Masukก๊อกๆๆๆ
"รสาลูก…. ตื่นได้แล้ว" “ค๊าาาคุณแม่ รสาตื่นแล้ว” และแล้วเธอก็ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูหน้าห้อง เป็นฝีมือใครไม่ได้เลยนอกจากคุณแม่สุดที่รัก เกือบห้านาทีที่ลูกสาวของเธอบอกว่าตื่นแล้ว แต่ไม่ยอมเดินมาเปิดประตูให้คนเป็นแม่ เธอรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นวิธีการเอาตัวรอดของลูก เพราะถ้าไม่บอกว่าตื่นแล้วคงจะกลัวโดนเธอบ่นละสิ ทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ตื่นส่ะด้วยซ้ำ คนเป็นแม่ที่รู้ทันลูกสาวมาตลอดแกล้งเคาะประตูอีกรอบและเพิ่มเสียงให้เข้มกว่าเดิม และเชื่อว่าอีกไม่ถึงหนึ่งนาที สาวเจ้าต้องวิ่งมาเปิดประตูอย่างแน่นอน "ก๊อกๆ ก๊อกๆ ปลุกครั้งที่สอง….. รสา!! ถ้าตื่นแล้วจริงๆ หนูเดินมาเปิดประตูให้แม่เดี่ยวนี้…!!" ตุ๊บๆๆ " มาแล้วค่ะคุณแม่…..เอี๊ยดดด!! รสามาแล้ว คุณแม่เชื่อหรือยังค่ะว่าหนูตื่นแล้วจริงๆ" หญิงสาวพยายามลืมตาขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ให้คนเป็นแม่เห็นว่าตัวเองตื่นแล้ว " หึ… นี่คือคนที่ตื่นแล้วหรอ แม่มองไม่ออกเลย เพราะเหมือนคนเพิ่งจะตื่นมากว่า ดูผมเผ้าสิ ไหนจะหน้าตาแทบดูไม่ได้เลยเหมือนลูกหมา" " คุณแม่อ่าาา…. ลูกหมาที่ไหนจะน่ารักขนาดนี้ค่ะ คนนี้ลูกแม่น่ะ ฟอดดด!!! ฟอดด!! แก้มคุณแม่หอมจัง นุ่มด้วยยย" " พอแล้วๆ ไปอาบน้ำได้แล้วลูก จะได้ลงไปกินข้าวกัน เดี่ยวคุณพ่อขึ้นมาตามแล้วจะยาวน่ะ " " ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย อีกอย่างวันนี้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดด้วยรสาขอนอนต่อได้ไหมค่ะ รสายังไม่หิว คุณพ่อกับคุณแม่กินก่อนได้เลย นะคะๆๆ รสาอยากนอนต่อ" " แล้วเมื่อคืนใครเป็นคนบอกแม่ให้ขึ้นไปปลุกหื้มม…. เห็นว่ามีนัดกับหนูติน่าด้วยนิ" ดูจากสีหน้าตกใจของคนเป็นลูก เธอรู้ได้เลยว่าเจ้าหล่อนคงจะลืมแน่ๆว่าวันนี้ตัวเองมีนัดกับเพื่อนสาวสุดที่รัก " จริงด้วยค่ะคุณแม่!! รสาลืมไปเลย ไม่งั้นโดนยัยนั้นบ่นหูชาแน่เลย ขอบคุณนะคะคุณแม่ที่มาเตือนหนู " ฟอดด!! " งั้นรีบๆอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปกินข้าว แม่ให้เวลาสามสิบนาที โอเค" "รับทราบค่ะ" ชีวิตของรสาเธอเติบโตขึ้นมาด้วยความรักความเอาใจใส่จากคนเป็นพ่อเป็นแม่ ด้วยความเป็นลูกคนเดียวเธอเลยได้รับความรักจากท่านเต็มๆ บางครั้งเธอก็เอาแต่ใจจนเกินงาม แต่ท่านก็ไม่เคยขัดใจยอมตามใจทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ควร จนบางทีมันก็มากเกินไป แต่เพราะเป็นลูกคนเดียว อะไรที่เธออยากได้เธอต้องได้ และอะไรที่ว่าดี รสาจะได้รับจากพวกพ่อกับแม่เสมอ ใครๆต่างก็อิจฉาเธอที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง พ่อแม่ตามใจ ชีวิตสุขสบายไม่เคยทำอะไรเอง…. เพราะมีคนคอยตามใจ แต่ความเป็นจริงนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย บางครั้งความเอาแต่ใจส่งผลให้เธอเป็นคนที่ไม่น่ารัก….. กว่าเธอจะรู้ตัวมันเกือบสายไปแล้วเหมือนกัน ถ้าวันนั้นไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเธอก็คงจะยังเป็นคุณหนูผู้เอาแต่ใจเหมือนเกิม