Se connecter"จะพูดว่าคบกับฉันน่ะ...ผู้ชายในสต็อกโละหมดหรือยังล่ะ" "แล้วไง? ก็ถ้าฉันอยากจะโยนนายเข้าไปไว้ในสต็อกอีกคนมันจะมีปัญหาอะไรหรือไงล่ะ?" "ชอบฉัน?" เขาเลิ่กคิ้วถามพลางผลักไหล่ฉันจนฉันเซถอยหลังไปชนกับกำแพง ก่อนจะยกแขนขึ้นมาเท้ากับกำแพงเพื่อกักฉันไว้ ฉันเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทาย "ที่อยากจะได้ฉันไว้ในสต็อกเนี่ย เกิดชอบฉันขึ้นมาแล้วหรือไง?" "แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ?" ตะวันกระตุกยิ้มมุมปากเหมือนที่ฉันทำก่อนจะก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเราชนกัน "ชอบฉันจริงเหรอ?" เขาถามขึ้นอีกครั้ง ฉันมองตาเขาก่อนจะกลั้นใจตอบออกไป "อืม...ชอบ" สิ้นสุดประโยคจากปากฉันเขาก็ตามมาทาบทับริมฝีปากลงบนปากฉันและถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้ขัดขืนหรือผลักเขาออกเหมือนทุกทีแต่ฉันก็แอบตกใจอยู่ลึกๆ ตะวันแค่สัมผัสริมฝีปากลงบนปากฉันกดมันลงมาเน้นๆ แค่นั้นก่อนจะผละออกไปเขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วพูดขึ้น "แต่ฉันไม่ชอบ...ง่ายไป" พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไปทันที เขาด่าฉันแบบนี้อีกแล้วนะ คอยดูเถอะ! ไม่ชอบเหรอ คอยดูต่อไปแล้วกันไอ้บ้าตะวัน!
Voir plus00.10 น.
"ทำอะไรกันอยู่?" เสียงของฉันที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมกับประตูรถที่ถูกดึงให้เปิดออกทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่กำลังนัวเนียกันอยู่ในรถผละออกจากกันทันที "ลูกโซ่" เสียงทุ้มของแทนเอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบมามองแล้วก็เห็นว่าคนที่เข้ามาขัดจังหวะเขาก็คือฉัน ฉันกอดอกพิงรถพลางพยักหน้ากับแทนก่อนจะส่งสายตาไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถซึ่งตอนนี้เธอกำลังมองฉันอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ใครสนล่ะ? "โทษทีที่ขัดจังหวะ" ฉันพูดพลางจิกตามองผู้หญิงคนนั้น "หมดหน้าที่ของคนคั้นเวลาแล้วมั้ง..." ฉันพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรที่มาเห็นผู้หญิงคนนี้กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่กับแทน ก็นะ สถานะของฉันกับเขา'ไม่ชัดเจน' ก็แค่ไปไหนมาไหนด้วยกัน สนิทกันมาก รู้ทันกัน เวลาที่ฉันมาทำงานที่นี่ ถ้าแทนว่างเขาก็จะมาคอยดูฉันเหมือนกับเวลาที่ฉันมักจะตามไปดูเขาแข่งรถบ่อยๆ ความชอบของเราเหมือนกันก็เลยเข้ากันได้ดี แต่ถึงยังนั้นเราสองคนก็ไม่ได้ใช้คำว่า'แฟน'แทนสามารถมีคนอื่นได้ฉันก็มีได้เราสองคนเคารพในสิทธิของอีกคนฉันถึงไม่ได้อะไรเลยที่เห็นแทนกับผู้หญิงคนนี้ไงถ้าจะเรียกให้ถูกจริงๆเราน่าจะเป็นแค่'คู่ควง'กันซะมากกว่า แต่ในที่นี้แทนเหมือนให้ความสำคัญกับฉันมากกว่าคนอื่นเพราะถ้าฉันโผล่มาเมื่อไหร่ผู้หญิงคนอื่นก็จะต้องกระเด็นออกไปเขาเป็นแบบนั้นเสมอ ตอนนี้ก็เช่นกัน "แทนคะ..." "แล้วจะไลน์ไปหานะ" "แต่ว่า..." "ออกไปสิ คนที่ฉันรอมาแล้วไม่เห็นเหรอ" แทนพูดเสียงเข้มขึ้นผู้หญิงคนนั้นเงียบก่อนจะกระฟัดกระเฟียดเดินออกจากรถและไม่ลืมส่งสายตามาด่าฉันที่ยืนพิงรถอยู่ด้วยแต่ฉันก็ไม่สนใจแค่ก้าวเข้าไปนั่งในรถแล้วปิดประตู