Masukนี้นรกหรือสวรรค์กันแน่
"ฮือ... เจ็บ เอาออกไป เอาออกไปที"
เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของเนตรนภาดังระงมไปทั่วห้องนอน ร่างบอบบางบิดเร้าด้วยความรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงส่วนหัวที่บานหยักเริ่มเบียดแทรกเข้ามาในกายสาว
ความคับแน่นและดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยรู้จักทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายส่วนล่างกำลังจะฉีกออกเป็นสองเสี่ยง น้ำตาไหลพรากจนเปียกหมอน แววตาเต็มไปด้วยความทรมานจนร้องไม่ออก
เบิ้มเองก็ต้องชะงักงัน เขาขบกรามจนเป็นสันนูน เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามแผ่นหลังกำยำ ร่องรักของคณหนูผู้นี้ช่างคับแน่นและไร้เดียงสาเสียจนบีบรัดท่อนเนื้อของเขาจนปวดหนึบ ความรุนแรงของแรงรัดทำให้ชายฉกรรจ์อย่างเขาเกือบจะพ่ายแพ้ปล่อยลาวาความแค้นออกมาเสียตั้งแต่ต้นทาง
"ชู้ววว... อย่าเกร็ง... ซี๊ดดด... อย่าเกร็งสิคุณหนู ถ้าไม่อยากเจ็บไปมากกว่านี้"
น้ำเสียงของเบิ้มเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เพราะเขาก็แทบจะทนแรงบีบรัดไม่ไหว เขาใช้มือหนารวบมือเล็ก ๆ ของเธอที่ระดมทุบตีแผงอกเขาไว้อีกครั้ง
ก่อนจะโน้มตัวลงไปซุกไซ้ ดูดดึงยอดอกสีหวานที่ชูชันอยู่อย่างหนักหน่วง เขาใช้ลิ้นร้อนละเลงปลอบประโลมและปลุกเร้าไปพร้อม ๆ กัน จนกระทั่งสัมผัสได้ว่าร่างที่เคยแข็งทื่อเริ่มอ่อนระทวย และร่องรักที่แสนคับแคบเริ่มมีน้ำหวานหล่อลื่นออกมาผ่อนคลายความตึงเครียด
เมื่อสบจังหวะที่เหยื่อสาวเริ่มเผลอไผลไปกับรสกามที่เขามอบให้ เบิ้มก็สูดลมหายใจเข้าลึก กระชับสะโพกสอบให้มั่นคง แล้วกดกระแทกลำเนื้ออวบใหญ่เข้าไปจนสุดแรงเกิดในคราวเดียว
สวบ!
"กรี๊ดดดดด!"
เนตรนภาหวีดร้องสุดเสียง ร่างทั้งร่างสะดุดเฮือกจนตัวโยน ความรู้สึกเหมือนมีเหล็กร้อนทิ่มแทงทะลุผ่านเยื่อพรหมจรรย์ที่หวงแหนมาทั้งชีวิตจนขาดสะบั้น ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วโสตประสาท
มือเล็กที่หลุดจากการพันธนาการจิกเล็บลงบนต้นแขนกำยำของเบิ้มอย่างแรงจนเลือดซิบออกตามรอยเล็บ
เบิ้มแช่ค้างกายอยู่ครู่หนึ่ง รับรู้ได้ถึงเลือดสาวที่เคลือบชโลมท่อนเนื้อของเขา ความเป็นชายของเขาพองขยายจนเต็มเปี่ยม เขามองดูใบหน้าเนียนที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดปนสะอื้น ความแค้นที่เคยสุมอกบัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยความใคร่ที่แสนบ้าคลั่ง
"มันจบแล้วคุณหนู... คืนนี้คุณเป็นของผมแล้ว"
ความคลั่งแค้นจากการถูกโกงหยาดเหงื่อแรงงานสะท้อนออกมาผ่านท่วงท่าที่ดุดันและดิบเถื่อน เขาเริ่มขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างรุนแรง ทุกจังหวะที่โถมกายลงไปคือความเกลียดชังที่แปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนทางกามารมณ์
ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อกระทบกันหนัก ๆ ดังสะท้อนไปทั่วห้องนอนหรูที่บุผนังเก็บเสียงอย่างดี เตียงนอนราคาสูงสั่นโยกตามแรงส่งของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ เนตรนภาถูกกระแทกจนร่างคอนไปมา
หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ในตอนแรกมันคือความเจ็บปวดรวดร้าวที่ทำให้เธออยากจะขาดใจตายเสียตรงนั้น แต่ทว่าเมื่อจังหวะที่ป่าเถื่อนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ร่างกายที่ไร้เดียงสาก็เริ่มทรยศต่ออุดมการณ์
ความยิ่งใหญ่ที่คับแน่นอยู่ในกายสาวเริ่มแผ่ซ่านความร้อนระอุไปทั่วท้องน้อย ความจุกเสียดเปลี่ยนเป็นความเสียวสะท้านที่ล้ำลึกเกินกว่าจะพรรณนา
"อึก... อื้อออ... อ๊ะ"
เสียงร้องไห้อ้อนวอนเริ่มขาดห้วง เปลี่ยนเป็นเสียงครางประหลาดที่เนตรนภาเองก็ไม่เคยได้ยินจากปากตัวเองมาก่อน ใบหน้าขาวนวลเงยแหงนส่ายไปมาบนหมอน
ดวงตาที่เอ่อล้นด้วยน้ำตาเริ่มพร่าเลือนด้วยความกระสันซ่าน สองขาที่เคยเกร็งต้านกลับเริ่มขยับขึ้นมาเกี่ยวรัดเอวหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเบิ้มไว้แน่นอย่างลืมตัว
"เป็นไงล่ะคุณหนู ไอ้คนงานก่อสร้างชั้นต่ำคนนี้... มันทำให้คุณหนูเสียว จนลืมความเจ็บได้ใช่ไหม" เบิ้มคำรามอย่างสะใจ เมื่อเห็นเหยื่อสาวเริ่มบิดเร้าสะโพกตอบรับแรงกระแทกของเขา
เขาโน้มตัวลงไปฝังคมเขี้ยวขบเม้มตามซอกคอและลาดไหล่ทิ้งรอยรักสีกุหลาบช้ำไว้ทั่วเรือนร่างขาวผ่อง มือหนาข้างหนึ่งรวบผมยาวสลวยของเธอไว้แล้วดึงรั้งให้เธอเงยหน้าขึ้นรับจูบที่ร้อนแรงและหยาบโลน
เขาบดขยี้ริมฝีปากบางจนบวมเป่ง บังคับให้เธอรับรสชาติของความแค้นที่แสนหวานฉ่ำ
"อื้อออ... อ๊าาา... พี่เบิ้ม... อ๊ะ... เจ็บ... ... อ๊ายยย"
เนตรนภาหลุดครางชื่อเขาออกมาด้วยอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ความรุนแรงที่เขายัดเยียดมาให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาไหม้ศักดิ์ศรีของเธอจนมอดไหม้ ร่างกายของเธอกำลังโหยหาสัมผัสที่จาบจ้วงนี้อย่างบ้าคลั่ง ยิ่งเขาตอกย้ำความแข็งแกร่งเข้าหาลึกเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตอดรัดเขาแน่นขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าในวินาทีนี้นรกที่เขาเคยมอบให้ได้กลายเป็นสวรรค์ที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
ร่างกายของเนตรนภากระตุกเกร็งอย่างรุนแรงจนปลายนิ้วเท้าจิกเกร็งเข้าหากัน ความเสียวซ่านมหาศาลพุ่งทะยานจู่โจมจนสมองเธอขาวโพลน
ผนังเนื้อนุ่มภายในสั่นระริกและตอดรัดท่อนเนื้อกำยำของเบิ้มเป็นจังหวะถี่กระชั้นราวกับจะสูบเอาพละกำลังทั้งหมดของเขาเข้าไป
เบิ้มที่กำลังโหมกระแทกอย่างบ้าคลั่งสัมผัสได้ถึงแรงตอดรัดที่รุนแรงนั้นทันที เขาเค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ
แววตาที่จ้องมองใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสุขสมปนทรมานของคุณหนูผู้สูงศักดิ์นั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหาย
"หึ... เสร็จอีกรอบแล้วหรือครับคุณหนู ไหนบอกว่าเกลียดผมนักหนาไง" เบิ้มกระซิบเสียงพร่าพลางกระแทกสวนเข้าใส่ร่องรักที่กำลังบีบรัดเขาอย่างหนักหน่วง
