LOGINคงไม่ต้องนอน
แรงดูดดึงจากปลายลิ้นที่จงใจเน้นย้ำจุดกระสัน ทำเอาเนตรนภาที่เพิ่งจะบอบช้ำกลับมาแอ่นหยัดร่างกายอย่างลืมตัว ความนุ่มนวลเพียงชั่วครู่ของเบิ้มค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วง
ลิ้นสากเริ่มตวัดรัวเร็วและลึกซึ้งขึ้นจนเกิดเสียงน่าอายดังชะโลมไปทั่วหว่างขา เปลวไฟกามารมณ์ที่ยังมอดไม่สนิทถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"อื้อออ... อ๊ะ...พี่บิ้ม..."
เสียงเรียกชื่อเขาในคราวนี้ไม่มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความทรมานจากความเสียวซ่านที่พุ่งพล่าน เนตรนภาที่เคยแต่ขัดขืนกลับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกดศีรษะของเบิ้มให้แนบชิดกับกึ่งกลางกายของเธอมากขึ้น เรียวขาแยกออกกว้างอย่างเป็นใจ ยอมศิโรราบให้แก่คนชั้นต่ำที่เธอเคยดูถูกอย่างสิ้นเชิง
เบิ้มเงยหน้าขึ้น แววตาสัตว์ป่าที่หิวกระหายกลับมาฉายชัดอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าที่ยั่วยวนและอาการโหยหาของคนใต้ร่างก็สะใจจนแทบคลั่ง
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่จัดการคว้าท่อนเนื้อที่แข็งขืนกลับมาอีกครั้ง รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เขาจ่อส่วนหัวที่บานหยักเข้าหาช่องทางที่ยังขมิบต้อนรับ
"ในเมื่อคุณหนูร่านขนาดนี้... งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องนอนกันล่ะ"
สวบ!
เขาโถมกายเข้าใส่อย่างรุนแรง เนตรนภาไม่ได้หวีดร้องด้วยความเจ็บปวดเหมือนครั้งแรก แต่เธอกลับอ้าปากค้างครางกระเส่าพลางกอดรัดแผ่นหลังหนาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขาไว้แน่น ร่างกายของเธอขยับรับแรงกระแทกที่ดิบเถื่อนอย่างจังหวะต่อจังหวะ ความป่าเถื่อนของคนงานอย่างเขาคือสิ่งที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณที่ซ่อนเร้นของเธอ
เบิ้มเริ่มกระหน่ำสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ ความคลั่งแค้นที่เคยมีบัดนี้ผสมรวมไปกับความลุ่มหลงในเรือนร่างที่นุ่มนิ่ม เขาพลิกกายหนาลงไปนอนราบกับเตียงนุ่มโดยที่ยังคงเชื่อมประสาทสัมผัสผ่านท่อนเนื้อแข็งขืนไม่ให้หลุดออกจากกัน
เขาจัดการรั้งร่างบางที่ตัวอ่อนปวกเปียกขึ้นมานั่งทับอยู่บนตัว เนตรนภาในตอนนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะทรงตัว เธอซบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ หายใจหอบถี่จนตัวโยน
"ขยับสิคุณหนู..." เบิ้มกระซิบเสียงพร่า
เมื่อเห็นว่าเธอขยับไม่ไหว มือหนาหยาบกร้านจึงเอื้อมไปกุมเอวบางไว้แน่นแล้วเป็นฝ่ายออกแรงบังคับให้เธอขยับโยกขึ้นลงตามจังหวะที่เขาต้องการ
เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบ เนตรนภาบิดส่ายสะโพกไปมาตามแรงนำพา ร่างกายของเธอถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสมองขาวโพลน
"อ่าส์... อ๊ะ... พี่เบิ้ม... อื้อออ ไม่ไหวแล้ว..."
“นิดคุณหนู... อีกนิด..."
