Share

8

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-29 11:26:23

8

ศาลาว่าการอำเภออู๋เยี่ย

ผู้ตรวจการลับจากเมืองหลวงมาถึงอู๋เยี่ยตั้งแต่เช้า เมื่อได้สติแม่ทัพหลงจวินจึงให้จางผิงส่งจดหมายถึงผู้ตรวจการลับให้มาตัดสินคดีที่ศาลาว่าการ

คนของนายอำเภอล่ายอี้ที่ล้อมหอเฟิงเยี่ยถูกจับกุมไว้ทั้งหมด หลักฐานสำคัญมู่ฉีก็ขโมยจากห้องเก็บของนายอำเภอแถบชานเมืองแล้ว สตรีเมื่อคืนก็ถูกขังไว้ในคุก รอเพียงการไต่สวนจากแม่ทัพหลงจวินเท่านั้น

เขาจะตัดสินคดีนี้เองก็ทำได้เพียงแต่หากกราบทูล คงมีคนไม่น้อยหาทางโจมตีเขาด้วยเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการเชิญผู้ตรวจการมาร่วมพิจารณาคดีนี้ด้วย ภายหลังยังมีแผนการรองรับ

“ล่ายอี้เจ้ามีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง ใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง ใช้อำนาจข่มเหงประชา ใส่ร้ายขุนนางในราชสำนัก เพียงโทษยักยอกเสบียงหลวงก็เพียงพอให้ตัดหัวของเจ้าแล้วรู้หรือไม่ ทุกสิ่งที่เจ้ากระทำต่อให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ไม่ถือว่ามากไป” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน พูดจบก็ลุกจากตำแหน่งของผู้ตัดสินโทษประจำศาลาว่าการ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้านักโทษล่ายอี้ กดสายตามองบุรุษที่ถูกโซ่ตรวนล่ามทั้งข้อมือและข้อเท้า

“แน่นอนว่าเจ้าไม่มีทางกล้าเอ่ยถึงผู้อยู่เบื้องหลังเพราะเกรงในอำนาจ เกรงว่าครอบครัวจะเดือดร้อน แต่เจ้าควรรู้ไว้ว่าความผิดของเจ้าคือโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร ไม่ว่าจะบุตรชาย บุตรสาว หลานชาย หลานสาว มารดาหรือคนใช้ในจวนล้วนต้องถูกประหารพร้อมเจ้าในวันนี้ แต่หากเจ้ายอมพูดผู้ต้องโทษจะมีเพียงเจ้าเท่านั้น เลือกเอาเถิดว่าจะควรทำเช่นไร” ไม่รอให้ล่ายอี้เปิดปาก ร่างสูงในชุดผ้าไหมชั้นดีก็เดินกลับไปนั่งที่ตำแหน่งเดิม หยิบไม้ปลุกสติบนโต๊ะมาถือเอาไว้ เขากำลังจะตัดสินโทษอย่างเป็นทางการ

หากล่ายอี้ไม่ยอมพูดก่อนตัดสินตระกูลล่ายก็ไม่มีโอกาสรอดชีวิตอีกแล้ว

แม่ทัพหลงจวินช่างเยือกเย็น เฉยชาไร้เมตตา ดังที่ผู้คนร่ำลือ เขาไม่หยุดคิดหรือให้โอกาสล่ายอี้แม้แต่น้อย มีเพียงอดีตนายอำเภอที่ร้อนรนคิดไม่ตกกับคำพูดแม่ทัพหนุ่ม

“เดี๋ยว ข้าพูดแล้ว” ชั่วขณะก่อนไม้ปลุกสติจะถูกเคาะลงบนโต๊ะล่ายอี้ก็ร้องห้ามขึ้นมา ชายหนุ่มยั้งมือจ้องใบหน้าซีดเซียวของบุรุษวัยกลางคนตรงหน้านิ่ง ๆ ไม่เอ่ยถาม ไม่คาดคั้น ปล่อยให้อีกฝ่ายร้อนรนไปเอง นี่แหละวิธีการของบุรุษผู้เยือกเย็น