"อื้อออ... พอ... พอได้แล้ว... ฉันไม่ไหวแล้ว... อ๊าาา" เนตรนภาส่ายหน้าไปมาบนหมอน เส้นผมสยายกระจัดกระจาย เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือจนฟังไม่เป็นภาษา
"จะให้พอจริงเหรอครับ แต่ข้างในคุณหนูมันตอดแรงขนาดนี้... ซี๊ดดด... อะ... อ๊ากกกก"
เบิ้มคำรามลั่นเมื่อความอดทนขีดสุดสิ้นสุดลง แรงบีบรัดที่เหมือนจะคั้นเอาหยาดน้ำทุกหยดออกจากกายเขาทำให้ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ถึงกับหน้ามืดตามัว เขาโถมกายเข้าใส่เป็นจังหวะสุดท้ายที่รุนแรงที่สุด ก่อนจะเกร็งตัวขึงขังพ่นลาวาร้อนผ่าวแผ่ซ่านเข้าไปในร่องรักที่ชุ่มฉ่ำของเนตรนภาจนล้นทะลัก
"อ่าส์... ไม่ไหวแล้ว... แตกแล้วคุณหนู"
เบิ้มเสร็จสมแตกใส่รูรักของคุณหนู ทุกหยาดหยดของความแค้นที่สั่งสมมาถูกปลดปล่อยเข้าไปในกายสาวจนอุ่นวาบไปทั้งท้องน้อย
เนตรนภากระตุกเฮือกเป็นครั้งสุดท้าย ลมหายใจหอบถี่สอดประสานกันในความเงียบสงัดของห้องนอนหรู
ท่อนเนื้อสีเข้มยังคงฝังแน่นอยู่ภายในร่างกายที่สั่นเทาของเธอ ราวกับเป็นการตอกย้ำว่าตอนนี้ดอกเบี้ย ที่พ่อของเธอติดค้างไว้ ได้ถูกเรียกเก็บอย่างสาสมและไร้ซึ่งความปรานีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เบิ้มค่อย ๆ ถอนกายแกร่งออกจากร่างบางอย่างช้า ๆ เสียงเฉอะแฉะของหยาดน้ำกามดังสะท้อนในความเงียบ เขาหยัดตัวขึ้นนั่งมองดู ผลงานของตนเองด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
ที่กึ่งกลางกายสาว น้ำสีขาวขุ่นค่อย ๆ ไหลย้อนออกมาจากร่องรอยแยกที่บวมแดง ผสมปนเปไปกับสีเลือดบริสุทธิ์จาง ๆ ช่องทางรักที่เคยปิดสนิทบัดนี้ขยายกว้างและยังคงขมิบตัวถี่กระชั้นตามแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา
ชายหนุ่มมองภาพนั้นพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ความรู้สึกสะใจในตอนแรกเริ่มเจือปนด้วยความกระหายที่ยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว
เนตรนภานอนทอดร่างอยู่อย่างหมดสภาพ หลังผ่านบทลงโทษอันรุนแรงไปถึงสองรอบติด ร่างกายของเธอก็ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่า
เธอรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองมา แต่ความเหนื่อยล้าและอัปยศทำให้เธอเลือกที่จะหลับตาลงนิ่ง ๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลซึมลงที่ขมับ
ในจังหวะที่เหยื่อสาวกำลังจมอยู่กับความบอบช้ำ เบิ้มก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขาขยับหามุมกดชัตเตอร์บันทึกภาพร่างเปลือยเปล่าที่มีรอยรักฝังอยู่ทุกตารางนิ้ว รวมถึงซอกมุมที่น่าอายที่สุด เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ต่อรองในวันข้างหน้า
หลังจากนั้น เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่จากหัวเตียงมาชำระล้างคราบคาว ด้วยความเป็นคนหยาบกร้านที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต เขาจึงเผลอออกแรงเช็ดลงบนปากทางรักที่บวมเป่งแรงไปหน่อย
