Share

9

last update Last Updated: 2026-01-30 11:26:33

9

พื้นราบใกล้ประตูเมืองอู๋เยี่ยเต็มไปด้วยกระโจมทหารน้อยใหญ่ ทว่าตอนนี้ทหารใหม่ถูกลากไปฝึกอยู่ด้านหลังสุดของค่าย เพราะไม่ใช่ค่ายใหญ่เว่ยซานจึงฝึกได้เพียงท่าทางพื้นฐาน อย่างเช่น ฝึกท่าขี่ม้าหนึ่งชั่วยาม

ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่มั่นใจว่าเยว่หลินทนไม่ได้เป็นแน่ ทว่านางกลับทำได้ดีกว่าบุรุษบางคนเสียอีก ทั้งที่ร่างกายบอบบาง แขนขาเล็กราวกิ่งหลิวที่พร้อมหักโค่นยามต้องพายุ

สำนักนักฆ่า โรงดัดสันดาน หรือโรงหมอนางถูกใช้งานไม่น้อย เก็บสมุนไพร ตากสมุนไพร ฝึกขี่ม้า ฝึกใช้มีดสั้น ซักผ้า เก็บฟืน งานใดก็ล้วนแต่ต้องใช้กำลังกายทั้งสิ้น นางจึงมีความอดทนมาก

“ไม่เลวเลยนี่เจ้าหนุ่ม ไม่คิดว่าร่างกายแห้ง ๆ ของเจ้าจะมีเรี่ยวแรงถึงเพียงนี้” เสี่ยวหานเอ่ยชมพลางตบไหล่เยว่หลินเบา ๆ หลังจากฝึกท่าขี่ม้าครบเวลา นายกองก็สั่งให้กลับมายืนเรียงแถวกันเหมือนเดิม

“ตัวข้าไม่มีความสามารถอื่นใดมีเพียงความอดทนเท่านั้น โชคดีที่ก่อนหน้านี้ลำบากมาไม่น้อย” ผู้พูดยิ้มแย้มไม่แสดงออกถึงความลำบากเบื้องหลังของความอดทนนี้ นางไม่คิดจะบอกผู้ใดว่าตนเองผ่านเรื่องราวเลวร้ายอันใดมาบ้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นหาได้มีความหมาย นอกเสียจากเป็นแรงผลักดันให้นางกลายเป็นคนอดทนต่อทุกความยากลำบากและทุกความเจ็บปวดได้ดี

“ท่าทางเจ้าไม่เหมือนคนทำงานหนักเลยอาเยว่” เสี่ยวกวงหยอกล้อ ก่อนจะหันไปมองนายกองด้านหน้าสุด

“ต่อจากนี้หากมีการตั้งค่าย พวกเจ้าต้องฝึกเช่นนี้ทุกวัน หลังกลับถึงค่ายใหญ่เว่ยซานจึงจะเป็นการฝึกที่แท้จริง” ทหารใหม่ตอบรับอย่างพร้อมเพรียงจึงได้แยกไปพัก การฝึกนี้สามารถฝึกได้มากกว่าสองชั่วยามทว่าหากฝึกเช่นนั้นแล้วต้องเดินทางไกลคงเสียเวลา โจวต้าทบทวนแล้วว่าไม่สมควรจึงฝึกกันเล็กน้อยเพื่อให้เคยชิน

เวลาที่ทหารใหม่ฝึกเสร็จเป็นช่วงเวลาเดียวกับแม่ทัพใหญ่กลับถึงค่าย ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวสะอาดไร้ลวดลายจึงยิ่งส่งผลให้ผู้สวมใส่โดดเด่นขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลักแม้แต่บุรุษด้วยกันยังต้องหยุดมอง นัยน์ตาเฟิ่งหวงไม่จ้องมองที่ใดเป็นพิเศษ ทั้งเรียบนิ่งลึกล้ำและเฉยชา เขามุ่งหน้าไปยังกระโจมของตนเองไม่แวะหรือหยุดที่ใด

โจวต้าเห็นเงาร่างสูงท่าเดินคุ้นตาก็รับรู้ได้ว่าแม่ทัพหนุ่มกลับมาแล้ว หัวหน้าทหารเช่นเขาย่อมต้องไปรายงานเหตุการณ์จึงเดินตามไป