เบิ้มไม่ปล่อยให้เธอพัก เขาพลิกท่าอีกครั้งด้วยความชำนาญ จับร่างบางให้คุกเข่าหมอบลงกับที่นอนในท่าคลาน มือหนายกสะโพกมนให้ลอยเด่นขึ้นรับศึกหนัก ก่อนจะสอดแทรกความแข็งขืนเข้าไปจนสุดลำและกระหน่ำซอยถี่รัวอย่างไม่ยั้งแรง
ตับ ตับ ตับ
"อ๊ะ อ๊ายยย! ไม่... ไม่ไหวแล้ว... ฮือออ อึก..."
เนตรนภาหวีดร้องลั่น ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ดิบเถื่อน ความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดทำให้ร่างกายของเธอควบคุมไม่อยู่ ในจังหวะที่เธอเสร็จสมอย่างรุนแรงอีกครั้ง
กล้ามเนื้อทุกส่วนกระตุกเกร็งจนสุดกลั้น ทำให้หูรูดปัสสาวะเปิดออก ฉี่ใส ๆ พุ่งกระฉูดออกมาผสมปนเปไปกับน้ำรักและหยาดเหงื่อจนนองเต็มต้นขาและที่นอน
เบิ้มที่เห็นภาพความดิบเถื่อนและไร้เดียงสานั้นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในตัว เลือดลมศูบฉีด จนใบหน้าแดงก่ำ เร่งจังหวะซอยยับในช่วงสุดท้ายอย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งปลดปล่อยลน้ำกามอุ้ม ๆ เข้าสู่กายสาวตามเธอไปติด ๆ ร่างหนาโถมทับลงบนแผ่นหลังบาง หอบหายใจรดซอกคอด้วยความอิ่มเอมในรสกามของค่ำคืนนี้
ร่างบางของเนตรนภาฟุบหน้าลงกับหมอนที่เปียกชุ่ม ลมหายใจแผ่วเบาและสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราเพราะความเหนื่อยล้าเกินขีดจำกัดไปเสียแล้ว
เบิ้มมองดูร่างที่ไร้ทางสู้ด้วยสายตาที่ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งผู้ชนะไว้ เขาถอนตัวตนที่เปียกโชกออกมา ก่อนจะจัดการใส่เสื้อผ้าของตนเองกลับเข้าไปอย่างใจเย็น
เขามองดูรอยราคีที่เปื้อนเตียงหรู ก่อนจะเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือราคาแพงของหญิงสาวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างถือวิสาสะ เขาจัดการเปิดแอปพลิเคชันไลน์ขึ้นมา แล้วจัดการแอดไอดีไลน์ของตัวเอง เข้าไปทันที
สายวันต่อมา เนตรนภาลืมตาขึ้นมาพบกับแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านราคาแพงเข้ามา แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้าใส่คือความปวดระบม ที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ร่าง โดยเฉพาะกึ่งกลางกายสาวที่บวมช้ำและปวดแปลบทุกครั้งที่ขยับตัว
เธอยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วต้องหลั่งน้ำตาออกมาอีกรอบ...
คราบน้ำกามสีขาวขุ่นที่แห้งเกรอะกรัง เคลือบอยู่บนหน้าท้องแบนราบและง่ามขา มันแห้งเป็นคราบแข็งตอกย้ำถึงการถูกรุกล้ำอย่างป่าเถื่อนเมื่อคืนนี้ได้เป็นอย่างดี รอยเลือดจาง ๆ ที่ติดอยู่บนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดตาเป็นหลักฐานมัดตัวว่าเธอได้สูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้กับไปแล้ว
"ฮึก... ..."
เธอพยายามจะพยุงตัวไปที่ห้องน้ำ แต่ขาที่สั่นเทากลับไร้เรี่ยวแรงจนเกือบจะล้มพับลงกับพื้น ทุกก้าวย่างคือความเจ็บร้าวที่ย้ำเตือนถึงแรงกระแทกอันดุดันของเบิ้ม เธอรีบเปิดน้ำชำระล้างร่างกายอย่างบ้าคลั่ง หวังจะให้สายน้ำช่วยล้างความอัปยศออกไป แต่ยิ่งล้าง รอยเขียวช้ำตามซอกคอและหน้าอกที่เบิ้มทิ้งไว้ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นมา
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้ก็ดังขึ้น
"ติ๊ง"
เนตรนภาคว้ามันมาดูด้วยมือที่สั่นระริก และหัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นหน้าจอ...
