LOGINจุดไฟร่านในตัวเธอ
เธอไม่มีทางเลือกอื่น เนตรนภารอจนกระทั่งวิเชียรออกไปสังสรรค์กับเพื่อนข้างนอก เธอจึงรีบสวมชุดคลุมตัวหนา ปิดบังใบหน้าแล้วแอบหนีออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังแคมป์คนงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและฝุ่นละออง
ณ แคมป์คนงาน
บรรยากาศในแคมป์ตอนกลางคืนช่างดูน่ากลัวและวังเวง เนตรนภาเดินตัวสั่นมาตามทางเดินไม้กระดาน จนกระทั่งถึงท้ายแคมป์ที่แยกตัวออกมาเป็นส่วนตัว เบิ้มนั่งรออยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ ในมือมีบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟ แสงไฟสีแดงวาบตามจังหวะการสูบของเขาทำให้ใบหน้าคมเข้มดูดุดันราวดั่งปีศาจ
"มาเร็วกว่าที่คิดนี่คุณหนู... แสดงว่ากลัวภาพหลุดจริง ๆ" เบิ้มพ่นควันบุหรี่ออกมา พลางมองร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแทะโลม
เบิ้มลุกขึ้นคว้าข้อมือเล็กแล้วจูงกึ่งกระชากเธอเข้าไปในห้องพักสังกะสีแคบ ๆ ทันที เขาสับกลอนไม้เก่า ๆ ลงปังใหญ่ ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับร่างบางที่ยืนสั่นเทา
"พ่อฉัน... ยังไม่จ่ายเงินให้พวกพี่อีกเหรอ" เนตรนภาถามเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
"ใช่! พ่อคุณหนูไม่จ่าย แถมยังด่ากราดพวกเราเหมือนหมูเหมือนหมา" เบิ้มตอบเสียงเหี้ยม เดินต้อนเธอจนแผ่นหลังบางติดผนังสังกะสีที่เย็นเฉียบ
"ทำเหมือนพวกกูไม่ใช่คน"
"แล้วพี่จะเรียกฉันมาทำไม ในเมื่อฉันก็ช่วยพูดแล้ว แต่คุณพ่อก็ยังไม่ยอมจ่าย..."
"ก็เรียกมาเก็บดอกเบี้ยไงครับ" เบิ้มตะคอกแทรกขึ้นมาพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหน้าเธอ
"เงินไม่ได้... ผมก็เลยต้องคิดถึงร่างนุ่มนิ่มของคุณหนูแทน แลกกับค่าเหนื่อยที่เสียไปวันนี้!"
พูดจบ เบิ้มก็ซุกใบหน้าหยาบกร้านลงที่ซอกคอขาวระหง สูดดิ่นหอมกรุ่นปนความแค้นอย่างแรงพลางไซ้ไปมาอย่างจาบจ้วง
"อื้อออ..."
ทว่าคราวนี้เบิ้มกลับต้องชะงักและแปลกใจ เมื่อคนใต้ร่างไม่ดิ้นรน ไม่ผลักไสเหมือนคืนก่อน เธอเพียงแค่ครางแผ่วและยืนนิ่งให้เขาเชยชมร่างอย่างเต็มใจ เบิ้มผละใบหน้าออกมาจ้องดวงตาคู่สวยที่บัดนี้มันไม่ได้เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความกลัว แต่มันกลับ...
"ทำไม... คราวนี้ไม่ขัดขืนล่ะ" เบิ้มถามด้วยความสงสัย มือหนาที่บีบไหล่เธอไว้เริ่มคลายออกเล็กน้อย
เนตรนภาช้อนสายตาขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอหวานฉ่ำและเยิ้มไปด้วยอารมณ์ปรารถนาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากบทเรียนเมื่อคืน ริมฝีปากบางเผยอออกน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจของชายตรงหน้า
"ก็ดอกเบี้ยไง... ในเมื่อคุณพ่อไม่จ่าย พี่ก็รีบเก็บสิ..."
