สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม

สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม

last updateHuling Na-update : 2026-05-11
By:  หนามชมพูIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
20Mga Kabanata
34views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ทะลุมิติมาไม่ทันไร ก็ถูกกล่าวหาให้อับอาย ถ้ารำคาญใจนักเช่นนั้นนางจะไม่ตามตื๊อเขาแล้ว แต่ทำไมกลายเป็นเขามาตอแยนางแทนล่ะ

view more

Kabanata 1

พฤติกรรมน่าอาย

"นั่น คนตกน้ำ ว้าย!"

"จมลงไปแล้วทำยังไงดี!"

เสียงอื้ออึงกระทบโสตประสาทเหมือนไม่มีวันจบสิ้น เจียวซือซือพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจ แต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับเป็นความหนาวเย็นที่เสียดแทงเข้าไปถึงในกระดูก ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือเธอกำลังเร่งปั่นโปรเจกต์เสนอขายน้ำหอมแบรนด์หรูจนหัวใจวายตายคาโต๊ะทำงาน

เหตุไฉนลืมตาขึ้นมาอีกทีถึงมาสำลักน้ำในสระบัวที่ไหนก็ไม่รู้

"คุณหนูเจ้าคะ ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยคุณหนูของข้าที"

เสียงหวีดร้องของเด็กสาวคนหนึ่งดังอยู่ริมตลิ่งอย่างขวัญเสีย

เจียวซือซือพยายามพยุงตัวเองขึ้นมาได้ตามสัญชาตญาณ โชคยังดีที่นางว่ายน้ำเป็น หาไม่แล้วคงได้ตายเป็นผีเฝ้าสระบัวเป็นแน่แท้

ขณะที่ตะกายจะขึ้นฝั่งสายตาของนางมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนสะพานข้ามสระบัว ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีเข้มดูสง่างามทว่าเยือกเย็น ใบหน้าคมคายสะอาดตาดั่งเทพบุตรปั้นแต่ง แต่นัยน์ตาคู่นั้นเรียบเฉยจนน่าขนลุก

เขายืนเอามือไพล่หลังมองดูนางดิ้นรนอยู่ในน้ำราวกับกำลังชมการแสดงละครลิงที่น่าเบื่อฉากหนึ่ง

เขาคือ หวงจื่อเยียน อัครเสนาบดีผู้มากอิทธิพลในแผ่นดินและยังเป็นรักข้างเดียวที่เจ้าของร่างเดิมพยายามตามตื๊อจนน่ารำคาญ

"เลิกเล่นไร้สาระเสียที"

น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้น

"แผนการตกน้ำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากข้ามันใช้ไม่ได้ผลหรอก"

เจียวซือซือที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งมาได้ในสภาพลูกหมาตกน้ำผมเผ้ายุ่งเหยิง ข้างกายมีเด็กสาวประคองนางเอาไว้ เสื้อผ้าเนื้อดีเปียกชุ่มแนบเนื้อจนดูไม่ได้ นางไอค่อกแค่กพลางเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่บนสะพานด้วยความงุนงงก่อนที่ความทรงจำของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก

เจียวซือซือ บุตรีเสนาบดีกรมโยธาธิการ ผู้คลั่งไคล้บุรุษเบื้องหน้าจนโงหัวไม่ขึ้น นางกับหวงจื่อเยียนได้รับการหมั้นหมายพระราชทานจากฮ่องเต้ด้วยเหตุผลที่นางเองก็ไม่รู้ รู้เพียงว่าบุรุษผู้องอาจท่าทางสูงส่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเหมือนหยกสลัก เฉลียวฉลาดไร้คนเทียบเทียม สตรีทั้งเมืองหลวงต่างหมายปอง เขาเป็นของนางแล้ว นางจึงทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจให้เขาหันมาสนใจและรักนาง ทะนุถนอมนางเฉกเช่นคู่หมั้นอื่น

ทว่านางคงฝันสูงเกินตัว เมื่อหวงจื่อเยียนไม่ชายตาแลนางสักนิด ความงดงามของนางถูกกิริยาน่าอายบดบังจนไม่เหลือเค้าโครงของความเป็นกุลสตรี สิ่งที่นางได้รับตลอดมามีแต่ความเอือมระอา คำพูดทิ่มแทงและความเย็นชาอยู่เนือง ๆ

แต่กระนั้นนางก็ไม่สนใจ สิ่งเดียวที่นางมุ่งมั่นคือเอาชนะใจเพื่อให้เขามีนางเพียงหนึ่งเดียว

เจียวซือซือถอนหายใจยาวหลังจากความทรงจำทั้งหมดสิ้นสุดลง

'คุณหนูเจียวคนนี้เป็นสายตื๊อจริงจังวิ่งตามผู้ชายจนคนทั้งเมืองหัวเราะเยาะ ที่ตกน้ำนี่ก็เพราะตั้งใจสร้างสถานการณ์หวังให้เขาลงมาช่วยอุ้มจริงด้วย แต่ขาดันเป็นตะคริวจมน้ำตาย ไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี'