“เป็นฉางจื่อหราน” ฉางจื่อหรานขุนนางฝ่ายบู๊ตำแหน่งไม่เล็กไม่ใหญ่ในราชสำนัก เพราะไม่โดดเด่นสะดุดตาผู้ใดเมื่อทำการลับหลังจึงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

“ใส่ร้ายขุนนางราชสำนักมีโทษเพิ่มรู้หรือไม่” แม้ไม่ได้ถามถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง แต่ล่ายอี้รู้ดีว่าคำพูดของแม่ทัพค่ายเว่ยซานผู้นี้หมายถึงสิ่งใด หากไม่มีหลักฐานคำกล่าวเมื่อครู่ล้วนเป็นเพียงแผนการป้ายสี และข้อตกลงเว้นโทษตายของสกุลล่ายก็จบลงด้วย

“ท่านแม่ทัพโปรดรอเชื่อข้า ข้ามีหลักฐานว่าเป็นฉางจื่อหราน หากท่านยอมปล่อยคนในตระกูลข้า ข้าจะยอมบอกที่ซ่อนหลักฐานนั้น”

“เจ้าไม่มีอำนาจใดที่จะต่อรองได้ ตัวข้าแม้จะรอได้อีกหน่อยแต่ครอบครัวเจ้าในคุกศาลาว่าการนั้นไม่แน่” ล่ายอี้เหงื่อซึมบนฝ่ามือหนาชุ่มไปหมด ทั้งที่แม่ทัพหลงไม่ได้กล่าวมากมายแต่ตัวเขากลับรู้สึกกดดัน อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ท่าทางของเขาสบายมากเท่าใดล่ายอี้ก็ยิ่งร้อนรนมากเท่านั้น เพราะยามนี้ในหัวเขาคิดถึงคนในตระกูลซึ่งถูกคุมขังไว้ในคุกใต้ดิน ผู้ใดจะรู้ดีไปกว่าเขาว่าคุกใต้ดินของศาลาว่าการคับแคบ มืดครึ้ม และลำบากอย่างไร

“จดหมายติดต่อเหล่านั้นถูกซ้อนอยู่ใต้ดินของกระถางดอกเบญจมาศ ข้างโต๊ะเขียนหนังสือในห้องตำรา” น้ำเสียงที่กล่าวแผ่วเบาราวกับปลงตก เขาไม่มีสิ่งใดใช้ต่อรองร้องขอชีวิตได้เลย มีเพียงขอความเมตตาจากชายหนุ่มแสนเย็นชาตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ล้วนแต่ต้องหาทางรอดให้ตนเองไว้ เผื่อวันหนึ่งเกิดเหตุอันใดขึ้นยังมีหลักประกันต่อชีวิต

หลงจวินก็คิดได้จึงกดดันให้ล่ายอี้นำออกมา เขารู้ดีว่าคนชั่วไม่มีทางเชื่อใจกันได้สนิท ชายหนุ่มสืบจนรู้แน่แก่ใจว่าหลักฐานอยู่ในจวนหลง แต่หากเขาหาด้วยตนเองคนทั้งจวนล่ายจะไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้

มีทางเดียวคือบีบให้ล่ายอี้ส่งมอบเพื่อรักษาชีวิตคนสกุลล่าย...

แม่ทัพหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ องครักษ์คนสนิทรีบปรี่ออกไป เคราะห์ดีตระกูลล่ายได้รับพระราชทานเรือนซึ่งอยู่ไม่ไกล เพียงออกประตูหลังศาลาว่าการ เดินตรงไปหนึ่งช่วงถนนก็จะเป็นจวนหลังใหญ่ ป้ายชื่อจวนถูกปลดไปแล้ว เหลือไว้เพียงสีจาง ๆ หลังป้ายที่ไม่เคยโดนแสงแดดส่อง

ไม่นานจางผิงก็กลับมาพร้อมกล่องไม้กลางเก่ากลางใหม่ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ด้านในมีจดหมายอยู่หลายฉบับ ลายมือบนจดหมายล้วนแต่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

