Masukซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้าย ในงานวันเกิดองค์หญิงหกกลับพบว่านอนกอดก่ายอยู่กับเว่ยเซียวหยาง แต่เขารังเกียจสตรี แต่งกับนางหรือฝันเฟื่องหรือไง นางจึงถูกไล่ไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวงถึงห้าสิบลี้ ****************** "อ๊ายย โอ๊ยเจ็บโอ๊ยเวรกรรมฉิบหายยังไม่ทันมีผัว ไม่ทันได้รู้รสชาติการป๊าบๆกับผู้ชายเลย ก็ต้องมาเบ่งลูก อื้อเจ็บ อ๊ะ อ๊ายยย" "คุณหนู ท่านเบ่งอีกนิด น้ำร้อนเตรียมแล้ว เย่วหลีกำลังไปเอาเจ้าค่ะ เหตุใดท่านอ๋องพระทัยร้ายนักฮือๆๆ" "พอแล้ว ไอ้อ๋องสุนัขนั่นสมควรไปตายซะ อ๊าย ข้าเจ็บจะตายเจ้าจะมารำพึงรำพันอะไรเย่วเล่อ ออกแล้วข้าคลอดแล้ว อ๊ะ อ๊ายยย" หลี่จื่อเหยียนคลอดบุตรชายของร่างเดิมออกมาหนึ่งคน จากนั้นนางก็เพลียจนหลับไป
Lihat lebih banyakMINTRA
ปึก! เสียงคนนั่งลงข้างๆทำฉันตกใจจนต้องหันไปมอง ก่อนหัวใจฉันจะเต้นแรงขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขาชื่อแมคน่ะ เป็นเพื่อนห้องเดียวกับฉัน และฉัน...ก็แอบชอบเขา ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก ฉันแอบชอบเพื่อนตัวเอง ชอบมาตั้งแต่ม.1 แล้ว จนตอนนี้ม.5 ฉันก็ยังไม่เลิกชอบเขาเลย มีแต่จะชอบมากขึ้น ยิ่งเขาชอบมานั่งด้วยเวลาเรียน มานั่งด้วยกันเวลากินข้าว แถมยังคอยมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ฉันก็ยิ่งหยุดชอบเขาไม่ได้ ใจฉันสั่นทุกทีที่ได้อยู่ใกล้เขา แต่ฉันก็ต้องพยายามเก็บอาการเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน แม้หลายอย่างที่เขาทำในบางครั้งมันจะทำให้ฉันเผลอคิดไปไกล แต่ฉันก็ต้องหักห้ามใจไว้ ในเมื่อก็อย่างที่บอก เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เขาเห็นฉันเป็นแค่เพื่อนคนนึงเท่านั้น “ระบายสีให้หน่อยดิ” เขาหยิบกระดาษร้อยปอนด์ขนาดเอสี่จากแฟ้มเขามาวางบนโต๊ะฉัน กระดาษร้อยปอนด์ที่วาดรูปไว้เสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบายสี และสิ่งที่เขาบอก ฉันไม่ได้แปลกใจหรอก เพราะตั้งแต่เรียนด้วยกันมา แมคชอบมาขอให้ฉันช่วยทำการบ้านเป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และใช่ ฉันก็ช่วยเขาทุกครั้ง ดูเหมือนฉันช่วยเพื่อนในทางผิดๆใช่มั้ย แต่จะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อฉันชอบเขา ชอบแต่แสดงออกอะไรไม่ได้ มันเลยทำได้แค่นี้ แค่คอยช่วยเหลือเขาในสิ่งที่พอจะทำได้ “อืม แต่วันนี้เราไม่ได้เอาสีมา” “ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปยืมไอ้เป้งก็ได้ รอแป๊บ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ไม่ร้อน ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเป้ง และฉันก็ไม่ได้แปลกใจอะไรกับการกระทำของเขาหรอก เพราะฉันเป็นเพื่อนกับเขามานาน ฉันรู้จักนิสัยเขาดี เขาเป็นคนไม่ค่อยซีเรียสกับอะไรเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่เครียดซะบ้าง บางทีจะสอบวันนี้พรุ่งนี้ เขาก็ยังนั่งเล่นเกมอยู่ได้สบายใจเฉิบ การบ้านก็เหมือนกัน ไม่เคยเลยที่จะทำเสร็จให้ทันก่อนวันส่ง ไม่รู้เขาเอาเวลาไปทำอะไรหมด เหมือนบางทีก็เป็นเรื่องไร้สาระนะ แต่ถึงจะรู้อย่างนี้แล้ว ฉันก็ยังช่วยเขาทำการบ้านอยู่ดี ไม่มีเลยสักครั้งที่ฉันจะปฏิเสธเขา กลับดีใจซะอีก ที่เขาเอาการบ้านมาให้ช่วยทำ เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาพอจะเห็นฉันสำคัญอยู่บ้าง แม้ฉันจะมีประโยชน์กับเขาแค่เรื่องเรียนกับเรื่องการบ้านก็ตามที “ได้มาละ” เขากลับมาพร้อมกล่องสี ก่อนจะวางมันลงใกล้ๆกับกระดาษร้อยปอนด์ “งั้นเดี๋ยวมานะ ลงไปเตะบอลแป๊บ” เขาบอกแล้วเดินไปหากลุ่มเพื่อนเขา ก่อนพวกเขาจะพากันเดินออกจากห้องเรียนไป ส่วนฉัน ก็ก้มหน้าก้มตาระบายสีไปตามระเบียบ ถึงจะดูเหมือนโดนเขาเอาเปรียบ และเขาก็เหมือนจะเห็นฉันมีประโยชน์กับเขาแค่เรื่องนี้ แต่ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหนกัน ยังไงฉันก็รักเขา ไม่ว่าเขาจะดีจะเลวหรือจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอแค่เป็นเขา ยังไงฉันก็รัก และตราบใดที่ยังเลิกรักเขาไม่ได้ ฉันก็ยังคงเต็มใจทำสิ่งต่างๆให้เขาอยู่อย่างนี้จนกว่าจะถึงวันที่เราต้องแยกย้ายกันไป เอ่อ ฉันหมายถึงตอนเรียนจบม.6 น่ะ พอเรียนจบ ต่างคนก็ต่างต้องแยกย้ายใช่มั้ย และฉันกับเขาก็อาจจะได้อยู่คนละมหาลัยกัน แล้วฉัน เอ่อ ฉันก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันนะ กลัวว่าถ้าวันนั้นมาถึง วันที่ฉันไม่ได้ใกล้ชิดกับเขา ไม่ได้เห็นหน้าเขาทุกวันอย่างตอนนี้ แล้วชีวิตฉันจะเป็นยังไง MINTRA END MAX “ไปเว้ยพวกมึง” ผมเดินมาบอกเพื่อนผม หลังจากเดินห่างออกมาจากโต๊ะของมิน เอ่อ... มินคือใครอ่ะเหรอ ชื่อจริงเธอชื่อมินตราน่ะครับ เธอเป็นเพื่อนผมเหมือนกัน เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.1 แถมเธอก็เป็นเพื่อนที่โคตรดี เวลาให้ช่วยอะไร เธอไม่เคยบ่นเลย อย่างเมื่อกี้ผมเอาการบ้านไปให้เธอช่วยระบายสี เธอก็ยอมช่วยแต่โดยดีเหมือนกับทุกๆครั้ง เพื่อนดีแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วบอกเลย แต่เพื่อนเลวที่ชอบใช้งานเธอแบบผม