นางยันกายลุกขึ้นยืนหอบหายใจ น้ำยังหยดลงที่ปลายจมูก แต่แววตาที่จ้องกลับไปนั้นมีแต่ความแข็งกร้าวผิดไปจากเดิมจนหวงจื่อเยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

"แผนการงั้นหรือ"

เจียวซือซือแค่นหัวเราะแล้วยกมือเท้าสะเอวอย่างท้าทาย 

"ใต้เท้าหวง ท่านคงหลงตัวเองมากไปหน่อยกระมัง การที่สตรีผู้หนึ่งกำลังจะจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา แต่ท่านกลับยืนมองเหมือนกำลังดูปลากินอาหาร นี่น่ะหรือคือปัญญาชนที่ฮ่องเต้ไว้วางพระราชหฤทัย ข้าว่าที่ท่านใส่ชุดขุนนางอยู่นี่คงแค่เอาไว้บังขี้เลื่อยข้างในกระมัง"

บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบกริบดั่งป่าช้า สาวใช้ที่เพิ่งพยุงนางลุกขึ้นเมื่อครู่ถึงกับเข่าอ่อนแทบทรุดลงกับพื้น

ไม่มีใครในเมืองหลวงกล้าต่อปากต่อคำกับหวงจื่อเยียนเช่นนี้มาก่อนไม่ว่าบุรุษหรือสตรี ยิ่งกิริยาไม่งามเหมือนที่นางกระทำอยู่ตอนนี้ยิ่งตอกย้ำความชิงชังของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว

หวงจื่อเยียนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาที่เคยเย็นชาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยาม

"น้ำในสระคงเข้าสมองเจ้าจนเลอะเลือน หรืออยากเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีใหม่ ด่าข้าเพื่อให้ข้าจดจำงั้นหรือ ช่างต่ำทรามและน่าสมเพชยิ่งนัก"

พูดจบเขาก้าวลงจากสะพานช้า ๆ ด้วยท่าทางสง่างามทุกกระเบียดนิ้วจนน่าหมั่นไส้ เขาลงมาหยุดยืนห่างจากนางเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาปะทะจมูก แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับเชือดเฉือนราวกับจะทำให้คนฆ่าตัวตายได้

"กลับจวนไปซะ ก่อนที่พ่อของเจ้าจะอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้ สตรีเช่นเจ้า ต่อให้แก้ผ้ากระโดดลงไปในกองไฟ ข้าก็จะไม่ชายตามองแม้แต่เสี้ยวเดียว"

"โอ้โห! ปากจัดใช้ได้"

เจียวซือซือสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด

"ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ต่อจากนี้ไปข้าไม่มีวันสนใจท่าน ต่อให้ท่านแก้ผ้าวิ่งรอบเมืองหลวง ข้าก็จะหลับตาเดินหนีไม่มองให้เสียสายตา ชิงชิง กลับจวน!"

นางสะบัดหน้าเดินไหล่กระแทกแขนเขาไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้หวงจื่อเยียนยืนนิ่งอยู่กลางฝูงชน มือที่ไพล่หลังกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ณ จวนเสนาบดี

หวงจื่อเยียนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนอักษร ใบหน้าคมเข้มเคร่งขรึมกว่าปกติ ในมือเขาถือฎีกาสำคัญ อีกข้างกำลังจรดพู่กันลงบนกระดาษ แต่สายตากลับเหม่อลอยพลางนึกถึงคำพูดเจ็บแสบของคุณหนูตระกูลเจียวเมื่อกลางวัน

"ใต้เท้าขอรับ"

อี้เฝิง องครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามาเงียบ ๆ

"คนของเราที่ส่งไปสังเกตการณ์ที่จวนตระกูลเจียว รายงานว่าคุณหนูเจียวหลังจากกลับไปถึงก็สั่งให้บ่าวรับใช้เผารูปวาดของท่านทิ้งจนหมดสิ้น แถมยังบอกว่ากลิ่นของท่านมัน...เหม็นสาบคนใจดำจนทำให้นางนอนไม่หลับขอรับ"

พู่กันในมือหวงจื่อเยียนชะงักลง มุมปากยกขึ้นเป็นแค่นยิ้มเย็น

 "เผารูปข้า หึ เรียกร้องความสนใจได้สม่ำเสมอจริง ๆ นางคงคิดว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะรีบวิ่งไปถามนางด้วยความตกใจงั้นหรือ"

"เอ่อ... แต่ดูเหมือนนางจะไม่ได้เรียกร้องความสนใจนะขอรับ เพราะนางสั่งปิดประตูจวน ห้ามคนของจวนเราเข้าพบ และตอนนี้เห็นว่ากำลังสั่งให้บ่าวไปหาซื้อบุรุษรูปงามมาเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงาด้วยขอรับ"

ดวงตาของหวงจื่อเยียนวาววับขึ้นทันที

 "หาซื้อบุรุษ สตรีชั้นสูงที่ยังไม่แต่งงาน กล้าทำเรื่องงามหน้าเช่นนี้เชียวหรือ นางเห็นกฎระเบียบเป็นสิ่งใด!"

