน้นจังหวะ"ไม่เป็นไร... ฉันเชื่อใจนาย..." เกสรตอบพร้อมหอบหายใจกระเส่า"แต่มันจะไม่ปลอดภัยนะครับ... ผมหมายถึงถ้าคุณนายพลาดท้องขึ้นมา""ฉันฝังยาคุมแล้วรอย... เร็วสิ... เข้ามาหาฉันสักที”เขาสาวรูดท่อนเอ็นขนาดใหญ่ยักษ์ ที่มีเส้นเลือดขดเคี้ยวปูดโปนพาดผ่านลำสีเข้ม สองสามครั้งเพื่อเรียกความพร้อม ก่อนจะกดส่วนหัวหยักบานสีระเรื่อลงไปบดคลึงที่ติ่งเสียวแดงก่ำของเกสรที่กำลังเต้นตุบ ๆ ตามจังหวะหัวใจ รอยขยี้ส่วนหัววนเวียนรอบ ๆ ปากรูรักที่กำลังขมิบน้ำเสียวออกมาจนเปียกชุ่มโชก"อ๊ายยย... รอย... รอยจ๋า เสียบเข้ามาเถอะนะ ฉันไม่ไหวแล้ว ซี้ดดด" เกสรบิดส่ายสะโพกไปมาด้วยความทุรนทุราย ความอัดอั้นมานาน บวกกับรสจูบและลิ้นเมื่อครู่ทำให้เธออยากโดน