“เข้ามา” น้ำเสียงลุ่มลึกเอ่ยอนุญาตทั้งที่เขายังไม่ได้แจ้ง หลงจวินรับรู้ว่าโจวต้าตามมาย่อมต้องเพื่อรายงานเหตุการณ์ช่วงที่เขาไม่อยู่ และการฝึกทหารวันแรก

“คารวะท่านแม่ทัพ”

“ไม่ต้องมากพิธี ว่ามา” วันนี้แม่ทัพใหญ่แปลกกว่าทุกวัน ดูเร่งรีบผิดวิสัยแต่เขาเป็นเพียงทหารใต้อาณัติจะกล้าสงสัยได้เช่นไร โจวต้าเงยหน้ามองผู้ที่ตำแหน่งสูงกว่า

“ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ทั้งบนเขา และเส้นทางข้างหน้าข้าให้ทหารลาดตระเวนไปตรวจสอบดูแล้ว นอกจากเรื่องที่ทหารใหม่หายไปในค่ายก็นับว่าปกติ การฝึกทหารใหม่ก็เริ่มขึ้นเช้านี้” สิ้นเสียงหัวหน้าโจว แม่ทัพหลงไม่ได้กล่าวสิ่งใดออก เดิมทีโจวต้าคิดจะจากไปแต่ความรู้สึกของเขาบอกว่าแม่ทัพยังมีเรื่องจะพูด

“จะไม่ไปหรือ” พูดจบก็หันหลังให้หัวหน้าโจว เป็นการบอกว่าหมดเรื่องจะไถ่ถามแล้ว โจวต้าหลุดจากภวังค์ความคิดตนเองก่อนจะประสานมือกล่าวลา

“เช่นนั้นข้าขอตัว”

“อย่างไรก็จะออกไปแล้ว ตามทหารใหม่เยว่หลินมาพบข้า” โจวต้าที่เดินไปถึงทางเข้ากระโจมรีบหันกลับมามอง ทบทวนคำสั่งเมื่อครู่จนแน่แก่ใจว่าได้ยินไม่ผิด แต่แม่ทัพหนุ่มไม่ได้มองเขาเลย หมายความว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ต้องการให้ถามเหตุผล

ร่างกำยำเร่งฝีเท้าไปยังกระโจมฝั่งซ้ายซึ่งเป็นที่พักของเหล่าทหารใหม่ นอกจากจะไม่ต้องการให้ถามเหตุผลแม่ทัพยังต้องการให้เขาทำตามคำสั่งโดยเร็ว

ทหารใหม่จับกลุ่มพูดคุยกันเรื่องการเดินทางหลังพักจากการฝึก เยว่หลินนั่งอยู่บนพื้นหินพูดคุยยิ้มแย้มกับสหาย โดยไม่ได้สนใจรอบข้าง กระทั่งเสี่ยวหานซึ่งอายุมากที่สุดเห็นโจวต้าเดินมายังกลุ่มของตน

“หัวหน้าโจว” หลังเสี่ยวหานกล่าวทัก คนอื่นจึงยืนขึ้นทำความเคารพตาม โจวต้าเพ่งมองทหารใหม่ตรงหน้าก็ยังไม่เห็นว่าเยว่หลินผู้นี้จะมีสิ่งใดพิเศษ รูปร่างหรือก็ผอมบางเกินกว่าจะช่วยเหลืองานลับของแม่ทัพได้ ทำเอาเขาเดาไม่ออกเลยว่าก่อนนี้ทหารใหม่ผู้นี้ไปทำสิ่งใดมา

“เจ้า เยว่หลินใช่หรือไม่” โจวต้าว่าพลางจ้องมองใบหน้ากระดำกระด่างของเด็กหนุ่มที่อายุไม่น่าเกินสิบเจ็ดตรงหน้า คนถูกจ้องมีสีหน้างุนงงเขากับหัวหน้าไม่น่าจะมีเรื่องใดพูดคุยกันเป็นพิเศษ อีกทั้งตอนถามหัวหน้าทหารก็ยังไม่มั่นใจว่าเขาคือเยว่หลินหรือเปล่า เช่นนั้นคงเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือมีผู้อื่นฝากมา

“ขอรับ ข้าน้อยเยว่หลิน หัวหน้าโจวมีสิ่งใดจะสั่งหรือ” เสียงทุ้มต่ำที่แสร้งทำเอ่ยขึ้น พาให้สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังหัวหน้าทหารอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาเองก็อยากรู้ว่าหัวหน้าโจวมีเรื่องใดจะสั่งทหารใหม่เช่นพวกเขาหรือ

