LOGIN9
พื้นราบใกล้ประตูเมืองอู๋เยี่ยเต็มไปด้วยกระโจมทหารน้อยใหญ่ ทว่าตอนนี้ทหารใหม่ถูกลากไปฝึกอยู่ด้านหลังสุดของค่าย เพราะไม่ใช่ค่ายใหญ่เว่ยซานจึงฝึกได้เพียงท่าทางพื้นฐาน อย่างเช่น ฝึกท่าขี่ม้าหนึ่งชั่วยาม
ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่มั่นใจว่าเยว่หลินทนไม่ได้เป็นแน่ ทว่านางกลับทำได้ดีกว่าบุรุษบางคนเสียอีก ทั้งที่ร่างกายบอบบาง แขนขาเล็กราวกิ่งหลิวที่พร้อมหักโค่นยามต้องพายุ
สำนักนักฆ่า โรงดัดสันดาน หรือโรงหมอนางถูกใช้งานไม่น้อย เก็บสมุนไพร ตากสมุนไพร ฝึกขี่ม้า ฝึกใช้มีดสั้น ซักผ้า เก็บฟืน งานใดก็ล้วนแต่ต้องใช้กำลังกายทั้งสิ้น นางจึงมีความอดทนมาก
“ไม่เลวเลยนี่เจ้าหนุ่ม ไม่คิดว่าร่างกายแห้ง ๆ ของเจ้าจะมีเรี่ยวแรงถึงเพียงนี้” เสี่ยวหานเอ่ยชมพลางตบไหล่เยว่หลินเบา ๆ หลังจากฝึกท่าขี่ม้าครบเวลา นายกองก็สั่งให้กลับมายืนเรียงแถวกันเหมือนเดิม
“ตัวข้าไม่มีความสามารถอื่นใดมีเพียงความอดทนเท่านั้น โชคดีที่ก่อนหน้านี้ลำบากมาไม่น้อย” ผู้พูดยิ้มแย้มไม่แสดงออกถึงความลำบากเบื้องหลังของความอดทนนี้ นางไม่คิดจะบอกผู้ใดว่าตนเองผ่านเรื่องราวเลวร้ายอันใดมาบ้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นหาได้มีความหมาย นอกเสียจากเป็นแรงผลักดันให้นางกลายเป็นคนอดทนต่อทุกความยากลำบากและทุกความเจ็บปวดได้ดี
“ท่าทางเจ้าไม่เหมือนคนทำงานหนักเลยอาเยว่” เสี่ยวกวงหยอกล้อ ก่อนจะหันไปมองนายกองด้านหน้าสุด
“ต่อจากนี้หากมีการตั้งค่าย พวกเจ้าต้องฝึกเช่นนี้ทุกวัน หลังกลับถึงค่ายใหญ่เว่ยซานจึงจะเป็นการฝึกที่แท้จริง” ทหารใหม่ตอบรับอย่างพร้อมเพรียงจึงได้แยกไปพัก การฝึกนี้สามารถฝึกได้มากกว่าสองชั่วยามทว่าหากฝึกเช่นนั้นแล้วต้องเดินทางไกลคงเสียเวลา โจวต้าทบทวนแล้วว่าไม่สมควรจึงฝึกกันเล็กน้อยเพื่อให้เคยชิน
เวลาที่ทหารใหม่ฝึกเสร็จเป็นช่วงเวลาเดียวกับแม่ทัพใหญ่กลับถึงค่าย ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวสะอาดไร้ลวดลายจึงยิ่งส่งผลให้ผู้สวมใส่โดดเด่นขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลักแม้แต่บุรุษด้วยกันยังต้องหยุดมอง นัยน์ตาเฟิ่งหวงไม่จ้องมองที่ใดเป็นพิเศษ ทั้งเรียบนิ่งลึกล้ำและเฉยชา เขามุ่งหน้าไปยังกระโจมของตนเองไม่แวะหรือหยุดที่ใด
โจวต้าเห็นเงาร่างสูงท่าเดินคุ้นตาก็รับรู้ได้ว่าแม่ทัพหนุ่มกลับมาแล้ว หัวหน้าทหารเช่นเขาย่อมต้องไปรายงานเหตุการณ์จึงเดินตามไป
“เข้ามา” น้ำเสียงลุ่มลึกเอ่ยอนุญาตทั้งที่เขายังไม่ได้แจ้ง หลงจวินรับรู้ว่าโจวต้าตามมาย่อมต้องเพื่อรายงานเหตุการณ์ช่วงที่เขาไม่อยู่ และการฝึกทหารวันแรก
“คารวะท่านแม่ทัพ”
“ไม่ต้องมากพิธี ว่ามา” วันนี้แม่ทัพใหญ่แปลกกว่าทุกวัน ดูเร่งรีบผิดวิสัยแต่เขาเป็นเพียงทหารใต้อาณัติจะกล้าสงสัยได้เช่นไร โจวต้าเงยหน้ามองผู้ที่ตำแหน่งสูงกว่า
“ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ทั้งบนเขา และเส้นทางข้างหน้าข้าให้ทหารลาดตระเวนไปตรวจสอบดูแล้ว นอกจากเรื่องที่ทหารใหม่หายไปในค่ายก็นับว่าปกติ การฝึกทหารใหม่ก็เริ่มขึ้นเช้านี้” สิ้นเสียงหัวหน้าโจว แม่ทัพหลงไม่ได้กล่าวสิ่งใดออก เดิมทีโจวต้าคิดจะจากไปแต่ความรู้สึกของเขาบอกว่าแม่ทัพยังมีเรื่องจะพูด
“จะไม่ไปหรือ” พูดจบก็หันหลังให้หัวหน้าโจว เป็นการบอกว่าหมดเรื่องจะไถ่ถามแล้ว โจวต้าหลุดจากภวังค์ความคิดตนเองก่อนจะประสานมือกล่าวลา
“เช่นนั้นข้าขอตัว”
“อย่างไรก็จะออกไปแล้ว ตามทหารใหม่เยว่หลินมาพบข้า” โจวต้าที่เดินไปถึงทางเข้ากระโจมรีบหันกลับมามอง ทบทวนคำสั่งเมื่อครู่จนแน่แก่ใจว่าได้ยินไม่ผิด แต่แม่ทัพหนุ่มไม่ได้มองเขาเลย หมายความว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ต้องการให้ถามเหตุผล
ร่างกำยำเร่งฝีเท้าไปยังกระโจมฝั่งซ้ายซึ่งเป็นที่พักของเหล่าทหารใหม่ นอกจากจะไม่ต้องการให้ถามเหตุผลแม่ทัพยังต้องการให้เขาทำตามคำสั่งโดยเร็ว
ทหารใหม่จับกลุ่มพูดคุยกันเรื่องการเดินทางหลังพักจากการฝึก เยว่หลินนั่งอยู่บนพื้นหินพูดคุยยิ้มแย้มกับสหาย โดยไม่ได้สนใจรอบข้าง กระทั่งเสี่ยวหานซึ่งอายุมากที่สุดเห็นโจวต้าเดินมายังกลุ่มของตน
“หัวหน้าโจว” หลังเสี่ยวหานกล่าวทัก คนอื่นจึงยืนขึ้นทำความเคารพตาม โจวต้าเพ่งมองทหารใหม่ตรงหน้าก็ยังไม่เห็นว่าเยว่หลินผู้นี้จะมีสิ่งใดพิเศษ รูปร่างหรือก็ผอมบางเกินกว่าจะช่วยเหลืองานลับของแม่ทัพได้ ทำเอาเขาเดาไม่ออกเลยว่าก่อนนี้ทหารใหม่ผู้นี้ไปทำสิ่งใดมา
“เจ้า เยว่หลินใช่หรือไม่” โจวต้าว่าพลางจ้องมองใบหน้ากระดำกระด่างของเด็กหนุ่มที่อายุไม่น่าเกินสิบเจ็ดตรงหน้า คนถูกจ้องมีสีหน้างุนงงเขากับหัวหน้าไม่น่าจะมีเรื่องใดพูดคุยกันเป็นพิเศษ อีกทั้งตอนถามหัวหน้าทหารก็ยังไม่มั่นใจว่าเขาคือเยว่หลินหรือเปล่า เช่นนั้นคงเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือมีผู้อื่นฝากมา
“ขอรับ ข้าน้อยเยว่หลิน หัวหน้าโจวมีสิ่งใดจะสั่งหรือ” เสียงทุ้มต่ำที่แสร้งทำเอ่ยขึ้น พาให้สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังหัวหน้าทหารอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาเองก็อยากรู้ว่าหัวหน้าโจวมีเรื่องใดจะสั่งทหารใหม่เช่นพวกเขาหรือ
“ข้าไม่มี แต่แม่ทัพเรียกพบเจ้าตอนนี้” ขนทั่วสรรพางค์กายพากันลุกชัน นางคิดหาข้ออ้างอยู่นานว่าจะบอกเขาอย่างไรดีเรื่องเมื่อคืน จะหลอกก็คงไม่สามารถหลอกคนเช่นนั้นได้ คนถูกเรียกพยักหน้ารับก่อนจะสูดลมหายใจเข้าแล้วเดินตามโจวต้าไป ทิ้งให้สหายอยู่กับความสงสัย
“ขอถามหัวหน้าโจวไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพมีเรื่องอันใดหรือ เหตุใดจึงเรียกพบข้า” เยว่หลินถามขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังกระโจมใหญ่ของแม่ทัพ โจวต้าไม่ได้ตอบเพียงแต่ปรามนายทหารผู้น้อยเสียงเรียบ