"อื้อออ... เจ็บ..." เนตรนภาครางออกมาเบา ๆ อย่างลืมตัว ร่างกายสะดุ้งน้อย ๆ จากความแสบพุ่งพล่าน
เบิ้มหยุดมือลงทันที เขาใช้ปลายนิ้วหยาบแหวกดูร่องรอยที่แดงก่ำและช้ำ น้ำหวานใส ๆ ยังคงซึมออกมาสม่ำเสมอ เพราะช่องทางรักที่เพิ่งถูกรุกรานมาอย่างหนักยังคงสั่นกระตุกและขมิบตัวไม่หยุด ราวกับมันกำลังจดจำสัมผัสที่ป่าเถื่อนของเขาไว้ในทุกอณูเนื้อ
"เจ็บสิดี... จะได้จำไว้ว่าอย่าให้พ่อคุณไปทำแบบนี้กับใครอีก" เบิ้มกระซิบเสียงต่ำ แต่สายตายังคงจดจ้องที่จุดอ่อนไหวที่กำลังสั่นไหวนั้นไม่วางตา
เบิ้มจ้องมองรอยแยกสีหวานที่ยังคงสั่นระริกและขมิบรับอากาศอย่างต่อเนื่อง ภาพความช้ำที่ผสมปนเปไปกับหยาดน้ำค้างแห่งราคะทำให้หัวใจของชายฉกรรจ์เต้นผิดจังหวะ
แม้ในใจจะบอกว่านี่คือการแก้แค้น แต่เสียงลึก ๆ ในหัวกลับสั่งการให้เขาทำในสิ่งที่ขัดกับความดิบเถื่อนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
ร่างหนาทนแรงขับในใจไม่ไหว เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้าคมเข้มลงไปจนชิดกับเนินเนื้อที่สั่นเทา เนตรนภาที่นอนหลับตาพริ้มสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดจุดอ่อนไหว เธอพยายามจะหุบขาหนีด้วยสัญชาตญาณ แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะขยับ
"จะ... จะทำอะไรอีก พอแล้ว..." เสียงอ้อนวอนของเธอดังแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบ
เบิ้มไม่ตอบ แต่กลับส่งลิ้นร้อนสากลากไล้ลงบนปากทางรักที่บวมแดงอย่างแผ่วเบาในคราแรก เนตรนภาสะดุ้งเฮือก ร่างทั้งร่างกระตุกวูบ ความสากระคายของลิ้นที่สัมผัสกับเนื้ออ่อนที่กำลังอักเสบทำให้เธอทั้งเจ็บทั้งเสียวจนแยกไม่ออก
"อืมม.." เบิ้มครางต่ำในลำคอ เขาเริ่มใช้ลิ้นละเลงดูดซับน้ำรักและรอยเลือดจาง ๆ ออกจากร่องรอยแยกอย่างตั้งใจ ท่าทางที่เคยรุนแรงเปลี่ยนเป็นความละเมียดละไมที่น่าประหลาด เขาใช้ปลายลิ้นแหวกซอกซอนเข้าไปข้างในที่ยังคงอุ่นจัด บรรจงเลียปลอบประโลมความบอบช้ำราวกับจะช่วยเยียวยาบาดแผลที่เขาเป็นคนก่อ
เนตรนภาบิดส่ายสะโพกไปมาบนที่นอน มือเล็ก ๆ จิกกำผ้าปูเตียงจนยับยู่ยี่ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมชายที่เพิ่งข่มเหงเธออย่างป่าเถื่อนถึงได้กลับมาทำเรื่องที่น่าอายและวาบหวามขนาดนี้ให้เธอ ความชุ่มฉ่ำที่เขาซ้ำเติมลงไปเริ่มทำให้ร่างกายที่เพิ่งสงบลงกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
"อื้อออ... อย่า... อย่าเลียตรงนั้น... อ๊าาา"
เธอหลุดเสียงครางออกมาอย่างสุดกลั้น เมื่อเบิ้มเน้นปลายลิ้นตวัดหยอกล้อกับติ่งเนื้อเกสรที่บวมเป่งจากการถูกรุกรานก่อนหน้า ความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความหิวกระหายของเขาทำเอาสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิงอีกครั้ง
ชายคนงานก่อสร้างคนนี้กำลังทำให้เธอสับสนระหว่างความเกลียดชังที่เปี่ยมล้น... กับความรัญจวนใจที่เขามอบให้ผ่านปลายลิ้นร้อนนั้น