"นางบอกว่า ในเมื่อท่านเสนาบดีไม่ชายตามอง นางก็ควรไปหาอาหารตาที่มันเจริญใจกว่าคนหน้าตายขอรับ"

หวงจื่อเยียนวางพู่กันลงเสียงดัง ความรู้สึกขุ่นมัวที่อธิบายไม่ได้พลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด

 "ดี ในเมื่อนางอยากจะเล่นสนุก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ ในฐานะที่ข้าเป็นราชครูและผู้ดูแลกฎระเบียบขุนนาง ข้าจะไปสั่งสอนมารยาทให้นางด้วยตัวเอง พรุ่งนี้เตรียมรถม้าข้าจะไปจวนตระกูลเจียว"

"ใต้เท้าจะไปพบนางหรือขอรับ เมื่อกลางวันท่านเพิ่งบอกว่าไม่อยากชายตามองแม้แต่เสี้ยวเดียว" 

อี้เฝิงทักขึ้นด้วยความซื่อ

"ข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ไปดูนาง" 

หวงจื่อเยียนตวาดเสียงแข็ง ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินออกไป ทิ้งให้อี้เฝิงยืนเกาหัวด้วยความมึนงง

เช้าวันต่อมา ณ จวนตระกูลเจียว

เจียวซือซือในชุดสีเหลืองสดใสเหมือนดอกไม้ผลิบาน กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวายในสวน จิบน้ำชา ไล่ดูรายชื่อ และภาพวาดบ่าวรับใช้ผู้ชายที่มาสมัครงานตามประกาศอย่างเพลิดเพลิน ความจริงแล้วนางตั้งใจจะเปิดกิจการค้าน้ำหอมและสปาในยุคโบราณ จึงต้องหาหนุ่มหล่อหุ่นดีมาเป็นผู้นำเสนอ

"คนนี้กล้ามแขนยังไม่แน่น คนนี้หน้าตายังไม่ดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย" 

นางพึมพำกับตัวเองพลางชี้ไปที่ภาพวาดหรี่ตาลงอย่างประเมิน

"ดูท่าสมองของเจ้าจะกระทบกระเทือนรุนแรงกว่าที่ข้าคิดนะ เจียวซือซือ"

น้ำเสียงคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความประชดประชันดังขึ้น เจียวซือซือเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับร่างสูงในชุดทางการเต็มยศที่เดินเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว หวงจื่อเยียนมองกองกระดาษรายชื่อและภาพวาดบุรุษในมือนางด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้

"โอ้ ท่านเสนาบดีผู้สูงส่ง ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่กันล่ะ หรือว่าขี้เลื่อยในหัวมันหนักเกินไปจนต้องมาหาที่ระบาย" 

เจียวซือซือยิ้มหวานแต่ดวงตาไม่มีแววขำขันแม้แต่น้อย

หวงจื่อเยียนขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาก้าวเข้าไปใกล้นางจนเงาของเขาบังตัวนางได้มิด 

"เจียวซือซือ เจ้าเป็นถึงบุตรีขุนนางฝ่ายซ้าย แต่กลับมานั่งคัดเลือกชายบำเรอกลางวันแสก ๆ เจ้ารู้หรือไม่ว่าโทษของการทำตัวเสื่อมเสียเกียรติวงศ์ตระกูลคืออะไร"

"ชายบำเรอรึ"

 เจียวซือซือหัวเราะร่าขึ้นมาอย่างไร้มาดกุลสตรีที่ผู้ดีพึงปฏิบัติ

 "ท่านนี่นอกจากใจดำแล้วยังสมองล้าหลังอีกนะ นี่เขาเรียกว่าการทำการค้า ข้ากำลังจะหาลูกจ้างต่างหาก แต่คนอย่างท่านคงรู้จักแต่การใช้อำนาจกดขี่คนอื่น จนไม่เข้าใจคำว่าศิลปะและการตลาดหรอก"

"ปากดีขึ้นเยอะนี่" 

เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดหูของนาง กระซิบด้วยเสียงเย็นเยียบ

 "แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลยังไม่ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ ตราบใดที่ข้ายังไม่ลงนามในหนังสือขอขมา เจ้าก็ยังได้ชื่อว่าเป็นว่าที่ภรรยาของข้า การที่เจ้าเอาชายอื่นมาไว้ในจวน มันก็คือการหยามหน้าข้า"