“ไปถึงเจ้าก็รู้เอง” เขาจะตอบอันใดได้ในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่อาจเดาใจแม่ทัพหนุ่มได้ เดินตามกันมาไม่นานในที่สุดก็ถึงกระโจมใหญ่
“ท่านแม่ทัพเยว่หลินมาแล้วขอรับ” โจวต้ายืนนิ่งรายงานเสียงไม่ดังไม่เบาแต่เพียงพอให้ด้านในได้ยิน ไร้เสียงตอบกลับหมายความว่าอย่างไรกัน โจวต้าชั่งใจคิดจะพูดอีกหนแต่ได้ยินเสียงแม่ทัพหลงจวินเสียก่อน
“ไม่มีสิ่งใดแล้วหัวหน้าโจวเจ้าไปเถิด”
“หากแม่ทัพยังไม่สะดวก เช่นนั้นข้าน้อยขอ...” เยว่หลินคิดจะหลบเลี่ยงไปก่อน แต่ไหนเลยจะรอดพ้นสายตาเขาไปได้ น้ำเสียงราบเรียบทรงพลังพาร่างเล็กชะงักงัน
“ข้าบอกหัวหน้าโจว หรือเจ้าก็แซ่โจว” ดูเหมือนแม่ทัพจะมีเรื่องให้พูดคุยกับทหารหนุ่ม โจวต้ารีบค้อมตัวแล้วจากไปโดยเร็ว อย่ารอให้ถูกไล่จะดีกว่า
“ข้าน้อยคิดว่าแม่ทัพคงยังไม่สะดวก”
“หากไม่สะดวกข้าจะให้โจวต้าเรียกเจ้ามาทำไม เข้ามา” เห็นทีวันนี้นางคงหนีไม่พ้นแล้ว ร่างเล็กสูดลมหายใจรวบรวมความกล้าเล็กน้อยพร้อมกับแหวกม่านกระโจมเข้าไปข้างใน
10โต๊ะหนังสือเบื้องหน้ามีเจ้าของกระโจมนั่งดูแผนที่อยู่ กระทั่งนางเข้ามาแล้วเขาก็ยังไม่คิดจะละสายตาจากแผนที่นั่นตำรามากมายบนนั้นนางไม่เคยเห็นมาก่อนจึงขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ จนลืมไปว่าตนเองถูกเรียกมาเพื่อการใด สายตาอยากรู้อยากเห็นมองตำรากลยุทธ์การศึกไม่ละสายตา“สนใจหรือ” ทั้งที่เข้ามาแล้วแต่อีกฝ่ายกลับไม่เอ่ยสิ่งใด ชายหนุ่มจึงละสายตาจากแผนที่ภูผาธารา เมื่อหันมองจึงรู้ว่าแท้จริงนางกำลังมองตำราที่เปิดค้างไว้พอถูกทักทำให้ได้สติจึงรู้ว่าตนเองเสียมารยาทแอบดูความลับทางทหาร นางจำได้ว่าในฝันยาวนานห้องตำราของคุณชายใหญ่แห่งจวนหลง เป็นสถานที่ต้องห้ามไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีโอกาสได้เฉียดผ่าน เพราะความลับทางทหารหากแพร่งพรายออกไป มีสิบหัวก็คงไม่พอให้ตัด“ขออภัยท่านแม่ทัพ ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาจะสืบความลับทางทหารแม้แต่น้อย” เยว่หลินรีบคุกเข่ายอมรับผิดทันที นางถูกลงโทษได้ จะเจ็บปวดขายหน้าอย่างไรก็ได้ ขอเพียงไม่ตายเท่านั้น เรื่องนี้หากเล่าให้ผู้อื่นฟังคงถูกขบขันไม่น้อย แต่นางพิสูจน์แล
9พื้นราบใกล้ประตูเมืองอู๋เยี่ยเต็มไปด้วยกระโจมทหารน้อยใหญ่ ทว่าตอนนี้ทหารใหม่ถูกลากไปฝึกอยู่ด้านหลังสุดของค่าย เพราะไม่ใช่ค่ายใหญ่เว่ยซานจึงฝึกได้เพียงท่าทางพื้นฐาน อย่างเช่น ฝึกท่าขี่ม้าหนึ่งชั่วยามไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่มั่นใจว่าเยว่หลินทนไม่ได้เป็นแน่ ทว่านางกลับทำได้ดีกว่าบุรุษบางคนเสียอีก ทั้งที่ร่างกายบอบบาง แขนขาเล็กราวกิ่งหลิวที่พร้อมหักโค่นยามต้องพายุสำนักนักฆ่า โรงดัดสันดาน หรือโรงหมอนางถูกใช้งานไม่น้อย เก็บสมุนไพร ตากสมุนไพร ฝึกขี่ม้า ฝึกใช้มีดสั้น ซักผ้า เก็บฟืน งานใดก็ล้วนแต่ต้องใช้กำลังกายทั้งสิ้น