ตอนที่ 11 อยู่เคียงคู่กับข้าตลอดไปได้หรือไม่จื่อเย่วค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอดที่รัดแน่นของเขา นางใช้มือนุ่มทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมสันของจอมมารเอาไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยลูบไปที่แก้มของเขาอย่างทะนุถนอม นางส่งยิ้มหวานให้เขา เป็นรอยยิ้มที่พยายามจะปลอบประโลมหัวใจที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาคู่สวยกลับสั่นไหวและฉายแววเศร้าสร้อยอย่างที่สังเกตเห็นได้ชัด"ท่านจะกังวลไปทำไมเจ้าคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่ว เบาหวิวราวกับสายลมพัดผ่าน "ในเมื่อตอนนี้ข้ายังอยู่ตรงนี้ ยังอยู่ในอ้อมกอดของท่าน... เราเอาเวลาที่ยังมีอยู่ ใช้มันให้มีความสุขที่สุดไม่ดีกว่าหรือ"นางโน้มศีรษะเข้าไปหน้าผากชนกับหน้าผากของเขา หลับตาลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่ยังคงมีอยู่จริงในขณะนี้"อนาคตจะเป็นอย่างไร มิติจะพรากเราจากกันวันไหน นั่นเป็นเรื่องของโชคชะตา... แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ ท่านมีข้า และข้าก็มีท่าน แค่นี้มันยังไม่พออีกหรือเจ้าคะ"คำพูดของนางเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความสับสนในใจเฟยเทียน แต่มันก็เป็นน้ำเย็นที่แฝงไปด้วยความขมขื่น เพราะยิ่งนางบอกให้ใช้เวลาให้มีความสุข มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าเวลาที่พวกเขามีร่วมกันนั้นอาจจะมีจุ
ตอนที่ 10ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวันจื่อเย่วส่งเสียงอุทานแผ่วเบาในลำคอ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของนางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่อัดแน่นและผิวที่ร้อนผ่าวของเฟยเทียน ไอน้ำที่ลอยกรุ่นบดบังทัศนียภาพรอบกายจนดูเหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงนางและเขา ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ยามราตรีที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวน"ทะ... ท่าน..." นางเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นพร่า สองมือเล็กเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้จมลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขากำลังก่อ"สนมรัก... เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าต้องใช้ความอดทนมากเพียงใด" เฟยเทียนกระซิบเสียงแหบพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าลงบนไหล่เนียนละเอียด "ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวัน... กลิ่นของเจ้า รสสัมผัสของเจ้า มันทำให้ข้าแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว""อื้อออ..."คำพูดออดอ้อนปนเอาแต่ใจของเขาถูกกลืนหายไปทันที เมื่อเฟยเทียนจัดการพลิกตัวนางให้หันกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะจู่โจมมอบจูบที่เร่าร้อนและดุดันปานจะสูบวิญญาณ ริมฝีปากของเขาบดเบียดลงมาอย่างโหยหา ลิ้นร้อนรุกรานเกี่ยวกระหวัดจนจื่อเย่วแทบสำลักความหวานที่แฝงไปด้วยอำนาจของจอมปีศาจหางจิ้งจอกทั้งเก้าที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ต่างโบกสะบัดพริ้วไหวอยู่รอบตัวพวกเขาราวกับจะสร้างกำแพงขน