เผลอๆอาจจะมากกว่าเดิม….. แต่พอมีเหตุการณ์นั้นขึ้นมาสถานการณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป คุณหนูผู้เอาแต่ใจคนเดิม ก็เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเหมือนกัน เหตุการณ์ในคืนนั้นเกิดขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของเธอล้วนๆ เพียงเพราะเธออยากได้เค้กวันเกิดแบบอื่น เธอร้องไห้คะยั้นคะยอให้ท่านออกไปซื้อ…..จนทำให้พวกท่านเกิดอุบัติเหตุ เธอเกือบจะเป็นเด็กกำพร้า….. เกือบจะเสียพวกท่านไปตลอดกาล เพราะความงี่เง่าของตัวเอง วันนั้นเธอยังจำได้ดีว่าตัวเองกลัวขนาดไหนร้องไห้จนสลบ เพราะกลัวพวกท่านจะทิ้งให้เธอต้องอยู่คนเดียว……. ตอนนั่นเองที่เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำตัวงี่เง่าเอาแต่ใจกับพวกท่านอีก เธอจะเป็นเด็กดีและลูกที่ดีของพ่อกับแม่ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเธอก็เปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริงตามสัญญา.... เพราะเธอไม่อยากเสียใจกับการกระทำที่งี่เง่าของตัวเองอีกแล้ว เรื่องในวันนั้นเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เธอจดจำได้จนถึงทุกวันนี้.....และเป็นเครื่องมือที่คอยเตือนสติตัวเธอ ไม่ให้เอาแต่ใจตัวเองแบบไร้เหตุผลอีกเด็ดขาด เพราะผลที่จะตามมามันไม่คุ้มเลย"เอาละคะทุกคน พวกเราคงอยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าทั้งคู่ไปพบรักกันยังไง เชิญเจ้าบ่าวก่อนเลยค่ะ" หลังจากที่ทั้งคู่โชว์หวานกันไปแล้ว...พิธีกรในงานก็เอยถามถึงที่มาที่ไปของความรักที่สวยงามในครั้งนี้ เพราะคนที่มาร่วมงานต่างก็อยากรู้ว่าเจ้าของไร่ที่ใหญ่โตไปพบรักกับสาวสวยคนนี้ได้ยังไง "สวัสดีครับทุกคน ก่อนอื่นผมในฐานะเจ้าของไร่เพียงรักต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติมาร่วมงานและมาเป็นสักขีพยานในแต่งงานของผมกับคนรักในวันนี้..." ในระหว่างที่พูดคริสจับมือเจ้าสาวของตัวเองตลอดเวลาเพื่อแสดงความรักและความมั่นคงให้ทุกคนได้เห็น "กว่าผมจะได้มายืนข้างๆคนรักอย่างวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ...ผมแอบรักเธอมาตลอดสิบห้าปี เป็นสิบห้าปีที่เธอไม่เคยรู้เลย ตอนนั้นผมทำได้แค่คอยดูแลและปกป้องเธออย่างห่างๆ ทุกครั้งที่ได้เห็นเธอยิ้มผมก็มีความสุขแล้ว” "ความรัก... ที่ผมมีให้เธอมันเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กๆแล้ว ผมรักเธอคนนี้คนเดียว ไม่เคยคิดที่จะเปิดใจให้ใครและไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมหวั่นไหวได้เช่นกัน...ผู้หญิงคนนี้เธอเข้ามาในชีวิตของผมในตอนที่ผมสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักไป" "ผมยังจำได้ไม่ลืม...ตอนนั้นผมร้องไห้เห