"ตื่นหรือยังครับคุณหนู เมื่อคืนหลับสบายไหม... รูปที่ผมถ่ายไว้ คุณหนูสวยมากเลยนะครับ"
โลกทั้งใบของเนตรนภาเหมือนถล่มลงมาตรงหน้า เธอรีบกดดูรูปที่เขาส่งมา มันคือภาพถ่ายในมุมมืดที่แสนจะน่าอายของเธอในขณะที่ไม่ได้สติ ภาพพวกนั้นสามารถทำลายชีวิตเธอกับคุณพ่อได้ในพริบตา
เนตรนภาฝืนความปวดร้าวที่ช่วงล่าง สวมเสื้อคอเต่าแขนยาวปิดบังรอยตีตราจากเบิ้มไว้อย่างมิดชิด เธอเดินลงไปเผชิญหน้ากับวิเชียรที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางที่พยายามจะให้ปกติที่สุด
"คุณพ่อคะ... เรื่องเงินค่าแรงคนงาน พ่อรีบจ่ายพวกเขาไปเถอะนะคะ พวกเขาลำบากกันมากจริง ๆ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
วิเชียรชะงักมือที่กำลังถือหนังสือพิมพ์ทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพลางจ้องหน้าลูกสาวอย่างจับผิด
"ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหนหนูเนตร พ่อบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งเรื่องงานของพ่อ แล้วไปคุยกับไอ้พวกคนงานนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่"
"เนตร... เนตรแค่บังเอิญได้ยินมาค่ะ พ่อจ่ายพวกเขาไปเถอะนะคะ ถือว่าเนตรขอ"
วิเชียรตบโต๊ะเสียงดัง จนเนตรนภาสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัวที่ยังค้างคาจากเมื่อคืน
"บังเอิญงั้นเหรอ หรือมีใครมาปั่นหัวลูก พ่อจัดการของพ่อเองได้ ไม่ต้องมาสอน"
วิเชียรที่กำลังอารมณ์เสียจากการถูกลูกสาวมาเซ้าซี้ในเรื่องที่เขาจงใจจะโกงอยู่แล้ว ยิ่งทวีความโมโหขึ้นเป็นเท่าตัว เขาคว้ากุญแจรถแล้วบึ่งตรงไปยังไซต์งานก่อสร้างทันที
ณ ไซต์งานก่อสร้าง
วิเชียรก้าวลงจากรถหรูด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธ เขาเรียกคนงานทั้งหมดมารวมตัวกันก่อนจะแผดเสียงด่ากราดอย่างไร้เหตุดังลั่นไปทั่วบริเวณ
"ไอ้พวกขี้ข้า ใครไปเป่าหูลูกสาวกูเรื่องเงิน ฟังไว้นะ... วันนี้กูอารมณ์ไม่ดี และกูตัดสินใจแล้วว่า วันนี้กูยังไม่จ่าย ใครมีปัญหาอะไรไหม ถ้าไม่อยากทำก็ไสหัวไปให้หมด"
คนงานหลายคนได้แต่ก้มหน้านิ่ง ความหวังที่จะเอาเงินไปซื้อข้าวให้ลูกเมียพังทลายลงในพริบตา หลายคนถอนหายใจอย่างท้อแท้ แต่ในกลุ่มคนงานเหล่านั้น เบิ้มยืนก้มหน้านิ่งที่สุด
ทว่าภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น มือหนาของเบิ้มแอบ กำแน่นจนสั่นระริก เล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือจนห่อเลือด ความแค้นมหาศาลปะทุขึ้นในใจมากกว่าเดิมหลายเท่า
'ได้... ในเมื่อมึงเล่นแบบนี้กับกู... ลูกสาวมึงก็ต้องรับศึกหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว!'
