Share

8

last update Last Updated: 2026-01-29 11:26:23

8

ศาลาว่าการอำเภออู๋เยี่ย

ผู้ตรวจการลับจากเมืองหลวงมาถึงอู๋เยี่ยตั้งแต่เช้า เมื่อได้สติแม่ทัพหลงจวินจึงให้จางผิงส่งจดหมายถึงผู้ตรวจการลับให้มาตัดสินคดีที่ศาลาว่าการ

คนของนายอำเภอล่ายอี้ที่ล้อมหอเฟิงเยี่ยถูกจับกุมไว้ทั้งหมด หลักฐานสำคัญมู่ฉีก็ขโมยจากห้องเก็บของนายอำเภอแถบชานเมืองแล้ว สตรีเมื่อคืนก็ถูกขังไว้ในคุก รอเพียงการไต่สวนจากแม่ทัพหลงจวินเท่านั้น

เขาจะตัดสินคดีนี้เองก็ทำได้เพียงแต่หากกราบทูล คงมีคนไม่น้อยหาทางโจมตีเขาด้วยเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการเชิญผู้ตรวจการมาร่วมพิจารณาคดีนี้ด้วย ภายหลังยังมีแผนการรองรับ

“ล่ายอี้เจ้ามีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง ใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง ใช้อำนาจข่มเหงประชา ใส่ร้ายขุนนางในราชสำนัก เพียงโทษยักยอกเสบียงหลวงก็เพียงพอให้ตัดหัวของเจ้าแล้วรู้หรือไม่ ทุกสิ่งที่เจ้ากระทำต่อให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ไม่ถือว่ามากไป” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน พูดจบก็ลุกจากตำแหน่งของผู้ตัดสินโทษประจำศาลาว่าการ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้านักโทษล่ายอี้ กดสายตามองบุรุษที่ถูกโซ่ตรวนล่ามทั้งข้อมือและข้อเท้า

“แน่นอนว่าเจ้าไม่มีทางกล้าเอ่ยถึงผู้อยู่เบื้องหลังเพราะเกรงในอำนาจ เกรงว่าครอบครัวจะเดือดร้อน แต่เจ้าควรรู้ไว้ว่าความผิดของเจ้าคือโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร ไม่ว่าจะบุตรชาย บุตรสาว หลานชาย หลานสาว มารดาหรือคนใช้ในจวนล้วนต้องถูกประหารพร้อมเจ้าในวันนี้ แต่หากเจ้ายอมพูดผู้ต้องโทษจะมีเพียงเจ้าเท่านั้น เลือกเอาเถิดว่าจะควรทำเช่นไร” ไม่รอให้ล่ายอี้เปิดปาก ร่างสูงในชุดผ้าไหมชั้นดีก็เดินกลับไปนั่งที่ตำแหน่งเดิม หยิบไม้ปลุกสติบนโต๊ะมาถือเอาไว้ เขากำลังจะตัดสินโทษอย่างเป็นทางการ

หากล่ายอี้ไม่ยอมพูดก่อนตัดสินตระกูลล่ายก็ไม่มีโอกาสรอดชีวิตอีกแล้ว

แม่ทัพหลงจวินช่างเยือกเย็น เฉยชาไร้เมตตา ดังที่ผู้คนร่ำลือ เขาไม่หยุดคิดหรือให้โอกาสล่ายอี้แม้แต่น้อย มีเพียงอดีตนายอำเภอที่ร้อนรนคิดไม่ตกกับคำพูดแม่ทัพหนุ่ม

“เดี๋ยว ข้าพูดแล้ว” ชั่วขณะก่อนไม้ปลุกสติจะถูกเคาะลงบนโต๊ะล่ายอี้ก็ร้องห้ามขึ้นมา ชายหนุ่มยั้งมือจ้องใบหน้าซีดเซียวของบุรุษวัยกลางคนตรงหน้านิ่ง ๆ ไม่เอ่ยถาม ไม่คาดคั้น ปล่อยให้อีกฝ่ายร้อนรนไปเอง นี่แหละวิธีการของบุรุษผู้เยือกเย็น

“เป็นฉางจื่อหราน” ฉางจื่อหรานขุนนางฝ่ายบู๊ตำแหน่งไม่เล็กไม่ใหญ่ในราชสำนัก เพราะไม่โดดเด่นสะดุดตาผู้ใดเมื่อทำการลับหลังจึงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