ตอนที่ 9ชวนจอมปีศาจไปแช่น้ำหลังจากจัดการทั้งราเมงเผ็ดและไดฟูกุหวานนุ่มจนหมดจาน เฟยเทียนก็ไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่จื่อเย่วกำลังจะเก็บจาน รวบเอวบางของนางเข้ามานั่งบนตักแกร่งทันที และกอดรัดไว้อย่างถือสิทธิ์"ท่านนี่นะ... ถึงเนื้อถึงตัวข้าตลอดเลย" จื่อเย่วบ่นอุบแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจัง"ก็ข้าอยาก..." เฟยเทียนกระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าเริ่มจะนำทางไปสู่เรื่องอย่างว่าอีกครั้ง ทว่ามือน้อย ๆ ของจื่อเย่วกลับยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากหนาของเขาเป็นการเบรก"หยุดเลยเจ้าค่ะ เรามาคุยทำความรู้จักกันก่อนดีไหม"จอมปีศาจขัดใจเล็กน้อยที่โดนขัดจังหวะความหิวรอบใหม่ แต่เมื่อสบตาอ้อน ๆ ของนาง เขาก็ยอมถอนหายใจแล้วพยักหน้า "ได้... เจ้าว่ามา"จื่อเย่วเริ่มเล่าเรื่องราวของนางอย่างเจื้อยแจ้ว ทั้งเรื่องที่นางอายุเท่าไร ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีเทคโนโลยี มีตึกสูง มีอาหารแปลก ๆ แบบที่เขาเพิ่งกินไป และการที่นางหลุดมาที่นี่อย่างไม่คาดฝัน เสียงของนางที่เจื้อยแจ้วท่ามกลางสายลมเย็น ๆ ที่ศาลากลางน้ำ ทำให้เฟยเทียนถึงกับเผลอเท้าคางจ้องมองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ขยับเขยื้อนด้วยความหลงใหล"เอาละ ทีนี้ตาของท่านบ้าง" นางใช้นิ้วชี้ม
ตอนที่ 8อาหารของโลกมนุษย์เมื่อจื่อเย่วก้เข้ามาในห้องเครื่องอีกครั้ง นางก็ต้องตกตะลึงกับความวิเศษที่ซ่อนอยู่ ภายในห้องครัวกว้างขวางลึกลับแห่งนี้ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับมิติที่ไม่มีวันสิ้นสุด นางลองออกปากถามหาเครื่องเทศแปลก ๆ หรือผักที่หาได้ยากในยุคโบราณ พ่อครัวปีศาจที่มีรูปร่างสูงใหญ่แต่ท่าทางนอบน้อมกลับหามาประเคนให้ได้ทุกอย่างราวกับมีตาทิพย์"ที่นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว!" จื่อเย่วอุทานพลางลูบไปบนเคาน์เตอร์หินอ่อนที่สะอาดกริบนางเริ่มนึกถึงรสชาติที่ถวิลหาในยุคปัจจุบัน เมนูที่ทั้งเผ็ดร้อนและนัวลิ้นจนต้องซี๊ดปาก นางหันไปสั่งการพ่อครัวด้วยแววตามุ่งมั่น "ข้าอยากได้เส้นสีเหลืองที่เหนียวนุ่ม เนื้อไก่หั่นเต๋า พริกป่นรสจัดจ้าน แล้วก็ชีส... เจ้าพอจะหาของที่รสชาติมันเข้ม ๆ หนึบ ๆ เหมือนนมที่กลายเป็นก้อนได้หรือไม่?"พ่อครัวปีศาจไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วสงสัย เขาเพียงแค่สะบัดมือเบา ๆ เหนือโต๊ะไม้ตัวยาว พลันบังเกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นเพียงครู่เดียว วัตถุดิบทุกอย่างที่จื่อเย่วต้องการก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้ง เส้นราเมงสดใหม่ เนื้อไก่ส่วนที่นุ่มที่สุด และ ชีสชั้นเลิศ ที่ส่งกลิ่นหอมมันราวกับเสกออกมาจากอากาศธาตุ