หลังเลิกงาน ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงหม่นๆ เบิ้มหลบฉากออกมาจากกลุ่มเพื่อนคนงานที่กำลังนั่งล้อมวงกินเหล้าขาวประท้วงความซวย
เขาเดินไปที่มุมมืดหลังแคมป์ที่เต็มไปด้วยเศษเหล็กและกองไม้ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าหน้าจอแตกร้าวขึ้นมาพิมพ์ข้อความด้วยหัวใจที่เต้นรัวด้วยความแค้นและกามารมณ์
"ติ๊ง"
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในห้องนอนหรู เนตรนภาที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงสะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความหวาดระแวง
"หนึ่งทุ่มตรง... มาหาผมที่แคมป์คนงาน ท้ายไซต์ก่อสร้าง ถ้าไม่อยากให้รูปพวกนี้หลุดไป"
ไม่เพียงแค่ข้อความ เบิ้มยังกดส่งรูปถ่ายชุดใหม่ ที่เขาจงใจคัดมาอย่างดี เป็นภาพตอนที่เธอหลับตาพริ้มเสร็จสมอยู่ใต้ร่างเขา แสงแฟลชจากมือถือทำให้เห็นคราบราคีและใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยราคะของคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างชัดเจน
เนตรนภาเห็นภาพแล้วถึงกับทำมือถือหลุดมือ เธอสั่นไปทั้งตัว ความอับอายและหวาดกลัวจู่โจมจนแทบหายใจไม่ออก
เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอเป็นคนรักเกียรติและชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิต หากภาพเหล่านี้หลุดออกไป ไม่ใช่แค่เธอที่ตาย แต่ชื่อเสียงทั้งหมดของตระกูลจะย่อยยับลงทันที
"คนสารเลว... ฮือออ"
ตอนที่ 7 สามีของหนู คือคนงานก่อสร้างเนตรนภาเม้มปากแน่น ความหวาดกลัวที่มีต่อพ่อในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความใจกล้าอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ยังค้างคาจากบทรักอันดุเดือด หรือความรู้สึกผิดที่เห็นพวกคนงานถูกรังแก เธอตัดสินใจใช้สถานะ ลูกสาวสุดที่รัก เป็นข้อต่อรองครั้งสุดท้าย“หนูเนตรของพ่อ อยู่ไหนลูก พ่อเป็นห่วง”"คุณพ่อคะ ฟังเนตรนะคะ..." เธอพูดกรอกเสียงลงไปในสายด้วยความเด็ดเดี่ยว"คืนนี้เนตรจะไม่กลับบ้าน และพ่อไม่ต้องตามหาเนตรด้วย จนกว่าพ่อจะรับปากว่าจะจ่ายเงินค่าแรงที่ค้างไว้ให้พวกคนงานทุกคนพรุ่งนี้"วิเชียรที่ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมา "เนตร นี่ลูกกล้าขู่พ่อเพื่อไอ้พวกคนงานชั้นต่ำพวกนั้นเหรอ""ใช่ค่ะ พวกเขากำลังจะอดตายแล้วคะ" เนตรนภาสวนกลับ เสียงสั่นเครือ "ถ้าพรุ่งนี้เช้าเงินไม่ถึงมือคนงาน เนตรก็จะไม่กลับไปให้พ่อเห็นหน้าอีก"เบิ้มที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าคุณหนูที่ดูบอบบางจะกล้าหักกับพ่อตัวเองถึงขนาดนี้ มือหนาที่เคยบีบเค้นร่างกายเธออย่างรุนแรงเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่เธอไว้หลวม ๆ แววตาที่เคยมีแต่ความแค้นเริ่มฉายแววทึ่งในตัวผู
ตอนที่ 6โชว์หนังสดให้พวกคนงานดูเบิ้มไม่รอช้า เขาโถมกายเข้าหาความขาวนวลตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เรียวขาทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นพาดบ่า แบะออกจนเห็นร่องรักที่ชุ่มฉ่ำท้าทายสายตา เขาจ่อท่อนเนื้อยักษ์ที่เพิ่งคืนชีพกลับมาแข็งเป๊กกว่าเดิมเข้าที่ปากทางสวรรค์ แล้วกดกระแทกพรวดเดียวจนสุดลำ!"