เจียวซือซือชะงักไปเล็กน้อย

'อ้าว มีสัญญาหมั้นด้วยเหรอเนี่ย เจ้าของร่างเดิมไม่เห็นทิ้งความทรงจำเรื่องนี้ไว้เลย คงมัวแต่คิดจับผู้ชายจนลืมหลักฐานสำคัญแน่'

"งั้นก็ลงนามสิ ลงนามตอนนี้เลย" 

นางท้าเขาพลางยื่นกระดาษในมือให้

หวงจื่อเยียนมองกระดาษแผ่นนั้นอย่างดูแคลนแล้วเหยียดยิ้มร้าย 

"ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ในเมื่อเจ้าอยากเป็นอิสระนัก ข้าก็จะกักขังเจ้าไว้ในฐานะว่าที่ภรรยาที่ต้องรับการอบรมสั่งสอน ข้าจะมาที่นี่ทุกวัน เพื่อดูว่าเจ้าจะเหลวไหลได้สักกี่น้ำ"

"ท่านมันคนนิสัยเสีย! เรื่องเยอะ!  ท่านมัน...คนโรคประสาท!" 

เจียวซือซือโวยวายลุกขึ้นยืนเถียง

แต่ในจังหวะนั้นเอง นางสะดุดขาเก้าอี้จนเสียหลักถลันไปข้างหน้า หวงจื่อเยียนที่ปากร้ายเมื่อครู่กลับปฏิกิริยาไวเกินคาด เขาคว้าเอวนางไว้ได้ทันท่วงที ร่างบางปะทะกับแผงอกแกร่ง กลิ่นกายชายหนุ่มและกลิ่นหมึกจาง ๆ ทำเอาเจียวซือซือเผลอใจสั่นไปวูบหนึ่ง

เขามองสบตานาง นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธปนความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ เขาไม่ได้ปล่อยมือนางทันที แต่กลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระซิบประชดประชันข้างหู

"ซุ่มซ่ามถึงเพียงนี้ ถ้าข้าไม่ช่วยไว้ หน้าสวย ๆ ของเจ้าคงไปกระแทกพื้นเสียโฉมจนยับเยินพอ ๆ กับจิตใจที่อัปลักษณ์ของเจ้า"

"ปล่อยนะ!"

 เจียวซือซือผลักเขาออก หน้าแดงก่ำด้วยความโมโหและแอบเขินอายที่ตัวเองทำขายหน้า

 "ใครขอให้ท่านช่วย ต่อให้หน้าไถพื้นข้าก็ยังสวยกว่าท่านตอนโกรธเป็นร้อยเท่า!"

หวงจื่อเยียนสะบัดแขนเสื้อ จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะแค่นยิ้มเล็กน้อย

 "พรุ่งนี้ยามเช้า ข้าจะมาสอนบทเรียนแรก เตรียมตัวไว้ให้ดีเพราะข้าไม่ใช่อาจารย์ที่ใจดีนักหรอก"