ตอนที่ 7 จอมปีศาจคลั่งรักแสงแดดรำไรลอดผ่านม่านไหมเข้ามาในห้องบรรทม จื่อเย่วขยับกายตื่นขึ้นไม่ใช่เพราะแสงสว่าง แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่น ไก่ย่างที่หอมยั่วน้ำลายจนท้องเจ้ากรรมเริ่มประท้วง นางขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เพราะจำได้แม่นยำว่าเมื่อวานนางเดินสำรวจจนทั่วแล้ว แต่วังปีศาจแห่งนี้กลับไม่มีครัวหรือแม้แต่เงาของอาหารมนุษย์เลยแม้แต่น้อย“หรือว่าข้าจะหิวจนจมูกเพี้ยนไปเอง?” นางพึมพำกับตัวเอง พลางคว้าเสื้อคลุมผ้าไหมมาสวมทับร่างกายที่ยังมีรอยรักจาง ๆทว่าเมื่อนางก้าวเท้าหมายจะเดินตามกลิ่นหอมนั้นออกไปทางประตูตำหนัก กลับต้องชะงักกึก! เมื่อจู่ๆ ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบประหลาดหลายคนเดินออกมาจากมุมมืด พวกนางมีการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบราวกับไร้ตัวตน "พระสนม โปรดหยุดก่อนเจ้าค่ะ" หนึ่งในนางกำนัลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดก่อนที่จื่อเย่วจะได้เอ่ยปากถามอะไร พวกนางก็รุมล้อมพานางไปยังห้องวารีที่อยู่ถัดไป กลิ่นหอมของมวลบุปผาลอยฟุ้ง จื่อเย่วถูกจับเปลื้องผ้าลงแช่ในน้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ทิพย์ พวกนางช่วยกันขัดผิวกายของนางอย่างเบามือ จนผิวที่ขาวนวลอยู่แล
ตอนที่ 6หางทั้งเก้า...ช่างรู้งานจื่อเย่วโน้มกายลงต่ำจนใบหน้าอยู่ห่างจากความยิ่งใหญ่เพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวของนางที่รินรดลงบนส่วนหัวที่ปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใส ทำเอาเฟยเทียนถึงกับเผลอเกร็งหน้าท้องจนลอนกล้ามเนื้อขึ้นรูปเด่นชัด มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างโอบรอบโคนแท่งเนื้อร้อนระอุเอาไว้ ก่อนที่นางจะเริ่มใช้ลิ้นเล็กสีชมพูละเลียดเลียลงไปที่ส่วนปลายอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังชิมขนมหวานรสเลิศ"ซี้ดดด... สนมรัก..." จอมมารครางต่ำในลำคอ เมื่อลิ้นนุ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวที่ไวต่อสัมผัสที่สุดนางไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น จื่อเย่วอ้าปากออกกว้างแล้วค่อย ๆ ครอบครองส่วนหัวอันเขื่องเข้าไปอย่างเชื่องช้า ความอุ่นชื้นภายในช่องปากที่บีบรัดและดูดดึงทำเอาเฟยเทียนถึงกับต้องแหงนหน้าขึ้น สันกรามคมกริบเกร็งแน่น มือหนาขยำลงบนเส้นผมสลวยของนางเพื่อระบายความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรง"อื้มมม..." เสียงครางอย่างพอใจของจื่อเย่วดังอู้อี้อยู่ในลำคอ นางเริ่มขยับศีรษะเข้าออกเป็นจังหวะ ปล่อยให้ความยิ่งใหญ่ของเขาชอนไชลึกเข้าไปจนถึงโคนลิ้น ลิ้นเล็กยังคงซุกซนด้วยการตวัดไล้ไปตามเส้นะรอยแยกที่พาดผ่านลำกายอย่างรู้งานจมูกของนางกดท