“หลักฐานครบถ้วน ความผิดชัดเจน ล่ายอี้อดีตนายอำเภอเมืองอู๋เยี่ยมีความผิดยักยอกเสบียงหลวง ใช้อำนาจรังแกประชา ซื้อขายตำแหน่ง ความผิดคือประหาร คนตระกูลล่ายได้รับการยกเว้นโทษตาย แต่โทษเป็นไม่อาจหลีกหนี บุรุษอายุมากกว่าสิบถูกเนรเทศ สตรีถูกขับออกจากจวน” หลังตรวจหลักฐานเรียบร้อยจึงประกาศความผิดทั้งหมด เขาทำตามที่พูดไว้ชีวิตคนสกุลล่ายทั้งหกสิบคน แม้จดหมายจะไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าคนผู้นั้นอยู่เบื้องหลัง

ทว่าสามารถกำจัดกำลังส่วนหนึ่งของเขาลงไปได้ นั่นก็นับว่าดีแล้ว เมื่อไม่มีอู่ข้าวอู่น้ำอย่างนายอำเภอล่ายอี้ ทหารที่ซ่องสุมย่อมต้องลำบากไม่น้อย ในเวลาอันใกล้นี้คงไม่มีทางทำการใหญ่ได้

“ท่านแม่ทัพ จะร่วมประหารด้วยหรือไม่” จางผิงเดินเข้ามาถามหลังจากการไต่สวนเสร็จสิ้น ผู้ตรวจการเองก็ขอตัวกลับไปเรือนพักเพื่อควบคุมการประหารในวันพรุ่งนี้ นอกจากควบคุมการประหารยังต้องอยู่รอจนมีการแต่งตั้งนายอำเภอคนใหม่เสียก่อน

“ไม่จำเป็น ทางนี้มีผู้ตรวจการข้าเป็นเพียงทหาร อยู่หรือไม่ไม่ได้สำคัญอันใด หน้าที่ข้าในเมืองอู๋เยี่ยจบแล้ว” หน้าที่เขาคือการกำจัดแหล่งอาหารของทัพทหารลับเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ควบคุมดูแลเมือง อีกทั้งยังมีหน้าที่คุมทหารกลับค่ายเว่ยซานอยู่

“ข้าจะไปเตรียมม้า” ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปพูดคุยกับคนของผู้ตรวจการลับ ครู่หนึ่งจึงเดินตามจางผิงไปยังม้าตัวอ้วนพ่วงพีขนสีดำสนิท

ระหว่างควบม้ากลับค่ายได้อยู่กับความคิดตนเองจึงมีเวลาคิดว่าเมื่อคืนมีสิ่งใดเกิดขึ้น ก่อนนี้เขาตื่นขึ้นมาในห้องพักชั้นสามของหอเฟิงเยี่ยโดยมีเฉินเฟยเฝ้าอยู่พร้อมกับบัญชีที่อุตส่าห์ไปขโมยมา

เขาไม่คิดว่าตนเองจะทนพิษจากยาปลุกกำหนัดเมื่อคืนจึงได้คำตอบว่า เยว่หลินให้จางผิงพานางมาช่วยแต่จะช่วยอย่างไรนั้นไม่มีผู้ใดรู้ เพราะจางผิงเองก็ออกไปล่อทหารของล่ายอี้ ส่วนมู่ฉีก็ไปสอบถามข่าวให้แม่ทัพอยู่กับผู้ดูแล ภายในห้องมีเพียงเขาและนาง

เขากังวลใจไม่น้อยว่าตนเองจะสร้างความลำบากให้แก่นาง แต่ปลีกตัวออกจากหน้าที่ไม่ได้จึงให้เฉินเฟยไปส่งนางกลับค่าย ส่วนตนเองก็รีบจัดการเรื่องราวล่ายอี้ให้เสร็จเพื่อกลับไปถามเรื่องบนหอเฟิงเยี่ย