เขาเดินจากไปทิ้งให้นางยืนกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ โดยที่เขาเองก็ไม่ได้สังเกตตัวเอง ว่าระหว่างที่เดินออกไปจากจวนนั้น มุมปากของอัครเสนาบดีหน้าตายกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
20 Kabanata
พฤติกรรมน่าอาย
"นั่น คนตกน้ำ ว้าย!""จมลงไปแล้วทำยังไงดี!"เสียงอื้ออึงกระทบโสตประสาทเหมือนไม่มีวันจบสิ้น เจียวซือซือพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจ แต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับเป็นความหนาวเย็นที่เสียดแทงเข้าไปถึงในกระดูก ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือเธอกำลังเร่งปั่นโปรเจกต์เสนอขายน้ำหอมแบรนด์หรูจนหัวใจวายตายคาโต๊ะทำงานเหตุไฉนลืมตาขึ้นมาอีกทีถึงมาสำลักน้ำในสระบัวที่ไหนก็ไม่รู้"คุณหนูเจ้าคะ ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยคุณหนูของข้าที"เสียงหวีดร้องของเด็กสาวคนหนึ่งดังอยู่ริมตลิ่งอย่างขวัญเสียเจียวซือซือพยายามพยุงตัวเองขึ้นมาได้ตามสัญชาตญาณ โชคยังดีที่นางว่ายน้ำเป็น หาไม่แล้วคงได้ตายเป็นผีเฝ้าสระบัวเป็นแน่แท้ขณะที่ตะกายจะขึ้นฝั่งสายตาของนางมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนสะพานข้ามสระบัว ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีเข้มดูสง่างามทว่าเยือกเย็น ใบหน้าคมคายสะอาดตาดั่งเทพบุตรปั้นแต่ง แต่นัยน์ตาคู่นั้นเรียบเฉยจนน่าขนลุกเขายืนเอามือไพล่หลังมองดูนางดิ้นรนอยู่ในน้ำราวกับกำลังชมการแสดงละครลิงที่น่าเบื่อฉากหนึ่งเขาคือ หวงจื่อเยียน อัครเสนาบดีผู้มากอิทธิพลในแผ่นดินและยังเป็นรักข้างเดียวที่เจ้าของร่างเดิมพยายามตามตื๊อจนน่ารำคาญ"
last updateHuling Na-update : 2026-05-02
Magbasa pa
บทเรียนแรก
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ จวนตระกูลเจียว บรรยากาศควรจะเงียบสงบตามแบบฉบับจวนขุนนาง แต่ทว่า"หันซ้ายอีกนิด นั่นแหละ ถลกเสื้อออกอีกหน่อย แผงอกแบบนี้แหละที่จะช่วยให้ยอดขายน้ำหอมสูตรเสน่หาจันทราของข้าทะลุเป้า"เสียงสดใสของเจียวซือซือดังเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล นางกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นเหมย ในมือนางไม่ได้ถือเข็มเย็บผ้าหรือคัมภีร์กุลสตรี แต่กลับถือกระดาษร่างภาพและถ่านไม้ นางกำลังสั่งการชายหนุ่มรูปร่างกำยำสามคนที่แต่งกายกึ่งเปลือยท่อนบนเพื่อทำการลองชุดสำหรับการนำเสนอ"เสื้อตัวนี้หลวมเกินไป เอาเสื้อคลุมตัวใหม่มาเปลี่ยนลองดู"นางเอียงตัวตามท่าทางการหันกายของชายหนุ่มเหล่านั้นหวงจื่อเยียนที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าจวนมาพร้อมกับตำรากุลสตรีเล่มหนาถึงกับชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยมืดครึ้มลงราวกับพายุฝนกำลังจะถล่มเมืองหลวง"พวกเจ้า กำลังทำระยำอะไรกัน!"เสียงตวาดแข็งกร้าวดังก้องที่ทรงอำนาจและโทสะทำให้ชายหนุ่มเหล่านั้นสะดุ้งสุดตัวรีบคว้าเสื้อมาปิดอกแทบไม่ทัน เจียวซือซือเงยหน้าขึ้นมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยสายตาสุดเซ็ง"อ้าว ท่านเสนาบดี มาเช้าจังนะเจ้าคะ ยังไม่ถึงเวลาเรียนเลยนี่นา" นางตอบหน้าตาเฉยพลางโบกมือไล่ห
last updateHuling Na-update : 2026-05-02
Magbasa pa
กักบริเวณ
นับตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่มีทหารมาคอยเฝ้า เพียงคำสั่งสั้น ๆ ไม่กี่คำ แต่ก็เพียงพอจะทำให้ทั้งจวนไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนเพราะผู้ที่ออกคำสั่งนั้นคือหวงจื่อเยียน อัครเสนาบดีผู้ทรงอำนาจแห่งราชสำนัก บุรุษผู้มีอำนาจรองจากฮ่องเต้เท่านั้นยามนี้ ภายในเรือนพักด้านในสุดของจวน เจียวซือซือกำลังเดินวนไปมาอยู่ในห้องโถงเล็กอย่างหงุดหงิด ใบหน้างดงามของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจไม่ต่างจากแมวตัวหนึ่งที่ถูกขังไว้ในกรง"มีสิทธิ์อะไรมากักขังข้าไว้ในจวนกัน"เสียงบ่นพึมพำดังขึ้นเมื่อไม่ได้ดั่งใจนางเดินไปหยุดตรงหน้าต่าง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์"อัครเสนาบดีอะไรกัน ถึงได้ยิ่งใหญ่คับฟ้าได้ขนาดนี้"ชิงชิง สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบก้มศีรษะพลางลดเสียงลงทันที"คุณหนูเจ้าคะ เบาเสียงลงหน่อยเถิดเจ้าค่ะ"นางรีบมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง ก่อนจะเอ่ยเตือนเสียงเบา"ใต้เท้าหวงเป็นถึงอัครเสนาบดีแห่งราชสำนัก ดำรงตำแหน่งทั้งราชครู ราชเลขาธิการใกล้ชิดเบื้องสูง เป็นเจ้ากรมอาญา ถือกฎหมายควบคุมขุนนางและวังหลัง มิหนำซ้ำยังเป็นโอรสบุญธรรมของฝ่าบาท ฝ่าบาททรงโปรดปรานมาก เรื่องเช่นนี้ทั้งเมืองหลวงล้วนรู้กันดี หากมีผู้ใดได้
last updateHuling Na-update : 2026-05-03
Magbasa pa
ความทรงจำที่บิดเบี้ยว
บรรยากาศในท้องพระโรงเช้าวันต่อมาหนาวเหน็บยิ่งกว่าเหมันตฤดู เมื่อหวงจื่อเยียนก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมถุงสีแดงที่บรรจุบัญชีลับจากจวนขุนนางกรมคลังที่เพิ่งถูกกวาดล้างไปเมื่อวาน เขาอ่านรายชื่อขุนนางที่เกี่ยวข้องด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุกชื่อที่หลุดจากปากกลับทำให้ขุนนางผู้นั้นแทบล้มทั้งยืน"เงินคลังคือหยาดเหงื่อของราษฎร ผู้ใดแตะต้องย่อมต้องแลกด้วยโลหิต" เขาสรุปสั้น ๆ ก่อนจะปรายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องจนทุกคนต้องก้มหน้าหลบตาเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม ขณะที่เหล่าขุนนางรีบแยกย้ายราวกับกลัวโดนลูกหลง หวงจื่อเยียนกลับเอ่ยเรียกขุนนางผู้หนึ่งไว้ด้วยน้ำเสียงที่ดูให้เกียรติเป็นพิเศษ"ใต้เท้าเจียว โปรดรอสักครู่"เจียวกั๋วจง เสนาบดีกรมโยธาที่กำลังรีบเร่งจะไปตรวจการสร้างเขื่อนนอกเมืองหยุดชะงัก เขาหันมาประสานมือคารวะอัครเสนาบดีหนุ่มด้วยความชื่นชม "ฝีมือการตรวจจวนของท่านเสนาบดีหวงช่างเด็ดขาดนัก ข้านับถือในความเที่ยงธรรมของท่านจริง ๆ"หวงจื่อเยียนยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่ดูสุภาพจนน่าขนลุก "ท่านชมเกินไปแล้ว ข้าเพียงแต่ทำตามหน้าที่ ทราบว่าท่านต้องเดินทางไปคุมงานสร้างเขื่อนนอกเมืองหลายวัน เดินทางคราวนี้โป
last updateHuling Na-update : 2026-05-03
Magbasa pa
ไม่ใส่ใจนาง
ยามสายวันรุ่งขึ้น จวนสกุลเจียวที่ดูเงียบสงบผิดปกติ ทว่าความเงียบนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารสี่นายที่เดินนำหน้าหวงจื่อเยียนเข้ามาภายในเขตเรือนชั้นในเขายังคงสวมชุดขุนนางสีดำขลิบทองดูสง่างามทว่าเย่อหยิ่ง ดวงตาคมกริบคู่เดิมมองสำรวจไปทั่วราวกับเป็นเจ้าของบ้านที่มาตรวจตราทรัพย์สิน เขาหยุดยืนที่ห้องโถงกลางพลางปรายตามองเจียวซือซือที่เดินออกมาต้อนรับอย่างรีบร้อนด้วยท่าทางว่าง่ายผิดหูผิดตา"ได้ยินว่าใต้เท้าเจียวไปราชการนอกเมือง ข้าในฐานะคู่หมั้นและราชครูจึงต้องมาดูแลระเบียบวินัยของคนในจวนนี้แทน" เขาเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเยือกเย็นวาจาเชือดเฉือน "หรือเป็นเพราะไม่มีคนคอยกำราบ เจ้าถึงได้คิดว่ากำแพงจวนมันเตี้ยเกินไปจนต้องหาทางปีนออกไปเล่นสนุกข้างนอก"เจียวซือซือใจกระตุกวูบ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างกำขวดน้ำหอมที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ไว้แน่น "ใต้เท้ากล่าวหนักไปแล้ว ข้าเพียงแต่พักผ่อนอยู่ในเรือนตามคำสั่งท่าน ใครจะกล้าฝ่าฝืนอำนาจที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าของท่านกันเล่า"นางพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตา"หึ ปากหวานขึ้นแต่นัยน์ตายังเต็มไปด้วยคำหลอกลวง" หวงจื่อเยียนแค่นยิ้มดูแคลน เขาเดินเข้