"รสาแกพร้อมหรือยัง ตอนนี้เจ้าบ่าวรออยู่ในงานแล้วนะ ส่วนคุณพ่อก็กำลังมารับ" “ทำไมมันตื่นเต้นแบบนี้นะ ติน่า” “ฮ่าๆ มันน่าจะเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังจะแต่งงานมั้ง” “คงจะเป็นแบบนั้นแหละ เพราะฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย” “วันนี้แกต้องยิ้มเยอะๆนะรสา ต่อให้เหนื่อยขนาดไหนก็ต้องยิ้มสู้ รูปจะได้ออกมาสวยๆ” “จ้า เพื่อนรัก” "ดีมาก ฉันดีใจกับแกด้วยนะ ดีใจที่แกสมหวังกับความรักและได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดี ที่รักและพร้อมจะดูแลแกอย่างพี่คริส...ฉันเชื่อว่าพี่เขาจะทำให้แกมีความสุขและเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด" "ขอบคุณนะติน่า ขอบคุณที่อยู่ข้างๆกันมาโดยตลอด ฉันรักแกนะ ถึงจะแต่งงานไปแล้วฉันก็จะยังรักแกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าแกมีอะไรสามารถปรึกษาฉันได้ทุกเรื่องทุกเวลาไม่ต้องเกรงใจนะ เข้าใจไหมเพื่อนรัก" "เข้าใจแล้วค่าคุณเพื่อนรัก" "ถ้าเข้าใจแล้วก็ดีจ้ะ.... เพราะฉันไม่อยากให้แกคิดว่าฉันเป็นคนอื่นหลังจากที่มีสามี แกจำไว้เลยนะติน่าว่าแกคือคนสำคัญสำหรับฉันและครอบครัวเสมอ" “ฉันรักแกนะรสา” “ฉันก็รักแกเหมือนกัน” "แต่งงานแล้วรีบๆมีลูกนะ ฉันอยากเลี้ยงหลาน พ่อก็หล่อแม่ก็สวย
"เหนื่อยไหมครับ" คริสเดินเข้ามาถามว่าที่เจ้าสาวที่กำลังนั่งแพ็คของชำร่วยด้วยตัวเอง และมีแม่บ้านนั่งแพ็คเป็นเพื่อน เขาเคยเสนอให้จ้างที่ร้านทำเพราะไม่อยากให้เธอต้องเหนื่อย แต่คนตัวเล็กให้เหตุผลว่าอยากทำของที่ระลึกให้แขกด้วยตัวเอง เพราะมันเป็นงานแต่งครั้งเดียวในชีวิต เขาผู้ที่ตามใจเธอทุกอย่างมีหรือจะกล้าขัด นอกจากเข้ามาช่วยแพ็คกับเธอด้วย จนหลายคนแซวว่าเขามีแววกลัวเมีย และเขาก็ไม่ปฏิเสธด้วยสิ ยอมรับแบบแมนๆไปเลยว่ากลัวเมียจริงๆครับ ก็เลยไม่อยากขัดใจอะไรเลย ถ้าเธออยากทำอะไรเขาก็ยอมตามใจทั้งนั้น ถ้าสิ่งนั้นไม่หนักหนาเกินไป "นิดหน่อยค่ะ...พรุ่งนี้น้องครีมกับติน่าก็จะมาช่วยแล้วค่ะ" "อย่าหักโหมนะครับ พี่ไม่อยากให้หนูเหนื่อยจนเกินไป" "ค่ะที่รัก....แล้วเรื่องสถานที่ละคะ ถึงไหนแล้ว" "ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ พี่กับคนงานเคลียร์พื้นที่ทุกอย่างแล้ว รับรองว่าปลอดภัยไม่มีอันตรายแน่นอนครับ" คริสให้คนงานช่วยดูความปลอดภัย ในพื้นที่ที่มีหญ้าขึ้นสูงก็ตัดแต่งให้สวยงาม เพราะอยากให้ทุกอย่างออกมาสวยและปลอดภัยกับแขก ตอนนี้เหลือแค่ให้ทีมงานเข้ามาจัดสถานที่ตามที่แพลนกันไว้ หลังจากที่เขากับรสาเคลียร์งา
หลังจากกินข้าวเสร็จพี่คริสพาเธอไปเรียนทำเค้กและพาเธอไปเยี่ยมคุณลุงคุณป้าตามที่สัญญาไว้ และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เธอคิด คือท่านทั้งสองดีใจมาก ดีใจจนร้องไห้ออกมาเลยโดยเฉพาะคุณป้า เพราะท่านคิดว่าเธอลืมพวกท่านไปแล้ว หลังจากที่เกิดเรื่องแย่ๆขึ้น ท่านบอกว่าไม่กล้าไปที่บ้านของเธอเลยและไม่กล้าที่จะโทรหาด้วย เพราะละอายใจกับการกระทำของลูกชายตัวเอง แต่พอวันนี้เธอมาหา ท่านก็เลยดีใจ เดินเข้ามาสวมกอดเธอเหมือนทุกครั้งที่เราเจอกัน...