คำพูดนั้นเหมือนเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟ ฐานะคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่เคยค้ำคอถูกสลัดทิ้งไปจนสิ้น เหลือเพียงความต้องการทางกายที่พุ่งพล่าน เบิ้มแสยะยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะบดจูบลงไปอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม คราวนี้เขาไม่ต้องบังคับ เพราะเธอเป็นฝ่ายโน้มคอเขาลงมารับสัมผัสที่แสนดิบเถื่อนนั้นเอง
เบิ้มหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ให้ห้อง แล้วแยกขาออกกว้าง เขาคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมยาวสลวยของเนตรนภาแล้วกดร่างบางให้คุกเข่าลงตรงหน้าหว่างขาของเขา แสงไฟสลัวในห้องสังกะสีส่องกระทบให้เห็น ท่อนเนื้อขนาดมหึมา ที่ดีดผงาดง้ำออกมาจากกางเกง มันทั้งใหญ่โต หนา และมีเส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านลำกายสีคล้ำแดดอย่างน่าหวาดกลัว
เนตรนภาจ้องมองความยิ่งใหญ่ตรงหน้าด้วยสายตาที่สั่นระริก ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อได้กลิ่น อายชที่ดิบเถื่อน ลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นเหงื่อไคลจาง ๆ ผสมกับกลิ่นอับเฉพาะตัวของบุรุษเพศที่ทำงานหนัก เป็นกลิ่นที่สกปรก ในสายตาของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่มันกลับเป็นตัวจุดชนวน อารมณ์สวาท ที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้จิตสำนึกของเธอให้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
"มองอะไรนักหนาคุณหนู... อยากนักไม่ใช่เหรอ จัดการสิ" เบิ้มสั่งเสียงต่ำพลางกดหัวเธอเข้าไปใกล้ขึ้น
ลิ้นเล็ก ๆ ที่เคยแต่ลิ้มรสอาหารราคาแพง ค่อย ๆ ยื่นออกมาแตะแต้มที่ส่วนหัวบานหยักที่ปริ่มไปด้วยน้ำใส ๆ รสชาติที่ฝาดเฝื่อนและกลิ่นที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบทำเอาเนตรนภาสะดุ้งวาบไปทั้งตัว แต่เธอกลับไม่รังเกียจ เธอกลับอ้าปากกว้างแล้วพยายามครอบครองความยิ่งใหญ่นั้นเข้าไปอย่างสุดแรง
"อ็อก... อื้อออ"
ความใหญ่โตคับแน่นจนเต็มกระพุ้งแก้มและชนเข้ากับลำคอจนเธอเกือบจะสำลัก แต่เนตรนภากลับเริ่มขยับศีรษะเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง มือเรียวทั้งสองข้างกุมลำกายหนาไว้แน่น เธอรัวลิ้นสลับกับการดูดดึงอย่างรุนแรงเหมือนกระหายในตัวตนของเขามานานแสนนาน
เบิ้มที่นั่งมองอยู่ถึงกับแหงนหน้าคราง
"ซี๊ดดด... อย่างนั้นแหละคุณหนู... ดูดให้เหมือนกับที่พ่อมึงสูบเลือดสูบเนื้อพวกกู"
เสียงดูดดึงดัง จ๊วบจ๊าบ แข่งกับเสียงเพลงลูกทุ่งข้างนอก เนตรนภาในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป เธอเหมือนนางแมวป่าที่หิวกระหาย ยิ่งได้กลิ่นอายดิบเถื่อนจากกายเขา เธอก็ยิ่งปรนเปรอให้เขาอย่างถึงใจ
เสียงเพลงลูกทุ่งจากวงเหล้าด้านนอกแคมป์ยังคงดังเซ็งแซ่ แต่ภายในห้องสังกะสีกลับมีเพียงเสียงจังหวะการหายใจที่ขาดห้วงและเสียง จ๊วบจ๊าบ ที่น่าอายจากการที่เนตรนภาปรนเปรอให้ชายตรงหน้าอย่างไม่ถือตัว
เธอห่อริมฝีปากนุ่มรูดรั้งท่อนเนื้อใหญ่ยักษ์เข้าออกอย่างบ้าคลั่ง ลิ้นเล็กตวัดเลียส่วนหัวบานหยักที่เริ่มขยายจนเต็มปากเธอ
"ซี้ดดด... คุณหนู... อะ... อื้อออ"
เบิ้มเสียวซ่านจนตัวเกร็งไปหมด เขาใช้มือหนาจิกขยุ่มลงบนกลุ่มผมของเธอเ ความนุ่มนวลปนรุนแรงจากปากของคุณหนูผู้สูงศักดิ์กำลังพรากสติของเขาไปจนหมดสิ้น ลำกายสีคล้ำสั่นระริกปูดโปนด้วยเส้นเลือด กระตุกเร้าเหมือนพร้อมจะระเบิดออกมาทุกวินาที
"ไม่ไหวแล้วครับ อึก... ผมจะแตกเสียก่อน!"