องครักษ์ข้างกายทั้งสองเห็นท่าทีของแม่ทัพแล้วยิ่งแปลกใจ ท่าทีรีบร้อนคล้ายมีเรื่องเร่งด่วนคอขาดบาดตาย เฉินเฟยหลังส่งเยว่หลินเสร็จก็รีบควบม้ากลับทว่ายังช้ากว่า จำใจต้องควบม้ากลับโดยไม่มีโอกาสเอ่ยถามสิ่งใด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   8

    8ศาลาว่าการอำเภออู๋เยี่ยผู้ตรวจการลับจากเมืองหลวงมาถึงอู๋เยี่ยตั้งแต่เช้า เมื่อได้สติแม่ทัพหลงจวินจึงให้จางผิงส่งจดหมายถึงผู้ตรวจการลับให้มาตัดสินคดีที่ศาลาว่าการคนของนายอำเภอล่ายอี้ที่ล้อมหอเฟิงเยี่ยถูกจับกุมไว้ทั้งหมด หลักฐานสำคัญมู่ฉีก็ขโมยจากห้องเก็บของนายอำเภอแถบชานเมืองแล้ว สตรีเมื่อคืนก็ถูกขังไว้ในคุก รอเพียงการไต่สวนจากแม่ทัพหลงจวินเท่านั้นเขาจะตัดสินคดีนี้เองก็ทำได้เพียงแต่หากกราบทูล คงมีคนไม่น้อยหาทางโจมตีเขาด้วยเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการเชิญผู้ตรวจการมาร่วมพิจารณาคดีนี้ด้วย ภายหลังยังมีแผนการรองรับ“ล่ายอี้เจ้ามีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง ใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง ใช้อำนาจข่มเหงประชา ใส่ร้ายขุนนางในราชสำนัก เพียงโทษยักยอกเสบียงหลวงก็เพียงพอให้ตัดหัวของเจ้าแล้วรู้หรือไม่ ทุกสิ่งที่เจ้ากระทำต่อให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ไม่ถือว่ามากไป” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน พูดจบก็ลุกจากตำแหน่งของผู้ตัดสินโทษประจำศาลาว่าการ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   7

    7หลังโรงเตี้ยมท้ายตรอกเยว่หลินมาถึงก่อนผู้อื่นในอาภรณ์สตรีจากหอเฟิงเยี่ย นางสวมชุดของสตรีจึงหลบออกมาอย่างง่ายดาย ทั้งหมดแยกกันหนีเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจแล้วนัดมาพบกันที่นี่“เหตุใดจึงมาช้านัก คงไม่ได้เกิดสิ่งใดกระมัง” เจ้าของเสียงหวานพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ขณะนั่งเฝ้าม้าของแม่ทัพหนุ่มนางมาถึงก่อนจึงถือโอกาสเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษตัวเดิม“เจ้ามาทำสิ่งใดที่ม้าของผู้อื่น” หญิงสาวตกใจจึงโยนหญ้าแห้งในมือทิ้ง ชูสองมือแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดแปลก ๆ กับม้า คนพูดเห็นท่าทางตกใจราวสตรีของเขาก็หัวเราะออกมา“ตกใจราวสตรี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขบขันพลางเอนหลังพิงเสาไม้ของโรงฝากม้ามู่ฉีไม่ชอบคบค้ากับผู้อื่นเพราะมักถูกชมหน้าตาที่โดดเด่น จึงทำตัวลึกลับไม่ติดต่อผู้คนมากนัก ทว่าเมื่อเห็นเยว่หลินในอาภรณ์บุรุษแต่ยังไม่ได้ทาผิวด้วยน้ำดินน้ำโคลนก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมานางมีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรก ใบหน้าก็งดงามไม่ต่างจากสตรี ทำให้เขาสนใจไม่น้อย