เอ่อ ถ้าให้ผมตอบแทนเธอ ผมคิดว่าเธอคงไม่อยากมีหรอก แต่ดันหลวมตัวคบไปแล้วไง เลยไม่มีทางเลือก เลยต้องคบต่อไป แล้วที่สำคัญ ผมเองก็เกาะเธอไม่ยอมปล่อยซะด้วยสิ ทีนี้คิดดูเอาเองแล้วกัน ว่าถึงเธอคิดจะสลัดผมจริงๆ แล้วผมจะยอมหลุดออกมามั้ย แต่ก็นะ เธอคงไม่ทำหรอก ก็อย่างที่บอกว่าเธอเป็นเพื่อนที่โคตรดี แล้วผมก็โคตรโชคดีเลยที่มีเธอเป็นเพื่อน โคตรโชคดีเลยที่ได้มีเธออยู่ข้างๆ อาจฟังดูเหมือนผมเห็นแก่ตัวใช่มั้ย ที่เอาเปรียบและคอยแต่จะพึ่งพาแต่เธอ คุณคิดถูกแล้วล่ะ ผมเห็นแก่ตัวจริงๆ แต่ถึงผมจะรู้ตัวว่าที่ผมทำอยู่มันเห็นแก่ตัวและโคตรชั่ว แต่ผมก็เลิกทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม “แล้วการบ้านมึงอ่ะไอ้สัส” เพื่อนผมมันถามกลับมา “กูให้มินช่วยทำละ” “ให้มินช่วยทำแล้ว!?” “อือ” “ไอ้สัส แม่งดีจังเลยเนอะ ใช้เพื่อนทำการบ้านให้ ส่วนตัวเองก็ไปเล่นเนี่ย” ไม่บอกก็รู้ใช่มั้ยว่าพวกมันด่าผม(ตรงๆ) แต่หน้าหนาๆอย่างผมหรือจะสน “เอาน่า เดี๋ยวค่อยซื้อหนมมาให้ยัยนั่นเป็นการตอบแทน ไปเหอะ รีบไปเตะบอลดีกว่า เดี๋ยวหมดคาบพักซะก่อน” ผมบอกแล้วเดินนำออกมา ส่วนเรื่องที่บอกพวกมันไป ผมไม่ได้พูดเล่นๆหรอก ผมตั้งใจจะไปซื้อขนมให้มินตราจริงๆ เป็นการตอบแทนเธอไง ถึงแม้มันจะเทียบไม่ได้กับการบ้านที่เธอช่วยทำให้ผมก็เหอะ MAX ENDหลี่ผิงอันมาส่งเหวินเมิ่งหรูกลับจวนเหวิน สวนทางกับขบวนของราชครูหยางที่มาสู่ขอเว่ยซูหนีว์ให้กับหยางตงหยาง ทั้งสี่คนหมั้นหมายจ้าวสาวของตนเองเรียบร้อยแล้ว เด็กสาวทั้งสี่ถูกเข้มงวดให้เรียนการเรือน และการปกครองเรือนเพราะอีกสองเดือนพวกเขาจะต้องแต่งงานแล้วทั้งสี่ตระกูลตกลงแต่งงานพร้อมกันวันเดียวกัน ทางด้านนักพรตทำนายฤกษ์ให้แล้วเรียบร้อย เว่ยเซียวหยางที่ปรับปรุงจวนนอกเมืองอยู่ก็กอดเมียรักที่ตามมาดูด้วย จวนกว้างกว่าพันหมู่จางจื่อเหยียนนำผลไม้มาลงปลูก ตามหาต้นชาชั้นดีบนภูเขามาปลูก ดอกไม่หลากหลายพันธุ์ เหมยกุ้ยสายพันธุ์เลื้อยบ่าวทำค่างให้เกาะเกี่ยวไปตามชอบรั้วยิ่งมองยิ่งงามมากนัก ด้านหลังสุดทำโรงเรือนเพราะอยู่ใกล้เชิงเขา เว่ยเซียวหยางตามใจพระชายาของตน นางเปิดโรงเรียนสอนเด็กๆมิได้ต้องการเงินทอง แต่เพื่อให้บิดามารดาเด็กเหล่านั้นได้ไปทำมาหากินสะดวกไม่ต้องกังวลเรื่องบุตร"เสี่ยวเหยียน..อยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่""ไม่เพคะ..เด็กๆเล่าไปเที่ยวเล่นบนเขายังไม่กลับมาอีกหรือ""ปล่อยพวกเขาเถอะ อีกสองเดือนก็แต่งงานกันแล้ว พวกเขาแปดคนคงรู้ตัวว่าต้องทำอย่างไร ว่าแต่เมียพี่เหนื่อยหรือไม่""ไม่เหนื่อยเพคะ กล่