เบิ้มพยายามจะรั้งสะโพกหนีและดึงท่อนเนื้อออกจากปากของเธอ เพราะไม่อยากแตก ให้มันเปรอะเปื้อนใบหน้าสวย ๆ ของคุณหนูไปมากกว่านี้ แต่ทว่าเนตรนภากลับใช้มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างรั้งโคนขาหนาของเขาไว้แน่น เธอช้อนตาเยิ้มที่ฉ่ำไปด้วยอารมณ์สวาทขึ้นมองเขาอย่างท้าทาย
"พี่ก็แตกเลยสิ... แตกใส่ปากฉัน!"
คำพูดที่แสนจะหยาบโลนและเย้ายวนนั้นหลุดออกมาจากปากคุณหนูที่เคยไว้ตัว พริบตานั้นเธอขยับศีรษะรูดรั้งจังหวะสุดท้ายอย่างรวดเร็วและลึกซึ้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เบิ้มถึงกับแหงนหน้าคำรามลั่นอย่างสุดกลั้น
"อ๊ากกกก! ซี้ดดดดด!"
ร่างหนากระตุกเกร็งอย่างรุนแรง พละกำลังมหาศาลพุ่งพล่านออกมาพร้อมกับน้ำรักสีขาวขุ่นที่พุ่งทะลักเข้าสู่ปากของเนตรนภาอย่างหนักหน่วง จนเธอต้องหลับตาแน่นและรับเอามวลน้ำร้อนผ่าวทุกหยาดหยดเข้าไป กลิ่นคาวคลุ้งความดิบเถื่อนกระจายไปทั่วโพรงปาก
เบิ้มหอบหายใจรวยริน มองดูผลงานของตัวเองที่คุณหนูแสนสวยยอมรับไปทุกหยาดหยด เธอค่อย ๆ ผละออกมาแล้วใช้ลิ้นเลียคราบที่หลงเหลือตรงริมฝีปากพลางแสยะยิ้มยั่วยวน
ร่างหนาที่กำลังเหงนหน้าหอบหายใจ ชั่วขณะก็ต้องตาค้างกับภาพตรงหน้า เมื่อเนตรนภาไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจหรือขยะแขยงคราบราคีนั้นเลยแม้แต่น้อย
มือเรียวเล็กของเธอค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกจนหมดสิ้นทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวในห้องสังกะสีที่สะท้อนให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดั่งไข่มุก
เธอทิ้งตัวลงนอนราบไปกับฟูกแข็ง ๆ ก่อนจะจงใจถ่างเรียวขาออกกว้าง เผยให้เห็นร่องรอยกลีบกุหลาบที่ยังคงบวมแดงและฉ่ำเยิ้มจากการศึกครั้งก่อน
"อื้อออ..."