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   6

    6มีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวถูกชักออกมา ก่อนจะปักลงอย่างแม่นยำกลางฝ่ามือใหญ่ ชั่วขณะหนึ่งตอนมีสติเขาคิดใช้ความรู้สึกเจ็บปวดบรรเทาพิษจากกำยานปลุกกำหนัด“ไม่ได้ผลหรอกเจ้าค่ะคุณชาย มิสู้ชมเชยเรือนร่างข้าเพื่อบรรเทาพิษดีกว่าหรือ” นางกล่าวเชิญชวน เขากำลังจะหมดสติรับรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีแล้วจริง ๆเฉินเฟยข้าให้เจ้าไปขโมยบัญชีต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลยหรือชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะเอนกายลงบนพื้นตามที่ถูกการกระทำของสตรีตรงหน้าชักนำ นางตามมาคร่อมทับร่างกายสูงใหญ่อย่างเชี่ยวชำนาญ ก้มหน้าหมายจะจุมพิตดับสำนึกดีของเขาให้หมดสิ้น“ไร้ยางอาย” สิ้นเสียงเล็กร่างหญิงสาวผู้นั้นล้มลง หากไม่ถูกดึงคงล้มทับร่างของแม่ทัพหนุ่มไปแล้ว คนตีนางปัดมือแรง ๆ เหมือนกำจัดสิ่งสกปรก ก่อนจะข้ามร่างสตรีบนพื้นไปหาบุรุษที่ไม่รู้สติ“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เยว่หลินประคองเขาขึ้นมาพร้อมกับตีแก้มเขาเพื่อเรียกสติแผ่วเบา“ท่านแม่ทัพได้ยินหรือไม่” จางผิงถามด้วยความเป็นห่วง หากมาไม่ทันไม่รู้ว่าป่านนี้แม่ทัพของเขาจะถูกข่มเหงอย่างไร เคราะห์ดีที่เยว่หลินยืนกรานหนักแน่นแม้ไม่มั่นใจแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับท่าทางมั่นอกมั่นใจร

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   5

    5ฟ้าสางขบวนทหารออกเดินทางเข้าสู่เมืองอู๋เยี่ย พ้นเขตภูเขาอู่หลิงเป็นที่ราบหินจึงไม่เฉอะแฉะหลังฝนตก นับว่าเหมาะแก่การตั้งค่าย ค่ายชั่วคราวถูกตั้งขึ้นโดยใช้เวลาไม่นาน และยังวางทหารลาดตระเวนไว้มากเพื่อคอยดูความปลอดภัยรอบค่ายนอกจากนี้ยังส่งทหารสอดแนมไปตรวจดูความเรียบร้อยของเส้นทางล่วงหน้า“ท่านแม่ทัพ เส้นทางข้างหน้าถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม กว่าน้ำจะลดคงใช้เวลาอีกสองถึงสามวัน” โจวต้าเป็นหัวหน้า เมื่อทหารสอดแนมกลับมาแจ้งข่าวแก่หัวหน้าตน เช่นนี้จึงเป็นหน้าที่ของโจวต้ามารายงานต่อแม่ทัพของค่าย“พักที่นี่ก่อน พาทหารใหม่ฝึกเบื้องต้นไปก็แล้วกัน” ไม่คิดเลยว่าฝนที่ตกเพียงสองชั่วยามจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเช่นนี้ได้ นี่ก็นับว่าสวรรค์เข้าข้างเพราะเขาต้องทำการตรวจสอบที่ว่าการเมืองอู๋เยี่ย“ข้าจะอ่านรายงาน อย่าให้ผู้ใดมารบกวน ทุกอย่างในค่ายให้เจ้าตัดสินใจ” ชายหนุ่มกล่าวจบก็เข้ากระโจมตนเองไป ไม่รอให้โจวต้าเอ่ยทัดทานหรือสอบถามสิ่งใดอีก นี่เป็นโอกาสดีเขาจะออกไปสืบข่าวด้วยตนเองเครื่องแบบทหารถูกปลดออกเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ธรรมดาสีเขียวอ่อนไม่สะดุดตา แต่ก็ไม่ซอมซ่อจนเกินไป ตอนฟ้ายังไม่สางเขาให้มู่ฉีไปสืบข่าวที่ห