นางจึงมีความอดทนมาก“ไม่เลวเลยนี่เจ้าหนุ่ม ไม่คิดว่าร่างกายแห้ง ๆ ของเจ้าจะมีเรี่ยวแรงถึงเพียงนี้” เสี่ยวหานเอ่ยชมพลางตบไหล่เยว่หลินเบา ๆ หลังจากฝึกท่าขี่ม้าครบเวลา นายกองก็สั่งให้กลับมายืนเรียงแถวกันเหมือนเดิม“ตัวข้าไม่มีความสามารถอื่นใดมีเพียงความอดทนเท่านั้น โชคดีที่ก่อนหน้านี้ลำบากมาไม่น้อย” ผู้พูดยิ้มแย้มไม่แสดงออกถึงความลำบากเบื้องหลังของความอดทนนี้ นางไม่คิดจะบอกผู้ใดว่
8ศาลาว่าการอำเภออู๋เยี่ยผู้ตรวจการลับจากเมืองหลวงมาถึงอู๋เยี่ยตั้งแต่เช้า เมื่อได้สติแม่ทัพหลงจวินจึงให้จางผิงส่งจดหมายถึงผู้ตรวจการลับให้มาตัดสินคดีที่ศาลาว่าการคนของนายอำเภอล่ายอี้ที่ล้อมหอเฟิงเยี่ยถูกจับกุมไว้ทั้งหมด หลักฐานสำคัญมู่ฉีก็ขโมยจากห้องเก็บของนายอำเภอแถบชานเมืองแล้ว สตรีเมื่อคืนก็ถูกขังไว้ในคุก รอเพียงการไต่สวนจากแม่ทัพหลงจวินเท่านั้นเขาจะตัดสินคดีนี้เองก็ทำได้เพียงแต่หากกราบทูล คงมีคนไม่น้อยหาทางโจมตีเขาด้วยเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการเชิญผู้ตรวจการมาร่วมพิจารณาคดีนี้ด้วย ภายหลังยังมีแผนการรองรับ“ล่ายอี้เจ้ามีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง ใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง ใช้อำนาจข่มเหงประชา ใส่ร้ายขุนนางในราชสำนัก เพียงโทษยักยอกเสบียงหลวงก็เพียงพอให้ตัดหัวของเจ้าแล้วรู้หรือไม่ ทุกสิ่งที่เจ้ากระทำต่อให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ไม่ถือว่ามากไป” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน พูดจบก็ลุกจากตำแหน่งของผู้ตัดสินโทษประจำศาลาว่าการ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้าน
7หลังโรงเตี้ยมท้ายตรอกเยว่หลินมาถึงก่อนผู้อื่นในอาภรณ์สตรีจากหอเฟิงเยี่ย นางสวมชุดของสตรีจึงหลบออกมาอย่างง่ายดาย ทั้งหมดแยกกันหนีเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจแล้วนัดมาพบกันที่นี่“เหตุใดจึงมาช้านัก คงไม่ได้เกิดสิ่งใดกระมัง” เจ้าของเสียงหวานพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ขณะนั่งเฝ้าม้าของแม่ทัพหนุ่มนางมาถึงก่อนจึงถือโอกาสเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษตัวเดิม“เจ้ามาทำสิ่งใดที่ม้าของผู้อื่น” หญิงสาวตกใจจึงโยนหญ้าแห้งในมือทิ้ง ชูสองมือแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดแปลก ๆ กับม้า คนพูดเห็นท่าทางตกใจราวสตรีของเขาก็หัวเราะออกมา“ตกใจราวสตรี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขบขันพลางเอนหลังพิงเสาไม้ของโรงฝากม้ามู่ฉีไม่ชอบคบค้ากับผู้อื่นเพราะมักถูกชมหน้าตาที่โดดเด่น จึงทำตัวลึกลับไม่ติดต่อผู้คนมากนัก ทว่าเมื่อเห็นเยว่หลินในอาภรณ์บุรุษแต่ยังไม่ได้ทาผิวด้วยน้ำดินน้ำโคลนก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมานางมีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรก ใบหน้าก็งดงามไม่ต่างจากสตรี ทำให้เขาสนใจไม่น้อย
6มีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวถูกชักออกมา ก่อนจะปักลงอย่างแม่นยำกลางฝ่ามือใหญ่ ชั่วขณะหนึ่งตอนมีสติเขาคิดใช้ความรู้สึกเจ็บปวดบรรเทาพิษจากกำยานปลุกกำหนัด“ไม่ได้ผลหรอกเจ้าค่ะคุณชาย มิสู้ชมเชยเรือนร่างข้าเพื่อบรรเทาพิษดีกว่าหรือ” นางกล่าวเชิญชวน เขากำลังจะหมดสติรับรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีแล้วจริง ๆเฉินเฟยข้าให้เจ้าไปขโมยบัญชีต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลยหรือชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะเอนกายลงบนพื้นตามที่ถูกการกระทำของสตรีตรงหน้าชักนำ นางตามมาคร่อมทับร่างกายสูงใหญ่อย่างเชี่ยวชำนาญ ก้มหน้าหมายจะจุมพิตดับสำนึกดีของเขาให้หมดสิ้น“ไร้ยางอาย” สิ้นเสียงเล็กร่างหญิงสาวผู้นั้นล้มลง หากไม่ถูกดึงคงล้มทับร่างของแม่ทัพหนุ่มไปแล้ว คนตีนางปัดมือแรง ๆ เหมือนกำจัดสิ่งสกปรก ก่อนจะข้ามร่างสตรีบนพื้นไปหาบุรุษที่ไม่รู้สติ“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เยว่หลินประคองเขาขึ้นมาพร้อมกับตีแก้มเขาเพื่อเรียกสติแผ่วเบา“ท่านแม่ทัพได้ยินหรือไม่” จางผิงถามด้วยความเป็นห่วง หากมาไม่ทันไม่รู้ว่าป่านนี้แม่ทัพของเขาจะถูกข่มเหงอย่างไร เคราะห์ดีที่เยว่หลินยืนกรานหนักแน่นแม้ไม่มั่นใจแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับท่าทางมั่นอกมั่นใจร
5ฟ้าสางขบวนทหารออกเดินทางเข้าสู่เมืองอู๋เยี่ย พ้นเขตภูเขาอู่หลิงเป็นที่ราบหินจึงไม่เฉอะแฉะหลังฝนตก นับว่าเหมาะแก่การตั้งค่าย ค่ายชั่วคราวถูกตั้งขึ้นโดยใช้เวลาไม่นาน และยังวางทหารลาดตระเวนไว้มากเพื่อคอยดูความปลอดภัยรอบค่ายนอกจากนี้ยังส่งทหารสอดแนมไปตรวจดูความเรียบร้อยของเส้นทางล่วงหน้า“ท่านแม่ทัพ เส้นทางข้างหน้าถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม กว่าน้ำจะลดคงใช้เวลาอีกสองถึงสามวัน” โจวต้าเป็นหัวหน้า เมื่อทหารสอดแนมกลับมาแจ้งข่าวแก่หัวหน้าตน เช่นนี้จึงเป็นหน้าที่ของโจวต้ามารายงานต่อแม่ทัพของค่าย“พักที่นี่ก่อน พาทหารใหม่ฝึกเบื้องต้นไปก็แล้วกัน” ไม่คิดเลยว่าฝนที่ตกเพียงสองชั่วยามจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเช่นนี้ได้ นี่ก็นับว่าสวรรค์เข้าข้างเพราะเขาต้องทำการตรวจสอบที่ว่าการเมืองอู๋เยี่ย“ข้าจะอ่านรายงาน อย่าให้ผู้ใดมารบกวน ทุกอย่างในค่ายให้เจ้าตัดสินใจ” ชายหนุ่มกล่าวจบก็เข้ากระโจมตนเองไป ไม่รอให้โจวต้าเอ่ยทัดทานหรือสอบถามสิ่งใดอีก นี่เป็นโอกาสดีเขาจะออกไปสืบข่าวด้วยตนเองเครื่องแบบทหารถูกปลดออกเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ธรรมดาสีเขียวอ่อนไม่สะดุดตา แต่ก็ไม่ซอมซ่อจนเกินไป ตอนฟ้ายังไม่สางเขาให้มู่ฉีไปสืบข่าวที่ห