ยามเฉินเหวินเมิ่งหรูตื่นมาล้างหน้าบ้วนปาก วันนี้นางมิต้องไปสำนักศึกษาท่านแม่บอกว่าจะมีเรื่องสำคัญให้นางอยู่บ้าน ทางด้านเหวินลี่ซินเองก็อยู่บ้านเช่นกัน สองคนพี่น้องได้แต่มองหน้ากันไปมา"ชิงชิงไปสืบมาหน่อยวันนี้ที่จวนมีเรื่องอันใด""คุณหนู..ท่านแม่คาดโทษท่านอยู่นะเจ้าคะ""หึ..ไม่สนใจหรอก อยู่ๆจะให้ข้าแต่งกับตาแก่ที่ไหนก็ไม่รู้ ข้าจะไปหาพี่เมิ่งหรู""เจ้าจะไปทำไมหรือ""ข้าจะหนีออกจากบ้าน หึ"เหวินลี่ซินชะงักเพราะเสียงที่ถามนางกลับมามิใช่เสียงของชิงชิง เหวินลี่ซินหันกลับไปก็เจอกับเว่ยจื่อห่าวยืนอยู่ ชิงชิงไปไหนแล้ว ดรุณีน้อยลุกขึ้นทันที นางไม่อยากมองหน้าคนใจร้ายคนนี้ เพราะเขามาฟ้องนางจึงถูกลงโทษคุกเข่าสามวัน ท่านแม่ยังให้สวดมนต์กินเจอีกเพื่อให้จิตใจสงบ หึ..สงบกับผีบรรพบุรุษน่ะสิ นางหิวจนแทบจะจับพี่สาวกินได้อยู่แล้ว เหวินลี่ซินเอ่ยอย่างไม่พอใจทันที"ท่านมาทำไมอาจารย์เว่ย""โอ้ว..สรรพนามเปลี่ยนไวจังลูกศิษย์ของข้า มิเรียกพี่จื่อห่าวแล้วหรือ""ไม่ล่ะ เราไม่ได้สนิทกันถึงเพียงนั้น"เว่ยจื่อห่าวอมยิ้มก่อนจะเดินมาหาคนตัวเล็กที่นั่งหน้างอแก้มป่องอยู่ เขานั่งลงข้างๆก่อนจะโอบไหล่บางมาหา บรรจงหอมแก้ม
ในห้องเหวินเมิ่งหรูนอนพลิกกายไปมา นางไม่อยากคิดถึงคนใจร้ายคนนั้นอีก หลี่ผิงอันคนใจดำเสียแรงที่นางทุ่มเทนางรักเขาแต่เขา ต่อไปอย่าหวัง แต่งงานกับเขาหรือไม่มีทางเสียหรอก นางจะไปให้เขายกเลิกการหมั้นหมายครั้งนี้"หึ..แต่งให้ท่านหรือไม่มีทาง ครั้งก่อนท่านผลักไสข้ามิใช่หรือ คนใจดำ"คนตัวเล็กข่มตาหลับไปแล้วแต่คนตัวโตยังไม่นอนเขากำลังคิดถึงเรื่องเมื่อสามเดือนก่อน ที่แม่ตัวดีก่อเรื่องขึ้นมาสามเดือนก่อนหน้าเหลาสุราเถาจิ่วจางเย่วหลีที่เปิดเหลาสุรากำลังนั่งนับเงินอยู่ วันนี้ต้องไปจัดการคิดบัญชีคำนวณส่วนแบ่งกับร้านย่อยต่างๆที่มารับสุราของนางไปขาย มีบางร้านเบี้ยวไม่จ่าย ร้านไหนกำไรน้อยนางให้ทยอย แต่ถ้าใครเบี้ยวนางก็ไม่เอาไว้เช่นกัน จางเย่วหลีเลี้ยงคนของตนเองไว้พอสมควรนางไม่ออยากใช้คนของสามี เหวินชางเป็นเจ้ากรมกลาโหม ทุกก้าวต้องระมัดระวัง นางไม่อยากให้พวกหัวเก่าเอาเรื่องเหล่านี้ไปหาเรื่องสามีในท้องพระโรงได้ เจ้าตัวดีเหวินเมิ่งหรูวันนี้ไม่ไปเรียนหนังสือ ขอนอนอยู่ที่จวนแต่ตกบ่ายกลับมาเสนอหน้าที่ร้านน่าตียิ่งนักหลี่ผิงอันพาลูกน้องที่ทำผลงานได้ดีครั้งที่แล้วปราบปรามพวกโจรขโมยเด็กและค้ามนุษย์ได้ยกกลุ่