“ใส่ร้ายขุนนางราชสำนักมีโทษเพิ่มรู้หรือไม่” แม้ไม่ได้ถามถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง แต่ล่ายอี้รู้ดีว่าคำพูดของแม่ทัพค่ายเว่ยซานผู้นี้หมายถึงสิ่งใด หากไม่มีหลักฐานคำกล่าวเมื่อครู่ล้วนเป็นเพียงแผนการป้ายสี และข้อตกลงเว้นโทษตายของสกุลล่ายก็จบลงด้วย

“ท่านแม่ทัพโปรดรอเชื่อข้า ข้ามีหลักฐานว่าเป็นฉางจื่อหราน หากท่านยอมปล่อยคนในตระกูลข้า ข้าจะยอมบอกที่ซ่อนหลักฐานนั้น”

“เจ้าไม่มีอำนาจใดที่จะต่อรองได้ ตัวข้าแม้จะรอได้อีกหน่อยแต่ครอบครัวเจ้าในคุกศาลาว่าการนั้นไม่แน่” ล่ายอี้เหงื่อซึมบนฝ่ามือหนาชุ่มไปหมด ทั้งที่แม่ทัพหลงไม่ได้กล่าวมากมายแต่ตัวเขากลับรู้สึกกดดัน อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ท่าทางของเขาสบายมากเท่าใดล่ายอี้ก็ยิ่งร้อนรนมากเท่านั้น เพราะยามนี้ในหัวเขาคิดถึงคนในตระกูลซึ่งถูกคุมขังไว้ในคุกใต้ดิน ผู้ใดจะรู้ดีไปกว่าเขาว่าคุกใต้ดินของศาลาว่าการคับแคบ มืดครึ้ม และลำบากอย่างไร

“จดหมายติดต่อเหล่านั้นถูกซ้อนอยู่ใต้ดินของกระถางดอกเบญจมาศ ข้างโต๊ะเขียนหนังสือในห้องตำรา” น้ำเสียงที่กล่าวแผ่วเบาราวกับปลงตก เขาไม่มีสิ่งใดใช้ต่อรองร้องขอชีวิตได้เลย มีเพียงขอความเมตตาจากชายหนุ่มแสนเย็นชาตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ล้วนแต่ต้องหาทางรอดให้ตนเองไว้ เผื่อวันหนึ่งเกิดเหตุอันใดขึ้นยังมีหลักประกันต่อชีวิต

หลงจวินก็คิดได้จึงกดดันให้ล่ายอี้นำออกมา เขารู้ดีว่าคนชั่วไม่มีทางเชื่อใจกันได้สนิท ชายหนุ่มสืบจนรู้แน่แก่ใจว่าหลักฐานอยู่ในจวนหลง แต่หากเขาหาด้วยตนเองคนทั้งจวนล่ายจะไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้

มีทางเดียวคือบีบให้ล่ายอี้ส่งมอบเพื่อรักษาชีวิตคนสกุลล่าย...

แม่ทัพหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ องครักษ์คนสนิทรีบปรี่ออกไป เคราะห์ดีตระกูลล่ายได้รับพระราชทานเรือนซึ่งอยู่ไม่ไกล เพียงออกประตูหลังศาลาว่าการ เดินตรงไปหนึ่งช่วงถนนก็จะเป็นจวนหลังใหญ่ ป้ายชื่อจวนถูกปลดไปแล้ว เหลือไว้เพียงสีจาง ๆ หลังป้ายที่ไม่เคยโดนแสงแดดส่อง

ไม่นานจางผิงก็กลับมาพร้อมกล่องไม้กลางเก่ากลางใหม่ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ด้านในมีจดหมายอยู่หลายฉบับ ลายมือบนจดหมายล้วนแต่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

“หลักฐานครบถ้วน ความผิดชัดเจน ล่ายอี้อดีตนายอำเภอเมืองอู๋เยี่ยมีความผิดยักยอกเสบียงหลวง ใช้อำนาจรังแกประชา ซื้อขายตำแหน่ง ความผิดคือประหาร คนตระกูลล่ายได้รับการยกเว้นโทษตาย แต่โทษเป็นไม่อาจหลีกหนี บุรุษอายุมากกว่าสิบถูกเนรเทศ สตรีถูกขับออกจากจวน” หลังตรวจหลักฐานเรียบร้อยจึงประกาศความผิดทั้งหมด เขาทำตามที่พูดไว้ชีวิตคนสกุลล่ายทั้งหกสิบคน แม้จดหมายจะไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าคนผู้นั้นอยู่เบื้องหลัง