เธอเองก็ดีใจที่ท่านทั้งสองยังคงรักและเอ็นดูเธอไม่เปลี่ยน วันนี้นอกจากจะมาเยี่ยมท่านแล้ว เธอตั้งใจจะมาคืนของบางอย่างให้ท่านด้วย นั้นก็คือเงินแปดสิบล้านที่เธอเคยเรียกร้องจากลูกชายของท่านเป็นค่าเสียเวลาที่ปล่อยให้เธอรอมาแปดปี เธอตั้งใจมาคืนมัน เพราะไม่ได้อยากได้เงินของคนอื่น แต่ตอนนั้นเธอแค่ต้องการจะเอาคืนและลงโทษคนไม่ซื่อสัตย์ก็เท่านั้นเอง อยากทำให้เขาได้รู้ว่าทุกๆความเจ็บปวดมันมีราคาที่เขาต้องจ่ายและต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ขอโทษแล้วทุกอย่างมันจะจบ และการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้พ่อกับแม่รวมถึงพี่คริสก็เห็นด้วย ตอนแรกทั้งคุณลุงและคุณป้าไม่ยอมรับเงินคืน เพราะได้ให้เธอไ
ทางด้านของคริสหลังเห็นผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจากร้าน หลังจากที่ได้รู้ความจริงว่ารสาตัดใจจากตัวเองได้แล้ว และเธอมีแฟนใหม่ไปแล้ว เขาก็พอดูออกว่ามันเสียใจและเจ็บปวดไม่น้อยเลย เพราะน้ำตาที่ไหลออกมานั้นมันบอกถึงความเจ็บปวดได้อย่างชัดเจน เพราะลูกผู้ชายถ้าไม่สุดจริงมันไม่ร้องออกมาให้คนอื่นเห็นหรอก แต่ยังไงก็เถอะคริสไม่มีวันยกผู้หญิงที่เขารักให้มันแน่นอน เพราะตัวเขารักเธอมากกว่าสิ่งไหนทั้งนั้น ต่อให้มันจะคุกเข่าขอร้องหรือตายไปตรงหน้า เขาก็ไม่สนใจ เพราะครั้งหนึ่งมันเคยได้รับโอกาสมากว่าเขา แต่เสือกละเลยและไม่เห็นค่าของเธอเอง อีกหนึ่งความดีใจ เขาสังเกตเห็นคนรักที่ยืนจับมือกัน เธอดูโล่งใจมากๆที่ได้พูดทุกอย่างออกไปให้ผู้ชายคนนั้นเข้าใจ และมันก็สัญญาว่าจะไม่มาวุ่นวายกับเธออีก "หนูโอเคไหมครับ" คริสก้มหน้าเข้าหาคนรักและถามเธอด้วยความเป็นห่วง "รสาโอเคคะพี่คริส... ขอบคุณนะคะ ... ในที่สุดทุกอย่างก็จบ เราสองคนจะได้มีความสุขอย่างที่มันควรจะเป็นสักที "ฟรึ่บบ" รสาหันไปสวมกอดคนรักต่อหน้าพนักงานโดยไม่ได้สนใจสายตาของใคร เธอแค่อยากแสดงความรักให้ทุกคนได้เห็นก็เท่านั้น "อ้อมกอดของพี่คริ
"คุณรักรสาจริงๆใช่ไหมครับ" อติรุจใช้น้ำเสียงอันสั่นเทาของตัวเอง เอยถามชายหนุ่มตรงหน้าที่หญิงสาวยอมรับว่าเป็นแฟนของเธอ "ผมรักเธอ รักมาก และน่าจะรักมาก่อนที่คุณจะเป็นแฟนกับเธอซะอีก รักมากกว่าชีวิตของตัวเอง คุณสบายใจได้เลยเพราะผมไม่มีวันทำให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักต้องเสียใจเด็ดขาด ผมจะทะนุถนอมเธอด้วยชีวิต" คริสเองตอบกลับอดีตคู่หมั้นของคนรักด้วยความหนักแน่นและชัดเจน "ผมคงไม่มีโอกาสได้เธอกลับมาแล้ว...สิ่งเดียวที่ผมจะขอจากคุณ ขอให้คุณรักเธอให้มากๆ อย่าทำให้เธอเสียใจเหมือนที่ผมทำนะครับ ฝากดูแลรสาด้วย" ในระหว่างที่พูดชายหนุ่มน้ำตาคลอเบ้า ด้วยความเสียใจ...ที่ทุกอย่างลงเอยแบบนี้เป็นเพราะเขาทำตัวเอง "ไม่ต้องเป็นห่วงครับ รสาคือชีวิตของผมและผมไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด ผมรักเธอมาตลอดสิบห้าปี มันไม่ใช่เวลาน้อยๆเลย ที่ผ่านมาผมอิจฉาคุณมาโดยตลอดเลยนะ ที่คุณมีโอกาสได้เป็นแฟนและเป็นคู่หมั้นของรสา เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ แต่วันนี้ผมได้รับโอกาสนั้นจากเธอแล้ว ผมไม่มีวันทำอะไรก็ตามที่จะนำไปสู่การสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปแน่นอน" "สัญญาแล้วนะครับ" "ครับ ผู้ชายอย่างผมคำไหนคำนั้น"