อ๊ายยย อื้ออออ"เนตรนภาหวีดร้องเสียงหลง ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนหัวสั่นหัวคลอน ความใหญ่โตที่รุกล้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงไปด้วยความรัญจวนใจอย่างมหาศาล เบิ้มไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเริ่มเดินเครื่องกระหน่ำซอยสะโพกอย่างดุดันตับ ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อกระทบกันหนัก ๆ ดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกที่รุนแรงทำให้ร่างของเนตรนภาไถลไปกับฟูก แผ่นสังกะสีเก่ าๆ สั่นสะเทือนตามแรงกระแทก ส่งเสียงดังโผงผางประจานอารมณ์ใคร่ที่บ้าคลั่งอยู่ภายใน"ซี้ดดด... คุณหนู รัดแน่นชะมัด ชอบใช่ไหมล่ะ แรง ๆ แบบนี้!" เบิ้มคำรามพลางโน้มตัวลงไปบดจูบและขบกัดยอดอกของเธออย่างเมามัน"อ๊ะ... อ๊าาา... แรงอีก... พี่เบิ้ม แรงอีก อื้อออ" เธอครางระงมพยายามกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียง
ตอนที่ 5จุดไฟร่านในตัวเธอเธอไม่มีทางเลือกอื่น เนตรนภารอจนกระทั่งวิเชียรออกไปสังสรรค์กับเพื่อนข้างนอก เธอจึงรีบสวมชุดคลุมตัวหนา ปิดบังใบหน้าแล้วแอบหนีออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังแคมป์คนงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและฝุ่นละอองณ แคมป์คนงาน บรรยากาศในแคมป์ตอนกลางคืนช่างดูน่ากลัวและวังเวง เนตรนภาเดินตัวสั่นมาตามทางเดินไม้กระดาน จนกระทั่งถึงท้ายแคมป์ที่แยกตัวออกมาเป็นส่วนตัว เบิ้มนั่งรออยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ ในมือมีบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟ แสงไฟสีแดงวาบตามจังหวะการสูบของเขาทำให้ใบหน้าคมเข้มดูดุดันราวดั่งปีศาจ"มาเร็วกว่าที่คิดนี่คุณหนู... แสดงว่ากลัวภาพหลุดจริง ๆ" เบิ้มพ่นควันบุหรี่ออกมา พลางมองร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแทะโลมเบิ้มลุกขึ้นคว้าข้อมือเล็กแล้วจูงกึ่งกระชากเธอเข้าไปในห้องพักสังกะสีแคบ ๆ ทันที เขาสับกลอนไม้เก่า ๆ ลงปังใหญ่ ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับร่างบางที่ยืนสั่นเทา"พ่อฉัน... ยังไม่จ่ายเงินให้พวกพี่อีกเหรอ" เนตรนภาถามเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวล"ใช่! พ่อคุณหนูไม่จ่าย แถมยังด่ากราดพวกเราเหมือนหมูเหมือนหมา" เบิ้มตอบเสียงเหี้ยม เดินต้อนเธอจนแผ่นหลังบางติดผนังสังกะสีที
ตอนที่ 4คงไม่ต้องนอนแรงดูดดึงจากปลายลิ้นที่จงใจเน้นย้ำจุดกระสัน ทำเอาเนตรนภาที่เพิ่งจะบอบช้ำกลับมาแอ่นหยัดร่างกายอย่างลืมตัว ความนุ่มนวลเพียงชั่วครู่ของเบิ้มค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วง ลิ้นสากเริ่มตวัดรัวเร็วและลึกซึ้งขึ้นจนเกิดเสียงน่าอายดังชะโลมไปทั่วหว่างขา เปลวไฟกามารมณ์ที่ยังมอดไม่สนิทถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว"อื้อออ... อ๊ะ...พี่บิ้ม..."เสียงเรียกชื่อเขาในคราวนี้ไม่มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความทรมานจากความเสียวซ่านที่พุ่งพล่าน เนตรนภาที่เคยแต่ขัดขืนกลับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกดศีรษะของเบิ้มให้แนบชิดกับกึ่งกลางกายของเธอมากขึ้น เรียวขาแยกออกกว้างอย่างเป็นใจ ยอมศิโรราบให้แก่คนชั้นต่ำที่เธอเคยดูถูกอย่างสิ้นเชิงเบิ้มเงยหน้าขึ้น แววตาสัตว์ป่าที่หิวกระหายกลับมาฉายชัดอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าที่ยั่วยวนและอาการโหยหาของคนใต้ร่างก็สะใจจนแทบคลั่งเขาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่จัดการคว้าท่อนเนื้อที่แข็งขืนกลับมาอีกครั้ง รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เขาจ่อส่วนหัวที่บานหยักเข้าหาช่องทางที่ยังขมิบต้อนรับ"ในเมื่อคุณหนูร่านขนาดนี้... งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องนอนกันล่ะ"สวบ!