ทว่าสามารถกำจัดกำลังส่วนหนึ่งของเขาลงไปได้ นั่นก็นับว่าดีแล้ว เมื่อไม่มีอู่ข้าวอู่น้ำอย่างนายอำเภอล่ายอี้ ทหารที่ซ่องสุมย่อมต้องลำบากไม่น้อย ในเวลาอันใกล้นี้คงไม่มีทางทำการใหญ่ได้

“ท่านแม่ทัพ จะร่วมประหารด้วยหรือไม่” จางผิงเดินเข้ามาถามหลังจากการไต่สวนเสร็จสิ้น ผู้ตรวจการเองก็ขอตัวกลับไปเรือนพักเพื่อควบคุมการประหารในวันพรุ่งนี้ นอกจากควบคุมการประหารยังต้องอยู่รอจนมีการแต่งตั้งนายอำเภอคนใหม่เสียก่อน

“ไม่จำเป็น ทางนี้มีผู้ตรวจการข้าเป็นเพียงทหาร อยู่หรือไม่ไม่ได้สำคัญอันใด หน้าที่ข้าในเมืองอู๋เยี่ยจบแล้ว” หน้าที่เขาคือการกำจัดแหล่งอาหารของทัพทหารลับเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ควบคุมดูแลเมือง อีกทั้งยังมีหน้าที่คุมทหารกลับค่ายเว่ยซานอยู่

“ข้าจะไปเตรียมม้า” ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปพูดคุยกับคนของผู้ตรวจการลับ ครู่หนึ่งจึงเดินตามจางผิงไปยังม้าตัวอ้วนพ่วงพีขนสีดำสนิท

ระหว่างควบม้ากลับค่ายได้อยู่กับความคิดตนเองจึงมีเวลาคิดว่าเมื่อคืนมีสิ่งใดเกิดขึ้น ก่อนนี้เขาตื่นขึ้นมาในห้องพักชั้นสามของหอเฟิงเยี่ยโดยมีเฉินเฟยเฝ้าอยู่พร้อมกับบัญชีที่อุตส่าห์ไปขโมยมา

เขาไม่คิดว่าตนเองจะทนพิษจากยาปลุกกำหนัดเมื่อคืนจึงได้คำตอบว่า เยว่หลินให้จางผิงพานางมาช่วยแต่จะช่วยอย่างไรนั้นไม่มีผู้ใดรู้ เพราะจางผิงเองก็ออกไปล่อทหารของล่ายอี้ ส่วนมู่ฉีก็ไปสอบถามข่าวให้แม่ทัพอยู่กับผู้ดูแล ภายในห้องมีเพียงเขาและนาง

เขากังวลใจไม่น้อยว่าตนเองจะสร้างความลำบากให้แก่นาง แต่ปลีกตัวออกจากหน้าที่ไม่ได้จึงให้เฉินเฟยไปส่งนางกลับค่าย ส่วนตนเองก็รีบจัดการเรื่องราวล่ายอี้ให้เสร็จเพื่อกลับไปถามเรื่องบนหอเฟิงเยี่ย

องครักษ์ข้างกายทั้งสองเห็นท่าทีของแม่ทัพแล้วยิ่งแปลกใจ ท่าทีรีบร้อนคล้ายมีเรื่องเร่งด่วนคอขาดบาดตาย เฉินเฟยหลังส่งเยว่หลินเสร็จก็รีบควบม้ากลับทว่ายังช้ากว่า จำใจต้องควบม้ากลับโดยไม่มีโอกาสเอ่ยถามสิ่งใด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   52

    52คนทั้งจวนหลงต่างรีบพากันมารับราชโองการจากวังหลวง ทุกชีวิตคุกเข่าอยู่กลางลานใหญ่ รอฟังราชโองการที่หลิวกงกงเชิญมา“จิ้งอันโหวรับราชโองการ เนื่องด้วยจิ้งอันโหวมีความชอบฐานจับกบฏ ซินเจ๋ออ๋องได้ เราขอมอบสมรสพระราชทานให้แก่จิ้งอันโหวและเยว่เหมย บุตรสาวคนเดียวของป้อมตระกูลเยว่ จบราชโองการ”“ข้าน้อยจิ้งอันโหวน้อมรับราชโองการ” จิ้งอันโหวรับราชโองการไว้ในมือ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เขาไม่คิดเช่นกันว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้เขาและเยว่เหมยขณะที่ทั้งหมดกำลังจะลุกขึ้น หลิวกงกงก็หยิบราชโองการอีกอันมาถือเอาไว้ พร้อมประกาศเสียงดัง“เยว่หลินรับราชโองการ... เยว่หลินมีความชอบช่วยราษฎรให้พ้นภัยหิมะ และยังสามารถสังหารแม่ทัพซยงหนูช่วยด่านเฉิงซานพ้นภัย เราขอประกาศราชโองการ แต่งตั้งให้เยว่หลินเป็นเสียนจู่ ราชทินนามรุ่ยเสียนจู่และเป็นรองแม่ทัพแห่งค่ายเว่ยซาน เราหวังว่าเจ้าจะช่วยปกป้องดินแดนด้วยความสุขุม ป้องกันต้าหยางโดยไม่ประมาท สร้างสันติและความสงบ สืบทอดปณิธานดูแลราษฎรต้าหยางสืบไป จบราชโองการ”“ข้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   51