เธอครางแผ่วในลำคอพลางส่งปลายนิ้วเล็ก ๆ ลงไปบดคลึงและเขี่ยไปมาที่จุดกระสันอย่างจงใจ สายตาที่หวานเชื่อมและเต็มไปด้วยไฟราคะจ้องมองตรงมาที่เบิ้มอย่างท้าทาย เธอขยับนิ้วรัวเร็วขึ้นจนเกิดเสียงเฉอะแฉะที่น่าอาย แข่งกับเสียงหัวเราะของคนงานที่ยังแว่วดังมาจากข้างนอก
เบิ้มยืนมองภาพนั้นด้วยความทึ่งและอารมณ์ที่พุ่งพล่านกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ไม่คิดเลยว่าคนงานก่อสร้างอย่างเขาจะเป็นคน จุดไฟร่านที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้คราบคุณหนูผู้สูงศักดิ์ให้ลุกโชนขึ้นมาจนกู่ไม่กลับขนาดนี้
"พี่เบิ้ม... มองอย่างเดียวสิ" เธอเอ่ยเสียงกระเส่าพลางแอ่นหยัดสะโพกรับปลายนิ้วตัวเอง
เบิ้มแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ความเป็นชายที่เพิ่งจะสงบลงกลับดีดตัวผงาดง้ำขึ้นมาทักทายอีกครั้งทันทีด้วยความแข็งแกร่งกว่าเดิม เขาคลานขึ้นไปบนเตียงแล้วคว้าข้อเท้าของเธอแยกออกให้กว้างจนสุด
"ได้สิ คืนนี้ผมกระแทกให้ลุกไปไหนไม่ได้เลย"
ตอนที่ 7 สามีของหนู คือคนงานก่อสร้างเนตรนภาเม้มปากแน่น ความหวาดกลัวที่มีต่อพ่อในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความใจกล้าอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ยังค้างคาจากบทรักอันดุเดือด หรือความรู้สึกผิดที่เห็นพวกคนงานถูกรังแก เธอตัดสินใจใช้สถานะ ลูกสาวสุดที่รัก เป็นข้อต่อรองครั้งสุดท้าย“หนูเนตรของพ่อ อยู่ไหนลูก พ่อเป็นห่วง”"คุณพ่อคะ ฟังเนตรนะคะ..." เธอพูดกรอกเสียงลงไปในสายด้วยความเด็ดเดี่ยว"คืนนี้เนตรจะไม่กลับบ้าน และพ่อไม่ต้องตามหาเนตรด้วย จนกว่าพ่อจะรับปากว่าจะจ่ายเงินค่าแรงที่ค้างไว้ให้พวกคนงานทุกคนพรุ่งนี้"วิเชียรที่ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมา "เนตร นี่ลูกกล้าขู่พ่อเพื่อไอ้พวกคนงานชั้นต่ำพวกนั้นเหรอ""ใช่ค่ะ พวกเขากำลังจะอดตายแล้วคะ" เนตรนภาสวนกลับ เสียงสั่นเครือ "ถ้าพรุ่งนี้เช้าเงินไม่ถึงมือคนงาน เนตรก็จะไม่กลับไปให้พ่อเห็นหน้าอีก"เบิ้มที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าคุณหนูที่ดูบอบบางจะกล้าหักกับพ่อตัวเองถึงขนาดนี้ มือหนาที่เคยบีบเค้นร่างกายเธออย่างรุนแรงเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่เธอไว้หลวม ๆ แววตาที่เคยมีแต่ความแค้นเริ่มฉายแววทึ่งในตัวผู
ตอนที่ 6โชว์หนังสดให้พวกคนงานดูเบิ้มไม่รอช้า เขาโถมกายเข้าหาความขาวนวลตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เรียวขาทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นพาดบ่า แบะออกจนเห็นร่องรักที่ชุ่มฉ่ำท้าทายสายตา เขาจ่อท่อนเนื้อยักษ์ที่เพิ่งคืนชีพกลับมาแข็งเป๊กกว่าเดิมเข้าที่ปากทางสวรรค์ แล้วกดกระแทกพรวดเดียวจนสุดลำ!"อ๊ายยย อื้ออออ"เนตรนภาหวีดร้องเสียงหลง ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนหัวสั่นหัวคลอน ความใหญ่โตที่รุกล้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงไปด้วยความรัญจวนใจอย่างมหาศาล เบิ้มไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเริ่มเดินเครื่องกระหน่ำซอยสะโพกอย่างดุดันตับ ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อกระทบกันหนัก ๆ ดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกที่รุนแรงทำให้ร่างของเนตรนภาไถลไปกับฟูก แผ่นสังกะสีเก่ าๆ สั่นสะเทือนตามแรงกระแทก ส่งเสียงดังโผงผางประจานอารมณ์ใคร่ที่บ้าคลั่งอยู่ภายใน"ซี้ดดด... คุณหนู รัดแน่นชะมัด ชอบใช่ไหมล่ะ แรง ๆ แบบนี้!" เบิ้มคำรามพลางโน้มตัวลงไปบดจูบและขบกัดยอดอกของเธออย่างเมามัน"อ๊ะ... อ๊าาา... แรงอีก... พี่เบิ้ม แรงอีก อื้อออ" เธอครางระงมพยายามกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียง
ตอนที่ 5จุดไฟร่านในตัวเธอเธอไม่มีทางเลือกอื่น เนตรนภารอจนกระทั่งวิเชียรออกไปสังสรรค์กับเพื่อนข้างนอก เธอจึงรีบสวมชุดคลุมตัวหนา ปิดบังใบหน้าแล้วแอบหนีออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังแคมป์คนงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและฝุ่นละอองณ แคมป์คนงาน บรรยากาศในแคมป์ตอนกลางคืนช่างดูน่ากลัวและวังเวง เนตรนภาเดินตัวสั่นมาตามทางเดินไม้กระดาน จนกระทั่งถึงท้ายแคมป์ที่แยกตัวออกมาเป็นส่วนตัว เบิ้มนั่งรออยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ ในมือมีบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟ แสงไฟสีแดงวาบตามจังหวะการสูบของเขาทำให้ใบหน้าคมเข้มดูดุดันราวดั่งปีศาจ"มาเร็วกว่าที่คิดนี่คุณหนู... แสดงว่ากลัวภาพหลุดจริง ๆ" เบิ้มพ่นควันบุหรี่ออกมา พลางมองร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแทะโลมเบิ้มลุกขึ้นคว้าข้อมือเล็กแล้วจูงกึ่งกระชากเธอเข้าไปในห้องพักสังกะสีแคบ ๆ ทันที เขาสับกลอนไม้เก่า ๆ ลงปังใหญ่ ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับร่างบางที่ยืนสั่นเทา"พ่อฉัน... ยังไม่จ่ายเงินให้พวกพี่อีกเหรอ" เนตรนภาถามเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวล"ใช่! พ่อคุณหนูไม่จ่าย แถมยังด่ากราดพวกเราเหมือนหมูเหมือนหมา" เบิ้มตอบเสียงเหี้ยม เดินต้อนเธอจนแผ่นหลังบางติดผนังสังกะสีที
ตอนที่ 4คงไม่ต้องนอนแรงดูดดึงจากปลายลิ้นที่จงใจเน้นย้ำจุดกระสัน ทำเอาเนตรนภาที่เพิ่งจะบอบช้ำกลับมาแอ่นหยัดร่างกายอย่างลืมตัว ความนุ่มนวลเพียงชั่วครู่ของเบิ้มค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วง ลิ้นสากเริ่มตวัดรัวเร็วและลึกซึ้งขึ้นจนเกิดเสียงน่าอายดังชะโลมไปทั่วหว่างขา เปลวไฟกามารมณ์ที่ยังมอดไม่สนิทถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว"อื้อออ... อ๊ะ...พี่บิ้ม..."เสียงเรียกชื่อเขาในคราวนี้ไม่มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความทรมานจากความเสียวซ่านที่พุ่งพล่าน เนตรนภาที่เคยแต่ขัดขืนกลับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกดศีรษะของเบิ้มให้แนบชิดกับกึ่งกลางกายของเธอมากขึ้น เรียวขาแยกออกกว้างอย่างเป็นใจ ยอมศิโรราบให้แก่คนชั้นต่ำที่เธอเคยดูถูกอย่างสิ้นเชิงเบิ้มเงยหน้าขึ้น แววตาสัตว์ป่าที่หิวกระหายกลับมาฉายชัดอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าที่ยั่วยวนและอาการโหยหาของคนใต้ร่างก็สะใจจนแทบคลั่งเขาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่จัดการคว้าท่อนเนื้อที่แข็งขืนกลับมาอีกครั้ง รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เขาจ่อส่วนหัวที่บานหยักเข้าหาช่องทางที่ยังขมิบต้อนรับ"ในเมื่อคุณหนูร่านขนาดนี้... งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องนอนกันล่ะ"สวบ!