“ข้าไม่มี แต่แม่ทัพเรียกพบเจ้าตอนนี้” ขนทั่วสรรพางค์กายพากันลุกชัน นางคิดหาข้ออ้างอยู่นานว่าจะบอกเขาอย่างไรดีเรื่องเมื่อคืน จะหลอกก็คงไม่สามารถหลอกคนเช่นนั้นได้ คนถูกเรียกพยักหน้ารับก่อนจะสูดลมหายใจเข้าแล้วเดินตามโจวต้าไป ทิ้งให้สหายอยู่กับความสงสัย

“ขอถามหัวหน้าโจวไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพมีเรื่องอันใดหรือ เหตุใดจึงเรียกพบข้า” เยว่หลินถามขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังกระโจมใหญ่ของแม่ทัพ โจวต้าไม่ได้ตอบเพียงแต่ปรามนายทหารผู้น้อยเสียงเรียบ

“ไปถึงเจ้าก็รู้เอง” เขาจะตอบอันใดได้ในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่อาจเดาใจแม่ทัพหนุ่มได้ เดินตามกันมาไม่นานในที่สุดก็ถึงกระโจมใหญ่

“ท่านแม่ทัพเยว่หลินมาแล้วขอรับ” โจวต้ายืนนิ่งรายงานเสียงไม่ดังไม่เบาแต่เพียงพอให้ด้านในได้ยิน ไร้เสียงตอบกลับหมายความว่าอย่างไรกัน โจวต้าชั่งใจคิดจะพูดอีกหนแต่ได้ยินเสียงแม่ทัพหลงจวินเสียก่อน

“ไม่มีสิ่งใดแล้วหัวหน้าโจวเจ้าไปเถิด”

“หากแม่ทัพยังไม่สะดวก เช่นนั้นข้าน้อยขอ...” เยว่หลินคิดจะหลบเลี่ยงไปก่อน แต่ไหนเลยจะรอดพ้นสายตาเขาไปได้ น้ำเสียงราบเรียบทรงพลังพาร่างเล็กชะงักงัน

“ข้าบอกหัวหน้าโจว หรือเจ้าก็แซ่โจว” ดูเหมือนแม่ทัพจะมีเรื่องให้พูดคุยกับทหารหนุ่ม โจวต้ารีบค้อมตัวแล้วจากไปโดยเร็ว อย่ารอให้ถูกไล่จะดีกว่า

“ข้าน้อยคิดว่าแม่ทัพคงยังไม่สะดวก”

“หากไม่สะดวกข้าจะให้โจวต้าเรียกเจ้ามาทำไม เข้ามา” เห็นทีวันนี้นางคงหนีไม่พ้นแล้ว ร่างเล็กสูดลมหายใจรวบรวมความกล้าเล็กน้อยพร้อมกับแหวกม่านกระโจมเข้าไปข้างใน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   52

    52คนทั้งจวนหลงต่างรีบพากันมารับราชโองการจากวังหลวง ทุกชีวิตคุกเข่าอยู่กลางลานใหญ่ รอฟังราชโองการที่หลิวกงกงเชิญมา“จิ้งอันโหวรับราชโองการ เนื่องด้วยจิ้งอันโหวมีความชอบฐานจับกบฏ ซินเจ๋ออ๋องได้ เราขอมอบสมรสพระราชทานให้แก่จิ้งอันโหวและเยว่เหมย บุตรสาวคนเดียวของป้อมตระกูลเยว่ จบราชโองการ”“ข้าน้อยจิ้งอันโหวน้อมรับราชโองการ” จิ้งอันโหวรับราชโองการไว้ในมือ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เขาไม่คิดเช่นกันว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้เขาและเยว่เหมยขณะที่ทั้งหมดกำลังจะลุกขึ้น หลิวกงกงก็หยิบราชโองการอีกอันมาถือเอาไว้ พร้อมประกาศเสียงดัง“เยว่หลินรับราชโองการ... เยว่หลินมีความชอบช่วยราษฎรให้พ้นภัยหิมะ และยังสามารถสังหารแม่ทัพซยงหนูช่วยด่านเฉิงซานพ้นภัย เราขอประกาศราชโองการ แต่งตั้งให้เยว่หลินเป็นเสียนจู่ ราชทินนามรุ่ยเสียนจู่และเป็นรองแม่ทัพแห่งค่ายเว่ยซาน เราหวังว่าเจ้าจะช่วยปกป้องดินแดนด้วยความสุขุม ป้องกันต้าหยางโดยไม่ประมาท สร้างสันติและความสงบ สืบทอดปณิธานดูแลราษฎรต้าหยางสืบไป จบราชโองการ”“ข้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   51