    51สองวันต่อมาเยว่หลินและเยว่เหมยพากันเข้าวังเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสองประสบพบเจอมา ส่วนซินเจ๋ออ๋องถูกขังอยู่ในคุกหลวง ถูกทรมานให้รับสารภาพแม้หลักฐานต่าง ๆ จะแน่นหนามากแล้วก็ตาม“เยว่เหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้เลย เช่นนั้นข้าจะเป็นฮ่องเต้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ไม่สู้สละบัลลังก์ไม่ดีกว่าหรือ” ฮ่องเต้อิงตี๋เองก็มีมุมประชดประชันเช่นนี้ด้วย เขากล่าวอย่างน้อยใจแม้แต่ฮองเฮาเองยังขบขัน ทั้งเยว่เหมยและกู้จวินในตอนนั้นล้วนแยกย้ายกันเติบโตไปแล้วในตอนนี้หลงเหลือเพียงสายสัมพันธ์พี่น้องเท่านั้น...“อย่าประชดประชันไปเลยเพคะ ที่หม่อมฉันไม่บอกก็เพราะกลัวเยว่หลินจะเป็นอันตราย เราอยู่ในที่แจ้งคนผู้นั้นอยู่ในที่มืด หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงได้อย่างไร”“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” เยว่หลินเองก็เล่าทุกเรื่องที่ตนประสบให้ฮ่องเต้อิงตี๋ฟังเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร แทนที่พระอ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   50

    50เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตจิ้งอันโหวเอาไว้ และเพราะนางไม่มีที่ไปเขาจึงได้พานางกลับมายังจวนหลง พอนางมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขารู้จักนางมากขึ้นสุดท้ายก็หลงรักนาง เขาต้องการให้นางอยู่ด้วยตลอดไปทว่าเยว่เหมยกลับมีความต้องการที่เขาไม่สามารถให้นางได้ยามนี้ได้รู้ว่านางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นนางในดวงใจของฮ่องเต้มีหรือเขาจะสามารถแข่งขันด้วยได้“เรื่องลงโทษข้าจะจัดการให้เจ้าสองแม่ลูกอย่างแน่นอน พวกเจ้าสองแม่ลูกเพิ่งได้เจอกัน พักในวังดีหรือไม่จะได้อยู่พูดคุยกันก่อน” ฮ่องเต้ทรงเสนอด้วยความตื่นเต้น คิดถึงนางมาตลอดสิบเจ็ดปีบัดนี้นางอยู่ตรงหน้าจะให้เขาทำใจแข็งได้อย่างไร ฮองเฮาอมยิ้มแล้วลุกเดินมายืนข้างกายสวามีตนพร้อมเอ่ยเย้าด้วยเสียงเบา“พระองค์ไม่เห็นหรือเพคะว่าทั้งเยว่เหมยและเยว่หลินต่างมีผู้ที่รอนางอยู่แล้ว” ได้ยินคำพูดนี้จากฮองเฮา ฮ่องเต้อิงตี๋ต้องรีบเหลียวกลับมามองบุรุษอีกสองคนในโถง ก่อนนี้เขาหลงดีใจจนลืมไปว่าเยว่เหมยมากับจิ้งอันโหว ส่วนเยว่หลินมาแม่ทัพใหญ่หลง ตระกูลหลงอีกแล้ว...“เช่นน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   49