ตอนที่ 3นี้นรกหรือสวรรค์กันแน่"ฮือ... เจ็บ เอาออกไป เอาออกไปที"เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของเนตรนภาดังระงมไปทั่วห้องนอน ร่างบอบบางบิดเร้าด้วยความรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงส่วนหัวที่บานหยักเริ่มเบียดแทรกเข้ามาในกายสาวความคับแน่นและดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยรู้จักทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายส่วนล่างกำลังจะฉีกออกเป็นสองเสี่ยง น้ำตาไหลพรากจนเปียกหมอน แววตาเต็มไปด้วยความทรมานจนร้องไม่ออกเบิ้มเองก็ต้องชะงักงัน เขาขบกรามจนเป็นสันนูน เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามแผ่นหลังกำยำ ร่องรักของคณหนูผู้นี้ช่างคับแน่นและไร้เดียงสาเสียจนบีบรัดท่อนเนื้อของเขาจนปวดหนึบ ความรุนแรงของแรงรัดทำให้ชายฉกรรจ์อย่างเขาเกือบจะพ่ายแพ้ปล่อยลาวาความแค้นออกมาเสียตั้งแต่ต้นทาง"ชู้ววว... อย่าเกร็ง... ซี๊ดดด... อย่าเกร็งสิคุณหนู ถ้าไม่อยากเจ็บไปมากกว่านี้"น้ำเสียงของเบิ้มเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เพราะเขาก็แทบจะทนแรงบีบรัดไม่ไหว เขาใช้มือหนารวบมือเล็ก ๆ ของเธอที่ระดมทุบตีแผงอกเขาไว้อีกครั้งก่อนจะโน้มตัวลงไปซุกไซ้ ดูดดึงยอดอกสีหวานที่ชูชันอยู่อย่างหนักหน่วง เขาใช้ลิ้นร้อนละเลงปลอบประโลมและปลุกเร้าไปพร้อม ๆ กัน จนก
ตอนที่ 2นรกเพิ่งจะเริ่มต้นไอ้เบิ้มกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมในมืด มันมองร่างบางที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่างด้วยความสมเพชแกมพึงใจเขาใช้มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเนตรนภาไว้แน่นแล้วกดตรึงลงกับพื้นเตียงนุ่มจนร่างเล็กแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ แรงบีบมหาศาลจากมือที่กรำงานหนักทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บขณะที่มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ไม่รอช้า มันตะโบมบีบขย้ำลงบนเต้านมนุ่มนิ่มที่ขาวผ่องดุจหยาดน้ำค้าง แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอาหน้าอกอิ่มบิดเบี้ยวไปตามง่ามนิ้วหยาบกร้านของคนงานก่อสร้างนิ้วโป้งที่สากระคายบี้ขยี้ลงบนยอดถันสีชมพูสดที่ชูชันเด่นหราสู้สายตา เขาจงใจบดคลึงอย่างแรงจนเนตรนภาต้องหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง"หยุดนะ ไอ้คนเลว ไอ้ชั้นต่ำ ปล่อยฉัน" เนตรนภาแผดเสียงด่าทั้งน้ำตา ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความอัปยศ แต่ถ้อยคำด่านั้นกลับดูเบาบางและไร้เดียงสาในสายตาของเบิ้ม"หึ... ด่าเป็นแค่นี้เหรอคุณหนู ช่างไม่รู้อะไรเลยนะว่าคนเลว ของจริงเขาทำกันยังไง"เบิ้มไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าซุกลงไปหาความหอมหวานที่อยู่ตรงหน้า ปากร้อนผ่าวครอบครองยอดอกสีหวานที่เขากำลังบี้ขยี้อยู่เมื่อครู่ เขาดูดดึงอย่างรุนแรงจนเกิดเ