ตอนที่ 3นี้นรกหรือสวรรค์กันแน่"ฮือ... เจ็บ เอาออกไป เอาออกไปที"เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของเนตรนภาดังระงมไปทั่วห้องนอน ร่างบอบบางบิดเร้าด้วยความรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงส่วนหัวที่บานหยักเริ่มเบียดแทรกเข้ามาในกายสาวความคับแน่นและดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยรู้จักทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายส่วนล่างกำลังจะฉีกออกเป็นสองเสี่ยง น้ำตาไหลพรากจนเปียกหมอน แววตาเต็มไปด้วยความทรมานจนร้องไม่ออกเบิ้มเองก็ต้องชะงักงัน เขาขบกรามจนเป็นสันนูน เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามแผ่นหลังกำยำ ร่องรักของคณหนูผู้นี้ช่างคับแน่นและไร้เดียงสาเสียจนบีบรัดท่อนเนื้อของเขาจนปวดหนึบ ความรุนแรงของแรงรัดทำให้ชายฉกรรจ์อย่างเขาเกือบจะพ่ายแพ้ปล่อยลาวาความแค้นออกมาเสียตั้งแต่ต้นทาง"ชู้ววว... อย่าเกร็ง... ซี๊ดดด... อย่าเกร็งสิคุณหนู ถ้าไม่อยากเจ็บไปมากกว่านี้"น้ำเสียงของเบิ้มเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เพราะเขาก็แทบจะทนแรงบีบรัดไม่ไหว เขาใช้มือหนารวบมือเล็ก ๆ ของเธอที่ระดมทุบตีแผงอกเขาไว้อีกครั้งก่อนจะโน้มตัวลงไปซุกไซ้ ดูดดึงยอดอกสีหวานที่ชูชันอยู่อย่างหนักหน่วง เขาใช้ลิ้นร้อนละเลงปลอบประโลมและปลุกเร้าไปพร้อม ๆ กัน จนก
ตอนที่ 2นรกเพิ่งจะเริ่มต้นไอ้เบิ้มกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมในมืด มันมองร่างบางที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่างด้วยความสมเพชแกมพึงใจเขาใช้มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเนตรนภาไว้แน่นแล้วกดตรึงลงกับพื้นเตียงนุ่มจนร่างเล็กแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ แรงบีบมหาศาลจากมือที่กรำงานหนักทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บขณะที่มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ไม่รอช้า มันตะโบมบีบขย้ำลงบนเต้านมนุ่มนิ่มที่ขาวผ่องดุจหยาดน้ำค้าง แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอาหน้าอกอิ่มบิดเบี้ยวไปตามง่ามนิ้วหยาบกร้านของคนงานก่อสร้างนิ้วโป้งที่สากระคายบี้ขยี้ลงบนยอดถันสีชมพูสดที่ชูชันเด่นหราสู้สายตา เขาจงใจบดคลึงอย่างแรงจนเนตรนภาต้องหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง"หยุดนะ ไอ้คนเลว ไอ้ชั้นต่ำ ปล่อยฉัน" เนตรนภาแผดเสียงด่าทั้งน้ำตา ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความอัปยศ แต่ถ้อยคำด่านั้นกลับดูเบาบางและไร้เดียงสาในสายตาของเบิ้ม"หึ... ด่าเป็นแค่นี้เหรอคุณหนู ช่างไม่รู้อะไรเลยนะว่าคนเลว ของจริงเขาทำกันยังไง"เบิ้มไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าซุกลงไปหาความหอมหวานที่อยู่ตรงหน้า ปากร้อนผ่าวครอบครองยอดอกสีหวานที่เขากำลังบี้ขยี้อยู่เมื่อครู่ เขาดูดดึงอย่างรุนแรงจนเกิดเ