    51สองวันต่อมาเยว่หลินและเยว่เหมยพากันเข้าวังเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสองประสบพบเจอมา ส่วนซินเจ๋ออ๋องถูกขังอยู่ในคุกหลวง ถูกทรมานให้รับสารภาพแม้หลักฐานต่าง ๆ จะแน่นหนามากแล้วก็ตาม“เยว่เหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้เลย เช่นนั้นข้าจะเป็นฮ่องเต้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ไม่สู้สละบัลลังก์ไม่ดีกว่าหรือ” ฮ่องเต้อิงตี๋เองก็มีมุมประชดประชันเช่นนี้ด้วย เขากล่าวอย่างน้อยใจแม้แต่ฮองเฮาเองยังขบขัน ทั้งเยว่เหมยและกู้จวินในตอนนั้นล้วนแยกย้ายกันเติบโตไปแล้วในตอนนี้หลงเหลือเพียงสายสัมพันธ์พี่น้องเท่านั้น...“อย่าประชดประชันไปเลยเพคะ ที่หม่อมฉันไม่บอกก็เพราะกลัวเยว่หลินจะเป็นอันตราย เราอยู่ในที่แจ้งคนผู้นั้นอยู่ในที่มืด หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงได้อย่างไร”“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” เยว่หลินเองก็เล่าทุกเรื่องที่ตนประสบให้ฮ่องเต้อิงตี๋ฟังเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร แทนที่พระอ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   50

    50เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตจิ้งอันโหวเอาไว้ และเพราะนางไม่มีที่ไปเขาจึงได้พานางกลับมายังจวนหลง พอนางมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขารู้จักนางมากขึ้นสุดท้ายก็หลงรักนาง เขาต้องการให้นางอยู่ด้วยตลอดไปทว่าเยว่เหมยกลับมีความต้องการที่เขาไม่สามารถให้นางได้ยามนี้ได้รู้ว่านางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นนางในดวงใจของฮ่องเต้มีหรือเขาจะสามารถแข่งขันด้วยได้“เรื่องลงโทษข้าจะจัดการให้เจ้าสองแม่ลูกอย่างแน่นอน พวกเจ้าสองแม่ลูกเพิ่งได้เจอกัน พักในวังดีหรือไม่จะได้อยู่พูดคุยกันก่อน” ฮ่องเต้ทรงเสนอด้วยความตื่นเต้น คิดถึงนางมาตลอดสิบเจ็ดปีบัดนี้นางอยู่ตรงหน้าจะให้เขาทำใจแข็งได้อย่างไร ฮองเฮาอมยิ้มแล้วลุกเดินมายืนข้างกายสวามีตนพร้อมเอ่ยเย้าด้วยเสียงเบา“พระองค์ไม่เห็นหรือเพคะว่าทั้งเยว่เหมยและเยว่หลินต่างมีผู้ที่รอนางอยู่แล้ว” ได้ยินคำพูดนี้จากฮองเฮา ฮ่องเต้อิงตี๋ต้องรีบเหลียวกลับมามองบุรุษอีกสองคนในโถง ก่อนนี้เขาหลงดีใจจนลืมไปว่าเยว่เหมยมากับจิ้งอันโหว ส่วนเยว่หลินมาแม่ทัพใหญ่หลง ตระกูลหลงอีกแล้ว...“เช่นน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   49