    49“ไม่เพียงแต่สมคบศัตรูเท่านั้น ซินเจ๋องอ๋องยังวางแผนฆ่าล้างป้อมตระกูลเยว่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่จิ้งอันโหวกล่าวถึงเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นัยน์ตากรุ่นโกรธของฮ่องเต้เมื่อครู่ก็วาววับขึ้นมา ราวกับเขาโกรธเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากกว่าเรื่องที่ซินเจ๋ออ๋องวางแผนก่อกบฏ เสียอีก“เรื่องนี้เป็นเช่นไร จิ้งอันโหวเจ้ารีบพูดต่อสิ”“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ เถอะเพคะ” ฮ่องเต้รีบถามต่ออย่างเร่งร้อนจนฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮองเฮารู้ดีว่าสวามีของตนเสียใจกับเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากเพียงใด แม้พระนางจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮามานาน แต่พระนางรู้ดีว่ายังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่ครองใจพระองค์มานานกว่านาง“ป้อมตระกูลเยว่มีกฎว่าต้องเป็นบุตรชายจึงจะสามารถสืบทอดวิชาลับได้ เช่นนี้ซินเจ๋ออ๋องจึงวางแผนให้ได้แต่งงานกับแม่นางเยว่เหมย เพื่อหวังให้นางให้กำเนิดบุตรชาย ทว่าเมื่อแม่นางเยว่ให้กำเนิดบุตรสาวจึงไม่สามารถสืบทอดวิชาลับได้ ซินเจ๋ออ๋องจึงจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัดตระกูลเยว่แย่งชิงวิชาลับ แม

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   48

    48“ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” สิ้นเสียงของขันทีพิธีการผู้คนทั้งโถงรีบลุกมายืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จผ่านก็พากันคุกเข่าก้มศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อม กษัตริย์อิงตี๋เหลือบเห็นจิ้งอันโหวก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ ก่อนจะเดินไปยังที่ประทับของตนเอง พลางสั่งให้ลุกขึ้นแล้วกลับที่นั่ง เริ่มงานเลี้ยงสารทฤดูขึ้นทันที“ท่านพ่อ ท่านเตรียมครบแล้วหรือไม่” หลงจวินกล่าวกับจิ้งอันโหวขณะขยับตะเกียบคีบอาหารให้เยว่หลิน แม้จะหนักใจทว่านางกลับไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ร่างกายอยากปฏิเสธเพื่อไม่ให้เขาต้องถูกครหาว่าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่หัวใจนางกลับยินดีรับทุกสิ่งที่เขามอบให้อย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น“เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่”“...” หลงจวินพยักหน้าแล้วหันไปมองกษัตริย์อิงตี๋ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งกษัตริย์อิงตี๋ก็เบือนสายตาไปยังขุนนางของตนเอง ทั้งยังเป็นคนฝั่งตระกูลฮองเฮาอีกด้วย“กราบทูลฝ่าบาท” เสียงอึกทึกก่อนนี้เงียบลงเมื่อขุนนางผู้หนึ่งปรี่เข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้า ทุกสายตาในท้องพระโรงยามนี้จับ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   47

    47เยว่หลินมาถึงหมิงหยางก่อนฉลองวันสารทฤดูเพียงสี่วัน แต่แม่ทัพกลับให้นางพักที่โรงเตี้ยมโดยมีมู่ฉีคอยระวังอยู่รอบตัว แม้จะอยู่รอบ ๆ ตัวนางทว่าเขากลับไม่ปรากฏกายให้นางเห็นเลย สักวันที่นางไม่จำเป็นต้องมีความลับกับผู้ใดอีก นางจะต้องถามเหตุผลจากเขาให้ได้“นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่าน” เยว่หลินรับกล่องอาภรณ์มาจากมือของมู่ฉี เดิมคิดจะถามเขาว่าเหตุใดต้องให้อาภรณ์แก่นางแต่พอนึกดี ๆ แล้วจึงเข้าใจได้ว่าคืนนี้ทุกคนต้องเข้าวัง หากแต่งกายไม่เหมาะสมก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติแก่เชื้อพระวงศ์แม่ทัพหลงจวินเองก็คงคิดเหมือนนางไม่อย่างนั้นคงไม่เตรียมของไว้ให้นาง ช่างใส่ใจ...มือเล็กคว้ากล่องอาภรณ์มาถือเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือเปิดดูของในกล่องที่เขาผู้นั้นเตรียมให้ชุดบุรุษสีขาวสะอาด มองแล้วให้ความสบายตา ดูอบอุ่น อ่อนโยนให้ความรู้สึกน่าถนอมไม่น้อย ทั้งที่นางเป็นผู้ฝึกทหารแต่กลับได้รับชุดที่งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่เขาให้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชื่นชอบกับของสิ่งนี้อย่างปิดไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status