ปึ้ง~ "วันนี้ไม่เข้าไปตามฉันเลยนะ สนุกจนลืมกันเลยสิท่า" ฉันเหล่ตาพูดกับแทนเพราะทุกครั้งที่ฉันออกมาจากที่ทำงานช้าและแทนไม่ได้ตามมาเฝ้าเวลาเขามารับเขาก็มักจะเข้าไปตามฉันเป็นประจำแต่ที่พูดฉันก็ไม่ได้จริงจังอะไรหรอกก็แค่หยอกเขาแค่นั้น แทนมองฉันพลางยกยิ้มมุมปากนิด ๆก่อนจะสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งออกไปทันที ส่วนฉันก็เอนหลังพิงเบาะพลางหันหน้ามองออกไปตามเส้นทางที่รถของแทนขับเคลื่อนไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงที่พักของฉัน ฉันอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งเป็นคอนโดระดับกลางไม่แพงระยับเหมือนคอนโดหรูของพวกไฮโซเพราะฉันก็แค่นักศึกษาที่ทำงานหารายได้เลี้ยงปากท้องต้วเองส่วนพ่อกับแม่ของฉันพวกท่านอยู่ไกล...ไกลจากวงจรชีวิตฉันมากอ่ะ มากจนฉันคิดว่าอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดยังมีก็แค่เงินเข้าบัญชีที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกท่านยังไม่ลืมว่ามีฉันเป็นลูกอีกหนึ่งคน ก็นะ ฉันมันไม่ใช่ลูกรักก็เงี๊ย เกิดจากความผิดพลาด บางที...ชื่อของฉันอาจจะเป็นเพราะที่มานี้ก็ได้เป็นโซ่ล่ามขาให้พวกเขาต้องผูกมัดกันไง เหอะ!แต่ฉันก็เฉยๆแล้วอ่ะ ชินแล้ว... เช้าวันต่อมา... "ไอ้คุณ'ตะวัน'ครับ" ผมหันไปหาเจ้าของเสียงทุ้มที่เรียกชื่อผมพลางปาก้อนหินลงไปในสระน้ำด้านหลังของคณะ "อะไร?" ผมถามแต่สายตายังทอดมองไปที่น้ำในสระที่กระจายเป็นวงกว้างเมื่อก้อนหินที่ผมปาลงไปกระทบกับผิวน้ำและจมหายไปในที่สุด "สรุปอะไรยังไง ไอ้ไปป์บอกว่าแกทำเรื่องย้ายไปเรียนคณะเดียวกับมันจริงป่ะวะ?" 'เพิร์ธ'เพื่อนสนิทร่วมคณะของผมทิ้งตัวลงนั่งพลางถามผมทันที ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าเท่านั้น "เห้ย ย้ายทำไมวะ" "ก็เปล่า..." จ๋อม~ ผมตอบส่งๆพลางปาก้อนหินที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้าลงไปในน้ำอีก "แค่อยากย้าย" "ไม่เชื่อเว้ย มันต้องมีเหตุผลมากกว่านั้นดิวะ" เพิร์ธหน้ายุ่งพลางจ้องหน้าผม ผมเหล่ตามองมันก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ฟลุ่บ~ "ช่างเหตุผลฉันเถอะน่า ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก" "แกมันก็เป็นซะแบบนี้ ชอบมีอะไรในใจตลอด" เพิร์ธบ่นอุบเมื่อรู้ว่าถึงมันเค้นยังไงมันก็ไม่ได้คำตอบจากผมหรอก เหตุผลที่ผมทำเรื่องย้ายคณะกลางคันแบบนี้น่ะเหรอ...เดี๋ยวก็รู้ "ฉันไม่ได้ลึกลับขนาดนั้น" "ไม่ลึกลับ แต่ตานี่ส่อแววร้ายกาจเลยนะครับ" "หัดมองเพื่อนในแง่ดีมั่งก็ได้นะไอ้เพิร์ธ" ผมผลักหัวมันไปทีนึง เกลียดจริงๆพวกรู้ทันเนี่ย "เห้ย แล้วแกจะไปไหนวะ?" ไอ้เพิร์ธพูดขึ้นอีกขณะที่ผมกำลังจะเดินออกไปจากตรงนี้แล้ว "เตรียมตัว" ผมตอบ "เตรียมตัว?" "เออ เตรียมตัวเรียนคณะใหม่ไง" พูดจบผมก็กระตุกยิ้มให้มันหนึ่งทีก่อนจะยกมือขึ้นโบกลามันสองสามทีจากนั้นก็เดินออกไปจากที่นี่ ผมอุตส่าห์ลงทุนตามสืบและย้ายคณะเพื่อเธอคนนี้เลยนะ แล้วเราจะได้พบกันแน่...ลูกโซ่*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
commentaires