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   4

    4ครึ่งชั่วยามผ่านไปทหารทั้งค่ายพากันตั้งแถวออกจากบริเวณเชิงเขาอู่หลิง ทหารบางนายแม้ไม่แสดงออกแต่ภายในไม่พอใจแม่ทัพหลงจวินอยู่มาก การเดินทางทั้งวันทำให้เมื่อยล้าอยู่แล้ว ทว่ายังนอนไม่เพียงพอก็ถูกปลุกให้เดินทางต่ออีก ฝนก็ยังตกลงมาไม่หยุด สายฟ้าผ่าหนแล้วหนเล่าน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทั้งที่เป็นต้นเหมันต์ไม่ควรมีพายุหนักเช่นนี้“เจ้าว่าท่านแม่ทัพคิดสิ่งใดอยู่จึงเร่งให้เดินทางยามฝนตกเช่นนี้” เสี่ยวกวงเอ่ยถามเยว่หลินซึ่งขณะนี้เดินอยู่ข้างกัน“ท่านแม่ทัพคงกลัวว่าดินจะถล่มกระมัง” เสียงที่ถูกดัดให้ทุ้มต่ำกล่าวแผ่วเบาพลางส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้สหายใหม่“จะเป็นไปได้อย่างไร ฝนเพิ่งตกเพียงชั่วยามเดียวไหนเลยจะทำให้เกิดดินถล่มได้” ทหารหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้นหลังได้ฟังความคิดของสหายร่างบอบบางข้างน้องชายตนเอง เยว่หลินมิได้ตอบสิ่งใดออกไปเพียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายเห็นด้วยกับที่เสี่ยวหานกล่าวหลังออกเดินมาจากบริเวณเชิงเขาหนึ่งก้านธูปแม่ทัพก็สั่งให้หยุดพักเพื่อรอฟ้าสาง ทหารใหม่และทหารประจำกองทัพพากันพักผ่อนตามคำสั่ง กระโจมและข้าวของยังคงถูกเก็บไว้เนื่องจากใกล้เวลาฟ้าสางแล้วแม่ทัพจึงไม่ได้ให้ตั้งกระโจม“แย่แล้ว ๆ” ทหา

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   3

    3ท่ามกลางป่ารก กระโจมทหารมากมาย ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างคาดไม่ถึง ทว่าทั้งค่ายกลับมีเพียงนางที่ยืนอยู่นอกกระโจม สายอสนีฟาดฝ่าลงกลางผืนฟ้าดำสนิทดุจสีหมึก ก่อนเข้านอนดวงจันทร์ยังทอแสงนวลตา ครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้ากลางพายุเช่นนี้“มีผู้ใดอยู่หรือไม่” เยว่หลินตะโกนเรียกหลังเปิดเข้าไปในกระโจมกลับไม่เห็นผู้ใดอยู่เลย ค่ายชั่วคราวตั้งขึ้นใต้เชิงเขาอู่หลิงซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อเมืองชงหลิงกับเมืองอู๋เยี่ยเยว่หลินเดินตามหาเหล่าสหายทหารอยู่นาน ปากก็ร้องตะโกนเรียกหาสิ่งมีชีวิตในบริเวณค่าย นอกจากไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นางยังได้ยินเสียงครืนดังลั่น สายฟ้าผ่าลงบนยอดต้นไม้สูงที่ตีนเขา จากนั้นหน้าดินบนเชิงเขาทะลักไหลลงมาตามสายน้ำ หากดูจากน้ำที่เอ่อบนพื้นดินเกรงว่าฝนคงตกมานานนับชั่วยามแล้วกระมังเพียงพริบตาเดียวกระโจมมากมายถูกดินถล่มทับซ้อนอยู่ใต้โคลนของเชิงเขา หญิงสาวเบิกตากว้าง รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อหนีดินถล่มไปให้ได้ หัวใจเต้นรัวเหมือนกำลังจะหลุดออกมาข้างนอก สองเท้าเหยียบย่ำบนน้ำฝนเจิ่งนอง แต่ไม่ว่าจะวิ่งอย่างไรก็ไปไม่พ้นจากที่ตั้งของค่ายเสียทีเยว่หลินจนใจกรีดร้องออกมาเสียงดังแล้วพุ่งตัวเข้าไปในก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status