last updateHuling Na-update : 2026-05-04
Magbasa pa
งานเลี้ยงในวังหลวง
ทางวังหลวงได้จัดงานเลี้ยงขึ้นในโอกาสพิเศษในรอบสามเดือน เพื่อให้เหล่าขุนนางได้กระชับความสัมพันธ์หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกันมานานหลายเดือนบรรยากาศในอุทยานหลวงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา เจียวซือซือเดินตามหลังบิดาต้อย ๆ ด้วยท่าทางสำรวม แต่ก็ไม่พ้นสายตาของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ที่พากันซุบซิบเรื่องที่นางเคยวิ่งไล่ตามผู้ชายที่นางไม่คู่ควรจนทั่วเมืองหลวง"ดูนั่นสิ คุณหนูเจียวผู้ไร้ยางอาย วันนี้กลับมาทำตัวเป็นผ้าพับไว้เสียได้" องค์หญิงห้าผู้เอาแต่ใจเอ่ยเรียกเสียงหัวเราะจากกลุ่มสหายเมื่อบิดาถูกขุนนางคนอื่นชวนคุยจนเผลอตัว เจียวซือซือก็ถูกรุมล้อมทันที ทั้งคำพูดถากถางและสายตาดูแคลนสาดใส่ไม่หยุด "ได้ข่าวว่าท่านอัครเสนาบดีเอือมระอาเจ้าจนสั่งถอนคนคุ้มกันออกหมดแล้วนี่ ช่างน่าสงสารจริง ๆ ที่ต้องเกาะชายเสื้อคู่หมั้นไปวัน ๆ"เจียวซือซือเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ไม่โต้ตอบ นางเดินเลี่ยงออกมาและได้พบกับกลุ่มสหายใหม่ที่เป็นลูกหลานขุนนางทั้งบุรุษและสตรี พูดคุยกันเรื่องบทกวีและดนตรีอย่างสนุกสนาน นางหัวเราะร่าเริงและร่วมวงสนทนาอย่างไม่ถือตัว ท่าทางร่าเริงนั้นช่างขัดกับภาพลักษณ์สตรีบ้าผู้ชายในอดีตอย่างสิ้นเชิ
last updateHuling Na-update : 2026-05-04
Magbasa pa
ผู้ชนะอย่างแท้จริง
เช้าตรู่ที่ควรจะเงียบสงบ เจียวซือซือต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะไม้เท้าดังปัง ๆ อยู่หน้าประตูห้องนอน พอเปิดประตูออกมานางก็ต้องหน้าซีดเมื่อพบกับสตรีวัยกลางคนหน้าตึงที่ดูราวกับหลุดออกมาจากตำรากุลสตรีโบราณ"คุณหนูเจียว ข้าคือแม่นมกุ้ยอดีตหัวหน้านางกำนัลฝ่ายใน ภายใต้คำสั่งของอัครเสนาบดีหวง ตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะมา ขัดเกลาท่านให้สมกับเป็นว่าที่ฮูหยินเอก"แม่นมกุ้ยไม่ได้มาเล่น ๆ นางจัดระเบียบชีวิตเจียวซือซือใหม่หมด ตั้งแต่การก้าวเดินที่ต้องเยื้องกรายจนเข่าแทบทรุด ไปจนถึงการจิบชาที่ต้องนิ่งราวกับรูปปั้น"คุณหนู หลังต้องตรง คอต้องตั้ง ก้มหน้าเกินสามนิ้วถือเป็นสตรีไร้สกุล" เสียงไม้เท้าเคาะดังสะท้อนทุกครั้งที่เจียวซือซือเผลอตัว"แม่นมเจ้าคะ ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าขอพักหน่อยเถิด""พักงั้นรึ ใต้เท้าหวงกำชับมาว่า หากท่านบ่นเหนื่อย แสดงว่างานที่ข้าให้นั้นเบาไป เช่นนั้นเชิญคุณหนูไปคัดคัมภีร์กุลสตรีต่อกลางลานบ้านเจ้าค่ะ"เจียวซือซือพยายามจะงัดมุกเดิมมาใช้ นางแอบกวักมือเรียกแม่นมกุ้ยเข้าไปในมุมมืดที่คาดว่าจอมสอดแนมของหวงจื่อเยียนจะมองไม่เห็น"แม่นมเจ้าคะ นี่ทองแท่งสองตำลึง ท่านช่วยแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเวลาข
last updateHuling Na-update : 2026-05-05
Magbasa pa
น้ำหอมสร้างมิตรภาพ
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง บรรยากาศภายในจวนสกุลเจียวก็กลับคืนสู่ความเรียบง่ายอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่วังหลวงและเรื่องเป็นลมแดดจบลง เจียวกั๋วจงบิดาของเจียวซือซือก็เดินทางกลับมาจากต่างเมืองพอดี เมื่อทราบข่าวว่าบุตรสาวล้มพับไปต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็รีบรุดมาดูอาการด้วยความห่วงใยหลังจากหมอหลวงกำชับเรื่องการพักผ่อน เจียวซือซือก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในจวนของตนเอง นางได้รับการดูแลอย่างดีจนผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับมาเปล่งปลั่งดังเดิม เย็นวันหนึ่ง ขณะที่กำลังร่วมโต๊ะอาหารกับบิดา บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นก็ถูกแทรกด้วยเรื่องที่นางรอคอย"ซือซือ พ่อเห็นเจ้าตั้งใจสกัดน้ำหอมพวกนั้นทั้งวันทั้งคืน" เจียวกั๋วจงวางตะเกียบลงพลางมองบุตรสาวด้วยแววตาจริงจัง "พ่อจะอนุญาตให้เจ้าทำน้ำหอมต่อไปได้"เจียวซือซือตาเป็นประกาย "จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ""แต่มีข้อแม้" ผู้เป็นบิดารีบขัด "เจ้าห้ามเปิดร้านค้าขาย ห้ามรับเงินทองจากใครทั้งสิ้น ตระกูลเจียวเราไม่เคยขัดสนถึงขนาดต้องให้ลูกสาวไปเป็นแม่ค้าให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หากเจ้าอยากทำจงทำเพื่อแจกจ่ายให้แก่เหล่าฮูหยินหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในวงสังคมเพื่อสร้างมิตรภาพเท่านั้
last updateHuling Na-update : 2026-05-05
Magbasa pa
แผนลับตระกูลโจว
พายุการเมืองในราชสำนักเริ่มตั้งเค้าอีกครั้ง เมื่อความสำเร็จของหวงจื่อเยียน กลายเป็นหนามยอกอกของฝ่ายที่ยึดถือธรรมเนียมเก่าอย่างฮองเฮา ยิ่งเมื่อโจวเหวินกลับมาพร้อมบารมีของแม่ทัพโจวผู้กุมกำลังพลแดนเหนือ แผนการผลักดันรัชทายาทคนใหม่จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอาวุธสำคัญภายในตำหนักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานชั้นเลิศ ฮองเฮาประทับอยู่บนเก้าอี้เคียงข้างกับโจวฮูหยิน น้องสาวแท้ ๆ ของพระองค์ ทั้งคู่ทอดสายตามองโจวเหวินในชุดองครักษ์เสื้อแพรสีแดงเพลิงที่ดูองอาจสง่างามหลังรับตำแหน่งใหม่"ดูสิเพคะพี่หญิงว่าเหวินเอ๋อร์โตขึ้นมากเพียงใด ท่วงท่าการเดินขยับกายช่างเหมือนท่านแม่ทัพไม่มีผิด" โจวฮูหยินเอ่ยชมบุตรชายด้วยความภาคภูมิใจฮองเฮาพยักพระพักตร์ แววตาฉายชัดถึงแผนการใหญ่ "จริงของเจ้า ยามนี้ฝ่าบาทยังมิได้ทรงแต่งตั้งรัชทายาทอย่างเป็นทางการ ราชวงศ์ก็มีแต่ราชธิดาทั้งนั้น ส่วนฉินอ๋องก็หาความสำราญไปวัน ๆ มิใคร่สนใจราชบัลลังก์ มีเพียงเลือดเนื้อเชื้อไขฝ่ายเราที่เป็นสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียว โจวเหวินย่อมมีความเหมาะสมที่สุด"ทว่า แววตาของฮองเฮาก็พลันมืดลงเมื่อนึกถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่ "ติดก็แต่หวงจื่อเยียน อัครเสนาบดีผู้นั้น ฝ่
last updateHuling Na-update : 2026-05-06
Magbasa pa
แมวน้อยกลางฝูงหมาป่า
พายุเริ่มตั้งเค้าที่วังหลังมาแต่ไกล เมื่ออำนาจของตระกูลโจวกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ฮองเฮาจึงไม่รอช้าที่จะใช้เจียวซือซือเป็นหมากในการสั่งสอนอัครเสนาบดีหนุ่มที่ไม่ยอมสยบแทบเท้านางเจียวซือซือถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงอย่างกะทันหันด้วยอ้างว่าฮองเฮาทรงอยากทอดพระเนตรน้ำหอมที่เลื่องลือ ทว่าเมื่อนางก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนัก บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยสายตาดูแคลน"นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่นางเจียวผู้โด่งดังเรื่องวิ่งไล่ตามบุรุษนี่เอง" องค์หญิงห้าเอ่ยพลางหัวเราะร่าเคียงข้างเหล่าองค์หญิงคนโปรดของฮองเฮา "ได้ยินว่าเจ้าทำน้ำหอมแจกจ่ายไปทั่ว ช่างใจกว้างราวกับนางคณิกาที่แจกรอยยิ้มให้แขกไม่มีผิด""องค์หญิงกล่าวหนักไปแล้ว หม่อมฉันทำด้วยใจกุศลเพื่อชื่อเสียงของท่านพ่อเพคะ" เจียวซือซือตอบอย่างใจเย็น แม้ในใจจะเริ่มเดือดดาล"กุศลงั้นหรือ หึ หรือเพื่อยั่วยวนหลานชายข้า" ฮองเฮาตรัสด้วยสุรเสียงทรงอำนาจ แววตาดุดัน "โจวเหวินเพิ่งกลับมา เจ้าก็รนหาที่เข้าไปยุ่งกับเขาทั้งที่มีคู่หมั้นแล้ว เจ้าคิดว่าคนอย่างหวงจื่อเยียนที่ไร้หัวนอนปลายเท้า จะปกป้องเจ้าจากข้าได้งั้นหรือ"คำกล่าวหาที่ไร้ที่มาและเหตุผลทำให้เจียวซือซื
last updateHuling Na-update : 2026-05-06
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status