เด็กทั้งสี่คนถูกลงโทษให้คุกเข่าที่หอบรรพบุรุษของแต่ละจวนเป็นเวลาสามวัน จากนั้นพวกนางต้องคัดกฎสกุลของตนเอง เหวินชางที่กำลังกลับมาจากไปทำงานให้ฝ่าบาทมาถึงเมืองหลวงก็นั่งที่โรงน้ำชา เขาสวมหมวกฟางเอาไว้ยังไม่ได้ถอดออกมาเสี่ยวเอ้อรีบมารับหน้าก่อนจะถามเขาว่ารับสิ่งใด เขาสั่งน้ำชาหนึ่งกาพร้อมกับอาหารสามสี่จาน แม้จะคิดถึงจางเย่วหลีกับบุตรสาวและบุตรชายแต่ลูกน้องยังไม่ได้กินข้าวจำต้องหยุดรั้งที่ร้านอาหาร กระทั่งมีบางอย่างเข้าหูเขา"นี่เจ้ารู้ไหม..ผู้ตรวจการหลี่สามวันก่อนอุ้มสตรีงดงามออกมาจากตรอกหลังตลาดด้วยล่ะ""หา..ได้ยินว่าที่บ้านเขาไร้สาวใช้ข้ายังนึกว่าเขาจะชอบบุรุษด้วยกันเสียอีก""ได้ยินว่าสตรีคนนั้นอ่อนระโหยโรยแรงจนเดินไม่ไหว ไม่รู้เข้าไปทำอันใดในตรอกแห่งนั้นกัน ฮ่าๆๆๆ""ชู่..จุ๊ๆๆ...อย่าเสียงดังไป สตรีที่ใต้เท้าหลี่อุ้มออกมาคือคุณหนูเหวินบุตรสาวคนโตเจ้ากรมกลาโหมเหวินชาง คุณหนูเหวินเมิ่งหรูน่ะ""ห๊า..จุ๊ๆๆ เช่นนั้นอาจไม่มีอะไรพวกเขาเป็นน้าหลานกัน""น้าหลานอันใด พวกเขาไม่มีสัมพันธ์ทางสายเลือดสักหน่อย""ฺฮ่าๆๆ เรื่องนี้คนซุบซิบกันทั่วเมืองหลวง เกรงว่าคุณหนูเหวินคนนั้นคงได้แต่แต่งกับชายแก่หร
ทางด้านซ่งจื่อเหยียนที่หยุดพักค้างคืนที่ฮวากู่เพราะบุตรชายไม่สบายกำลังศึกษาแผนที่การเดินทางไปเมืองจ้านกั๋ว จากเมืองกู่ไปจ้านกั๋วน่าจะใช้เวลาเดือนครึ่งเกือบสองเดือนเพราะนางมีลูกอ่อน เย่วเล่อมาเคาะประตูเรียกนางจึงเก็บจดหมายและตั๋วเงินเอาไว้ ก่อนจะไปเปิดประตูให้“พี่ใหญ่ท่านยังไม่นอนหรือ”“คุณหนู เอ่อ
หลังจากที่ซ่งจื่อเหยียนไปแล้วเว่ยเซียวหยางก็กลับมาถึงจวนปลายยามอู่ เขาไม่เห็นนางกับสาวใช้จึงคิดว่าพ่อบ้านมารับนางไปแล้ว ส่วนเหวินเปียวได้แต่แอบคิดถึงร่างนุ่มนิ่มที่นอนกอดมาตลอดทั้งคืนหากเสร็จเรื่องเขาจะไปอี้โจว เว่ยเซียวหยางเรียกหาเหวินชางมาพูดคุยเพียงลำพัง"นางว่าอย่างไรบ้าง""มิได้เอ่ยอันใดพ่ะย่ะ
เขานอนไม่หลับมานานแล้ว เนื่องจากวรยุทธที่เขาฝึกฝนทำให้เขากลายเป็นคนนอนยาก บางวันสามคืนไม่หลับก็มี แต่เมื่อคืนเขาหลับสนิท เป็นเพราะนางหรือเพราะห้องนี้กันแน่ที่ทำให้เขานอนหลับได้สนิทในรอบหลายปี นางไม่อยู่เขาจะนอนห้องนี้บางทีสาเหตุการที่เขานอนหลับอาจมาจากห้องนี้ก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นเขาจะขอท่านอ๋องย้าย
เมื่อพูดคุยกันไปก็ดื่มกันไปจนกระทั่งยามจื่อจึงพากันแยกย้าย เหวินชางแวะมาหาซ่งจื่อเหยียนก่อนเข้านอน เขาเคาะประตูก่อนจะเอ่ยเรียก ก๊อก ก๊อก ก๊อก"คุณหนูใหญ่ข้าน้อยเหวินชางขอรับ""ใต้เท้าเหวินมีเรื่องอันใดหรือ นี่ดึกมากแล้ว""ท่านอ๋องฝากของเอาไว้ให้ท่าน ข้าน้อยเกรงว่าพรุ่งนี้อาจจะยุ่งจนลืมน่ะขอรับ"ซ่ง












Ulasan-ulasanLebih banyak