    49“ไม่เพียงแต่สมคบศัตรูเท่านั้น ซินเจ๋องอ๋องยังวางแผนฆ่าล้างป้อมตระกูลเยว่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่จิ้งอันโหวกล่าวถึงเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นัยน์ตากรุ่นโกรธของฮ่องเต้เมื่อครู่ก็วาววับขึ้นมา ราวกับเขาโกรธเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากกว่าเรื่องที่ซินเจ๋ออ๋องวางแผนก่อกบฏ เสียอีก“เรื่องนี้เป็นเช่นไร จิ้งอันโหวเจ้ารีบพูดต่อสิ”“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ เถอะเพคะ” ฮ่องเต้รีบถามต่ออย่างเร่งร้อนจนฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮองเฮารู้ดีว่าสวามีของตนเสียใจกับเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากเพียงใด แม้พระนางจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮามานาน แต่พระนางรู้ดีว่ายังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่ครองใจพระองค์มานานกว่านาง“ป้อมตระกูลเยว่มีกฎว่าต้องเป็นบุตรชายจึงจะสามารถสืบทอดวิชาลับได้ เช่นนี้ซินเจ๋ออ๋องจึงวางแผนให้ได้แต่งงานกับแม่นางเยว่เหมย เพื่อหวังให้นางให้กำเนิดบุตรชาย ทว่าเมื่อแม่นางเยว่ให้กำเนิดบุตรสาวจึงไม่สามารถสืบทอดวิชาลับได้ ซินเจ๋ออ๋องจึงจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัดตระกูลเยว่แย่งชิงวิชาลับ แม

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   48

    48“ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” สิ้นเสียงของขันทีพิธีการผู้คนทั้งโถงรีบลุกมายืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จผ่านก็พากันคุกเข่าก้มศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อม กษัตริย์อิงตี๋เหลือบเห็นจิ้งอันโหวก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ ก่อนจะเดินไปยังที่ประทับของตนเอง พลางสั่งให้ลุกขึ้นแล้วกลับที่นั่ง เริ่มงานเลี้ยงสารทฤดูขึ้นทันที“ท่านพ่อ ท่านเตรียมครบแล้วหรือไม่” หลงจวินกล่าวกับจิ้งอันโหวขณะขยับตะเกียบคีบอาหารให้เยว่หลิน แม้จะหนักใจทว่านางกลับไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ร่างกายอยากปฏิเสธเพื่อไม่ให้เขาต้องถูกครหาว่าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่หัวใจนางกลับยินดีรับทุกสิ่งที่เขามอบให้อย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น“เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่”“...” หลงจวินพยักหน้าแล้วหันไปมองกษัตริย์อิงตี๋ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งกษัตริย์อิงตี๋ก็เบือนสายตาไปยังขุนนางของตนเอง ทั้งยังเป็นคนฝั่งตระกูลฮองเฮาอีกด้วย“กราบทูลฝ่าบาท” เสียงอึกทึกก่อนนี้เงียบลงเมื่อขุนนางผู้หนึ่งปรี่เข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้า ทุกสายตาในท้องพระโรงยามนี้จับ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   47

    47เยว่หลินมาถึงหมิงหยางก่อนฉลองวันสารทฤดูเพียงสี่วัน แต่แม่ทัพกลับให้นางพักที่โรงเตี้ยมโดยมีมู่ฉีคอยระวังอยู่รอบตัว แม้จะอยู่รอบ ๆ ตัวนางทว่าเขากลับไม่ปรากฏกายให้นางเห็นเลย สักวันที่นางไม่จำเป็นต้องมีความลับกับผู้ใดอีก นางจะต้องถามเหตุผลจากเขาให้ได้“นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่าน” เยว่หลินรับกล่องอาภรณ์มาจากมือของมู่ฉี เดิมคิดจะถามเขาว่าเหตุใดต้องให้อาภรณ์แก่นางแต่พอนึกดี ๆ แล้วจึงเข้าใจได้ว่าคืนนี้ทุกคนต้องเข้าวัง หากแต่งกายไม่เหมาะสมก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติแก่เชื้อพระวงศ์แม่ทัพหลงจวินเองก็คงคิดเหมือนนางไม่อย่างนั้นคงไม่เตรียมของไว้ให้นาง ช่างใส่ใจ...มือเล็กคว้ากล่องอาภรณ์มาถือเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือเปิดดูของในกล่องที่เขาผู้นั้นเตรียมให้ชุดบุรุษสีขาวสะอาด มองแล้วให้ความสบายตา ดูอบอุ่น อ่อนโยนให้ความรู้สึกน่าถนอมไม่น้อย ทั้งที่นางเป็นผู้ฝึกทหารแต่กลับได้รับชุดที่งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่เขาให้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชื่นชอบกับของสิ่งนี้อย่างปิดไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status